รับภาษีคืนทุกเดือนด้วยแบบฟอร์ม ลย.01 คืออะไร และทำได้อย่างไร

DDproperty Editorial Team
รับภาษีคืนทุกเดือนด้วยแบบฟอร์ม ลย.01 คืออะไร และทำได้อย่างไร

“เปลี่ยนเงินที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายรายเดือน มาแปลงเป็นเงินออมในรูปแบบ LTF และ RMF กันดีกว่า”

สำหรับผู้มีเงินเดือนทุกคนที่ลงทุนใน LTF, RMF ซื้อประกันชีวิต ตามสิทธิ์ที่ได้รับเพื่อหวังลดหย่อนภาษีประจำปีมากบ้างน้อยบ้าง ข้อน่าเสียดายข้อหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ยังไม่ได้ทำกัน คือ การยื่นแบบฟอร์ม ลย.01 ต่อบริษัทแสดงรายการลดหย่อนภาษีของตนเอง เพื่อให้บริษัทหัก ภาษี ณ ที่จ่ายใกล้เคียงกับความจริงที่สุด อีกนัยหนึ่งคือ ท่านจะได้รับเงินเดือนที่จ่ายเข้ากระเป๋ามากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งทาง K-Expert ธนาคารกสิกรไทย มีคำแนะนำมาฝากกัน

ลย.01 คืออะไร

how-does-tax-affect-specific-business313474802
ลย.01 คือแบบแจ้งรายการเพื่อการลดหย่อนภาษี ที่พนักงานหรือลูกจ้างสามารถใช้ยื่นข้อมูลแสดงการลดหย่อนภาษีที่มีทั้งด้านสถานะสมรส การเลี้ยงดูบิดามารดา รวมถึงรายการที่เป็นการวางแผนภาษีประจำปี การลงทุนใน LTF, RMF หรือการซื้อประกันชีวิต รวมไปถึงเงินบริจาค ส่วนใหญ่ฝ่ายบุคคลของบริษัทมักจะให้พนักงาน update กันตอนต้นปี แต่ก็มีอีกหลายบริษัทที่เปิดโอกาสให้ทำได้ระหว่างปีด้วย (อันนี้แต่ละท่านต้องลองตรวจสอบและเช็กกับบริษัทกันดู)
Affordability Calculator Banner

ยื่น ลย.01 แล้วดีอย่างไร

คำตอบคือ ยื่นแล้วท่านได้เงินเหลือในกระเป๋ามากขึ้นทันที หลักการง่ายมาก HR บริษัทไม่มีทางรับรู้รายการลดหย่อนภาษีของพนักงานได้ถ้าพนักงานไม่เป็นคนบอก ดังนั้น โดยทั่วไป HR จะคำนวณรายการลดหย่อนเท่าที่บริษัททราบและ ไม่ผิดแน่ เช่น หักค่าใช้จ่าย 100,000 บาท ค่าลดหย่อนส่วนตัวผู้เสียภาษีอีก 60,000 บาท ประกันสังคม 9,000 บาท ถ้าไม่มีการแจ้งอะไรก็ถือว่าเอารายการเหล่านี้ไปหักลบออกจากเงินเดือนทั้งปีคำนวณเป็นภาระภาษีของแต่ละคน (ซึ่งต้องสูงกว่าปกติอยู่แล้ว เพราะยังมีค่าลดหย่อนอื่นที่ไม่ได้เอามาลบออก) แล้วก็มาเฉลี่ยตัดเป็น ภาษี หัก ณ ที่จ่ายในแต่ละเดือนให้ใกล้เคียงกับภาระภาษีที่คำนวณได้
ในฐานะพนักงาน เงินได้ – ภาษี หัก ณ ที่จ่าย = เงินได้ที่ได้รับจริงแต่ละเดือน
ในฐานะบริษัท เงินได้ทั้งปี (คาดการณ์) – รายการลดหย่อน (เท่าที่ HR มี) = เงินได้สุทธิ (นำมาคำนวณภาระภาษี)
ภาระภาษีทั้งปี นำมาเฉลี่ย หักออกเป็น ภาษี หัก ณ ที่จ่ายแต่ละเดือน นำส่งสรรพากร
ถ้าใคร update รายการลดหย่อนเพิ่มเข้าไปอีกตามจริงที่มีและที่คิดวางแผนไว้ว่าจะทำในปีนั้น ๆ ย่อมทำให้ยอด หัก ณ ที่จ่ายลดลง แบบนี้ก็เหลือเงินเข้ากระเป๋าเยอะขึ้นทันที

รอเงินคืนภาษีเป็นก้อนกับได้เงินเข้ากระเป๋าทันที

เงินเดือนถูกหักไปมากกว่าที่ควรจะเป็นในทุกเดือน ถ้าเลือกได้ท่านจะรอขอคืนปีหน้า หรืออยากจะได้เลยในทุกเดือน อันนี้ไม่น่าเลือกยาก

คำแนะนำสำคัญ

ให้ประเมินเงินที่จะได้รับเพิ่มเติมจากการนำรายการลดหย่อนกรอกใน ลย.01 ทดไว้ล่วงหน้า แล้วเก็บออมหรือลงทุนแทนการนำไปใช้จ่าย โดยใช้สูตร 10% เช่น เงินเดือน 40,000 ก็ให้กันเงิน 4,000 บาท ตัดออมหรือลงทุนอัตโนมัติทุกเดือนเอาไว้เลย ถ้าให้ดีตัดบัญชีซื้อ LTF และ/หรือ RMF ไว้เลยก็จะดีมาก ส่วนใครต้องการตัดมากกว่า 10% ก็ขอให้อย่าเกิน 15% ของยอดซื้อ LTF และ RMF ในแต่ละรายการ
จะเห็นว่าการยื่น ลย.01 ทำปีละครั้งเท่านั้น (อาจทำได้มากกว่านี้ขึ้นกับแต่ละบริษัท หรือข้อมูลของผู้เสียภาษีที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ระหว่างปี) ผลลัพธ์ที่ได้ในทางตัวเลขสำหรับบางคนอาจรู้สึกไม่แตกต่างกับการรอรับเงินคืนภาษีตอนต้นปี หรือบางคนคิดว่าให้สรรพากรช่วยเก็บเงินก็ดี เพราะถ้าได้เงินเข้ากระเป๋ามากก็ใช้มาก ซึ่งในความเป็นจริง เงินคืนภาษีที่ได้ต้นปีก็นำไปใช้จ่ายเช่นกันไม่ได้เหลือเก็บ คำแนะนำให้ออมหรือลงทุนอัตโนมัติด้วยเงินภาษี ณ ที่จ่าย ที่ได้รับเพิ่มนี้ นอกจากช่วยสร้างวินัยออมเงินแล้ว หากใครหักบัญชีเข้าไปลงทุนใน LTF, RMF ด้วย ก็จะช่วยให้ปลายปีมีเงินเหลือมากขึ้นอันเนื่องจากไม่ต้องขนเงินก้อนใหญ่ไปรอลงทุน หรือยังเพิ่มโอกาสลงทุนได้มากกว่าทุกปีได้ด้วยง่าย ๆ
อัปเดต ข่าวอสังหาริมทรัพย์ สดใหม่ทุกวัน พร้อมส่งตรงถึงอีเมล์ของคุณฟรี สมัครได้ที่นี่ หรือหากคุณกำลังมองหาบ้านคอนโด ก็สามารถเลือกชม โครงการใหม่ พร้อม รีวิวโครงการคอนโดใหม่ บ้านใหม่ หลากหลายทำเลและราคาได้เช่นกัน
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย วีระพล บดีรัฐ K-Expert ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนและให้คำปรึกษาลูกค้าบุคคล ธนาคารกสิกรไทย หากมีข้อสงสัยหรือต้องการปรึกษาวางแผนเพิ่มเติม สามารถปรึกษากับ K-Expert ธนาคารกสิกรไทย ได้ที่ K-Expert@kasikornbank.com
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น DDproperty by PropertyGuru ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท ออลพร็อพเพอร์ตี้ มีเดีย จำกัด ไม่สามารถรับรองหรือรับประกันเกี่ยวกับข้อมูล รวมทั้งไม่สามารถรับรองหรือรับประกันใด ๆ เกี่ยวกับความเหมาะสม สำหรับวัตถุประสงค์เฉพาะใด ๆ ของข้อมูล ตามขอบเขตสูงสุดที่กฎหมายอนุญาต แม้ว่าเราได้พยายามอย่างเต็มที่ เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ถูกต้อง เชื่อถือได้ และครบถ้วน ณ เวลาที่เขียน แต่ข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ไม่ควรนำไปใช้ในการตัดสินใจทางการเงิน, การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือทางกฎหมายทันที ผู้อ่านไม่ควรใช้ข้อมูลในบทความ แทนคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมซึ่งสามารถพิจารณาข้อเท็จจริงและสถานการณ์ส่วนตัวของคุณได้ ทั้งนี้ เราไม่สามารถรับผิดชอบใด ๆ หากคุณเลือกที่จะนำข้อมูลไปใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจ