[PR News] สิงห์ เอสเตท เผยผลงานครึ่งปีแรก 2568 จำนวน 6,865 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิเติบโต 23% มาอยู่ที่จำนวน 30 ล้านบาทจากปีก่อน ยืนยันการดำเนินงานยังขับเคลื่อนด้วยความมั่นคงจากสัดส่วนรายได้ประจำสม่ำเสมอ
นายชัยรัตน์ ศิวะพรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ถึงแม้สถานการณ์ตลาดยังคงอยู่ท่ามกลางความท้าทาย แต่จากพื้นฐานที่แข็งแกร่งของการพัฒนาโครงการที่มีคุณภาพสูงและการสร้างความเชื่อมั่นต่อลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถปิดการขายโครงการศิรนินทร์ เรสซิเดนเซส พัฒนาการ โครงการบ้านเดี่ยว ระดับ Super Luxury ราคา 80-195 ล้านบาท จำนวน 28 ยูนิต รวมถึงโครงการเซนท์เทอร์ พัฒนาการโฮมออฟฟิศ Multi-Use ระดับราคาเริ่มต้นที่ 23.9 ล้านบาท จำนวน 4 ยูนิต รวมมูลค่าทั้ง 2 โครงการกว่า 3,000 ล้านบาท ได้สำเร็จ
นอกจากนี้ คาดว่าในช่วงเวลาที่เหลือของปี จะสามารถปิดการขายโครงการสันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส แปลงสุดท้าย และโครงการคอนโด ดิ เอส สุขุมวิท 36 ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้
ขณะนี้ สิงห์ เอสเตท มีโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัยพร้อมโอนในทำเลศักยภาพต่างๆ รวมมูลค่ากว่า 25,000 ล้านบาท จะเป็นกำลังหลักของยอดขายของปี 2568 และในไตรมาส 3 บริษัทฯ วางแผนเปิดตัว 1 โครงการใหม่อย่างเป็นทางการ คือ โครงการ สริน พรานนก-กาญจนา
โครงการที่ต่อยอดความสำเร็จของแบรนด์ สริน ราคาเริ่มต้น 45-80 ล้านบาท รวม 81 ยูนิต มูลค่าโครงการกว่า 4,200 ล้านบาท ตั้งอยู่บนถนนพรานนกตัดใหม่ ในโซนกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก ทำเลที่มีศักยภาพเติบโตในอนาคตเพิ่มเติม
นอกจากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัยแล้ว ด้านธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม นักลงทุนจากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม ยังคงให้ความสนใจในเข้าชมพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา บริษัทฯ สามารถบรรลุข้อตกลงการขายที่ดิน 75 ไร่ กับบริษัท Dali Foods Group บริษัทฯ ผลิตและจัดจำหน่าย อาหารและเครื่องดื่มรายใหญ่ของจีนที่มีรายได้กว่า 23,000 ล้านหยวนต่อปี ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม เอส อ่างทอง ภายใต้แนวคิดนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศสำหรับเกษตร อาหาร และธุรกิจเกี่ยวเนื่อง
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังรับเงินปันผลจากโรงไฟฟ้าที่ร่วมลงทุนกับพันธมิตรเป็นจำนวนกว่า 156 ล้านบาท เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำอีกด้วย
ในส่วนของรายได้จากการให้เช่าและการให้บริการที่มีกำลังหลักจากกลุ่มธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอาคารสำนักงานก็เป็นกำลังสำคัญในการเสริมศักยภาพฐานะทางการเงินของบริษัทฯให้มีความมั่นคง ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 รายได้จากสองกลุ่มธุรกิจนี้มีจำนวน 5,615 ล้านบาทคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 82% ของรายได้รวมทั้งหมด
สำหรับธุรกิจโรงแรม ในไตรมาส 2 ของปี 2568 โรงแรมในไทยยังคงมีผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยรายงานรายได้ต่อห้องพักที่ 4,950 บาท เติบโตต่อเนื่องถึง 25% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยหลักเป็นผลจากการปรับปรุงห้องพักของโรงแรม ทราย ลากูน่า ภูเก็ต ให้มีความทันสมัยและดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่ให้เข้าพักอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ในยุโรป โรงแรม Mount Royal Edinburgh by the Unlimited Collection ที่เพิ่งดำเนินการเปลี่ยนแบรนด์แล้วเสร็จ สามารถแสดงผลลัพธ์ได้เป็นที่น่าพอใจตั้งแต่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวแรก โดยรายได้ต่อห้องพักในไตรมาส 2 ของปี 2568 เติบโตสูงขึ้นถึง 10% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นรักษามาตรฐานการให้บริการในทุกอาคารสำนักงาน และปรับสัญญาเช่าให้มีความยืดหยุ่น ทำให้สามารถรักษาระดับอัตราการให้เช่าของสามอาคารหลัก ได้แก่ อาคารสิงห์ คอมเพล็กซ์, ซันทาวเวอร์ส และเอส เมโทรในระดับ 80%
ขณะที่อัตราการเช่าของอาคารเอส โอเอซิส ก็ทยอยปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตามกลยุทธ์ทางการตลาดเชิงรุกและการทยอยเข้าใช้งานของผู้เช่ารายใหม่ โดยคาดว่าอัตราการเช่า ณ สิ้นปี 2568 จะสามารถบรรลุได้ตามเป้าหมายที่ 50%
สำหรับแนวโน้มในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2568 สิงห์ เอสเตท ยังคงมีความมั่นใจในฐานรายได้ที่แข็งแกร่งจากสัดส่วนหลักที่มาจากรายได้ประจำทั้งจากธุรกิจโรงแรม อาคารสำนักงาน และโรงไฟฟ้า ส่วนธุรกิจที่พักอาศัยในกลุ่มราคาลักซ์ซูรี มีดีมานด์ที่มีคุณภาพ เสริมด้วยความแข็งแกร่งทางด้านการเงินจากการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ครบเต็มจำนวนตั้งแต่ช่วงครึ่งปีแรก 2568 และการสนับสนุนวงเงินสินเชื่อที่ดีของธนาคารพันธมิตรของเรา
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น DDproperty by PropertyGuru ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท ออลพร็อพเพอร์ตี้ มีเดีย จำกัด ไม่สามารถรับรองหรือรับประกันเกี่ยวกับข้อมูล รวมทั้งไม่สามารถรับรองหรือรับประกันใด ๆ เกี่ยวกับความเหมาะสม สำหรับวัตถุประสงค์เฉพาะใด ๆ ของข้อมูล ตามขอบเขตสูงสุดที่กฎหมายอนุญาต แม้ว่าเราได้พยายามอย่างเต็มที่ เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ถูกต้อง เชื่อถือได้ และครบถ้วน ณ เวลาที่เขียน แต่ข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ไม่ควรนำไปใช้ในการตัดสินใจทางการเงิน, การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือทางกฎหมายทันที ผู้อ่านไม่ควรใช้ข้อมูลในบทความ แทนคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมซึ่งสามารถพิจารณาข้อเท็จจริงและสถานการณ์ส่วนตัวของคุณได้ ทั้งนี้ เราไม่สามารถรับผิดชอบใด ๆ หากคุณเลือกที่จะนำข้อมูลไปใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจ


