ย้ายบ้านอย่างไรให้ง่ายและประหยัด

ย้ายบ้านจากหลังที่อยู่อาศัยมานานไปสู่บ้านหลังใหม่ ไม่เหมือนกับการย้ายออกจากหอพักหรือบ้านเช่าที่สามารถเก็บข้าวของเพียงแค่ไม่กี่ชิ้นแล้วก็ไปได้เลย จำเป็นต้องมีการเตรียมความพร้อม และมีแผนการที่ชัดเจน

รวมทั้งยังต้องจัดการเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ต่าง ๆ ที่มีผลทางกฎหมายให้เรียบร้อยด้วย ไม่อย่างนั้นจะมีความยุ่งยากตามมาในภายหลังแน่นอน แล้วก็ต้องวุ่นวายคอยเดินทางกลับไปกลับมาอีกหลายรอบ เสียทั้งเงิน และเวลาโดยใช่เหตุ

หากใครกำลังมีความคิดจะย้ายบ้าน อย่างน้อยควรเตรียมตัวล่วงหน้า เพื่อหาแนวทางที่ตัวเองสะดวกมากที่สุด และขาดเหลือสิ่งใดก็จะได้จัดหามาทดแทนได้ทันท่วงที แต่ถ้าไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นที่ตรงไหน ลองดูแนวทางในการเตรียมตัวต่อไปนี้ได้เลย

 

สิ่งที่ต้องจัดการให้เรียบร้อยก่อนย้ายบ้าน

เมื่อเราเป็นเจ้าของบ้านที่มีสิทธิ์ในทรัพย์สินชิ้นนี้อย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ก่อนจะย้ายออกก็ต้องตัดสินใจให้ได้ก่อนว่าจะทำอย่างไรกับบ้านหลังเก่า จะปล่อยเช่าหรือประกาศขาย เพราะแต่ละทางเลือกจำเป็นจะต้องดำเนินการในเรื่องของเอกสารแตกต่างกัน

 

1. กรณีปล่อยเช่า

กรณีปล่อยเช่าอาจจะยังไม่ต้องยุ่งยากกับเรื่องการโอนกรรมสิทธิ์และหนี้สิน แต่ก็ต้องคิดว่าจะให้ใครเป็นผู้ดูแลเรื่องการปล่อยเช่า จะจัดการด้วยตัวเองทั้งหมด หรือมีฝ่ายนิติบุคคลจะเป็นผู้ดูแลให้

ถ้าต้องดำเนินการทุกอย่างผ่านฝ่ายนิติบุคคล จะต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง ควรสอบถามและรีบเตรียมการแต่เนิ่น ๆ อย่ารอจนถึงวันที่ใกล้จะย้ายบ้านเพราะเราไม่มีทางรู้ว่าจะติดปัญหาอะไรระหว่างการทำเรื่องหรือไม่

2. กรณีประกาศขาย

กรณีประกาศขายสิ่งแรกที่ต้องทำให้เสร็จลุล่วงไปก็คือภาระหนี้สิน ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าส่วนกลางและค่าบริหารจัดการต่าง ๆ อันนี้พูดถึงในกรณีที่เป็นบ้านในโครงการบ้านเท่านั้น แต่หากเป็นบ้านที่เราปลูกสร้างขึ้นมาบนที่ดินของตัวเอง ภาระหนี้สินก็จะอยู่ในรูปแบบของการกู้ยืมจากธนาคารซึ่งก็ต้องจัดการให้เรียบร้อยก่อนด้วยเหมือนกัน

จากนั้นก็ประกาศขายได้ทันที พร้อมกับมีการวางแผนเกี่ยวกับการโอนกรรมสิทธิ์เอาไว้ล่วงหน้า เอกสารอะไรที่ต้องใช้ให้จัดหาเอาไว้เลยไม่ต้องรอ เพราะบางอย่างเราอาจต้องขอกับหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งมันจะยุ่งยากมากหากต้องมารื้อในภายหลังที่ย้ายบ้านออกไปนานแล้ว

การเตรียมการทั้งหมดนี้ต้องอ้างอิงกับกำหนดเวลาด้วย ต้องดูว่าวันที่ต้องย้ายออกคือวันไหน ถ้าใครที่ไม่ได้มีเงื่อนไขอะไร เสร็จเมื่อไรค่อยย้ายออกไป แบบนั้นก็ไม่มีปัญหาเพียงแค่ทำงานไปตามลำดับขั้นก็เป็นอันใช้ได้ แต่บางคนอาจจะเหตุจำเป็นที่ต้องย้ายออกภายในเวลาที่แน่นอน ก็ควรวางแผนย้ายข้าวของทั้งหมดให้เรียบร้อยสัก 1-2 วันก่อนกำหนด เพื่อให้เวลาที่เหลือเป็นช่วงของการเก็บรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง

 

 

จัดการกับของชิ้นใหญ่ก่อน ย้ายเองได้หรือต้องจ้างคนย้าย

ยิ่งอยู่บ้านหลังเดิมมานานเท่าไรข้าวของชิ้นใหญ่ก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นตู้เสื้อผ้า เตียงนอน ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ต้องทำการประเมินภาพรวมว่าข้าวของเครื่องใช้เหล่านี้มีมากน้อยแค่ไหน และจะขนย้ายอย่างไร ย้ายบ้านด้วยตัวเองได้ไหมหรือจ้างคนอื่นมาย้ายให้ดีกว่า มีหลักการพิจารณาง่าย ๆ ดังนี้

1. ถ้าอาศัยอยู่บ้านเพียงลำพัง การจ้างคนมาขนย้ายเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะอย่างน้อยที่สุดก็ต้องใช้กำลังคน 2 คนในการยกของชิ้นใหญ่ ยิ่งถ้าต้องยกขึ้นรถเพื่อขนย้ายด้วยแล้ว การทำด้วยตัวเองคนเดียวนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

2. ถ้ามีรถสำหรับขนย้ายได้เองและมีคนช่วยอยู่แล้ว ให้ลองคำนวณดูว่าจะต้องขนย้ายกันกี่รอบ และจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางเท่าไร หากบ้านหลังใหม่อยู่ไม่ไกลจากที่เก่านักก็น่าจะขนย้ายเองได้ แต่ถ้าอยู่ไกลแบบข้ามจังหวัดแล้วต้องเทียวไปเทียวมาหลายรอบ แบบนี้จ้างคนย้ายที่มีรถคันใหญ่มาช่วยก็จะคุ้มค่ากับเงินและเวลาที่เสียไปมากกว่า

 

ของชิ้นเล็ก แพ็คลงกล่องขนย้ายง่ายกว่า

หลังจากจัดการกับของชิ้นใหญ่เรียบร้อยแล้ว ก็จะเหลือแต่ข้าวของจิปาถะชิ้นเล็ก ๆ วิธีการที่ดีที่สุดในการขนย้ายก็คือจัดเรียงของทั้งหมดลงกล่องขนาดเท่า ๆ กัน ใส่วัสดุกันการกระแทกตามความเหมาะสม พร้อมกับปิดกล่องจนแน่นหนาทุกด้านเพื่อให้ย้ายบ้านได้สะดวก โดยที่ของด้านในไม่เกิดความเสียหาย แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น ให้คัดแยกก่อนว่าส่วนไหนจะขนไปและส่วนไหนจะเก็บทิ้ง จะได้ลดปริมาณของที่ไม่จำเป็นให้น้อยลงด้วย

 

 

วิธีวางแผนการขนย้ายไม่ให้งบบานปลาย

เวลาที่คนส่วนใหญ่วุ่นวายกับการย้ายบ้านมักจะไม่ทันสังเกตว่าตัวเองจ่ายค่าอะไรไปบ้างแล้วในระหว่างทาง รู้ตัวอีกทีก็พบว่าค่าใช้จ่ายบานปลายไปมาก ซึ่งมักจะเป็นรายจ่ายยิบย่อยที่มีเพิ่มเติมขึ้นมาในภายหลัง ดูเผิน ๆ ก็เหมือนไม่เท่าไรแต่พอรวมยอดได้มันกลับมากกว่าที่คิด

ปัญหานี้จะไม่เกิดขึ้นถ้าเราวางแผนให้ดีตั้งแต่เริ่มต้น โดยกำหนดงบประมาณที่จะใช้ในตั้งแต่เริ่มต้นจนย้ายบ้านแล้วเสร็จเป็นตัวเลขกลม ๆ เอาไว้ก่อน แล้วทำการแจกแจงว่าส่วนไหนมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่บ้าง เช่น ค่ากล่องและอุปกรณ์สำหรับแพ็คของเป็นเงินเท่าไร ค่าจ้างรถขนย้ายคิดรอบละเท่าไร ค่าดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารรวมเบ็ดเสร็จเป็นเท่าไร

จากนั้นลองรวมยอดดูว่าเกินจากงบประมาณที่ตั้งใจไว้หรือไม่ ถ้าเกินก็ให้หาช่องทางลดค่าใช้จ่ายลง ดังนี้

1. เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายระหว่างการเพิ่มขนาดของรถขนย้ายแล้วลดจำนวนเที่ยวลง กับใช้รถขนาดเล็กลงมาแต่มีจำนวนเที่ยวเพิ่มมากขึ้น แบบไหนคุ้มค่ามากกว่า

2. ตัดใจทิ้งของที่ไม่จำเป็นออกไปให้ได้มากที่สุด เพื่อลดปริมาณข้าวของเครื่องใช้ที่ต้องขนย้าย

3. จัดการกับของชิ้นเล็กที่ต้องแพ็คลงกล่องให้เรียบร้อยก่อน ค่อยหาซื้อกล่องบรรจุที่ไม่เล็กเกินไปและซื้อเพียงแค่พอดีที่ต้องใช้

4. วางแผนการเดินเรื่องเอกสารให้เสร็จสิ้นในรอบเดียว เพื่อลดค่าใช้จ่ายแฝงต่าง ๆ เช่น ค่าเดินทาง ค่าธรรมเนียม

เพียงแค่นี้ก็จะทำให้รู้ตั้งแต่ต้นเลยว่าทั้งหมดที่ต้องจ่ายจริง ๆ เป็นเท่าไร แล้วก็แค่ควบคุมดูแลไม่ให้มีอะไรผิดไปจากแผนที่วางไว้มากนัก ทางที่ดีควรแบ่งเงินก้อนสำหรับการย้ายบ้านเอาไว้ต่างหากด้วย จะได้ไม่จัดการดูแลได้ง่ายขึ้น

 

สนใจรับบทความดีดี อัปเดต ข่าวอสังหาริมทรัพย์ และ อ่านคู่มือซื้อขาย พร้อม รีวิวโครงการคอนโดฯ ใหม่ บ้านใหม่ หลากหลายทำเลและราคา รวมถึง ทำความรู้จักกับทำเลฮอตทั่วกรุง เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการซื้อ-ขาย-เช่า

อ่านอะไรต่อดี

เครื่องคำนวณดอกเบี้ย & สินเชื่อ
Affordability Calculator Icon
ตรวจสอบยอดวงเงินกู้บ้านใหม่ที่คาดว่าคุณจะได้รับการพิจารณาจากแบงก์และยอดผ่อนชำระในแต่ละเดือน
Repayment Calculator Icon
คำนวณยอดผ่อนชำระต่อเดือนตามอัตราดอกเบี้ยของคุณด้วยเครื่องมือคำนวณสินเชื่อนี้
฿
Interest Rate And loan Icon
เพียงใส่ยอดเงินกู้ที่คุณต้องการ เราจะคำนวณให้คุณเห็นถึงยอดผ่อนชำระต่อเดือนตามระยะเวลาผ่อนและอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกัน

รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญไม่ว่าคุณจะมีคำถามใด ๆ !

ใช้งานหมวด AskGuru เพื่อรับสิทธิพิเศษในการเข้าถึงคำตอบกว่าพันคำถามจากตัวแทนเอเยนท์และผู้เชี่ยวชาญของเรา 💬⭐👍