คุชแมน แอนด์ เวคฟิลด์ คาดปี 69 คอนโดเปิดใหม่น้อย ไม่เกิน 15,000 ยูนิต

DDproperty Editorial Team
คุชแมน แอนด์ เวคฟิลด์ คาดปี 69 คอนโดเปิดใหม่น้อย ไม่เกิน 15,000 ยูนิต
[PR News] คุชแมน แอนด์ เวคฟิลด์ (ประเทศไทย) คาดการณ์คอนโดเปิดใหม่ในปี 2569 มีน้อย ไม่เกิน 15,000 ยูนิต โดยผู้ประกอบการอสังหาฯ จะให้ความสำคัญกับโครงการบ้านจัดสรรมากขึ้น
ตลาดคอนโดในปี 2568 เป็นอีกปีที่เห็นการชะลอตัวของโครงการใหม่แบบชัดเจน โดยทั้งปีมีคอนโดเปิดขายใหม่ประมาณ 16,408 ยูนิต และในไตรมาส 4 ปี 2568 มีคอนโดเปิดขายใหม่ประมาณ 3,100 ยูนิต ลดลงประมาณ 56% จากไตรมาสก่อนหน้านี้
ตามสภาวะเศรษฐกิจของประเทศที่ยังชะลอตัว ซึ่งปีที่ผ่านมารัฐบาลก็ไม่มีนโยบายหรือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชัดเจนออกมา มีเพียงเรื่อง การลดค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ และจดจำนองกับสถาบันการเงิน ที่ออกมาก่อนหน้าเท่านั้น ทั้งที่ผู้ประกอบการพยายามเรียกร้องกับรัฐบาลมาตลอด
นอกจากนี้ยังมีเรื่องอุทกภัยเกือบทุกภาคของประเทศไทย ทำให้ความสำคัญในเรื่องอื่น ๆ กลายเป็นเรื่องรอง และหลังจากนั้นก็ยุบสภา รอการเลือกตั้งใหม่ต้นปี 2569
อัปเดตมาตรการรัฐช่วยคนซื้อบ้าน

อัปเดตมาตรการรัฐช่วยคนซื้อบ้าน

คอนโดเปิดขายใหม่ในกรุงเทพฯ รายไตรมาส

นายสุรเชษฐ กองชีพ หัวหน้าฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา บริษัท คุชแมน แอนด์ เวคฟิลด์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า คอนโดที่เปิดขายใหม่ในปี 2568 มีราคาขายที่มากกว่า 100,000 บาทต่อตารางเมตรมากขึ้น และมีหลายโครงการที่มีราคาขายมากกว่า 200,000 บาทต่อตารางเมตร
นอกจากนี้ยังมีโครงการราคาแพงที่รอการเปิดขายอีกในปี 2569 ซึ่งเริ่มมีการประชาสัมพันธ์ออกมาบ้างแล้วในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 ผู้ประกอบการเลือกที่จะเปิดขายโครงการคอนโดลดลงแบบชัดเจน เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
เนื่องจากกำลังซื้อลดลงมาก อีกทั้งผู้ประกอบการพยายามปิดการขายโครงการที่สร้างเสร็จแล้วมากกว่าการเปิดขายโครงการใหม่ ซึ่งอาจจะมีการลดราคาหรือลดกำไรลงบ้าง เพื่อปิดการขายและโอนกรรมสิทธิ์ให้ได้มากที่สุดภายในปี 2568 จึงมีผลให้รายได้และกำไรของผู้ประกอบการลดลง แต่ก็ยังไม่ขาดทุน หรือมีรายได้ติดลบ มีแค่ในส่วนของกำไรที่น้อยลงเท่านั้นแต่ก็ยังกำไรอยู่

คอนโดเปิดขายใหม่ในกรุงเทพฯ แยกตามระดับราคา

ปี 2569 อาจจะเป็นอีกปีที่ผู้ประกอบการเลือกที่จะระบายสต็อกมากกว่าการเปิดขายโครงการใหม่แบบจริงจัง เพราะดูจากสถานการณ์ที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจและการเมืองภายในประเทศไทย รวมไปถึงทิศทางความขัดแย้งในแต่ละภูมิภาค
ดังนั้น ปี 2569 คงเป็นอีกปีที่ภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยคงไม่ได้ดีขึ้นแบบก้าวกระโดด ภาคการท่องเที่ยวคงดีกว่าปี 2568 นักท่องเที่ยวจีนอาจจะกลับมาประเทศไทยมากขึ้น กระแสด้านลบลดลงแบบชัดเจน และความขัดแย้งกับญี่ปุ่นทำให้นักท่องเที่ยวชาวจีนอาจจะกลับมาเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น แม้ว่าต้องแข่งขันกับเวียดนามก็ตาม
การเปิดขายโครงการใหม่ทั้งบ้านจัดสรรและคอนโดอาจจะไม่แตกต่างจากปี 2568 ที่ผ่านมามากนัก โดยที่น่าสนใจ คือ โครงการที่มีราคาขายมากกว่า 100,000 บาทต่อตารางเมตรขึ้นไปอาจจะมีจำนวนมากขึ้น
แต่ที่เห็นได้แน่นอนเลย คือ ผู้ประกอบการยังคงลดสัดส่วนโครงการคอนโดมิเนียม หรือบ้านจัดสรรราคาไม่แพงลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาที่ผ่านมา
ตลาดที่อยู่อาศัยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เห็นได้ชัดเจนว่ามีชาวต่างชาติเข้ามาเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ซื้อขนาดใหญ่โดยเฉพาะชาวจีน และเห็นได้ชัดเจนในตลาดคอนโดที่จะเห็นได้ว่าผู้ประกอบการมีการขายให้กลุ่มผู้ซื้อชาวจีนโดยตรง หรือมีการขายแบบบิ๊กล้อตให้กับตัวแทนนายหน้าในการนำไปเสนอขายต่อให้กับกลุ่มผู้ซื้อชาวจีน ซึ่งเป็นการยืนยันถึงความสำคัญของกลุ่มผู้ซื้อชาวจีนในตลาดคอนโดในประเทศไทย
ตลาดคอนโดในปี 2569 อาจจะยังต้องพึ่งพากำลังซื้อต่างชาติโดยเฉพาะชาวจีนต่อเนื่อง เพราะกำลังซื้อคนไทยอาจจะไม่เพียงพอในการขับเคลื่อนตลาด ซึ่งช่วงตั้งแต่ 2566 เป็นต้นมา การโอนกรรมสิทธิ์คอนโดของชาวต่างชาติในประเทศไทย อยู่ในระดับที่ค่อนข้างคงที่มีการเปลี่ยนแปลงในแต่ละไตรมาสไม่มากนัก โดยมีการโอนกรรมสิทธิ์ในช่วงระหว่าง 3,300-3,900 ยูนิตต่อไตรมาส มากน้อยสลับกันไป
โครงการคอนโดอาจจะมีการเปิดขายใหม่ไม่มากนักในปี 2569 โดยคาดว่าจะมีคอนโดเปิดขายใหม่ไม่เกิน 15,000 ยูนิตเท่านั้น ผู้ประกอบการจะให้ความสำคัญกับโครงการบ้านจัดสรรมากขึ้น
โดยโครงการบ้านจัดสรรอาจจะพยายามหากลุ่มลูกค้าที่จำเพาะเจาะมากขึ้น ขนาดโครงการอาจจะไม่ได้ใหญ่มากเน้นปิดการขายเร็ว รวมไปถึงโครงการคอนโดที่อาจจะมีหลายระดับราคาเช่นเดิม เพียงแต่ผู้ประกอบการบางรายอาจจะเน้นไปที่ระดับราคาขายมากกว่า 100,000 บาทต่อตารางเมตรมากขึ้น ไม่เน้นโครงการที่จับกลุ่มลูกค้าระดับกลางลงไปมากเท่าไหร่ หรือถ้าเป็นโครงการที่มีราคาขายต่ำกว่านี้ก็ต้องมั่นใจทั้งในเรื่องของยอดขายว่าจะสูงหรือสามารถปิดการขายได้
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการจะใช้ข้อมูลที่มีเพื่อนำมาใช้ทางการตลาดหรือประกอบการพัฒนาโครงการ ไม่ได้เปิดขายโครงการแบบตาม ๆ กันไปในทำเลใดทำเลหนึ่งแบบที่เคยเป็นก่อนหน้า อาจจะเคยเห็นภาพทำเลที่มีโครงการเปิดขายใหม่ในเวลาที่ไล่เลี่ยกัน อีกทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการที่ต้องมีค่าใช้จ่ายเยอะในการดูแลหรือบำรุงรักษาในระยะยาวอาจจะมีน้อยลง
สิ่งที่ต้องจับตามองในตลาดที่อยู่อาศัยยังคงเป็นเรื่องของหนี้ครัวเรือนที่มีผลต่อการขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยรวมไปถึงการใช้จ่ายของคนไทยในระยะยาว ประกอบกับ สถานการณ์ทางการเมืองหลังการเลือกตั้งที่อาจจะใช้เวลาในการจัดตั้งรัฐบาลพอสมควร นโยบายรัฐบาลใหม่จะออกมาในทิศทางใดหรือจะมีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือไม่ยังไม่ทราบแน่ชัด
ดังนั้น เศรษฐกิจคงยังไม่ดีขึ้นในปี 2569 และจะมีผลต่อการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย อาจจะเป็นปีที่แทบไม่มีการขยายตัวของตลาดที่อยู่อาศัยเลย หรืออาจจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีกว่าปี 2568 ที่ผ่านมาไม่มากนัก ผู้ประกอบการบางรายอาจจะไม่มีการเปิดขายโครงการคอนโดเลยก็เป็นไปได้ แต่อาจจะต้องดูทิศทางช่วงไตรมาส 1 ปี 2569 หลังการเลือกตั้งอีกครั้ง รวมไปถึงยังต้องดูปัจจัยต่าง ๆ อีกหลายอย่างที่อาจจะเกิดขึ้นภายในปี 2569
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น DDproperty by PropertyGuru ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท ออลพร็อพเพอร์ตี้ มีเดีย จำกัด ไม่สามารถรับรองหรือรับประกันเกี่ยวกับข้อมูล รวมทั้งไม่สามารถรับรองหรือรับประกันใด ๆ เกี่ยวกับความเหมาะสม สำหรับวัตถุประสงค์เฉพาะใด ๆ ของข้อมูล ตามขอบเขตสูงสุดที่กฎหมายอนุญาต แม้ว่าเราได้พยายามอย่างเต็มที่ เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ถูกต้อง เชื่อถือได้ และครบถ้วน ณ เวลาที่เขียน แต่ข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ไม่ควรนำไปใช้ในการตัดสินใจทางการเงิน, การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือทางกฎหมายทันที ผู้อ่านไม่ควรใช้ข้อมูลในบทความ แทนคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมซึ่งสามารถพิจารณาข้อเท็จจริงและสถานการณ์ส่วนตัวของคุณได้ ทั้งนี้ เราไม่สามารถรับผิดชอบใด ๆ หากคุณเลือกที่จะนำข้อมูลไปใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจ