ผู้รับเหมา เลือกอย่างไร 8 ขั้นตอนว่าจ้างผู้รับเหมาสร้างบ้านให้เสร็จ

DDproperty Editorial Team
ผู้รับเหมา เลือกอย่างไร 8 ขั้นตอนว่าจ้างผู้รับเหมาสร้างบ้านให้เสร็จ
แน่นอนว่าเราคงไม่เข้าใจการทำงานของผู้รับเหมาอยู่แล้ว เเต่การทำให้ทุกอย่างเป็นขั้นตอนอย่างมีระบบ และเป็นลายลักษณ์อักษรก็ช่วยให้คุณเบาใจไปได้เยอะ เพราะความเชื่อใจอย่างเดียวคงไม่พอ ถ้าเจอผู้รับเหมาที่ดีก็ดีไป
แต่ถ้าเจอผู้รับเหมาไม่ดี นอกจากจะต้องมานั่งเสียใจภายหลังแล้ว ยังอาจเกิดปัญหาตามมาอีกมากมาย อย่าให้บ้านในฝันต้องขึ้นอยู่กับเรื่องของดวงเลย เพราะบ้านเป็นอะไรที่สำคัญมากที่เดียวนะ เป็นสถานที่ที่เราต้องฝากชีวิตไว้ด้วยอีกนาน มารู้ทันผู้รับเหมาด้วยขั้นตอนการเลือกผู้รับเหมาที่ควรรู้ก่อนสร้างบ้านกัน เชิญอ่านกันตามอัธยาศัยนะครับทุกคน

1. ทำสัญญาว่าจ้าง

การทำสัญญาว่าจ้าง หรือสัญญาอะไรก็ตามกับผู้รับเหมา ควรทำให้ละเอียดเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อเป็นการยืนยันไม่ควรใช้ปากเปล่า หรือแค่เพียงสัญญาใจในการสั่งงานหรือจ้างงาน เพราะถ้าหากผู้รับเหมาทำมาผิดจากที่ตกลงกันก็จะมีหลักฐานไว้สำหรับยืนยันกับผู้รับเหมาเพื่อให้ทำการรับผิดชอบให้เป็นไปตามสัญญานั่นเอง
ส่วนที่สำคัญรายละเอียด
สัญญาทำสัญญาว่าจ้างให้ชัดเจนกับผู้รับเหมาช่วง
ผู้รับเหมา เลือกผู้รับเหมาที่น่าเชื่อถือ มีผลงานชัดเจน
ค่าจ้าง กำหนดค่าจ้างและการจ่ายเงินงวดให้ชัดเจน
ตรวจงาน ตรวจเช็กความคืบหน้า ดูความเรียบเรียบของหน้างาน

2. เลือกผู้รับเหมาที่มีความน่าเชื่อถือ

การเลือกผู้รับเหมาที่มีผลงานชัดเจนเป็นสิ่งปลูกสร้างให้เห็น ไม่ใช่เพียงแค่คำพูดลอย ๆ หรือแค่กระดาษแผ่นเดียวแล้วบอกว่าเคยผ่านโครงการเหล่านี้มา เพราะอาจจะถูกหลอกลวงจากแก๊งต้มตุ๋นได้ ถ้าเป็นไปได้ควรจ้างผู้รับเหมาเฉพาะค่าแรง ส่วนวัสดุเราไปหาซื้อเองเพื่อป้องกันปัญหาการโกงวัสดุ แต่การที่เราทำ BOQ (บัญชีแสดงปริมาณวัสดุและราคา) ก็ช่วยลดปัญหาตรงนี้ไปได้อีกเปราะ

3. ทำบัญชีแสดงปริมาณวัสดุและราคา (Bill of Quantities/B.O.Q.)

บัญชีแสดงปริมาณวัสดุและราคา ประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ คือ
  • ลำดับที่ของรายการ
  • รายละเอียดของงานแต่ละประเภท
  • ปริมาณงาน (จำนวน)
  • หน่วยในการวัดเพื่อการจ่ายเงิน
  • อัตราราคาต่อหน่วย (อาจแยกเป็นราคาค่าวัสดุ และค่าแรงงาน) ของแต่ละรายการ
  • ราคารวม
  • หมายเหตุ (หากจำเป็น หรือต้องการ)
หน้าที่และความสำคัญของบัญชีแสดงปริมาณวัสดุและราคา ที่ใช้ในงานก่อสร้าง นั่นก็เพื่อแสดงองค์ประกอบรายละเอียดของงานต่าง ๆ ใช้แสดงปริมาณงานและหน่วยที่ใช้ในการวัดและจ่ายเงิน แสดงราคาของงานแต่ละประเภท เพื่อเปรียบเทียบราคาของผู้เข้าประกวดราคา และเป็นราคาฐาน สำหรับงานเพิ่มเติมในโครงการนั้น ๆ และที่สำคัญใช้เพื่อการเบิกจ่ายเงิน (Payment) หรือการเบิกจ่ายเงินบางส่วนในระหว่างการก่อสร้าง (Interim Payment)

4. วางแผนการจ่ายเงิน

ในสัญญาควรมีกำหนดระยะเวลาและขั้นตอนในการจ่ายเงินให้ชัดเจนว่างานผ่านไปกี่เปอร์เซ็นต์จะจ่ายอย่างไรเพื่อไม่ให้ถกเถียงกันตอนหลัง และควรทำเป็นลายลักษณ์อักษรให้รับทราบทั้งสองฝ่ายด้วย
ถ้าผู้รับเหมาขอเบิกเงินค่างวดล่วงหน้าหรือมีข้ออ้างว่าเงินไม่พอจะซื้อวัสดุทำให้ก่อสร้างต่อไม่ได้ ผู้ที่เป็นผู้ว่าจ้างไม่ควรใส่ใจ และไม่ควรใจอ่อนเพราะตอนที่ผู้รับเหมาประเมินงานผู้รับเหมาต้องมีเงินพร้อมสำหรับการก่อสร้างอยู่แล้ว ถ้าผู้รับเหมาไม่มีเงินแล้วอ้างเหตุผลต่าง ๆ มากมาย แสดงถึงความไม่เป็นมืออาชีพ รวมถึงเป็นสัญญาให้ผู้ว่าจ้างพึงระวังพฤติกรรมของผู้รับเหมาเจ้านี้

5. แบ่งจ่ายเป็นงวด ๆ

โดยเริ่มจ่ายจากมัดจำเพียง 10% ก่อน เพื่อดูการทำงานความเชี่ยวชาญ และความเป็นมือผู้รับเหมาก่อน อีกทั้งการจ่ายเงินให้แก่ผู้รับเหมาควรแบ่งจ่ายออกเป็นหลาย ๆ งวด นั่นก็เพื่อไม่ให้เงินที่จ่ายในแต่ละครั้งเยอะจนเกินไปจนทำเป็นแรงจูงใจให้ผู้รับเหมาเร่งทำงานไม่เก็บรายละเอียดให้ดี และที่สำคัญหลีกเลี่ยงปัญหาผู้รับเหมาทิ้งงานนั่นเอง

6. ทำงานเป็นขั้นเป็นตอน

เช็กด้วยว่าผู้รับเหมาได้ทำงานเป็นไปตามกำหนดเวลาที่ได้วางไว้หรือเปล่า? ถ้าช้าก็ควรถามว่าเพราะอะไร ทำไมถึงช้าติดปัญหาอะไร ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการอัปเดตความคืบหน้าไปในตัว เพื่อจะได้ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่เสร็จตามกำหนด

7. ตรวจเช็กความคืบหน้าของงาน

เป็นสิ่งที่สำคัญมากส่วนหนึ่งที่ผู้ว่าจ้างควรจะเข้าไปตรวจดูงานที่ผู้รับเหมาทำบ่อย ๆ ทั้งนี้ก็เพื่อให้งานเป็นไปตามกำหนดที่วางไว้ และไม่ให้ผู้รับเหมาทำงานออกนอกลู่นอกทาง อีกทั้งยังเป็นวิธีการป้องกันการโกงวัสดุก่อสร้างผิดจากที่ตกลงกันไว้ การเข้าไปดูงานก็ควรเข้าไปแบบสุ่มเวลา หรือมีเวลาก็แวะไปดู ทั้งนี้ก็เพื่อแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของเราอีกด้วย แต่ก็ไม่ควรไปยุ่งวุ่นวายนะครับ เพราะมันเสียเวลาคนทำงาน

8. ตรวจรับงาน

ถ้าหากเป็นโครงการขนาดกลางหรือขนาดใหญ่ควรจ้างผู้เชี่ยวชาญ วิศวกร ที่ปรึกษา มาช่วยในการคุมงานเพราะจะเข้าใจในเรื่องการก่อสร้างมากกว่า แต่ถ้าหากไม่อยากเสียเงินเจ้าก็เลือกผู้รับเหมาให้ดี หรือให้คนที่รู้จักที่มีความรู้ให้ก็ได้ เพราะการมีสัญญาและรายละเอียดก็ทำให้เราสามารถตรวจสอบได้ง่ายขึ้นนั่นเอง
เรื่องบ้านเป็นเรื่องใหญ่ และความเข้าใจลำดับขั้นตอนในการทำงาน หรือจัดซื้อจัดจ้างก็เป็นเรื่องที่สำคัญที่ผู้จ้างควรจะรู้ก่อนที่จะจ้างงานกับผู้รับเหมาสักรายเพื่อสร้างบ้านให้เรา และเพื่อไม่ให้เกิดการทุจริตกินเล็กกินน้อยจากผู้รับเหมา ที่แอบดูดเงินในกระเป๋าคุณจนหมด รวมทั้งเพื่อให้ได้บ้านในฝันออกมาตรงตามสเปกที่เราต้องการ ดีกว่ามาแก้กันตอนท้าย ทั้งเสียเงิน เสียใจ แล้วยังเสียเวลาอีกจะหาว่าไม่เตือน
เรื่องข้างต้นเรียบเรียงโดย วัชระ วงศ์สง่า Content Writer ประจำเว็บไซต์ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ Watchara@ddproperty.com
สนใจรับบทความดีดี อัปเดต ข่าวอสังหาริมทรัพย์ และ อ่านคู่มือซื้อขาย พร้อม รีวิวโครงการคอนโดฯ ใหม่ บ้านใหม่ หลากหลายทำเลและราคา รวมถึง ทำความรู้จักกับทำเลฮอตทั่วกรุง เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการซื้อ-ขาย-เช่า
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น DDproperty by PropertyGuru ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท ออลพร็อพเพอร์ตี้ มีเดีย จำกัด ไม่สามารถรับรองหรือรับประกันเกี่ยวกับข้อมูล รวมทั้งไม่สามารถรับรองหรือรับประกันใด ๆ เกี่ยวกับความเหมาะสม สำหรับวัตถุประสงค์เฉพาะใด ๆ ของข้อมูล ตามขอบเขตสูงสุดที่กฎหมายอนุญาต แม้ว่าเราได้พยายามอย่างเต็มที่ เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ถูกต้อง เชื่อถือได้ และครบถ้วน ณ เวลาที่เขียน แต่ข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ไม่ควรนำไปใช้ในการตัดสินใจทางการเงิน, การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือทางกฎหมายทันที ผู้อ่านไม่ควรใช้ข้อมูลในบทความ แทนคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมซึ่งสามารถพิจารณาข้อเท็จจริงและสถานการณ์ส่วนตัวของคุณได้ ทั้งนี้ เราไม่สามารถรับผิดชอบใด ๆ หากคุณเลือกที่จะนำข้อมูลไปใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจ

คำนวณยอดผ่อนต่อเดือน

คำนวณยอดผ่อนชำระต่อเดือนตามอัตราดอกเบี้ยของคุณด้วยเครื่องมือคำนวณสินเชื่อนี้

คำนวณวงเงินกู้สูงสุด

คำนวณสินเชื่อบ้าน ยอดวงเงินกู้บ้านใหม่ที่คาดว่าจะได้รับจากแบงก์และยอดผ่อนชำระในแต่ละเดือน

คำนวณสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน

เช็กยอดผ่อนชำระต่อเดือนอัตราใหม่และจำนวนเงินที่คุณสามารถประหยัดได้หลังจากการทำรีไฟแนนซ์