รวมแอป-เว็บไซต์ ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม เช็กระดับน้ำ เบอร์ฉุกเฉิน

DDproperty Editorial Team
รวมแอป-เว็บไซต์ ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม เช็กระดับน้ำ เบอร์ฉุกเฉิน
รวมแอป-เว็บไซต์ ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม ที่ควรมีติดมือถือไว้ในช่วงหน้าฝน เพราะฝนตกหนักเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ทำให้หลายพื้นที่มีน้ำท่วมขังได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นถนนเส้นหลักที่ต้องใช้ไปทำงาน ซอยหน้าบ้าน หรือพื้นที่ริมแม่น้ำที่ต้องคอยดูระดับน้ำจากเขื่อนต้นทาง การมีเครื่องมือเช็กสถานการณ์ไว้ในมือจึงช่วยให้ตัดสินใจได้เร็วขึ้น ว่าควรออกจากบ้านไหม ควรเลี่ยงเส้นทางไหน หรือควรเตรียมขนของขึ้นที่สูงหรือยัง
บทความนี้รวบรวมแอป-เว็บไซต์ ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม ที่ใช้งานได้จริง พร้อมเบอร์โทรฉุกเฉินที่ควรบันทึกไว้ในเครื่อง เผื่อจำเป็นต้องใช้ในยามคับขัน

เว็บไซต์เช็กน้ำท่วม เปิดในเบราว์เซอร์ได้เลย ไม่ต้องโหลดแอป

เริ่มจากเว็บไซต์ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งเหมาะกับคนที่อยากเช็กข้อมูลเร็ว ๆ ผ่านมือถือหรือคอมพิวเตอร์ โดยไม่เปลืองพื้นที่เครื่อง

1. Floodboard – ถนนไหนผ่านได้ ผ่านไม่ได้ แบบเรียลไทม์

floodboard.org เว็บแผนที่น้ำท่วมที่ตอบคำถามสำคัญที่สุดของคนเดินทางว่า “ถนนเส้นนี้ท่วมไหม รถผ่านได้หรือเปล่า” โดยรวบรวมข้อมูลจากเซ็นเซอร์วัดระดับน้ำของหน่วยงานรัฐ ผสานกับรายงานจากผู้ใช้ที่อยู่ในพื้นที่จริง
ผู้ใช้จึงเห็นความลึกของน้ำโดยประมาณบนถนนแต่ละเส้น และสามารถค้นหาสถานการณ์รายเขตหรือรายถนนได้ พร้อมช่วยวางแผนเส้นทางเลี่ยงจุดที่น้ำท่วมสูง
  • เหมาะกับ : คนที่ต้องขับรถหรือเดินทางในช่วงฝนตกหนัก และอยากรู้ว่าถนนเส้นไหนควรเลี่ยง

2. Longdo Traffic – เช็กเส้นทางจราจร ก่อนออกจากบ้าน

traffic.longdo.com เว็บแผนที่จราจรที่แสดงสภาพการจราจรแบบสด พร้อมรวบรวมรายงานเหตุการณ์บนท้องถนน รวมถึงจุดน้ำท่วมขัง ช่วยให้วางแผนการเดินทาง เลือกเส้นทางที่รถไม่ติดและไม่ต้องลุยน้ำ
  • เหมาะกับ : คนที่อยากดูภาพรวมการจราจรควบคู่กับจุดน้ำท่วมก่อนออกเดินทาง

3. ThaiWater – ดูระดับน้ำ เขื่อนทั่วประเทศ

thaiwater.net คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ จากสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) ที่รวมข้อมูลจากหลายหน่วยงานไว้ในที่เดียว ทั้งระดับน้ำในแม่น้ำ ปริมาณน้ำในเขื่อน ปริมาณฝน และข้อมูลพยากรณ์อากาศ ช่วยให้เห็นภาพรวมสถานการณ์น้ำทั้งประเทศ
  • เหมาะกับ : คนที่อาศัยอยู่ใกล้แม่น้ำหรือพื้นที่ท้ายเขื่อน และอยากติดตามแนวโน้มระดับน้ำล่วงหน้า

แอปที่ควรโหลดติดเครื่องไว้

สำหรับคนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง หรืออยากได้รับข้อมูลและแจ้งเตือนอย่างต่อเนื่อง แนะนำให้ติดตั้งแอปเหล่านี้ไว้

1. เช็คน้ำ (GISTDA) – จุดที่ยืนอยู่เสี่ยงน้ำท่วมไหม

แอปจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ที่ใช้ข้อมูลดาวเทียมและ AI ช่วยเช็กว่าพื้นที่ที่คุณอยู่หรือสนใจเสี่ยงน้ำท่วมแค่ไหน พร้อมแจ้งเตือนน้ำล้นตลิ่งและพยากรณ์ฝนรายชั่วโมง ดาวน์โหลดได้ทั้ง iOS และ Android
  • เหมาะกับ : คนที่อยากรู้ความเสี่ยงของพื้นที่บ้าน ที่ทำงาน หรือปลายทางที่กำลังจะไป

2. DWR4THAI (กรมทรัพยากรน้ำ) – สถานการณ์น้ำ 24 ชม. พร้อมเตือนภัยน้ำหลาก ดินถล่ม

แอปจากกรมทรัพยากรน้ำ สำหรับติดตามสถานการณ์น้ำแบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง มีเมนูเตือนภัยล่วงหน้าสำหรับพื้นที่เสี่ยงน้ำหลากและดินถล่ม
  • เหมาะกับ : คนที่อยากติดตามสถานการณ์ฝนและน้ำในภาพกว้าง เพื่อเตรียมรับมือล่วงหน้า

3. DPM Reporter (ปภ.) – ข่าวเตือนภัยรายวัน

แอปจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่รองรับการแจ้งเตือนภัยเฉพาะพื้นที่ผ่านระบบ Cell Broadcast เด้งเข้าหน้าจอมือถือทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ซึ่งไม่ควรเพิกเฉยเพราะเป็นการแจ้งเตือนภัยตรงในพื้นที่เสี่ยง
  • เหมาะกับ : ทุกคนที่อยากได้รับข่าวเตือนภัยอย่างเป็นทางการทันเวลา
รวมแอป-เว็บไซต์ ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม เช็กระดับน้ำ เบอร์ฉุกเฉิน

เบอร์ฉุกเฉินที่ควรบันทึกไว้

เบอร์ฉุกเฉินทั่วประเทศ

เบอร์โทรหน่วยงาน / ใช้เมื่อ
1784 หรือ LINE @1784DDPMแจ้งเหตุ ขอความช่วยเหลือ และอพยพ (ปภ.)
1669เจ็บป่วยฉุกเฉิน (สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ – สพฉ.)
1129ไฟฟ้าขัดข้อง (การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค – กฟภ.)

เบอร์เฉพาะ กทม.-นนทบุรี-สมุทรปราการ

เบอร์โทรหน่วยงาน / ใช้เมื่อ
1555แจ้งน้ำท่วม (กรุงเทพมหานคร)
1130ไฟฟ้าขัดข้อง (การไฟฟ้านครหลวง – กฟน.)
1125น้ำประปาขัดข้อง (การประปานครหลวง – กปน.)

รวมแอป-เว็บไซต์ ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม เลือกใช้ให้ตรงกับที่อยากรู้

อยากรู้อะไรใช้ตัวไหน
ถนนเส้นนี้ท่วมไหม รถผ่านได้หรือเปล่าFloodboard
ควรไปเส้นทางไหน รถติดตรงไหนLongdo Traffic
ระดับน้ำในแม่น้ำ เขื่อนเป็นอย่างไรThaiWater
บ้าน/ที่ทำงานอยู่ในจุดเสี่ยงไหมเช็คน้ำ (GISTDA)
มีประกาศเตือนภัยอะไรบ้างDPM Reporter (ปภ.), DWR4THAI
ต้องการความช่วยเหลือด่วนโทร 1784 / 1669

เคล็ดลับเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม

  1. กดเซฟเว็บไซต์และเบอร์โทรไว้ล่วงหน้า : ไม่ควรรอให้น้ำมาก่อนแล้วค่อยหา เพราะตอนฉุกเฉินอาจไม่มีเวลาค้นข้อมูล
  2. แชร์ข้อมูลให้คนที่บ้าน : โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เพื่อให้มีเบอร์ฉุกเฉินติดเครื่องไว้ด้วย
  3. เช็กข้อมูลจากหลายแหล่ง : ข้อมูลที่ผู้ใช้รายงานเข้ามาอาจคลาดเคลื่อนได้ ควรดูประกอบกับข้อมูลจากหน่วยงานรัฐ
  4. ชาร์จแบตมือถือและพาวเวอร์แบงก์ให้เต็ม : เผื่อกรณีไฟฟ้าดับ
  5. อย่าขับรถลุยน้ำที่ไม่รู้ความลึก : หากไม่แน่ใจ ให้เช็กความลึกน้ำจากแผนที่ก่อน หรือเลือกใช้เส้นทางเลี่ยง

