เปรียบเทียบทำเลกับเงินในกระเป๋า

27507207_xxl

ใครที่เริ่มวางแผนจะซื้อคอนโดมิเนียม จะมองหาทำเลไหน ซื้อแบรนด์ไหนดี ต้องเริ่มจาก “ดูเงินในกระเป๋า” ตัวเองก่อน มีงบประมาณเท่าไหร่ ผ่อนได้เดือนละเท่าไหร่ ซึ่งวิธีการเลือกจากงบประมาณของแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน บางคนเลือกที่ตัวเองผ่อนได้สบายๆ แต่บางคนก็เลือกราคาสูง ผ่อนชนเพดาน เพราะประเมินแล้วว่า อนาคตรายได้จะต้องเพิ่มขึ้น

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับ การเปรียบเทียบทำเล

 

เลือกทำเลอย่างไร ไม่ให้ผิดหวัง

เลือกทำเลอย่างไร ไม่ให้ผิดหวัง

 

 

ซื้อคอนโดฯ อยู่เอง ทำเลไหนดี

ซื้อคอนโดฯ อยู่เอง ทำเลไหนดี

 

เลือกทำเลคอนโดฯ ให้ได้กำไร

เลือกทำเลคอนโดฯ ให้ได้กำไร

 

ซื้อบ้านทั้งที ต้องคิดให้รอบด้าน

 ซื้อบ้านทั้งที ต้องคิดให้รอบด้าน

ทำเลไหนดี ดูเงินในกระเป๋าก่อน ทีนี้เงินในกระเป๋าใคร เหมาะกับทำเลไหน เริ่มด้วย

ต่ำกว่า 1 ล้าน ที่ไหนยังมี

คอนโดมิเนียมระดับราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาทก็ยังมีอยู่บ้าง (มาแทนที่ทาวน์เฮาส์ล้านต้นๆ) ส่วนใหญ่เป็นลักษณะโลว์ไรซ์ อาคารความสูงไม่เกิน 8 ชั้น ทำเลจะอยู่ชานเมือง หรืออยู่ใกล้มหาวิทยาลัย หรืออยู่ใกล้นิคมอุตสาหกรรม เช่น
- โซนเหนือ ก็จะอยู่แถวๆ รังสิต มีอยู่ประมาณ 1-2 โครงการขนาดใหญ่ที่ยังมีเสนอขายคอนโดฯ ต่ำกว่า 1 ล้านให้ได้ช้อปปิ้งกัน
- โซนตะวันออก แถวร่มเกล้า มีนบุรี ยังมีให้เลือกอยู่
- โซนฝั่งธนบุรี-จรัญฯ ยังมีอยู่ 1-2 โครงการเข้าซอย แต่โซนธนบุรี ฝั่งถนนเพชรเกษม ค่อนข้างหายาก เพราะเป็นย่านการค้าที่ราคาที่ดินแพงอยู่ก่อนแล้ว
- โซนใต้ แถวพระราม 2 เริ่มมีคนกลับมาทำคอนโดฯ อีกรอบ ถ้าคนที่ทำงานบริเวณนั้นก็ถือว่าเหมาะ แต่ถ้าคนที่ต้องเข้าเมือง อาจต้องดูเรื่องการเดินทางมาเชื่อมต่อรถไฟฟ้า ถ้ารับไหว ก็เป็นทางเลือกที่ดี

1-2 ล้าน ทางเลือกเยอะ

คอนโดมิเนียมระดับราคาประมาณ 1-2 ล้านบาท ยังมีให้เลือกค่อนข้างเยอะ รอบนอกกรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ ยังมีคอนโดฯ ระดับราคานี้อยู่ ทำเลจะใกล้เคียงกับกลุ่มคอนโดฯ ต่ำกว่า 1 ล้านบาท แต่อาจจะขยับมาใกล้เมืองกว่า หรือห้องชุดมีขนาดใหญ่กว่า ราคาจึงสูงกว่า แต่กลุ่มนี้จะไกลกว่าคอนโดฯ กลุ่ม 2-3 ล้านบาท ส่วนใหญ่อยู่ในชุมชนเก่าแก่ที่สิ่งอำนวยความสะดวก อาหารการกินครบครัน อาจจะไกลรถไฟฟ้านิดหนึ่ง แต่ก็เดินทางเชื่อมต่อได้ไม่ยาก

อย่างไรก็ตาม โซนรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียวที่กำลังก่อสร้างทั้งฝั่งเหนือ สายหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และฝั่งสมุทรปราการ สายแบริ่ง-สมุทรปราการ ยังมีบางโครงการที่เปิดขายราคาเริ่มต้น 1.7-19 ล้านบาท ก็ยังมีอยู่บ้างเป็นทางเลือก

2-3 ล้านบาท ส่วนต่อขยายวิ่งแล้ว มีตัวเลือกเยอะ

กลุ่มราคา 2-3 ล้านบาท นี้เรียกว่า มีทางเลือกเยอะมากที่สุดสำหรับมนุษย์เงินเดือนรายได้ระดับปานกลาง ซึ่งมีทั้งทำเลชานเมือง (ห้องใหญ่) และทำเลใกล้เมือง ตามแนวรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายที่เปิดให้บริการแล้ว แต่คนส่วนใหญ่จะซื้อคอนโดมิเนียมทั้งทีก็เลือกที่ใกล้รถไฟฟ้าเป็นหลัก ดังนั้น รถไฟฟ้าส่วนต่อขยายที่เปิดให้บริการแล้ว เช่น ฝั่งธนบุรี ฝั่งอ่อนนุช-แบริ่ง โซนรัชดาภิเษก และโซนรถไฟฟ้าสายสีม่วง จึงฮอตฮิตมาก

ทำเลที่กล่าวถึงนั้น มีตัวเลือกค่อนข้างเยอะมาก ทั้งที่ยังก่อสร้าง ทั้งที่สร้างเสร็จแล้ว ข้อเสนอค่อนข้างดี โดยเฉพาะโซนเกาะรถไฟฟ้าสายสีม่วง ใกล้เมืองหน่อย แต่ได้ห้องใหญ่ ส่วนที่ใกล้ๆ รถไฟฟ้ามากๆ ชนิดติดสถานีบ้าง หรือไม่กี่ก้าวถึง ราคาเริ่มต้นไม่แพงมาก 2.2-2.8 ล้านบาท ห้องจะเล็กน้อย แต่เดินทางสะดวกมาก ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน

3-5 ล้านบาท ใกล้เมืองขึ้นมานิด
คอนโดมิเนียมระดับนี้ เน้นเจาะกลุ่มมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้สูงขึ้นมาพอสมควร อาจจะต้อง 40,000-50,000 บาทขึ้นไป กลุ่มนี้ก็มีทางเลือกค่อนข้างมากเช่นกัน โดยถ้ายังอยู่ในช่วง 3 ล้านบาท อาจจะเป็นห้องใหญ่สุดของทำเลเกาะแนวรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายที่เปิดให้บริการแล้ว แต่ถ้าขยับมาที่ 4 ล้านบาทจะเริ่มใกล้เมืองมากขึ้น แต่ห้องเล็กหน่อย ส่วน 5 ล้านบาท จะมี 2 ทางเลือก คือ ห้องใหญ่ ของกลุ่มคอนโดฯ ส่วนต่อขยาย กับห้องเล็กสุดของคอนโดฯ ในเมืองเลย

ทำเลที่ยังมีซัพพลายระดับราคานี้เปิดขาย เช่น สีลม สาทร เพลินจิต พระราม 9 รัชดาภิเษก

5 ล้านบาทขึ้นไป ตัวเลือกของคนกำลังซื้อสูง
กลุ่มคอนโดมิเนียมระดับราคา 5 ล้านบาทขึ้นไปจะมีทางเลือกค่อนข้างเยอะมากเช่นกัน ทำเลอยู่ใจกลางเมืองเลย ใกล้แหล่งช้อปปิ้ง กินดื่ม เที่ยว ติดรถไฟฟ้า ดีไซน์ล้ำ ฟังก์ชั่นดี เรียกว่าครบทุกอย่างที่ต้องการในการอยู่อาศัย แต่กลุ่มนี้ก็จะแบ่งอีก ถ้าเป็นคอนโดฯ ราคา 5-8 ล้านบาท ก็จะได้ห้องเล็ก แต่ถ้า 8-12 ล้านบาท ห้องก็จะใหญ่ขึ้นมาหน่อย แต่ถ้าเป็น 12 ล้านบาทขึ้นไป ส่วนใหญ่จะเริ่มได้ห้องใหญ่ อาจจะเป็นเพ้นท์เฮาส์ของโครงการเล็ก หรือเป็นห้องระดับกลางของโครงการใหญ่

ท้ายที่สุด ฝากไว้สักนิด การตัดสินใจซื้อคอนโดมิเนียมด้วยการกู้เงินแบงก์ นอกจากจะประเมินเงินผ่อนแล้ว ให้ประเมินค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จะเกิดขึ้นตามมาด้วย ไม่ว่าจะเป็น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต (กรณีที่ติดตั้ง wi-fi) ในห้อง ค่าส่วนกลาง ค่าประกันอัคคีภัย (ปีละประมาณ 2,000 บาท แต่บางธนาคารที่เราทำเรื่องกู้จะให้เราจ่ายเป็นก้อน 2-3 ปีครั้ง หรือ 5 ปีครั้ง เวลาเวียนมาถึงก็หนักเหมือนกัน) เพราะถ้านึกถึงค่าผ่อนอย่างเดียวและเลือกชนเพดานกำลังซื้อตัวเอง อาจต้องเหนื่อยกับการหาเงินให้เพียงพอกับค่าใช้จ่ายทั้งหมดได้

หากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการซื้อบ้าน คู่มือซื้อขาย สามารถเป็นตัวช่วยตอบได้ทุกคำถาม พร้อมบอกรายละเอียดการคำนวณสินเชื่อบ้านให้คุณตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น

อ่านอะไรต่อดี

รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญไม่ว่าคุณจะมีคำถามใด ๆ !

ใช้งานหมวด AskGuru เพื่อรับสิทธิพิเศษในการเข้าถึงคำตอบกว่าพันคำถามจากตัวแทนเอเยนท์และผู้เชี่ยวชาญของเรา 💬⭐👍