ฟังก์ชันบ้านแบบไหนตอบโจทย์คนรักษ์โลก

DDproperty Editorial Team
ฟังก์ชันบ้านแบบไหนตอบโจทย์คนรักษ์โลก
ช่วงปีที่ผ่านมาประเด็นที่สังคมได้พูดถึงมากเป็นอันดับต้น ๆ คือปัญหาด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมตลาดอสังหาฯในยุคนี้จึงต้องมีการปรับตัวตามทั้งทางฝั่งผู้บริโภคและผู้พัฒนาอสังหาฯ เพราะทุกคนล้วนเป็นส่วนหนึ่งของสังคมและธรรมชาติ เทรนด์การอยู่อาศัยในยุคนี้จึงต้องให้ความสำคัญกับความยั่งยืนในระยะยาวกันมากขึ้น เน้นรักษ์สิ่งแวดล้อมประหยัดพลังงานและดีต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัย
ที่อยู่อาศัยที่ยั่งยืนได้กลายเป็นเทรนด์ไปในหลายประเทศทั่วโลกข้อมูลจากผลสำรวจ DDproperty’s Thailand Consumer Sentiment Study รอบล่าสุด พบว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่ต่างต้องการที่อยู่อาศัยที่ยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ดังนั้นบ้านที่พวกเขาต้องการจึงต้องมีทำเลที่ดีเดินทางสะดวกลดการใช้ยานพาหนะได้และเป็นบ้านที่ประหยัดไฟฟ้าซึ่งสอดคล้องกับแบบสำรวจฯชุดเดียวกันในประเทศอื่น ๆ ที่อยู่ในอาเซียน
ยกตัวอย่างประเทศอินโดนีเซียผู้บริโภคกว่า 48% ต้องการบ้านที่ออกแบบมาเพื่อประหยัดค่าไฟฟ้ามากที่สุดส่วนในประเทศมาเลเซียและไทยเน้นหนักไปที่ทำเลของบ้านมาเป็นอันดับหนึ่งสามารถเดินทางสัญจรด้วยระบบขนส่งสาธารณะได้อย่างสะดวกโดยไม่จำเป็นต้องใช้รถยนต์ส่วนตัวโดยอยู่ที่ 57% และ 52% ตามลำดับและประเด็นรองลงมายังคงเป็นเรื่องบ้านที่ประหยัดไฟฟ้าเช่นเดียวกันนอกจากนี้ทั้ง 3 ประเทศยังให้ความสำคัญกับบ้านที่มีอุปกรณ์สำหรับแปรรูปขยะอีกด้วย

4 ฟีเจอร์บ้านยอดนิยม เทรนด์รักษ์โลก

CSS H2 2021
สำหรับฟีเจอร์บ้านยอดนิยมที่ผู้บริโภคในแถบประเทศอาเซียน (สิงคโปร์ มาเลเซียและไทย) ต้องการมากที่สุด 4 อันดับ ประกอบไปด้วย หน้าต่างและประตูที่มีฉนวนกันความร้อนสูง, ระบบระบายความร้อนอัจฉริยะ, หลังคาโซล่าเซลล์และฟังก์ชันที่ดูดซับมลภาวะภายในบ้าน
ซึ่งฟีเจอร์ทั้ง 4 ข้อดัง ได้รับความนิยมมากที่สุดในภาพรวมของทั้ง 3 ประเทศ ทั้งนี้หากโฟกัสเฉพาะประเทศไทย จะพบว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่ต้องการ
  • หลังคาโซล่าเซลล์ มากถึง 62%
  • ระบบระบายความร้อนอัจฉริยะ 58%
  • ฟังก์ชันที่ดูดซับมลภาวะภายในบ้าน 48%
  • หน้าต่างและประตูที่มีฉนวนกันความร้อนสูง 47%
ทั้งนี้กลุ่มผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับหลังคาโซล่าเซลล์มากที่สุด เป็นกลุ่มอายุ 22-29 ปี โดยมีสัดส่วนมากถึง 70% และยังสามารถจำแนกเป็นกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางและรายได้สูง 75% และ 77% ตามลำดับ
สรุปให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้นได้ว่า กลุ่มผู้บริโภคที่อายุไม่ถึง 30 ปี รวมถึงกลุ่มที่มีรายได้ที่ไม่ต่ำจนเกินไป มีรายได้ค่อนไปทางสูง ต่างให้ความสำคัญกับบ้านที่ประหยัดพลังงานไฟฟ้า ดังนั้นพวกเขาอาจมีแนวโน้มต้องการบ้านที่มีหลังคาโซล่าเซลล์ ถึงแม้ราคาจะสูงกว่าบ้านโดยทั่วไปก็ตาม มองอีกด้านคือการลงทุนในระยะยาว สามารถช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้ในอนาคต

การใช้ชีวิตอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคนไทย

CSS H2 2021
ผลสำรวจ DDproperty’s Thailand Consumer Sentiment Study รอบล่าสุดยังสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคในยุคนี้ต่างต้องการใช้ชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากถึง 60% พร้อมให้ความสำคัญกับสุขภาพของตัวเองและสมาชิกครอบครัวท่ามกลางวิกฤติโรคระบาดรวมถึงภาวะสิ่งแวดล้อมที่เสื่อมโทรมไปมากในปัจจุบันจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้คนส่วนใหญ่หันมาใส่ใจในประเด็นใกล้ตัวกันมากขึ้น
กลุ่มผู้บริโภคที่อายุ 40-49 ปีซึ่งเป็นกลุ่มวัยกลางคนเป็นกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับฟีเจอร์บ้านที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพมากที่สุดถึง 67% รองลงมาเป็นกลุ่มผู้สูงวัยอายุ 60 ปีขึ้นไปให้ความสำคัญกับประเด็นเดียวกันนี้ถึง 66% นอกจากนี้ยังพบว่ากลุ่มที่มีรายได้น้อยจำนวนกว่า 63% ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและสุขภาพมากกว่าคนที่มีรายได้ปานกลาง-สูง

ปัจจัยที่ทำให้ Work from Home มีประสิทธิภาพ

ที่อยู่อาศัยที่ยั่งยืนนอกจากจะตอบโจทย์เรื่องสิ่งแวดล้อมแล้วต้องตอบความต้องการใช้งานของผู้อยู่อาศัยในยุคสมัยนี้ด้วยเนื่องจากมีปัจจัยเรื่องโรคระบาดอย่าง Covid-19 ที่ทำให้ผู้คนต้องเว้นระยะห่างทางสังคมเพื่อความปลอดภัยดังนั้น “บ้าน” จึงกลายเป็นสถานที่ทำงานหรือออฟฟิศส่วนตัวของคนในปัจจุบันไปโดยปริยาย
การ Work from Home หรือทำงานที่บ้าน ต้องมีปัจจัยที่พร้อมหลาย ๆ อย่าง จึงจะช่วยให้การทำงานนั้นสำเร็จลุล่วงและราบรื่นไปได้ด้วยดี จากการสอบถามความคิดเห็นของผู้บริโภคในประเทศไทย พบว่าปัจจัยที่จะช่วยสนับสนุนให้การ Work from Home มีประสิทธิภาพ 5 อันดับแรก ประกอบไปด้วย
  • อากาศถ่ายเท 65%
  • ระบบระบายความร้อนและประหยัดพลังงานอัจฉริยะ 49%
  • อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง 48%
  • ขนาดของที่อยู่อาศัย 44%
  • แสงธรรมชาติ 44%
CSS H2 2021
โดยกลุ่มที่ให้น้ำหนักปัจจัยเหล่านี้มากที่สุด ได้แก่ กลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางและสูง คาดการณ์ได้ว่าเป็นกลุ่มที่ต้องใช้ทักษะทำงานสูง ยกตัวอย่าง เช่น พนักงานออฟฟิศ ดังนั้นจึงสามารถปรับเปลี่ยนมาทำงานที่บ้านได้ และเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ Work from Home จึงสามารถให้ความคิดเห็นเรื่องปัจจัยที่สนับสนุนให้การทำงานที่บ้านมีประสิทธิภาพได้ ซึ่งกลั่นกรองมาจากประสบการณ์ตรงของตนเอง
ผลการสำรวจนี้ยังเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับประเทศเพื่อนบ้าน อย่างประเทศมาเลเซีย ผู้บริโภคมองว่าการ Work from Home ควรมีปัจจัยที่เอื้อให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมคล้ายคลึงกับผลการสำรวจของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องมีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง แสงธรรมชาติ ระบบระบายความร้อนอัจฉริยะ และการระบายอากาศตามธรรมชาติ
การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในยุคนี้จึงควรสอดคล้องไปกับความต้องการของผู้บริโภค ไม่ว่าจะในมิติของสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ รวมไปถึงการทำงานจากที่บ้าน บทบาทของ “ที่อยู่อาศัย” นั้นเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก
เมื่อเทรนด์เปลี่ยน ผู้พัฒนาโครงการก็ต้องปรับตัวตาม เช่น หันมาให้ความสำคัญกับฟีเจอร์บ้านที่ประหยัดพลังงานมากขึ้น เน้นระบายความร้อนและป้องกันมลภาวะต่าง ๆ เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยมีความปลอดภัย นอกจากนี้ต้องพัฒนาบ้านให้เหมาะสำหรับทำกิจกรรมได้อย่างหลากหลาย โดยเฉพาะพื้นที่ทำงานที่ต้องมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
การดำรงชีวิตอย่างยั่งยืนเป็นสิ่งสำคัญของประเทศในภูมิภาคนี้ แม้ว่ายังมีผู้บริโภคจำนวนไม่มากนักที่ยินดีจะจ่ายให้ความยั่งยืนเหล่านั้น เนื่องจากความยั่งยืนอาจมาพร้อมราคาแพง เข้าถึงได้เฉพาะคนที่มีรายได้สูง นอกจากนี้ยังพบว่าสถานการณ์โควิด-19 ไม่ได้ลดทอนความสนใจในการซื้อบ้านลง ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ตั้งใจที่จะซื้ออสังหาริมทรัพย์ในอนาคต แต่ความไม่แน่นอนของราคาบ้าน ส่งผลให้คนส่วนใหญ่มองว่าบ้านราคาแพง นั่นจึงเป็นอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดในการซื้อ
สนใจรับบทความดีดี อัปเดต ข่าวอสังหาริมทรัพย์ และ อ่านคู่มือซื้อขาย พร้อม รีวิวโครงการคอนโดฯ ใหม่ บ้านใหม่ หลากหลายทำเลและราคา รวมถึง ทำความรู้จักกับทำเลฮอตทั่วกรุง เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการซื้อ-ขาย-เช่า