รูปแบบการขายเพื่อทำกำไรในการลงทุนอสังหาฯ

DDproperty Editorial Team
รูปแบบการขายเพื่อทำกำไรในการลงทุนอสังหาฯ
ว่ากันว่าการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เป็นหนึ่งในการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุด ทำให้ใครหลายคนเริ่มที่จะให้ความสนใจเกี่ยวกับการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทนี้เพื่อทำกำไร แต่สิ่งสำคัญที่สุดของการลงทุนนั้นคือความเข้าใจ และเราจะเข้าใจได้ก็ต่อเมื่อเรียนรู้ และศึกษา
การลงทุนก็เช่นกัน เพราะการมีเงินเยอะไม่ได้หมายความว่าคุณจะสามารถทำกำไรได้เสมอไป มันแค่เป็นการเพิ่มโอกาสที่จะช่วยให้คุณสามารถนำเงินต่อเงินและช่วยให้การลงทุนทำง่ายขึ้นเท่านั้น วันนี้ DDproperty ได้รวบรวมรูปแบบการขายที่ผู้สนใจการลงทุนในอสังหาฯ สามารถทำได้ในปัจจุบันมาฝาก ดังนี้

ขายคิวจอง

การขายลักษณะนี้เกิดจากความต้องการที่มีต่อโครงการนั้นๆ สูง ทั้งนี้อาจจะเกิดจากจุดเด่นในเรื่องของทำเลโครงการที่น่าสนใจ รวมไปถึงเรื่องของราคาก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการลงทุน และทำกำไรได้มากเช่นกัน ส่วนใหญ่โครงการเหล่านี้มักจะขายหมดภายในวันเดียว ทำให้เป็นที่ต้องการของหลาย ๆ คน เป็นที่มาของการรีบลงทะเบียนจองคิวเพื่อที่จะให้ได้เป็นคนแรก ๆ เพื่อให้มีโอกาสเลือกยูนิตดี ๆ ที่จะสามารถทำกำไรต่อไปในอนาคต ทำให้ต้องมีการลงทะเบียนจองคิวก่อนวันเปิดขายจริง
ในบางโครงการจะมีการเปิดรอบวีไอพีเพื่อให้เหล่านักลงทุนได้จับจองห้องดี ๆ ไปก่อน ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วคนใน หรือลูกค้าวีไอพีจะรู้ข้อมูลก่อน และจองคิวได้ก่อน แต่ทางโครงการเองก็มักล็อกชื่อผู้เข้าคิวให้เป็นชื่อเดียวกับผู้จะจองในวันพรีเซล ส่วนใครที่ช้าและอยากได้โครงการนี้มากก็จะมาซื้อคิวจองต่อนั่นเอง ทั้งนี้การซื้อคิวจองก็เพื่อที่จะได้เป็นคนเลือกห้องที่ตัวเองต้องการนั่นเอง

ขายใบจอง

การขายในลักษณะนี้จะเกิดขึ้นหลังจากที่ ไปทำการจองยูนิตกับโครงการเรียบร้อยแล้ว จากนั้นก็เอาใบจองสิทธิมาขายต่อให้กับผู้ที่ต้องการ แต่เราก็ต้องทำการบ้านมาพอสมควรว่าจะเลือกยูนิตแบบไหน ชั้นไหน มุมไหนที่จะเป็นที่ต้องการของผู้ที่พลาดการจองห้องในวันพรีเซลมากที่สุด
ดังนั้นการเลือกห้องที่มีองค์ประกอบดี ทั้งทำเล ทิศทาง และแปลนห้อง ล้วนมีความสำคัญ ยิ่งห้องนั้นมีความพิเศษมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งปล่อยง่ายขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อให้ขายได้ก่อนวันทำสัญญา มิฉะนั้นอาจต้องจ่ายเงินทำสัญญาและผ่อนดาวน์ลากต่อไปจนกว่าจะขายออก ซึ่งก็ถือเป็นความเสี่ยงที่นักเก็งกําไรต้องเผชิญ ถ้าหากใครมีเงินเย็น หรือเงินบนหน้าตักน้อยก็ถือว่าเสี่ยงพอสมควรที่จะต้องแบกรับค่างวดและการผ่อนชำระนี้ไปเรื่อย ๆ ก่อนที่จะขายได้

ขายสัญญา

เกิดขึ้นหลังจากที่ทำสัญญากับทางบริษัทแล้ว ซึ่งการเปลี่ยนชื่อนั้นสามารถทำได้โดยไม่ต้องเสียเงิน เพราะสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ออกกฎห้ามหักค่าเปลี่ยนสัญญา โดยในช่วงแรกหลังจากทำสัญญาใหม่ ๆ ประมาณ 1-2 เดือน ถ้าตัวโครงการดีราคาขายต่อจะเริ่มเพิ่มขึ้น อาจทำกำไรได้ตั้งแต่ 10,000-100,000 บาท ขึ้นอยู่กับว่าโครงการได้รับความสนใจของตลาดมากแค่ไหน
พอเลยจากช่วงนี้ไปทิศทางของราคาอาจปรับตัวสูงขึ้น หรืออาจจะลดลงกว่าตอนช่วงแรกนั้นก็ขึ้นอยู่กับกระแสของโครงการนั้น ๆ จนมาถึงช่วงก่อนโอนประมาณ 1-2 เดือน ถือว่าเป็นช่วงวัดใจ เพราะเป็นช่วงที่โครงการเสร็จเรียบร้อยพอดีทำให้เรียกกระแสได้อีกครั้ง แต่ช่วงนี้ ราคาอาจจะราคาตก ราคานิ่ง หรือราคาเพิ่มสูงก็ขึ้นอยู่กับโครงการ
ขายสินทรัพย์
การขายประเภทนี้ จะเป็นการขายที่มีต้นทุนสูงกว่าการขายแบบอื่นๆ ที่กล่าวมาข้างต้น ทั้งค่าโอนกรรมสิทธิ์ ภาษี ค่าธรรมเนียมต่างๆ เฉลี่ยแล้วมีต้นทุนเพิ่มขึ้นมาอีกประมาณ 7-10% ยังไม่นับดอกเบี้ยหากต้องผ่อนชำระกับธนาคาร ซึ่งการปรับขึ้นของราคานั้นขึ้นอยู่กับความนิยมของทำเลที่ตั้งโครงการ ด้านชื่อเสียงของดีเวลลอปเปอร์ก็มีส่วนทำให้ราคาเพิ่มขึ้นเช่นกัน
ทั้งหมดนี้คือช่องทาง และช่วงเวลาต่างๆ ที่คุณสามารถทำกำไรจากการขายอสังหาฯ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเพียงแนวทางเบื้องต้นเท่านั้นแต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือจะต้องทำให้มีความเสี่ยงน้อยที่สุด ด้วยการเลือกโครงการที่จะลงทุน ในช่วงเวลาที่เหมาะสมเพื่อทำให้กำไรให้ได้สูงสุดนั่นเอง แต่ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง การศึกษาก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนจึงเป็นสิ่งที่นักลงทุนไม่ว่าจะมือสมัครเล่นหรือมืออาชีพต้องพึงระลึกไว้เสมอ

เรื่องข้างต้นเขียนโดย วัชระ วงศ์สง่า Content Writer ประจำเว็บไซต์ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ Watchara@ddproperty.com
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น DDproperty by PropertyGuru ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท ออลพร็อพเพอร์ตี้ มีเดีย จำกัด ไม่สามารถรับรองหรือรับประกันเกี่ยวกับข้อมูล รวมทั้งไม่สามารถรับรองหรือรับประกันใด ๆ เกี่ยวกับความเหมาะสม สำหรับวัตถุประสงค์เฉพาะใด ๆ ของข้อมูล ตามขอบเขตสูงสุดที่กฎหมายอนุญาต แม้ว่าเราได้พยายามอย่างเต็มที่ เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ถูกต้อง เชื่อถือได้ และครบถ้วน ณ เวลาที่เขียน แต่ข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ไม่ควรนำไปใช้ในการตัดสินใจทางการเงิน, การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือทางกฎหมายทันที ผู้อ่านไม่ควรใช้ข้อมูลในบทความ แทนคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมซึ่งสามารถพิจารณาข้อเท็จจริงและสถานการณ์ส่วนตัวของคุณได้ ทั้งนี้ เราไม่สามารถรับผิดชอบใด ๆ หากคุณเลือกที่จะนำข้อมูลไปใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจ