อัปเดตมาตรการรัฐ ซื้อบ้าน 2569 มาตรการไหนเหมาะสำหรับคุณ

DDproperty Editorial Team
อัปเดตมาตรการรัฐ ซื้อบ้าน 2569 มาตรการไหนเหมาะสำหรับคุณ
มาตรการรัฐ ซื้อบ้าน 2569 ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งในการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการมีที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นซื้อหรือเช่าได้มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจยังคงชะลอตัวเช่นนี้ ลองมาอัปเดตมาตรการรัฐที่เอื้อต่อการซื้อ-เช่าได้ที่นี่
อ่านหัวข้อที่คุณสนใจ

มาตรการลดค่าโอน-จดจำนอง

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับที่อยู่อาศัย เหลือ 0.01% โดยมีรายละเอียดสรุปได้ ดังนี้
1. ราคาซื้อขายและราคาประเมินทุนทรัพย์ไม่เกิน 7 ล้านบาท ต่อสัญญา
2. วงเงินจำนอง ไม่เกิน 7 ล้านบาท ต่อสัญญา กรณีการจำนองต้องเป็นการจดทะเบียนจำนองที่สืบเนื่องจากการจดทะเบียนซื้อขายอันได้รับลดค่าธรรมเนียมตามมาตรการฯ และจดทะเบียนจำนองในคราวเดียวกัน
3. ผู้ซื้อเป็นบุคคลสัญชาติไทย
4. ครอบคลุมทั้งอสังหาริมทรัพย์หรือห้องชุด มือหนึ่งและมือสอง ที่เป็นบ้านเดี่ยว, บ้านแฝด, ทาวน์เฮ้าส์/ทาวน์โฮม, บ้านแถว (รวมห้องแถวและตึกแถว) หรืออาคารพาณิชย์, ที่ดินพร้อมอาคารที่อยู่อาศัย, ห้องชุดในอาคารชุด
5. ลดค่าจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์จาก 2% เหลือ 0.01% และลดค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาริมทรัพย์จาก 1% เหลือ 0.01%
ยกตัวอย่างเช่น
ซื้อบ้านราคา 3 ล้านบาท
ค่าโอนกรรมสิทธิ์ 0.01% = 300 บาท (จากเดิมต้องจ่าย 60,000 บาท)
ค่าจดจำนอง 0.01% = 300 บาท (จากเดิมต้องจ่าย 30,000 บาท)
รวมต้องจ่าย 600 บาท (จากเดิมต้องจ่าย 90,000 บาท)
6. มาตรการดังกล่าวมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันนี้-30 มิถุนายน 2569
7. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หัก ณ ที่จ่าย, ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ เสียตามอัตราปกติ

ผ่อนคลายมาตรการ LTV ให้กู้ซื้อบ้านได้ 100%

ทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ปรับมาตรการควบคุมสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย หรือ Loan-to-Value: LTV เพื่อช่วยกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยมีสาระสำคัญดังนี้
1. กำหนดให้เพดานอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกันเป็น 100% สำหรับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ทั้งกรณี
1) มูลค่าหลักประกันต่ำกว่า 10 ล้านบาท ตั้งแต่สัญญากู้หลังที่ 2 เป็นต้นไป
2) มูลค่าหลักประกันตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป ตั้งแต่สัญญากู้หลังที่ 1 เป็นต้นไป
2. การผ่อนคลายนี้ให้เป็นการชั่วคราว สำหรับสัญญาเงินกู้ที่ทำสัญญาตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2568-วันที่ 30 มิถุนายน 2569
หมายเหตุ: วงเงินกู้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการผ่อนชำระของแต่ละบุคคล รวมถึงการพิจารณาของแต่ละธนาคาร
อัปเดตมาตรการ LTV

อัปเดตมาตรการ LTV

บ้านเพื่อคนไทย ผ่อนเดือนละ 4,000 บาท

โครงการบ้านเพื่อคนไทยเน้นการพัฒนาที่อยู่อาศัยราคาประหยัด หรือ Affordable Housing ในพื้นที่ศักยภาพที่ใกล้ระบบขนส่งมวลชน โดยมีทั้งคอนโดและบ้านเดี่ยว ไม่ต้องดาวน์ ผ่อนชำระเริ่มต้นที่ 4,000 บาท อยู่ได้ 99 ปี

ลักษณะโครงการ

– คอนโด พื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 30 ตารางเมตร สำหรับ 1 ห้องนอน ไปจนถึง 51 ตารางเมตร สำหรับ 2 ห้องนอน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น ระบบ Smart Residence และ Smart Function
– บ้านเดี่ยว บ้านชั้นเดียว เนื้อที่ 50 ตารางวา พร้อมที่จอดรถ 2 คัน
ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถเช่าซื้อได้ในะยะเวลา 99 ปี โดยมีอัตราผ่อนเริ่มต้นประมาณ 4,000 บาท/เดือน ระยะเวลาผ่อนชำระ 30-50 ปี ทั้งนี้ยังมีการสนับสนุนสินเชื่อจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ด้วยอัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.5%

พื้นที่และการพัฒนาโครงการ

พื้นที่นำร่องของโครงการเริ่มในกรุงเทพฯ และบริเวณใกล้ระบบขนส่งสาธารณะ ได้แก่
1. ที่ดินย่านบางซื่อ ย่านกิโลเมตรที่ 11 เนื้อที่ 15 ไร่ ซอยวิภาวดี 11 หลังสำนักงานใหญ่ ปตท. ใกล้สถานีกรุงเทพอภิวัฒน์ ใกล้เซ็นทรัล ลาดพร้าว และรถไฟฟ้าสายสีเขียว
2. ที่ดินย่านสถานีธนบุรี บริเวณตลาดศาลาน้ำร้อน เนื้อที่ 23 ไร่ ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ-บางขุนนนท์ (อยู่ระหว่างการก่อสร้าง) ประมาณ 800 เมตร ห่างจากโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ประมาณ 1.5 กิโลเมตร
3. ที่ดินบริเวณสถานีรถไฟเชียงราก เนื้อที่ 18 ไร่ ใกล้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และมหาวิทยาลัยกรุงเทพ
4. ที่ดินรอบสถานีรถไฟเชียงใหม่ ถนนเจริญเมือง เนื้อที่ 15 ไร่

คุณสมบัติผู้ได้สิทธิ์ซื้อโครงการบ้านเพื่อคนไทย

1. เป็นผู้มีสัญชาติไทย
2. เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ ณ วันลงทะเบียน
3. เป็นผู้ที่มีรายได้ ณ วันลงทะเบียน ไม่เกิน 50,000 บาท/เดือน
4. ไม่เคยมีกรรมสิทธิ์ในอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่อาจใช้พักอาศัยได้ทุกประเภท
5. ไม่เคยได้สิทธิในโครงการบ้านเพื่อคนไทย

ขั้นตอนการรับสิทธิ์ซื้อโครงการบ้านเพื่อคนไทย

1. ลงทะเบียน ผู้สนใจสามารถลงทะเบียน แสดงเจตจำนงเข้าร่วมโครงการได้ผ่านเว็บไซต์ www.บ้านเพื่อคนไทย.th (เปิดจองวันที่ 17 มกราคม 2568)
2. ตรวจสอบคุณสมบัติ โดยทางธนาคารอาคารสงเคราะห์ จะตรวจสอบคุณสมบัติ จากนั้นจะประกาศผลการตรวจสอบเบื้องต้นของผู้ที่ยื่นเอกสารจองสิทธิ์ และติดต่อกลับไปยังผู้ที่ได้รับสิทธิ์
3. จับสลากเพื่อรับสิทธิ์ในการซื้อโครงการบ้านเพื่อคนไทย โดยผู้ที่รับสิทธิ์จะต้องแจ้งความประสงค์ใช้สิทธิ์ตามวันและเวลาที่ธนาคารกำหนด เพื่อจะทำการตรวจสอบคุณสมบัติตามที่โครงการกำหนด หากไม่ผ่านเกณฑ์จะถือว่าเป็นการสละสิทธิ์

เงื่อนไขการซื้อสิทธิ บ้านเพื่อคนไทย

1. ผู้ซื้อสิทธิ 1 ท่าน มีสิทธิ์จองอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างได้ 1 หน่วย ต่อ 1 โครงการเท่านั้น แต่หากการพิจารณา ให้สิทธิ์ในโครงการใดเสร็จสิ้นไปแล้วและไม่ได้สิทธิ์ สามารถใช้สิทธิ์จองอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างอีกครั้งในจังหวัดเดิมได้
2. ห้ามโอนสิทธิ์ในโครงการบ้านเพื่อคนไทยภายในระยะเวลา 5 ปี นับแต่วันจดทะเบียนสิทธิ์
3. ห้ามนำอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างในโครงการบ้านเพื่อคนไทยไปให้ผู้อื่นใช้ประโยชน์ หรือทำนิติกรรมในลักษณะเป็นการต่างตอบแทน เพื่อให้บุคคลอื่นได้ใช้ประโยชน์ในอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง เว้นแต่เป็นการใช้เพื่อประโยชน์ของสมาชิกในครอบครัวของผู้ซื้อสิทธิ์
4. หากความปรากฏว่าผู้ซื้อสิทธิ์ขาดคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่ง โดยขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกสิทธิในโครงการบ้านเพื่อคนไทย บอกเลิกสัญญา หรือปรับอัตราผลตอบแทนตามเหตุและปัจจัย
5. หากความปรากฏว่าผู้ซื้อสิทธิ์มีพฤติการณ์ปรากฏให้เห็นหรือเชื่อได้ว่าเป็นผู้มีรายได้เกินกว่า 50,000 บาท/เดือน ทั้งนี้ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกสิทธิในโครงการบ้านเพื่อคนไทย บอกเลิกสัญญา หรือปรับอัตราผลตอบแทนตามเหตุและปัจจัย
6. เงื่อนไขอื่นเป็นไปตามที่ประกาศกำหนด
7. สงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไขใด ๆ ดังกล่าวข้างต้น

กำหนดการของโครงการบ้านเพื่อคนไทย

  • 17 มกราคม 2568: เปิดให้จองโครงการผ่านเว็บไซต์บ้านเพื่อคนไทย
  • กุมภาพันธ์ 2568: เริ่มก่อสร้างโครงการนำร่อง
  • มีนาคม 2568: ประกาศผลผู้ที่ได้รับสิทธิ์ในการซื้อที่อยู่อาศัย
  • ธันวาคม 2568: เริ่มโอนโครงการนำร่อง 154 หน่วย
  • มิถุนายน 2569: เริ่มโอนโครงการนำร่อง 4,256 หน่วย
  • ธันวาคม 2569: เริ่มโอนโครงการ 56,000 หน่วย
  • ภายในปี 2570: โอนโครงการให้ได้ทั้งหมด รวม 100,000 หน่วย

เช่าบ้าน-คอนโด

ดูประกาศให้เช่าบ้าน-คอนโด ค่าเช่าไม่เกิน 4,000 บาท บนเว็บไซต์ DDproperty

การเคหะฯ จัดหนักปี 2569 ลดราคาบ้าน 102 โครงการ 20% เริ่ม 2.5 แสนบาท

การเคหะแห่งชาติ เปิด "ดีลดีปีใหม่ Happy New Year 2026" มอบของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน นำที่อยู่อาศัยทั่วประเทศ 102 โครงการจัดโปรโมชันมอบส่วนลด 5-20% ตั้งแต่วันนี้-31 มีนาคม 2569 ได้แก่
  • บ้านเอื้ออาทร 51 โครงการ
  • โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัย (เชิงสังคม) 21 โครงการ
  • ที่อยู่อาศัยเชิงพาณิชย์ 17 โครงการ
  • เคหะชุมชนเดิม 13 โครงการ
ส่วนอาคารชุดขนาด 33 ตารางเมตร ชั้น 3-5 ราคาเริ่มต้น 390,000 บาท และขนาด 24 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 250,000 บาท
ดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.5% ผ่อนนาน 40 ปี จองเพียง 1,000 บาท (โครงการเชิงสังคม) สำหรับโครงการเชิงพาณิชย์จอง 5,000 บาท ฟรีค่าธรรมเนียมการโอน ผ่อนปรนการตรวจสอบเครดิตบูโร
กรณีไม่ผ่านการอนุมัติจากสถาบันการเงิน สามารถทำสัญญาเช่าซื้อโดยตรงกับการเคหะแห่งชาติ หรือเข้าร่วมโครงการสินเชื่อเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย (คบส.)
นอกจากนี้ยังจัดโปรโมชันลดค่าเช่าโครงการที่พักอาศัยทั่วประเทศ 24 โครงการ จำนวน 300-500 บาทต่อหน่วยต่อเดือน จากค่าเช่าเดือนละ 1,260-2,500 บาท ตั้งแต่เดือนมกราคม-31 ธันวาคม 2569
เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพ และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางให้เข้าถึงที่พักอาศัยอย่างเท่าเทียม กำหนดระยะเวลา 6 เดือน
โครงการอาคารเช่าที่ร่วมโปรโมชันมีส่วนลด 300 บาทต่อเดือน ได้แก่
  • อาคารเช่า จ.สมุทรสาคร (กระทุ่มแบน 3)
  • อาคารเช่า จ.ลำปาง
  • อาคารเช่า จ.นครสวรรค์ 2 ระยะที่ 1-2
  • อาคารเช่า จ.ลพบุรี ระยะที่ 1
  • อาคารเช่า จ.ชลบุรี (แหลมฉบัง)
  • อาคารเช่า จ.มหาสารคาม
  • อาคารเช่า จ.สุรินทร์ (สลักได)
  • อาคารเช่า จ.อุบลราชธานี
  • อาคารเช่า จ.อุดรธานี (สามพร้าว)
  • อาคารเช่า จ.กาญจนบุรี
สำหรับผู้ที่มาทำสัญญาเช่า ตั้งแต่เดือนมกราคม-31 มีนาคม 2569 จะได้รับส่วนลดค่าเช่าถึงเดือนมิถุนายน 2569
ส่วนอาคารเช่า จ.หนองบัวลำภู และอาคารเช่า จ.ฉะเชิงเทรา (บางปะกง) เป็นโครงการเปิดใหม่จะได้รับส่วนลด 6 เดือน หลังจากทำสัญญาเช่า
โครงการอาคารเช่าที่ร่วมโปรโมชันมีส่วนลด 400 บาทต่อเดือน ได้แก่
  • อาคารเช่ามาตรฐานรอง เพชรเกษม 91
  • อาคารเช่ามาตรฐานรอง เพชรเกษม ระยะ 2
  • อาคารเช่ามาตรฐานรองอยุธยา 2 ระยะ 1 (บ่อโพง)
โครงการอาคารเช่าที่ร่วมโปรโมชันมีส่วนลด 500 บาทต่อเดือน ได้แก่
  • พรพระร่วงประสิทธิ์ ระยะ 1 ส่วน 1-2 (เช่า)
  • ชัยภูมิ (อาคารเช่า)
  • นครราชสีมา ระยะที่ 4 (เช่า) นครราชสีมา ระยะที่ 5
  • บ้านข้าราชการอ่างทอง (เช่า)
  • บ้านพักข้าราชการ กาญจนบุรี (เช่า)
  • ระยอง (บ้านพักข้าราชการท่าประดู่)
สำหรับผู้ที่มาทำสัญญาเช่า ตั้งแต่เดือนมกราคม-31 มีนาคม 2569 จะได้รับส่วนลดค่าเช่าถึงเดือนมิถุนายน 2569
กลุ่มเป้าหมายที่จะเข้าร่วมโครงการ ได้แก่
  • ผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป
  • ส่วนคนพิการจะต้องเป็นผู้ถือบัตรผู้พิการอายุ 20 ปีขึ้นไป
  • กลุ่มผู้จบการศึกษาใหม่ (First Jobber) อายุ 18-29 ปี และกลุ่มประชาชนทั่วไปอายุ 20 ปีขึ้นไป รายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อเดือน
  • ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมีอายุ 20 ปีขึ้นไป มีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center โทร. 1615

ประกาศขายบ้านเดี่ยว

ค้นหาโครงการบ้านเดี่ยวราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท หลากหลายทำเล

ปรับเกณฑ์มาตรการ LTV เอื้อคนซื้อบ้านกรณีกู้ร่วม

จากการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาตรการควบคุมสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย หรือ LTV เพื่อป้องกันการเกิดหนี้เสีย แต่เกิดผลกระทบต่อผู้ซื้อบ้าน โดยเฉพาะผู้ที่กู้ร่วม
ด้วยเหตุนี้อีกหนึ่งมาตรการรัฐ ซื้อบ้าน 2569 นั่นคือ ทาง ธปท. ได้พิจารณาผ่อนปรนการนับสัญญากรณีกู้ร่วม โดยถ้าผู้กู้ไม่มีชื่อเป็นกรรมสิทธิ์ จะผ่อนปรนเสมือนยังไม่เป็นผู้กู้ในครั้งนั้น เนื่องจากไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่ออยู่อาศัย เพียงแค่ช่วยเหลือกันภายในครอบครัว โดยมีรายละเอียดดังนี้
เรื่องควรรู้ก่อนกู้ร่วม

