กู้ซื้อคอนโดฯ เลือกผ่อนแบบไหนดี?

DDproperty Editorial Team
กู้ซื้อคอนโดฯ เลือกผ่อนแบบไหนดี?
ใครที่ผ่อนดาวน์คอนโดฯ ไว้แล้ว และใกล้ถึงเวลาที่จะต้องยื่นกู้ซื้อคอนโดฯ กับแบงก์เข้ามาทุกที่ เวลานี้จะเนื้อหอมมาก เพราะทั้งโครงการ และแบงก์ต่างโทรมาตามตัวยื่นข้อเสนอ ซึ่งปัจจุบันเกือบทุกโครงการจะจัดงาน “ไฟแนนซ์ เดย์” เชิญแบงก์พันธมิตรมาที่โครงการ ให้ลูกค้ายื่นกู้ซื้อคอนโดฯ ได้เลยพร้อมกันทุกแบงก์ โครงการก็จะร่วมอำนวยความสะดวกในเรื่องการทำเอกสารให้ และแต่ละแบงก์ที่เข้าร่วมงาน ก็ยอมรับได้ว่า ผู้กู้ยื่นกู้ซื้อคอนโดฯ มากกว่า 1 แบงก์ (กรณีที่ยื่นกู้เอง ไม่ได้ยื่นกู้ผ่านแบงก์ที่ร่วมกับโครงการ บางแบงก์จะมีเงื่อนไขว่า ถ้าลูกค้ากู้เกิน 3 แบงก์มาแล้ว ก็จะไม่รับทำ Pre-Approve หรือการอนุมัติยอดเงินกู้เบื้องต้นให้)
Tips กู้ซื้อคอนโด : การกู้ซื้อบ้าน-คอนโด สามารถคาดการณ์ยอดวงเงินกู้สูงสุดจากรายได้ของเรา
งานไฟแนนซ์ เดย์ในระยะหลัง หลายโครงการเริ่มจัดตั้งแต่ล่วงหน้าก่อนโครงการสร้างเสร็จ 3 เดือน เพื่อตรวจสอบความสามารถทางการเงินรอบที่หนึ่ง และเป็นการเช็กสัญญาณของลูกค้าไปในตัวด้วยว่า ลูกค้ารายนี้พร้อมโอนหรือไม่ เพราะถ้าลูกค้าไม่พร้อมโอนแล้ว ไม่ว่าจะด้วยติดปัญหาใด ทีมขายจะได้รีบนำห้องชุดนั้นมาขายต่อก่อนที่โครงการจะสร้างเสร็จ แล้วก็จัดไฟแนนซ์ เดย์อีกครั้งช่วงที่โครงการสร้างเสร็จ คราวนี้ก็ตรวจสอบความสามารถทางการเงินของจริง จะกู้ซื้อคอนโดฯ ได้จริงหรือไม่ก็คราวนี้
ข้อเสนอจะมีความหลากหลายมาก แต่จะเลือกแบบไหนนี่สิ ปัญหาใหญ่ เพราะแต่ละข้อเสนอ ก็มีรายละเอียดมากจนทำให้มึนได้ว่าตรงไหนแบงก์ไหนดีกว่ากัน ก่อนอื่นต้องเริ่มตั้งสติให้มั่น แล้วลองดูว่า แบบไหนที่ใช่สำหรับเรามากที่สุด ให้เลือกตามนั้นเลย

แบงก์ที่ทำแคมเปญร่วมกับโครงการ

โครงการคอนโดมิเนียมส่วนใหญ่จะมีแบงก์พันธมิตรที่เข้าร่วมนำเสนอโปรโมชั่นให้กับผู้กู้ซื้อคอนโดฯ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะให้ข้อเสนอดอกเบี้ยที่ดีกว่าแบงก์ที่ไมได้เข้าร่วม หรือแม้กระทั่งแบงก์เดียวกัน สาขาที่เป็นพันธมิตรร่วมกับโครงการ ส่วนใหญ่ก็ให้ข้อเสนอราคาที่ดีกว่าสาขาทั่วไป แต่ก็มีบางกรณีเหมือนกัน ที่สาขาทั่วไป ให้ข้อเสนอที่ดีกว่า

แบงก์โครงการสวัสดิการบริษัท

เมื่อรู้แล้วว่า แบงก์ที่เป็นพันธมิตรกับโครงการมีแบงก์อะไรบ้าง แล้วแบงก์นั้นๆ ก็เป็นแบงก์เครือข่ายสวัสดิการที่ร่วมกับบริษัทที่เราทำงานอยู่ด้วย (ส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทใหญ่ หรือบริษัทมหาชน) ให้ลองตรวจสอบเงื่อนไขสวัสดิการของบริษัทด้วยว่า อัตราดอกเบี้ยสวัสดิการ อยู่ที่อัตราเท่าไหร่ และเทียบกับอัตราโปรโมชั่นที่ทำร่วมกับโครงการแล้ว เงื่อนไขใดคุ้มกว่ากัน เผื่อจะเป็นทางเลือกให้กับการกู้ซื้อคอนโดฯ
บางกรณี บางแบงก์ และบางสาขา ก็สามารถนำเงื่อนไขของทั้งสวัสดิการบริษัท และเงื่อนไขโปรโมชั่นที่ร่วมกับโครงการมาผสมกันได้ เช่น ใช้สิทธิ์โปรโมชั่นดอกเบี้ยต่ำก่อนได้ระยะเวลาหนึ่งตามแคมเปญที่ร่วมกับโครงการ หลังจากนั้นก็ใช้อัตราดอกเบี้ย MRR / MLR ตามเงื่อนไขสวัสดิการบริษัท แต่บางกรณีก็ต้องเลือกไปเลยว่า จะใช้เงื่อนไขใด ระหว่างเงื่อนไขสวัสดิการบริษัท หรือโปรโมชั่นที่ร่วมกับโครงการ
วิธีการเลือกว่า จะกู้ซื้อคอนโดฯแบบไหนดี ก็ให้เลือกที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง เช่น หากรับเงื่อนไขสวัสดิการบริษัท ส่วนใหญ่แล้ว จะหักเงินงวดค่าผ่อนคอนโดฯ จากเงินเดือนทันที ซึ่งบางคนไม่ชอบวิธีนี้ ชอบไปจ่ายเองมากกว่า เป็นต้น

ดอกเบี้ยเงินกู้ / ยอดผ่อน

ดอกเบี้ยเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจว่าจะกู้ซื้อคอนโดฯ กับแบงก์นั้นๆ หรือไม่ ( ดูอัพเดทอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน ล่าสุดที่นี้ ) แต่ในหลายครั้งก็งงกับข้อเสนออันมากมาย มี 3-4 แบบให้เลือก มีทั้งแบบทำประกันชีวิต และแบบไม่ทำประกันชีวิต มีทั้งแบบดอกเบี้ยต่ำในระยะสั้น แต่ระยะยาวดอกเบี้ยสูง กับแบบคงที่กลางๆ ตั้งแต่แรกเลย แต่ระยะยาวก็ดีกว่าแบบแรก ถ้าไม่รู้ว่าจะต้องเลือกยังไง อาจจะลองใช้เทคนิคดูที่ยอดผ่อนเป็นเกณฑ์ แล้วดูว่า ในระยะเวลาการผ่อนที่เท่ากัน แบบยอดผ่อนน้อยสุด ก็อาจจะเลือกแบบนั้น

ระยะเวลาการกู้

เรื่องนี้ก็สำคัญ ถ้าระยะเวลาการกู้ซื้อคอนโดฯ ยิ่งนานขึ้น ยอดผ่อนต่อเดือนก็จะถูกลง (ยอดหนี้ที่จ่ายจริงทั้งหมดสูงสุด เพียงแต่เฉลี่ยเวลานานขึ้น เงินต่อเดือนจึงถูกลง) ซึ่งอาจจะเหมาะกับคนที่กำลังซื้อไม่สูงมาก ถ้ามีก็ค่อยมาโป๊ะ บางแบงก์ให้เงื่อนไขระยะเวลาการกู้ที่ยาวมาก มากกว่า 30 ปีก็มี (ขึ้นอยู่กับอายุผู้กู้) ก็อาจเป็นทางเลือกให้กับคนที่ต้องการให้ยอดผ่อนต่อเดือนไม่สูงมาก

โปะได้ หรือไม่ได้

บางแบงก์เสนอเงื่อนไขอัตราดอกเบี้ยต่ำ แต่ให้จ่ายตรงตามเงินงวดเท่านั้น เช่น ยอดผ่อนต่อเดือน 8,000 บาท ไม่ให้จ่ายเงินกว่านี้ หรือไม่ให้โป๊ะ หรือกำหนดระยะเวลาห้ามโป๊ะ ก็เท่ากับว่า แม้เราจะมีเงินก้อน แต่เราจะโป๊ะไม่ได้ ซึ่งจะทำให้เราเสียดอกเบี้ยในช่วงที่ยังโป๊ะไม่ได้ รวมถึง ระยะเวลาในการปิดบัญชี หรือรีไฟแนนซ์ ต้องสอบถามให้ชัดด้วยว่า กี่ปีจึงจะรีไฟแนนซ์ หรือขอปรับลดดอกเบี้ยรอบใหม่ได้ เรียกว่า จะกู้ซื้อคอนโดฯ ทั้งที ต้องรู้ให้ครบ
Tips กู้ซื้อคอนโด : หลายคนอาจสงสัยการผ่อนชำระ ควรผ่อนเกินบ่อยๆ หรือ จ่ายก้อนใหญ่ที่เดียวดีกว่า หาคำตอบได้ที่ เคล็ดลับผ่อนบ้านให้หมดไว ชำระเกินทุกงวด Vs. โปะเพิ่มปีละครั้ง