สรุป รวมแอป-เว็บไซต์ ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม รู้ก่อน อุ่นใจกว่า

น้ำท่วมเป็นเรื่องที่ป้องกันได้ยาก แต่รับมือได้ดีขึ้นถ้ารู้ก่อน การมีแอป-เว็บไซต์ ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมไว้ใกล้มือ ทั้ง Floodboard, Longdo Traffic, ThaiWater, เช็คน้ำ, DWR4THAI และ DPM Reporter ช่วยให้คุณวางแผนการเดินทางและเตรียมตัวได้ทันเวลา
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น DDproperty by PropertyGuru ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท ออลพร็อพเพอร์ตี้ มีเดีย จำกัด ไม่สามารถรับรองหรือรับประกันเกี่ยวกับข้อมูล รวมทั้งไม่สามารถรับรองหรือรับประกันใด ๆ เกี่ยวกับความเหมาะสม สำหรับวัตถุประสงค์เฉพาะใด ๆ ของข้อมูล ตามขอบเขตสูงสุดที่กฎหมายอนุญาต แม้ว่าเราได้พยายามอย่างเต็มที่ เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ถูกต้อง เชื่อถือได้ และครบถ้วน ณ เวลาที่เขียน แต่ข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ไม่ควรนำไปใช้ในการตัดสินใจทางการเงิน, การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือทางกฎหมายทันที ผู้อ่านไม่ควรใช้ข้อมูลในบทความ แทนคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมซึ่งสามารถพิจารณาข้อเท็จจริงและสถานการณ์ส่วนตัวของคุณได้ ทั้งนี้ เราไม่สามารถรับผิดชอบใด ๆ หากคุณเลือกที่จะนำข้อมูลไปใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจ

คำถามยอดนิยม

ส่วนใหญ่ใช้งานได้ฟรี โดยเฉพาะแอปและเว็บไซต์จากหน่วยงานรัฐ เช่น ThaiWater, เช็คน้ำ (GISTDA) และ DPM Reporter (ปภ.) ส่วน Floodboard สามารถใช้งานฟรีผ่านเบราว์เซอร์ได้เลยโดยไม่ต้องโหลดแอป

ข้อมูลจากเซ็นเซอร์และหน่วยงานรัฐเป็นค่าที่วัดได้จริง แต่จะครอบคลุมเฉพาะจุดที่มีเซ็นเซอร์ติดตั้งอยู่ ส่วนรายงานจากผู้ใช้ช่วยให้เห็นสถานการณ์หน้างานได้เร็ว แต่อาจยังไม่ผ่านการยืนยัน ถนนที่ไม่มีรายงานจึงไม่ได้แปลว่าน้ำไม่ท่วม ควรเช็กจากหลายแหล่งประกอบกันก่อนตัดสินใจ

ใช้ได้ โดย ThaiWater, DWR4THAI, เช็คน้ำ และ DPM Reporter ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ส่วนเบอร์ 1130 และ 1125 ใช้ได้เฉพาะ กทม. นนทบุรี และสมุทรปราการ สำหรับเบอร์ 1555 จะใช้ได้เฉพาะใน กทม. เท่านั้น คนต่างจังหวัดสามารถใช้เบอร์ 1784, 1669 และ 1129 แทนได้เลย

ควรบันทึกเบอร์ฉุกเฉินไว้ในรายชื่อติดต่อ และแคปหน้าจอแผนที่จุดเสี่ยงหรือเส้นทางเลี่ยงเก็บไว้ล่วงหน้า หากอินเทอร์เน็ตใช้ไม่ได้แต่ยังมีสัญญาณโทรศัพท์ ให้โทรสายด่วนโดยตรง และควรสำรองแบตเตอรี่มือถือไว้ให้เพียงพอ

สามารถแจ้งจุดน้ำท่วมบนแผนที่ผ่าน Floodboard เพื่อให้ผู้อื่นใช้วางแผนเดินทางได้ หากอยู่ในกรุงเทพฯ สามารถโทรแจ้ง 1555 หรือแจ้งผ่าน Traffy Fondue ได้ และหากต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉิน ให้ติดต่อ ปภ. ที่เบอร์ 1784 หรือ LINE@1784DDPM