ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภาษีที่ดินว่างเปล่า ปี 65 ต้องจ่ายเท่าไหร่

DDproperty Editorial Team
ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เชื่อว่าหลายคนคงงง ๆ อยู่ไม่น้อย เนื่องจากภาษีที่ดินฉบับใหม่ยังคงมีประเด็นที่ต้องจับตาอีกหลายด้าน รวมทั้งยังไม่มีกฎเกณฑ์ให้ชัดเจนออกมาในหลาย ๆ เรื่อง และมีข้อมูลอัปเดตออกมาเป็นระยะ สามารถติดตามได้ที่นี่
อ่านหัวข้อที่คุณสนใจเกี่ยวกับ ภาษีบ้านและที่ดิน คลิกด้านล่าง

กทม. ขยายเวลาจ่ายภาษีที่ดินฯ ออกไปอีก 3 เดือน

กระทรวงมหาดไทย ขยายระยะเวลาชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ปี 2565 ออกไปอีก 3 เดือน เพื่อบรรเทาผลกระทบโควิด-19 โดยไม่ต้องเสียเบี้ยปรับ แบ่งเป็น
1. ขยายกำหนดเวลาของผู้เสียภาษีจากเดิมภายในเดือนเมษายน 2565 เป็นภายในเดือนกรกฎาคม 2565
2. ขยายกำหนดเวลาของผู้เสียภาษีในการผ่อนชำระภาษี
  • งวดที่ 1 จากเดิมภายในเดือนเมษายน 2565 เป็นภายในเดือนกรกฎาคม 2565
  • งวดที่ 2 จากเดิมภายในเดือนพฤษภาคม 2565 เป็นภายในเดือนสิงหาคม 2565
  • งวดที่ 3 จากเดิมภายในเดือนมิถุนายน 2565 เป็นภายในเดือนกันยายน 2565
3. ขยายกำหนดเวลาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการมีหนังสือแจ้งเตือนผู้เสียภาษี ที่มีภาษีค้างชำระ จากเดิมภายในเดือนพฤษภาคม 2565 เป็นภายในเดือนสิงหาคม 2565
4. ขยายกำหนดเวลาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการแจ้งรายการภาษีค้างชำระ ให้สำนักงานที่ดินหรือสำนักงานที่ดินสาขา จากเดิมภายในเดือนมิถุนายน 2565 เป็นภายในเดือนกันยายน 2565
ทั้งนี้ กรณีผู้เสียภาษีบางรายที่เคยเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามกฎหมาย อันเนื่องมาจากไม่ชำระภาษีภายในเดือนเมษายน 2565 หรือภายในระยะเวลาที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางแห่งได้ขยายระยะเวลาการชำระภาษีออกไปในช่วงก่อนเดือนกรกฎาคม 2565 จะมีสิทธิได้รับคืนเงินเบี้ยปรับและเงินเพิ่มจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ครม. คงอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเดิมต่อไปอีก 2 ปี

สืบเนื่องจาก พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 กำหนดให้ 2 ปีแรกของการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ปีภาษี 2563-2564 ให้ใช้อัตราภาษีตามมูลค่าของฐานภาษีที่จะใช้อยู่ในปัจจุบันจะครบกำหนดระยะเวลาในปีภาษี 2564 ในวันที่ 31 ธันวาคม 2564
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรึ (ครม.) จึงมีมติอนุมัติหลักการร่าง พ.ร.ฎ.กำหนดอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. …. เพื่อเป็นการกำหนดอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตั้งแต่ปีภาษี 2565-2566 โดยคงอัตราภาษีแบบเดิมเช่นเดียวกับปีภาษี 2563 และ 2564 มีสาระสำคัญ ดังนี้
1. ที่ดินเพื่อการประกอบเกษตรกรรม อัตราภาษีที่จัดเก็บในปัจจุบันอยู่ที่ 0.01-0.1%
2. ที่อยู่อาศัย แบ่งเป็น
2.1 บ้านหลังหลัก เป็นเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน มูลค่าทรัพย์สินไม่เกิน 50 ล้านบาท ได้รับการยกเว้นภาษี มูลค่า 50 ล้านบาทขึ้นไป อัตราภาษีที่จัดเก็บในปัจจุบันอยู่ที่ 0.03-0.1%
2.2 บ้านหลังหลัก เป็นเจ้าของเฉพาะสิ่งปลูกสร้าง และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน มูลค่าทรัพย์สินไม่เกิน 10 ล้านบาท ได้รับการยกเว้นภาษี มูลค่า 10 ล้านบาทขึ้นไป อัตราภาษีที่จัดเก็บในปัจจุบันอยู่ที่ 0.02-0.1%
2.3 บ้านหลังอื่น ๆ อัตราภาษีที่จัดเก็บในปัจจุบันอยู่ที่ 0.02-0.1%
3. การใช้ประโยชน์อื่น หรือใช้เชิงพาณิชย์ เช่น อาคารสำนักงาน โรงแรม ร้านอาหาร พาณิชยกรรม อุตสาหกรรม อัตราภาษีที่จัดเก็บในปัจจุบันอยู่ที่ 0.3-0.7%
4. ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพ อัตราภาษีที่ดินว่างเปล่าที่จัดเก็บในปัจจุบันอยู่ที่ 0.3-0.7%
ทั้งนี้ การคงอัตราภาษีแบบเดิมเช่นเดียวกับปีภาษี 2563 และ 2564 ไปอีกระยะหนึ่งก่อน เพื่อให้เป็นไปอย่างต่อเนื่องและเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ให้กับผู้เสียภาษี และเพื่อให้ผู้เสียภาษีได้มีระยะเวลาในการปรับตัวสำหรับการชำระภาษีในอัตราที่แท้จริง

เพิ่มช่องทางแฟกซ์/E-mail แจ้งเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ในที่ดิน

กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้เพิ่มช่องทางการแจ้งการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ในที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง ตามแบบ ภ.ด.ส. 5 สามารถดำเนินการโดยผ่านทางโทรสารหรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) ของสำนักงานเขตท้องที่ซึ่งที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างนั้นตั้งอยู่ได้
โดยให้ถือว่าวันที่สำนักงานเขตได้รับแบบ ภ.ด.ส. 5 ซึ่งมีข้อมูลเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์และลายมือซื่อผู้เสียภาษีถูกต้องครบถ้วน เป็นวันที่ผู้เสียภาษีแจ้งการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ในที่ดินฯ
– กรณีแจ้งทางโทรสารหรือแฟกซ์ ให้ผู้เสียภาษีโทรศัพท์สอบถามผลการส่งแบบ ภ.ด.ส. 5 อีกครั้ง เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดจากการรับส่ง
– กรณีแจ้งทาง E-mail ให้สำนักงานเขตแจ้งผลการส่งแบบ ภ.ด.ส. 5 ให้ผู้เสียภาษีทราบทาง E-mail ภายในวันทำการถัดไป และให้ผู้เสียภาษีเก็บแบบ ภ.ด.ส. 5 ดังกล่าวไว้ จนกว่าจะได้รับหนังสือแจ้งการประเมินภาษีตามการใช้ประโยชน์ในปีถัดไป
โดยสามารถตรวจสอบหมายเลขโทรสารและ E-mail ของสำนักงานเขตได้ตามข้อมูลด้านล่างนี้
คลองเตย
02-240-2466
02-240-2466, 02-249-0956
คลองสาน
02-437-3232
02-437-3232
คลองสามวา
02-548-0336
02-548-0336
02-548-0336, 02-548-0321 ต่อ 5121-5123
คันนายาว
02-379-9947
02-379-9947, 02-379-9961-3 ต่อ 5170-5171
จตุจักร
02-513-9714
02-513-9714, 02-513-6005, 02-513-3444 ต่อ 5219
จอมทอง
02-427-4029
02-427-4029, 02-427-4925
ดอนเมือง
02-565-9412
02-565-9512
ดินแดง
02-245-3379
02-245-3379, 02-245-4608 ต่อ 5370-5371
ดุสิต
02-241-4796 ต่อ 5426
02-241-4796
ตลิ่งชัน
02-424-9951
02-424-2649, 02-424-9951
ทวีวัฒนา
02-441-4740
02-441-4740, 02-441-4973 ต่อ 5522
ทุ่งครุ
02-464-4390
02-464-4390, 02-464-1689 ต่อ 5572, 02-464-4380 ต่อ 5573
ธนบุรี
02-890-0621
02-890-0621, 02-465-1012 ต่อ 5620-5622
บางกอกน้อย
02-423-0886
02-424-0056 ต่อ 5672-5673, 02-423-0886
บางกอกใหญ่
02-868-1252
02-868-1252, 02-457-0069 ต่อ 5716-5717
บางกะปิ
02-375-5323
Revbangkapi
02-375-5323, 02-377-5494 ต่อ 5774
บางขุนเทียน
02-416-0058
02-416-0058, 02-415-1694, 02-415-0156 ต่อ 5821
บางเขน
02-521-0057 ต่อ 5870
02-561-0666 ต่อ 5869-5870, 02-986-0750
บางคอแหลม
02-292-1336
02-292-1336, 02-291-0285 ต่อ 5921-5922, 02-291-3800 ต่อ 5921-5922
บางแค
02-867-1638
02-454-5715, 02-867-1635 ต่อ 5974-5975
บางซื่อ
02-586-9975 ต่อ 6020
02-910-5048, 02-586-9975 ต่อ 6020-6021
บางนา
02-173-5267
092-414-0648
02-173-5267, 02-173-5253-7 ต่อ 6069-6070
บางบอน
02-450-3290
02-450-3290 ต่อ 6111-6113
บางพลัด
02-434-6369
@rdbangphlat
02-434-6369, 02-424-0971
บางรัก
02-236-3161
02-236-1515, 02-236-3161, 02-236-4191
บึงกุ่ม
02-364-7345
02-364-7345, 02-364-7000 ต่อ 6271
ปทุมวัน
02-214-0207
02-214-0207, 02-214-3004 ต่อ 6321-6323
ประเวศ
02-328-7161
02-328-7161, 02-328-7111, 02-328-7428, 02-328-7812 ต่อ 6371, 6372
ป้อมปราบศัตรูพ่าย
02-281-0281 ต่อ 6421
02-281-0202, 02-281-0281 ต่อ 6421
พญาไท
02-279-4141-3 ต่อ 6473
02-279-4141-43 ต่อ 6471-6473
พระโขนง
02-311-5439
02-311-5439, 02-311-0093
พระนคร
02-280-1338
02-280-1338
02-280-1338
ภาษีเจริญ
02-413-0564
02-413-0564, 02-413-0383 ต่อ 6621-6622, 02-413-0565 ต่อ 6621-6622
มีนบุรี
02-914-6314
02-914-6314, 02-540-7160 ต่อ 6670-6671
ยานนาวา
02-295-2253
02-294-2398, 02-295-2253
ราชเทวี
02-354-4215
@rev32
02-354-4215, 02-354-4201 ต่อ 6770-6771
ราษฎร์บูรณะ
02-428-4884 ต่อ 6822
02-428-4884 ต่อ 6822-6823
ลาดกระบัง
02-326-9148
02-327-4871, 02-326-9148, 02-326-7733 ต่อ 6872
ลาดพร้าว
02-539-7772
02-539-7772, 02-538-3240
วังทองหลาง
02-514-0513
02-538-5350 ต่อ 6973-6974, 02-513-0514
วัฒนา
02-381-5971
02-381-5971, 02-391-0313 ต่อ 7024-7025
สวนหลวง
02-321-8696
02-321-8551, 02-321-8696
สะพานสูง
02-372-2918-23 ต่อ 7121-7122
02-372-2918-23 ต่อ 7121-7122
สัมพันธวงศ์
02-237-0974
02-237-0974, 02-235-2133
สาทร
02-212-8115 ต่อ 7224
02-212-8115 ต่อ 7222-7224
สายไหม
02-158-7363
02-158-7363
หนองแขม
02-444-0505
02-444-0505, 02-421-3991
หนองจอก
02-548-2901
02-543-1476, 02-548-2901
หลักสี่
02-576-1363
092-423-8957
02-576-1363, 02-982-2085 ต่อ 7415-7416
ห้วยขวาง
02-276-2755
02-276-2755, 02-277-3153

ลดภาษีที่ดินฯ ลง 90%

ในปี 2564 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติลดอัตราจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างลง 90% และให้จัดเก็บจริงเพียง 10% ครอบคลุมที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นใช้ประโยชน์เป็นที่อยู่อาศัย ทำการเกษตร ที่ดินว่างเปล่า และใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ อุตสาหกรรมหรืออื่น ๆ
แต่สำหรับปี 2565 ยังคงไม่มีการอัปเดตว่าจะมีการต่อมาตรการดังกล่าวหรือไม่

ยกตัวอย่างลดภาษีที่ดินฯ ต้องจ่ายเท่าไหร่

1. ที่ดินประกอบการเกษตร
– ถ้าเจ้าของเป็นบุคคลธรรมดา กฎหมายกำหนดให้ 3 ปีแรก (ปี 2563-2565) จะได้รับยกเว้นจากการจัดเก็บภาษี
– ถ้าเจ้าของเป็นนิติบุคคล จะเสียภาษีในอัตรา 0.01% หากมูลค่าราคาประเมินทุนทรัพย์ 5 ล้านบาท คิดเป็นค่าภาษี 500 บาท แต่เมื่อลดภาษี 90% แล้ว จะชำระภาษีเพียง 50 บาท
2. ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัย
– บ้านหลังหลักที่เจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นบุคคลธรรมดาและมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน จะได้รับยกเว้นหากมูลค่าประเมินทุนทรัพย์ไม่เกิน 50 ล้านบาท
– กรณีมีบ้านหลังอื่น หากมูลค่าประเมินทุนทรัพย์ 5 ล้านบาท จะเสียภาษีในอัตรา 0.02% คิดเป็นค่าภาษี 1,000 บาท แต่เมื่อลดภาษี 90% แล้ว จะชำระภาษีเพียง 100 บาท
– กรณีเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้างแต่ไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดิน หากมูลค่าประเมินทุนทรัพย์ไม่เกิน 10 ล้านบาท จะได้รับการยกเว้น
3. ที่ดินรกร้างว่างเปล่า รวมถึงกรณีที่ใช้ประโยชน์ประกอบการพาณิชยกรรมหรืออุตสาหกรรม
หากมูลค่าประเมินทุนทรัพย์ 5 ล้านบาท จะเสียภาษีในอัตรา 0.3% คิดเป็นค่าภาษี 15,000 บาท แต่เมื่อลดภาษี 90% แล้ว จะชำระภาษีเพียง 1,500 บาท

ถ้าจ่ายภาษีบ้านและที่ดินล่าช้าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

ภาษีค้างชําระที่จะต้องติดตามเร่งรัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะมีหนังสือแจ้งเตือนไปยังผู้เสียภาษีภายในเดือนถัดไป เพื่อให้มาชําระภาษีค้างชําระ พร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม โดยจะเสียค่าปรับดังนี้
1. ถ้าไม่ได้มาจ่ายภาษีภายในเวลาที่กําหนด แต่ต่อมาได้มาชําระภาษีก่อนที่จะได้รับหนังสือแจ้งเตือน ให้คิดเบี้ยปรับ 10% ของจํานวนภาษีค้างชําระ
2. ถ้าจ่ายภาษีภายในระยะเวลาที่กําหนดในหนังสือแจ้งเตือนให้คิดเบี้ยปรับ 20% ของจํานวนภาษีค้างชําระ
3. ถ้าจ่ายภาษีภายหลังจากเวลาที่กําหนดในหนังสือแจ้งเตือน ให้คิดเบี้ยปรับ 40% ของจํานวนภาษีค้างชําระ
4. ผู้เสียภาษีที่มิได้ชําระภาษีภายในเวลาที่กําหนด ให้เสียเงินเพิ่มอีก 1% ต่อเดือนของ จํานวนภาษีค้างชําระ โดยให้เริ่มนับเมื่อพ้นกําหนดเวลาชําระภาษีจนถึงวันที่มีการชําระภาษี แต่ต้องไม่เกินกว่าจํานวนภาษีที่ต้องจ่าย
นอกจากนี้ ถ้าผู้เสียภาษีไม่มาชําระภายในระยะเวลาที่กําหนดในหนังสือแจ้งเตือน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะส่งข้อมูลการค้างชำระไปให้สำนักงานที่ดิน ทำให้การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครองในที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างจะทําไม่ได้
หากมีภาษีค้างชำระ และหากพ้นกําหนด 90 วัน นับแต่วันที่ผู้ค้างชําระภาษีได้รับหนังสือแจ้งเตือน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถยึด อายัด ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ค้างชำระภาษีไปขายทอดตลาดได้

แจงแนวทางการใช้ประโยชน์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

ที่อยู่อาศัยที่ปล่อยเช่าก็เสียภาษีบ้านและที่ดินในอัตราที่อยู่อาศัย

เนื่องจากการเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมีด้วยกันหลายประเภท เพื่อไม่เกิดผลกระทบกับประชาชนที่มีจุดประสงค์หลักในการใช้ประโยชน์บนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นที่อยู่อาศัย กระทรวงการคลังร่วมกับกระทรวงมหาดไทย ได้มีการชี้แจงแนวทางการกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ได้แก่ ห้องชุด บ้าน โรงเรือน อาคาร ตึก ตึกแถว หรือสิ่งปลูกสร้างอื่นใด ที่มีลักษณะให้บุคคลใช้เพื่อการอยู่อาศัยไว้ ดังนี้
1. เจ้าของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่มีลักษณะให้บุคคลใช้เพื่อการอยู่อาศัย เช่น ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่เจ้าของใช้อยู่อาศัยเอง ให้ญาติพี่น้องอยู่อาศัย หรือให้เช่าเพื่ออยู่อาศัย ให้เสียภาษีในอัตราที่อยู่อาศัย
แต่ในกรณีที่เป็นอาคารพาณิชย์มีการอยู่อาศัยในชั้นบนและเปิดทำการค้าชั้นล่างนั้น จะแยกการคำนวณภาษี คือ จะจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประเภทเชิงพาณิชย์สำหรับพื้นที่ชั้นล่าง และเก็บภาษีที่อยู่อาศัยในชั้นบน
2. ให้ครอบคลุมถึงช่วงเวลาระหว่างการก่อสร้าง หรือปรับปรุงต่อเติมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินที่ใช้เพื่อการอยู่อาศัยด้วย เช่น บ้านที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง หรือคอนโดมิเนียมที่อยู่ระหว่างการตกแต่ง เป็นต้น
3. ไม่รวมถึงโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม และที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างของผู้ประกอบการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา หรือสร้างเสร็จแล้วแต่ยังไม่ได้ขายตามกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดิน หรือกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด
โดยแนวทางดังกล่าวจะเป็นประโยชน์และไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่ที่ใช้ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างเพื่อการอยู่อาศัยอย่างแท้จริง โดยเฉพาะกลุ่มระชาชนผู้มีรายได้น้อยซึ่งไม่มีที่พักอาศัยของตนเอง หรือที่เช่าที่อยู่อาศัย รวมถึงเจ้าของทรัพย์สินที่ให้บุคคลอื่นเพื่อการอยู่อาศัย หรือการให้บุคคลอื่นเช่าเพื่อการอยู่อาศัยด้วย

อัตราการจัดเก็บภาษีบ้านและที่ดิน

– ราคา 0-50 ล้านบาท เสียภาษี 0.02% ต่อปี
– ราคา 50-75 ล้านบาท เสียภาษี 0.03% ต่อปี
– ราคา 75-100 ล้านบาท เสียภาษี 0.05% ต่อปี
– ราคา 100 ล้านบาทขึ้นไป เสียภาษี 0.1% ต่อปี
ทั้งนี้ กรณีของโฮมสเตย์ โฮสเทล และ Airbnb (แอร์บีเอ็นบี) นั้น ถือว่าเป็นธุรกิจโรงแรมที่พัก จะต้องเสียอัตราภาษีในเชิงพาณิชย์

แจ้งเปลี่ยนอัตโนมัติ ไม่ต้องไปที่เขต

หลังจากที่ได้รับเอกสารแจ้งข้อมูลรายการห้องชุด (ภ.ด.ส.4) จากสำนักงานเขต หากในเอกสารระบุลักษณะใช้ประโยชน์เป็น “อื่น ๆ” ไม่ต้องไปยื่นแก้ให้เป็น “อยู่อาศัย” ที่สำนักงานเขต เนื่องจากระบบจะปรับให้เอง
โดยขณะนี้กระทรวงการคลัง และมหาดไทย ได้ร่วมกัน เพื่อเตรียมออกประกาศเป็นกฎหมายลูก ผ่อนปรนในเรื่องการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินเพื่ออยู่อาศัย เพื่อให้องค์กรท้องถิ่น ประเมินภาษีการใช้ประโยชน์ขั้นสุดท้าย โดยที่ประชาชนไม่ต้องเดินทางไปชี้แจงอีก เพื่อให้สอดคล้องกับหลักของการเก็บภาษีคือต้องสะดวก ประหยัดต้นทุน พยายามลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่

พื้นที่รกร้างคืออะไร

ส่วนการกำหนดขอบเขตการเป็นที่ดินเพื่อเกษตรกรรมนั้น หากเป็นที่ดินรกร้างและมีการปลูกพืชผลทางการเกษตร ก็นับว่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได้ ไม่ถือว่าผิด หรือบิดเบือนการบังคับใช้กฎหมาย แต่ในประกาศจะมีชัดเจนในการกำหนดจำนวนพื้นที่ที่ต้องใช้ในการปลูกพืชผลทางการเกษตรและพันธุ์พืชแต่ละประเภท เช่น ไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้ยืนต้น ผัก ผลไม้ และพืชไร่ ที่ต้องกำหนดแตกต่างกันไป หากเข้ากำหนดก็จะเสียภาษีที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ไม่ถูกคิดเป็นภาษีทีดินรกร้างว่างเปล่า
กระทรวงการคลัง กับกระทรวงมหาดไทย กำลังเร่งกำหนดเกณฑ์การใช้ประโยชน์ที่ดินทำเกษตรกรรม ให้สอดรับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฉบับใหม่ ซึ่งล่าสุดได้ยกร่างกฎหมายลำดับรองกำหนดเกณฑ์การทำเกษตรกรรม เพื่อแยกประเภทที่ดินให้มีความชัดเจน ระหว่างที่ดินรกร้างว่างเปล่า กับที่ดินประเภทเกษตรกรรม

ที่ดินเกษตรกรรมมีกี่ประเภท

เกณฑ์ใหม่จะจำแนกประเภทเกษตรกรรมเป็น 3 ประเภท ประกอบด้วย
1. ที่ดินที่ใช้ประโยชน์ในการปลูกพืช
2. ด้านการเลี้ยงสัตว์
3. การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หรือทำการประมง
แต่ละประเภทจะจัดทำเป็นบัญชีแนบท้าย โดยกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ทำการประมงอย่างชัดเจน เช่น กรณีปลูกกล้วย ต้องปลูกอย่างน้อย 200 ต้น/ไร่ กรณีปลูกน้อยกว่านั้นต้องพิจารณาขนาดแปลงที่ดิน รวมทั้งจำนวนต้นกล้วยที่ปลูก ส่วนที่ไม่เข้าเกณฑ์จะถือเป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่าไม่ได้ทำประโยชน์

ภาษีที่ดินว่างเปล่าเสียเท่าไหร่

ภาษีที่ดินว่างเปล่าจะต้องเสียในอัตรา ดังนี้
– มูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท อัตราภาษี 0.3%
– มูลค่าเกิน 50-200 ล้านบาท อัตราภาษี 0.4%
– มูลค่าเกิน 200-1,000 ล้านบาท อัตราภาษี 0.5%
– มูลค่าเกิน 1,000-5,000 ล้านบาท อัตราภาษี 0.6%
– มูลค่าเกิน 5,000 ล้านบาทขึ้นไป อัตราภาษี 0.7%
และเสียเพิ่ม 0.3% ทุก 3 ปี แต่รวมแล้วไม่เกิน 3%

กำหนดเกณฑ์ที่ดินรกร้าง-ที่ดินเกษตร

อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังจะนำเกณฑ์กำหนดที่ดินประเภทเกษตรกรรมของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาพิจารณาร่วมด้วย สำหรับเกณฑ์ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ใช้ประกอบการพิจารณาขึ้นทะเบียนเกษตรกร การทำการเกษตร ได้แก่
1. การทำนาหรือทำไร่อย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวมกันบนเนื้อที่ตั้งแต่ 1 ไร่ขึ้นไป
2. การปลูกผัก หรือการปลูกไม้ดอกไม้ประดับ เพาะเห็ด ปลูกพืชอาหารสัตว์ อย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวมกัน เนื้อที่ตั้งแต่ 1 งานขึ้นไป
3. ปลูกไม้ผล หรือไม้ยืนต้น หรือการปลูกสวนป่า ปลูกป่าเศรษฐกิจแบบสวนเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวมกัน บนเนื้อที่ตั้งแต่ 1 ไร่ และมีจำนวนต้นตั้งแต่ 15 ต้นขึ้นไป
4. การปลูกไม้ผล หรือไม้ยืนต้นแบบสวนผสม อย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวมกัน บนเนื้อที่ตั้งแต่ 1 ไร่ และมีจำนวนต้น 15 ต้นขึ้นไป
5. การเลี้ยงแม่โคนมตั้งแต่ 1 ตัวขึ้นไป
6. การเลี้ยงโค หรือกระบือ อย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวมกัน ตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไป
7. การเลี้ยงสุกร แพะ หรือแกะ อย่างใดอย่างหนึ่งรวมกัน ตั้งแต่ 5 ตัวขึ้นไป
8. การเลี้ยงสัตว์ปีก ตั้งแต่ 50 ตัวขึ้นไป
9. การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
10. การทำนาเกลือสมุทร บนเนื้อที่ตั้งแต่ 1 ไร่ขึ้นไป
11. การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม อย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวมกัน
12. การเพาะเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจและเกษตรอื่น ๆ อาทิ การเลี้ยงผึ้งพันธุ์ ผึ้งโพรง ชันโรง ครั่ง จิ้งหรีด ด้วงสาคู ไส้เดือนดิน ฯลฯ
13. การประกอบการเกษตรอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน นอกเหนือจากเกณฑ์ที่กำหนดตามข้อ 1-12 และมีรายได้ตั้งแต่ 8,000 บาท/ปีขึ้นไป
โดยจะมีการปรับปรุงให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และเจตนารมณ์ของกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างบางส่วนอาจเป็นไปตามเกณฑ์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บางส่วนอาจเป็นเกณฑ์ที่เข้มข้นกว่า หรือที่ผ่อนปรนมากกว่าก็มี สำหรับเกณฑ์ที่จะกำหนดขึ้นนี้จะแล้วเสร็จและประกาศใช้ทันระยะเวลาที่ขยายให้ท้องถิ่นรับชำระภาษี
แม้ว่าการเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จะดูยุ่งยากหลายขั้นตอน แต่การเสียภาษีนั้นเป็นหน้าที่ของประชาชนทุกคนตามบทกฎหมายไทยที่นอกจากจะเพิกเฉยไม่ได้ ยังต้องทำความเข้าใจเพื่อปฏิบัติให้ถูกต้องและถูกกฎหมาย
สนใจรับบทความดีดี อัปเดต ข่าวอสังหาริมทรัพย์ และ อ่านคู่มือซื้อขาย พร้อม รีวิวโครงการคอนโดฯ ใหม่ บ้านใหม่ หลากหลายทำเลและราคา รวมถึง ทำความรู้จักกับทำเลฮอตทั่วกรุง เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการซื้อ-ขาย-เช่า

คำนวณยอดผ่อนต่อเดือนตามระยะเวลากู้

เพียงใส่ยอดเงินกู้ที่คุณต้องการ เราจะคำนวณให้คุณเห็นถึงยอดผ่อนชำระต่อเดือนตามระยะเวลาผ่อนและอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกัน

คำนวณยอดผ่อนต่อเดือน

คำนวณยอดผ่อนชำระต่อเดือนตามอัตราดอกเบี้ยของคุณด้วยเครื่องมือคำนวณสินเชื่อนี้

คำนวณวงเงินกู้สูงสุด

คำนวณสินเชื่อบ้าน ยอดวงเงินกู้บ้านใหม่ที่คาดว่าจะได้รับจากแบงก์และยอดผ่อนชำระในแต่ละเดือน