โบรชัวร์โปรโมชั่น

ในจังหวะที่เราใกล้จะกู้ เราอาจจะไปเจอข้อเสนอดอกเบี้ยที่ดีมากๆ จากอีเวนท์ทางการเงินที่อื่นที่ไม่ใช่ที่โครงการ ให้เราเก็บโบรชัวร์ของงานเหล่านั้นไว้ เผื่อเป็นประโยชน์ในการต่อรองเงื่อนไขกับแบงก์ที่ทำแคมเปญร่วมกับโครงการ

การทำเช็คจ่ายของแบงก์

กรณีที่เรากู้ซื้อคอนโดฯ ได้เต็มความสามารถ ส่วนใหญ่แบงก์จะเสนอให้กู้เต็มหน้าสัญญา (หรือบางแบงก์ก็เสนอให้กู้ได้เกินหน้าสัญญา แต่ไม่เกินความสามารถในการกู้) เช่น หน้าสัญญา 1.7 ล้านบาท แบงก์จะให้กู้เต็ม 1.7 ล้านบาท ซึ่งก่อนหน้านี้เราเคยผ่อนดาวน์ไปแล้วประมาณ 10% หรือราวๆ 1.7 แสนบาท ถ้าแบงก์ให้เรากู้เต็ม ก็เท่ากับว่า เราจะมีเงินส่วนต่างคืนกลับมา 1.7 แสนบาท
หลายคนสงสัยว่า เงินส่วนต่างจากการกู้ซื้อคอนโดฯ นี้เราจะได้ทันทีหรือไม่ แล้วเราต้องเตรียมเงินค่าใช้จ่ายในวันโอนกรรมสิทธิ์ไปก่อนหรือไม่?
วิธีการทำเช็คจ่ายของแบงก์แต่ละแบงก์แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับนโยบายของแบงก์
  • กรณีที่แบงก์ทำเช็คตามหน้าสัญญาซื้อขาย ให้เฉพาะค่าคอนโดฯ (หักเงินดาวน์ออกแล้ว) ไม่ได้รวมค่าทำธุรกรรมที่กรมที่ดิน (ค่าธรรมเนียมการโอน ค่าจดจำนอง ค่ามิเตอร์ไฟ ฯลฯ) แบงก์จะแยกเช็คเป็น 2 ใบ คือ เช็คสั่งจ่ายให้บริษัทพัฒนาคอนโดฯ เฉพาะค่าคอนโดฯ กับ เช็คส่วนต่างจากเงินดาวน์ของผู้ซื้อ ถ้าเป็นลักษณะนี้ ผู้ซื้อจะต้องสำรองเงินค่าธุรกรรมกับกรมที่ดินไปก่อน แล้วค่อยนำเช็คส่วนต่างไปขึ้นเงินทีหลัง
  • กรณีที่แบงก์ทำเช็คตามใบแจ้งของบริษัทพัฒนาคอนโดฯ คือ ราคาคอนโดฯ (หักเงินดาวน์ออกแล้ว) + ค่าธุรกรรมกับกรมที่ดิน แบงก์จะแยกเช็คเป็น 2 ใบ คือ เช็คสั่งจ่ายให้บริษัทพัฒนาคอนโดฯ ราคาค่าคอนโดฯ รวมค่าธุรกรรมทั้งหมดแล้ว กับ เช็คส่วนต่างจากเงินดาวน์ของผู้ซื้อ ถ้าเป็นลักษณะนี้ ผู้ซื้อไม่ต้องสำรองเงินค่าธุรกรรม เพราะโครงการได้รับค่าใช้จ่ายส่วนนี้จากแบงก์แล้ว
  • กรณีที่โครงการให้ส่วนลดพิเศษเพิ่ม ณ วันโอกกรรมสิทธิ์ บางแบงก์จะไม่ได้ทำยอดเงินส่วนลดมาให้ แต่ยังรวมไปอยู่ในค่าคอนโดฯ ที่จ่ายให้บริษัทพัฒนาคอนโดฯ ซึ่งผู้ซื้อต้องไปตามขอค่าส่วนลดคืนจากโครงการ (ส่วนใหญ่โครงการจะทำเช็คจ่ายคืนให้หลังโอนกรรมสิทธิ์) แต่กรณีนี้ ควรให้พนักงานขายเขียนรายละเอียดให้เรียบร้อยเป็นเอกสารไว้ให้เราด้วย เพื่อความชัวร์
รู้ก่อนให้ครบถ้วน แบบนี่สิ ถึงจะเรียกว่า กู้ซื้อคอนโดฯ แบบชาญฉลาดสมกับเป็นผู้บริโภคยุค 4.0
อัพเดท ข่าวอสังหาริมทรัพย์ สดใหม่ทุกวัน พร้อมส่งตรงถึงอีเมล์ของคุณฟรี สมัครได้ที่นี่ หรือหากคุณกำลังมองหาบ้าน คอนโด ก็สามารถเลือกชม โครงการใหม่ พร้อม รีวิวโครงการคอนโดใหม่ บ้านใหม่ หลากหลายทำเลและราคาได้เช่นกัน