เรื่องควรรู้ก่อนกู้ร่วม

ผ่อนปรนมาตรการ LTV สำหรับการกู้ร่วม

กรณีที่มีการกู้ร่วม จะให้นับสัญญาการกู้ร่วมอย่างไร

กรณีที่มีการกู้ร่วมจะนับสัญญาอย่างไรนั้น ขอยกตัวอย่างดังนี้
กรณีที่ 1: ผู้กู้ A มีสัญญาสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยอยู่แล้ว 1 สัญญา และในครั้งนี้มาขอกู้ร่วมกับ B ซึ่ง B ยังไม่เคยกู้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยมาก่อน
กรณีที่ 2: ผู้กู้ A และ B กู้ร่วมมาก่อน และในครั้งนี้ B มาขอกู้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย
หลักการนับสัญญาสำหรับการกู้ร่วมให้นับสัญญาตามผู้กู้ที่มีกรรมสิทธิ์บนที่อยู่อาศัยนั้นเป็นหลัก กล่าวคือ
ในกรณีที่ 1: หากทั้ง A และ B มีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยสำหรับการกู้ร่วม ให้นับสัญญาการกู้ร่วมดังกล่าวเป็นสัญญาที่ 2 ของ A (LTV 90% หรือ 80%) แต่หากกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยที่กู้ร่วมในครั้งนี้เป็นของ B แต่เพียงผู้เดียว จึงถือว่าสัญญาการกู้ร่วมในครั้งนี้ เป็นสัญญาแรกของ B และไม่นับเป็นสัญญาที่ 2 ของ A
ในกรณีที่ 2: ในการกู้ร่วมครั้งแรก หาก A มีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยแต่เพียงผู้เดียว จะนับสัญญาที่กู้ร่วมเป็นสัญญาแรกของ A โดยไม่นับเป็นสัญญาแรกของ B ดังนั้น ในการกู้เดี่ยวของ B ในครั้งนี้ จะนับเป็นสัญญาแรกของ B แต่หากในการกู้ร่วมครั้งแรก B มีกรรมสิทธิ์ร่วมในที่อยู่อาศัยดังกล่าวด้วย ก็จะนับสัญญาการกู้เดี่ยวของ B ในครั้งนี้ เป็นสัญญาที่ 2
จะเห็นได้ว่าภาครัฐยังคงให้ความสำคัญกับเรื่องที่อยู่อาศัยของประชาชน ด้วยมาตรการรัฐ ซื้อบ้าน 2569 ที่เอื้อให้คนมีบ้านได้ง่ายขึ้น และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทางภาครัฐจะสนับสนุนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในมาตรการที่เคยได้รับความสนใจอย่างมาก อย่างโครงการบ้านหลังแรก
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น DDproperty by PropertyGuru ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท ออลพร็อพเพอร์ตี้ มีเดีย จำกัด ไม่สามารถรับรองหรือรับประกันเกี่ยวกับข้อมูล รวมทั้งไม่สามารถรับรองหรือรับประกันใด ๆ เกี่ยวกับความเหมาะสม สำหรับวัตถุประสงค์เฉพาะใด ๆ ของข้อมูล ตามขอบเขตสูงสุดที่กฎหมายอนุญาต แม้ว่าเราได้พยายามอย่างเต็มที่ เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ถูกต้อง เชื่อถือได้ และครบถ้วน ณ เวลาที่เขียน แต่ข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ไม่ควรนำไปใช้ในการตัดสินใจทางการเงิน, การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือทางกฎหมายทันที ผู้อ่านไม่ควรใช้ข้อมูลในบทความ แทนคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมซึ่งสามารถพิจารณาข้อเท็จจริงและสถานการณ์ส่วนตัวของคุณได้ ทั้งนี้ เราไม่สามารถรับผิดชอบใด ๆ หากคุณเลือกที่จะนำข้อมูลไปใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจ

คำถามยอดนิยม

LTV คือ loan-to-value ratio หมายถึง อัตราส่วนสินเชื่อต่อราคาบ้าน เช่น บ้าน 2 ล้านบาท และกำหนดให้ LTV = 90% คือ จะกู้เงินเพื่อซื้อบ้านได้เพียง 1.8 ล้านบาท (90% x 2 ล้าน) และต้องวางเงินดาวน์อีก 2 แสนบาท