คนไทยเริ่มออมเงินซื้อบ้านกันช่วงไหน

DDproperty Editorial Team
คนไทยเริ่มออมเงินซื้อบ้านกันช่วงไหน
“เงินดาวน์” สิ่งสำคัญสำหรับคนอยากซื้อบ้านหรือคอนโด เพราะเงินดาวน์เปรียบเสมือนเงินค้ำประกันที่ผู้ซื้อจะต้องจ่ายให้กับผู้ขายก่อนล่วงหน้า เมื่อซื้อสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูง เช่นการซื้อ “ที่อยู่อาศัย” ซึ่งมักมีราคาขายสูงถึงหลักล้านบาท ดังนั้นการวางเงินดาวน์จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อแสดงให้เห็นว่าเรามีความสามารถในการผ่อนชำระในอนาคต
ปกติแล้วการวางเงินดาวน์ จะอยู่ที่ประมาณ 10% ของราคาที่อยู่อาศัย หรือตามแต่ทางโครงการเป็นผู้กำหนด ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกรณีที่บ้านหรือคอนโดยังสร้างไม่เสร็จหรือยังไม่พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อจำเป็นต้องผ่อนดาวน์ไปก่อนล่วงหน้า รวมถึงกรณีที่ไม่สามารถกู้สินเชื่อจากธนาคารได้ 100% ผู้ซื้อก็ต้องมีเงินสดจำนวนหนึ่งจ่ายเพิ่มไปด้วย ทั้งนี้ผู้ซื้อสามารถวางจำนวนเงินดาวน์ตามกำลังทรัพย์ของตนเองได้ เช่น เพิ่มเป็น 20-30% ของราคาที่อยู่อาศัย ข้อดีคือยิ่งเราเพิ่มเงินดาวน์ในสัดส่วนที่มากเท่าไหร่ ยอดหนี้ก็จะเหลือน้อยลง ทำให้จ่ายดอกเบี้ยน้อยลงตาม
sportlight

เริ่มเตรียมเงินดาวน์ก่อนซื้อบ้านเมื่อไหร่ดี

คนไทยเริ่มออมเงินซื้อบ้านกันช่วงไหน
ข้อมูลจากแบบสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย DDproperty’s Thailand Consumer Sentiment Study รอบล่าสุด พบว่าคนไทยส่วนใหญ่เริ่มออมเงินก่อนหาซื้อบ้าน โดย 1 ใน 4 เริ่มออมก็ต่อเมื่อประเมินราคาบ้านที่จะซื้อแล้วเท่านั้น
  • 43% เริ่มออมทรัพย์ก่อนมองหาบ้าน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่มีรายได้น้อย รายได้ปานกลาง และรายได้สูง มักเก็บออมเงินไว้ก่อนเสมอ โดยข้อมูลเป็นไปทิศทางเดียวกัน
  • 27% เริ่มออมหลังรู้ราคาประเมินของบ้านที่จะซื้อแล้ว
ทั้งนี้ข้อมูลที่น่าสนใจพบว่ากลุ่มคนที่มีอายุ 22-29 ปีจะเริ่มออมหลังรู้ราคาประเมินแล้ว มากถึง 30% และกลุ่มคนอายุ 50-59 ปี จะเริ่มออมหลังรู้ราคาประเมิน เพียง 21%
  • 26% เริ่มออมเงินหลังจากตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย โดยการตัดสินใจในระดับนี้พบว่ากลุ่มคนที่อายุ 50-59 ปีจะเริ่มมีออมเงินมากที่สุด ถึง 34%
  • และ 5% ของผู้เข้าร่วมตอบแบบสำรวจฯ มีการขอเงินดาวน์จากพ่อแม่/ญาติ
ทั้งนี้มาถึงคำถามสำคัญที่ว่า “จะเริ่มเตรียมเงินดาวน์ก่อนซื้อบ้านเมื่อไหร่ ถึงจะเหมาะสม” จากผลสำรวจฯ พอจะชี้ให้เห็นว่าคนไทยส่วนใหญ่มักเริ่มออมเงินเพื่อซื้อบ้านแตกต่างกันออกไป ตามแต่ช่วงอายุและระดับรายได้ของตนเอง คำตอบในภาพรวมคือคนส่วนใหญ่มีการออมเงินตั้งแต่ก่อนเริ่มต้นหาบ้าน เพราะการซื้อบ้านเป็นแผนระยะยาวที่หลาย ๆ คนใช้เวลานานในการตัดสินใจ จึงไม่แปลกที่จะต้องเตรียมตัว เตรียมเงินในกระเป๋าให้พร้อมก่อน รองลงมาคือกลุ่มที่เริ่มออมเมื่อทราบราคาประเมินที่อยู่อาศัยแล้ว ซึ่งสัดส่วนใกล้เคียงกับกลุ่มที่ตัดสินใจแล้วว่าจะซื้อบ้านจึงจะเริ่มออมเงิน
ผลการสำรวจฯ ดังกล่าว คงไม่สามารถชี้ชัดได้แน่นอนว่าออมเงินเมื่อไหร่ถึงจะเหมาะสม ทั้งนี้ควรพิจารณาปัจจัยรอบด้านของตัวผู้ซื้อเป็นที่ตั้ง เช่น จำนวนรายรับและเงินเก็บที่ตนเองมี ว่าหากต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่หลักแสนบาท จะสามารถจ่ายได้ไหมและจะกระทบต่อค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในชีวิตประจำวันหรือไม่ นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับความสามารถในการออมที่สัมพันธ์ไปกับระยะเวลาด้วย เช่น ตัดสินใจจะซื้อบ้านภายใน 6 เดือน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่จะต้องออมเงินดาวน์ให้ถึงเป้าหมายตามที่กำหนด คิดโดยเฉลี่ยแล้วในแต่ละเดือนจะต้องออมให้ได้เท่าไหร่ นี่เป็นโจทย์ที่ผู้ซื้อบ้านต้องคิดคำนวณให้ดี เพื่อที่จะได้วางแผนซื้อที่อยู่อาศัยได้อย่างเหมาะสม

ปัจจัยสำคัญที่พิจารณาเมื่อกู้สินเชื่อบ้าน

คนไทยเริ่มออมเงินซื้อบ้านกันช่วงไหน
พูดถึงเงินดาวน์ไปแล้ว มาดูข้อมูลทางฝั่งสินเชื่อที่อยู่อาศัยกันบ้าง สำหรับปัจจัยที่ผู้ซื้อบ้านใช้พิจารณาในการกู้สินเชื่อที่อยู่อาศัย ประกอบไปด้วยหลายปัจจัยด้วยกัน ได้แก่ อัตราดอกเบี้ย อัตราการผ่อนชำระ ระยะเวลาการผ่อนชำระเงินกู้ ข้อกำหนดและเงื่อนไข ค่าธรรมเนียมดำเนินการ ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือของสถาบันการเงินที่ให้กู้ยืม
จากแบบสำรวจฯ ระบุว่าปัจจัยสำคัญที่ผู้ซื้อบ้านใช้พิจารณาเมื่อกู้สินเชื่อที่อยู่อาศัยพบว่า 3 ปัจจัยแรกที่ผู้ซื้อให้ความสำคัญมากที่สุด ได้แก่
  • อัตราดอกเบี้ย โดยอยู่ที่ 71% ซึ่งผู้ซื้อบ้านมักจะเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยของธนาคารต่าง ๆ ประกอบการตัดสินใจ รวมถึงพิจารณาแพ็กเกจที่เหมาะสมกับระดับรายได้ของตัวเอง อาทิ Rate Fixed 3 ปี หรือเลือกแบบขั้นบันได ที่ดอกเบี้ยค่อย ๆ ขยับขึ้น เป็นต้น
  • รองลงมาคืออัตราการผ่อนชำระ โดยอยู่ที่ 69% ต้องไม่เกินกำลังความสามารถในการผ่อนชำระของผู้ซื้อบ้าน และไม่กระทบค่าใช้จ่ายรายเดือนอื่น ๆ
  • ปิดท้ายอันดับสามด้วยระยะเวลาการผ่อนชำระ อยู่ที่ 56%
สำหรับปัจจัยระยะเวลาการผ่อนชำระเงินกู้ พบว่าคนไทยมากกว่าครึ่งชอบเงินกู้ระยะยาวไม่เกิน 25 ปี และคนที่มีรายได้สูงชอบผ่อนบ้านระยะเวลาสั้นกว่า เนื่องจากเสียดอกเบี้ยน้อยตามไปด้วย โดยกลุ่มที่มีรายได้สูง จำนวนไม่น้อยมองว่าระยะเวลาที่เหมาะสมในการผ่อนบ้าน ควรอยู่ที่ 10 ปีหรือต่ำกว่านั้น ในขณะที่กลุ่มคนที่มีรายได้ปานกลางและรายได้ต่ำ ส่วนใหญ่จะเลือกผ่อนบ้านภายในระยะเวลา 20-30 ปี เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่สัมพันธ์ไปกับระดับรายได้ การผ่อนชำระรายเดือนไม่เป็นภาระหนักจนเกินไป แต่ก็ต้องมากับการเสียดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
นอกจากระดับรายได้แล้ว ผู้ซื้อบ้านมักวางแผนการผ่อนชำระหนี้ให้สอดคล้องไปกับอายุหรือช่วงวัยของตนเอง เนื่องจากอายุมักอิงไปกับช่วงเวลาในการหารายได้ ผู้ตอบแบบสอบถามบางคนให้ข้อมูลว่าอยากผ่อนบ้านให้หมดก่อนวัยเกษียณ เพื่อไม่ให้เป็นภาระค่าใช้จ่ายในภายหลัง แน่นอนว่าสิ่งนี้ผู้ซื้อบ้านต้องพิจารณาร่วมด้วยเช่นกัน
สนใจรับบทความดีดี อัปเดต ข่าวอสังหาริมทรัพย์ และ อ่านคู่มือซื้อขาย พร้อม รีวิวโครงการคอนโดฯ ใหม่ บ้านใหม่ หลากหลายทำเลและราคา รวมถึง ทำความรู้จักกับทำเลฮอตทั่วกรุง เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการซื้อ-ขาย-เช่า
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น DDproperty by PropertyGuru ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท ออลพร็อพเพอร์ตี้ มีเดีย จำกัด ไม่สามารถรับรองหรือรับประกันเกี่ยวกับข้อมูล รวมทั้งไม่สามารถรับรองหรือรับประกันใด ๆ เกี่ยวกับความเหมาะสม สำหรับวัตถุประสงค์เฉพาะใด ๆ ของข้อมูล ตามขอบเขตสูงสุดที่กฎหมายอนุญาต แม้ว่าเราได้พยายามอย่างเต็มที่ เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ถูกต้อง เชื่อถือได้ และครบถ้วน ณ เวลาที่เขียน แต่ข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ไม่ควรนำไปใช้ในการตัดสินใจทางการเงิน, การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือทางกฎหมายทันที ผู้อ่านไม่ควรใช้ข้อมูลในบทความ แทนคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมซึ่งสามารถพิจารณาข้อเท็จจริงและสถานการณ์ส่วนตัวของคุณได้ ทั้งนี้ เราไม่สามารถรับผิดชอบใด ๆ หากคุณเลือกที่จะนำข้อมูลไปใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจ

คำนวณยอดผ่อนต่อเดือน

คำนวณยอดผ่อนชำระต่อเดือนตามอัตราดอกเบี้ยของคุณด้วยเครื่องมือคำนวณสินเชื่อนี้

คำนวณวงเงินกู้สูงสุด

คำนวณสินเชื่อบ้าน ยอดวงเงินกู้บ้านใหม่ที่คาดว่าจะได้รับจากแบงก์และยอดผ่อนชำระในแต่ละเดือน

คำนวณสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน

เช็กยอดผ่อนชำระต่อเดือนอัตราใหม่และจำนวนเงินที่คุณสามารถประหยัดได้หลังจากการทำรีไฟแนนซ์