เตรียมเงินอย่างไร ซื้อบ้านใหม่ไม่ช็อต

DDproperty Editorial Team
เตรียมเงินอย่างไร ซื้อบ้านใหม่ไม่ช็อต
ต้องมีเงินเท่าไหร่จึงจะซื้อบ้านได้? เป็นคำถามที่ผู้ที่กำลังตัดสินใจจะซื้อบ้านใหม่ โดยเฉพาะบ้านหลังแรกค่อนข้างกังวล เพราะปัญหาการซื้อบ้านแล้วไม่สามารถทางการเงินอย่างเพียงพอมีอยู่ให้เห็นเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นการไม่สามารถผ่อนดาวน์ไปได้ตลอดรอดฝั่งเพราะหมุนเงินไม่ทัน หรือปัญหาไม่สามารถกู้ธนาคารได้เพราะรายได้ไม่พอ จนเกิดเป็นบ้านหรือคอนโดหลุดดาวน์ที่โครงการนำกลับมาขายใหม่อย่างที่เห็นกัน
ดังนั้นความพร้อมด้านการเงินจึงเป็นสิ่งที่ผู้ซื้อบ้านควรให้ความสำคัญ แต่ก็ไม่ต้องวิตกมากจนเกินไปเพราะบทความของเราในครั้งนี้จะทำให้คุณทราบว่าในการซื้อบ้านใหม่สักหลังจะมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง และต้องจ่ายเมื่อไร เพื่อเป็นแนวทางช่วยให้คุณเตรียมเงินเอาไว้แต่เนิ่นๆ และพร้อมจ่ายได้ทันเวลา
ในการซื้อบ้านใหม่สักหลัง หรือ คอนโดใหม่ สักห้องนั้นจะมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น 5 ก้อนด้วยกัน แต่ค่าใช้จ่ายทั้ง 5 ก้อนนี้จะทยอยเกิดขึ้นโดยมีระยะห่างในการเกิดขึ้นตั้งแต่รายวัน รายอาทิตย์ ไปจนถึงรายเดือน มีรายละเอียดดังนี้ครับ

ค่าใช้จ่ายก้อนที่ 1 “จอง”

ค่าใช้จ่ายก้อนนี้เกิดขึ้นเร็วที่สุด แต่ก็เป็นค่าใช้จ่ายก้อนเล็กที่สุดเช่นกัน จะเกิดขึ้นเมื่อคุณเข้าชมโครงการแล้วสนใจที่จะซื้อ พนักงานขายก็จะให้คุณวางมัดจำเอาไว้เพื่อเป็นการจองไว้ก่อน สำหรับมัดจำนี้จะมีมูลค่าขั้นต่ำตั้งแต่ไม่กี่พันบาท เรื่อยไปจนถึงหลักหมื่น และในโครงการที่ไฮเอนด์อาจจะสูงสุดถึงหลักแสน
แต่โดยทั่วไปแล้วมัดจำในการจองจะเป็นจำนวนเงินที่กำหนดให้ผู้ซื้อสามารถจ่ายได้ทันทีในการมาชมโครงการครั้งแรก หลังจากที่วางเงินจองแล้วทางโครงการก็จะออกเอกสารเป็นใบเสร็จรับเงินเป็นหลักฐานที่แสดงถึงการได้รับเงินมัดจำจากผู้ซื้อเอาไว้หรือที่เรียกว่า “ใบจอง” นั่นเอง ประโยชน์ของใบจองก็คือการที่ผู้ซื้อซื้อสิทธิ์ที่จะซื้อบ้านหรือคอนโดดังกล่าวในช่วงเวลาที่กำหนด โดยสงวนสิทธิ์ไม่ให้โครงการทรัพย์รายการดังกล่าวออกไปขายให้กับบุคคลอื่นๆ

ค่าใช้จ่ายก้อนที่ 2 “ทำสัญญาจะซื้อจะขาย”

โดยทั่วไประยะเวลาของการจองจะอยู่ในช่วง 1-2 สัปดาห์ หรือไม่เกิน 14 วัน โดยโครงการจะขอให้ผู้ซื้อเข้ามาทำสัญญาจะซื้อจะขายภายในระยะเวลาที่กำหนด มิฉะนั้นแล้วโครงการมีสิทธิ์ที่จะนำบ้านหรือคอนโดที่เราจองออกไปขายให้บุคคลอื่นอีกครั้ง ค่าใช้จ่ายก้อนนี้จะมากกว่าก้อนแรกเพราะโครงการได้แจ้งล่วงหน้าไปพร้อมกับการจองแล้ว และให้เวลาไปเตรียมเงินมาจ่ายนานสุดถึง 2 สัปดาห์ ซึ่งจำนวนเงินที่จะจ่ายในขั้นตอนนี้จะตั้งแต่หลักหมื่นไปถึงหลักแสนเลยทีเดียวขึ้นอยู่กับราคาของบ้านหรือคอนโดที่เราซื้อ
โดยจำนวนเงินนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการวางมัดจำเพื่อทำสัญญาจะซื้อจะขายของทางโครงการ ดังนั้นเอกสารในขั้นตอนนี้จะมีความสำคัญมากเพราะจะไม่ใช่เป็นเพียงใบเสร็จรับเงินแบบครั้งก่อน แต่เป็นสัญญาที่ทำขึ้นระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อ และระบุรายละเอียดที่ชัดเจนของบ้านหรือคอนโดที่จะซื้อ ทั้งตำแหน่งที่ตั้ง ขนาด และระยะเวลาก่อสร้าง วัสดุที่ใช้ ของแถมต่าง ๆ จึงควรใส่ความละเอียด ถ้าไม่ตรงกับที่เข้าใจต้องทักถ้วงทันที
สัญญาฯ ฉบับนี้จะมีเนื้อหาที่ครอบคลุมไปถึงประเด็นการการผ่อนดาวน์ โดยจะมีรายละเอียดของงวดชำระผ่อนดาวน์ พร้อมจำนวนเงิน ซึ่งจะเป็นเงินก้อนถัดไปซึ่งจะมาถึง ผู้ควรให้ความสนใจกับประเด็นการคืนเงินดาวน์ในกรณีที่กู้ไม่ผ่าน โดยถ้าพนักงานขายแจ้งว่าจะคืนเงินจะต้องระบุไว้ในสัญญาฯ ด้วย

ค่าใช้จ่ายก้อนที่ 3 “ผ่อนดาวน์”

หลังจากทำสัญญาจะซื้อจะขายไปแล้วในขั้นตอนก่อนหน้าก็จะทราบรายละเอียดช่วงเวลาผ่อนดาวน์ และจำนวนเงินที่ต้องชำระในแต่ละงวด ซึ่งอาจเป็นจำนวนเงินเท่าๆ กัน หรือปรับเพิ่มขึ้นเป็นช่วงๆ ในลักษณะขั้นบันไดก็ได้ ควรดูให้ถี่ถ้วนเพื่อเตรียมเงินเอาไว้ให้พอสำหรับทุกงวด
สำหรับการผ่อนดาวน์นี้โดยทั่วไปแล้วจะคิดเป็นมูลค่า 20-30% ของราคาบ้านหรือคอนโด โดยผู้ซื้อจะผ่อนดาวน์ไปเรื่อยๆ ระหว่างนั้นโครงการก็จะดำเนินการก่อสร้างไปเรื่อยๆ โครงการมักจะออกแบบให้งวดผ่อนดาวน์พอดีกับระยะเวลาก่อสร้าง
ถ้าเป็นบ้านเดี่ยวจะใช้เวลา 10-14 เดือนโดยประมาณ ถ้าคอนโดแบบโลว์ไรส์ก็จะใช้ระยะเวลาสั้นลงมาประมาณ 1-2 ปี และถ้าเป็นคอนโดไฮไรส์ก็จะใช้เวลาก่อสร้าง 2-3 ปี ระหว่างผ่อนดาวน์ผู้ซื้อก็ควรตรวจสอบความคืบหน้าของโครงการอย่างสม่ำเสมอ

ค่าใช้จ่ายก้อนที่ 4 “ค่าธรรมเนียมโอน ค่าจดทะเบียนจำนอง และค่าใช้จ่ายอื่นๆ”

เมื่อผ่อนดาวน์ไปจนครบแล้ว ถ้าการก่อสร้างเป็นไปตามแผนบ้านหรือคอนโดควรจะใกล้เสร็จ ความคืบหน้าประมาณ 80-90% และพร้อมจะโอนให้ผู้ซื้อเป็นเจ้าของในไม่ช้าจึงเป็นช่วงเวลาของการขอสินเชื่อจากธนาคารเพื่อจ่ายเงินในส่วนที่เหลืออยู่ และเมื่อกำหนดโอนมาถึงก็จะเกิดค่าใช้จ่ายก้อนเล็กๆ ขึ้นในวันนั้นได้แก่ ค่าธรรมเนียมโอนซึ่งส่วนใหญ่โครงการจะให้ผู้ซื้อออกครึ่งหนึ่ง (1% ของราคาประเมิน)
นอกจากจะตกลงไว้เป็นอย่างอื่น นอกจากนั้นอาจมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ผู้ซื้ออาจต้องออกตามที่ตกลงกับโครงการ เช่น ค่ามาตรวัดน้ำ มิเตอร์ไฟฟ้า โทรศัพท์ กองทุนค่าใช้จ่ายส่วนกลางเก็บล่วงหน้า เป็นต้น ซึ่งส่วนนี้โครงการจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า รวมไปถึงค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการขอสินเชื่อบ้าน เช่น ค่าจดจำนอง ค่าประเมินหลักทรัพย์โดยเจ้าหน้าที่ธนาคาร เป็นต้น พอชำระค่าใช้จ่ายก้อนนี้เสร็จผู้ซื้อจะได้มีชื่อเป็นเจ้าของบ้านอย่างแท้จริงสักที ขณะเดียวกันก็เริ่มต้นสถานะลูกหนี้ของธนาคาร

ค่าใช้จ่ายก้อนที่ 5 “ผ่อนบ้านกับธนาคาร”

เป็นเงินก้อนใหญ่ที่สุดเพราะมีมูลค่าเป็นสัดส่วนถึงเกือบ 70-80% ของมูลค่าบ้านหรือคอนโดที่เราซื้อ แต่เงินก้อนนี้เราจะแบ่งผ่อนเป็นงวดๆ ทุกๆ เดือน ในจำนวนขั้นต่ำที่เท่าๆ กันตามที่ธนาคารกำหนดไว้ ซึ่งจะเป็นรายจ่ายประจำที่มีผลผูกพันกับผู้ซื้อระยะยาวไปจนกว่าจะผ่อนบ้านหมด ซึ่งเงินจำนวนนี้ไม่น่าเป็นห่วงเพราะมีจำนวนที่สม่ำเสมอ การมีวินัยทางการเงินและวางแผนการเงินล่วงหน้าจะทำให้ผู้ซื้อสามารถชำระหนี้กับธนาคารได้อย่างสม่ำเสมอ
จากค่าใช้จ่ายทั้ง 5 ก้อนที่เรานำมาแจกแจงกันไปข้างต้นนั้นจะพบว่าค่าใช้จ่ายที่มาถึงค่อนข้างเร็วในการซื้อบ้านก็คือ ค่าใช้จ่ายก้อนที่ 1 และ 2 ซึ่งจะมาถึงในช่วง 1 เดือนหลังจากการตัดสินใจซื้อ ค่าใช้จ่ายตรงนี้ประมาณหลักแสนบาท หลังจากนั้น และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในระยะกลางเป็นค่าใช้จ่ายที่ทยอยจ่ายคือก้อนที่ 3 การผ่อนดาวน์ และค่าใช้จ่ายก้อนที่ 4 ซึ่งเกี่ยวของกับการโอนและการกู้ เป็นที่น่าสังเกตว่าค่าใช้จ่ายทั้ง 4 ก้อนแรกนั้นผู้ซื้อจะต้องพึ่งพาเงินเก็บของตัวเองทั้งหมด เพราะเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นก่อนการกู้ ดังนั้นจึงสรุปได้ในเบื้องต้นว่าผู้ซื้อควรจะมีเงินเพียงสำหรับค่าใช้จ่าย 4 ก้อนแรก หรือประมาณ 20-30% ของมูลค่าบ้านและคอนโด และในระยะยาวจะต้องมีค่าใช้จ่ายเพียงพอสำหรับงวดชำระผ่อนบ้านในแต่ละเดือนด้วย
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย เชษฐพล มานิตย์ นักเขียนออนไลน์ประจำ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kittikom@ddproperty.com
สนใจรับบทความดีดี อัปเดต ข่าวอสังหาริมทรัพย์ และ อ่านคู่มือซื้อขาย พร้อม รีวิวโครงการคอนโดฯ ใหม่ บ้านใหม่ หลากหลายทำเลและราคา รวมถึง ทำความรู้จักกับทำเลฮอตทั่วกรุง เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการซื้อ-ขาย-เช่า
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น DDproperty by PropertyGuru ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท ออลพร็อพเพอร์ตี้ มีเดีย จำกัด ไม่สามารถรับรองหรือรับประกันเกี่ยวกับข้อมูล รวมทั้งไม่สามารถรับรองหรือรับประกันใด ๆ เกี่ยวกับความเหมาะสม สำหรับวัตถุประสงค์เฉพาะใด ๆ ของข้อมูล ตามขอบเขตสูงสุดที่กฎหมายอนุญาต แม้ว่าเราได้พยายามอย่างเต็มที่ เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ถูกต้อง เชื่อถือได้ และครบถ้วน ณ เวลาที่เขียน แต่ข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ไม่ควรนำไปใช้ในการตัดสินใจทางการเงิน, การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือทางกฎหมายทันที ผู้อ่านไม่ควรใช้ข้อมูลในบทความ แทนคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมซึ่งสามารถพิจารณาข้อเท็จจริงและสถานการณ์ส่วนตัวของคุณได้ ทั้งนี้ เราไม่สามารถรับผิดชอบใด ๆ หากคุณเลือกที่จะนำข้อมูลไปใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจ

คำนวณยอดผ่อนต่อเดือน

คำนวณยอดผ่อนชำระต่อเดือนตามอัตราดอกเบี้ยของคุณด้วยเครื่องมือคำนวณสินเชื่อนี้

คำนวณวงเงินกู้สูงสุด

คำนวณสินเชื่อบ้าน ยอดวงเงินกู้บ้านใหม่ที่คาดว่าจะได้รับจากแบงก์และยอดผ่อนชำระในแต่ละเดือน

คำนวณสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน

เช็กยอดผ่อนชำระต่อเดือนอัตราใหม่และจำนวนเงินที่คุณสามารถประหยัดได้หลังจากการทำรีไฟแนนซ์