เมื่อผู้กู้ร่วมเสียชีวิต บ้านที่ผ่อนอยู่จะทำอย่างไร

DDproperty Editorial Team
เมื่อผู้กู้ร่วมเสียชีวิต บ้านที่ผ่อนอยู่จะทำอย่างไร
เพราะชีวิตคือความไม่แน่นอน และความตายเป็นเรื่องที่อยู่นอกเหนือการควบคุม คนที่วางแผนจะใช้ชีวิตร่วมกันในอนาคตอาจจากไปก่อนเวลาอันควร อนาคตที่วาดฝันไว้ก็เปลี่ยนไป แต่ก็มีบางเรื่องที่เริ่มต้นแล้วก็ยังคงต้องดำเนินต่อไปแม้จะไม่มีใครคนนั้นจะอยู่แล้วก็ตาม
อย่างการกู้บ้าน ซึ่งสินเชื่อบ้านนั้นเป็นสินเชื่อที่มีระยะเวลายาวนาน เมื่อผู้กู้ร่วมฝ่ายหนึ่งเสียชีวิตจะส่งผลกระทบต่อการกู้อย่างไร และต้องดำเนินการเช่นใด DDproperty สรรหาคำตอบมาเพื่อคุณ

ผู้กู้ร่วมเสียชีวิตส่งผลกระทบต่อการผ่อนชำระสินเชื่อบ้านอย่างไรบ้าง

การเสียชีวิตของผู้กู้ร่วมนั้นในเบื้องต้นจะยังไม่กระทบต่อสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยซึ่งยังอยู่ในระหว่างสัญญา โดยสัญญากู้เงินเพื่อที่อยู่อาศัยที่ทำกับธนาคารนั้นไม่ได้ระงับไปจากการเสียชีวิตของผู้กู้ร่วมฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่าย กล่าวได้ว่าสถานะของผู้กู้ร่วมแต่ละฝ่ายยังคงอยู่ในสภาพเดิมเหมือนก่อนเสียชีวิต
การเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของสินเชื่อบ้านจะเกิดขึ้นเมื่อผู้ที่เกี่ยวข้องแจ้งให้ธนาคารทราบว่าผู้กู้ร่วมเสียชีวิต เมื่อนั้นธนาคารจะเรียกให้ทายาทหรือผู้จัดการมรดกของผู้เสียชีวิตเข้ามาลงชื่อเพื่อแสดงเจตนาที่จะรับสภาพหนี้ ภายใน 1 ปี
ผลที่เกิดจากการแสดงเจตนายอมรับสภาพหนี้นั้นจะมีผลผูกพันกับทายาทของผู้กู้ร่วมซึ่งเสียชีวิต โดยทำให้ทายาทที่รับสภาพหนี้เข้ามาอยู่ในฐานะลูกหนี้ของธนาคารแทนที่ผู้กู้ร่วมที่เสียชีวิต ในส่วนนี้มีข้อจำกัดคือทายาทที่จะสามารถรับสภาพหนี้ได้นั้นจะต้องเป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว

ผู้กู้ร่วมเสียชีวิตส่งผลกระทบต่อกรรมสิทธิ์ของบ้านอย่างไรบ้าง

สำหรับกรรมสิทธิ์ของบ้านนั้นก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น จากเดิมที่เป็นการกู้ร่วมกันทำให้กรรมสิทธิ์ในบ้านเป็นของผู้กู้ร่วมแต่ละฝ่ายคนละครึ่ง ดังนั้นเมื่อผู้กู้ร่วมฝ่ายหนึ่งเสียชีวิตกรรมสิทธิ์ครึ่งหนึ่งจึงตกทอดไปสู่ทายาท
ในขั้นตอนนี้จะต้องมีการไปดำเนินการที่สำนักงานที่ดิน ณ เขตซึ่งอสังหาริมทรัพย์ตั้งอยู่ ทายาทและผู้จัดการมรดกจะแจ้งความจำนงค์เพื่อขอเปลี่ยนแปลงชื่อด้านหลังโฉนดจากผู้กู้ร่วมที่เสียชีวิตเปลี่ยนเป็นชื่อของตนเอง ซึ่งในการดำเนินการนี้จะมีค่าธรรมเนียมในการโอน 2% ของราคาประเมิน
ประเด็นการผ่อนชำระสินเชื่อบ้านต่อไปหลังจากที่ผู้กู้ร่วมฝ่ายหนึ่งเสียชีวิตไปแล้ว มีกรณีต่าง ๆ ซึ่งควรสนใจ ดังนี้

กรณีผู้กู้ร่วมที่เสียชีวิตทำประกัน MRTA ไว้

ประกัน MRTA (Mortgage Reducing Term Assurance) หรือประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ คือประกันที่ผู้กู้หรือผู้กู้ร่วมสามารถเลือกใช้บริการได้กับธนาคารที่ให้กู้ โดยประกัน MRTA นี้จะให้ความคุ้มครองผู้เอาประกันในกรณีที่ผู้เอาประกันเสียชีวิตหรือพิการถาวร โดยประกัน MRTA จะผ่อนชำระหนี้บ้านแทนให้ตามวงเงินคุ้มครองที่ผู้เอาประกันได้ทำประกันเอาไว้ ดังนั้นในกรณีที่ผู้กู้ร่วมได้ทำประกัน MRTA เอาไว้ก็จะได้เงินจากประกันเพื่อชำระหนี้บ้านตามวงเงิน
ยกตัวอย่าง ถ้าวงเงินกู้บ้านเท่ากับ 2 ล้านบาท มีผู้กู้ร่วม 2 คน เท่ากับว่าผู้กู้ร่วมแต่ละฝ่ายรับผิดชอบหนี้คนละ 1 ล้านบาท
ถ้าหากผู้กู้ร่วมฝ่ายที่เสียชีวิตทำประกัน MRTA โดยมีวงเงินคุ้มครอง 6 แสนบาท เมื่อผู้กู้ร่วมเสียชีวิตก็จะได้รับเงิน 6 แสนบาทจากประกันมาชำระหนี้ในส่วนของผู้กู้ร่วม จึงเหลือยอดหนี้ค้างชำระส่วนของผู้กู้ร่วมอีก 4 แสนบาท ซึ่งเป็นยอดหนี้ซึ่งทายาทของผู้กู้ร่วมจะแสดงเจตนารับสภาพหนี้และชำระหนี้ต่อ

กรณีทายาทของผู้กู้ร่วมชำระสินเชื่อบ้านต่อ

ในกรณีที่ทายาทของผู้กู้ร่วมแสดงเจตนารับสภาพหนี้ ยอดหนี้ที่ทายาทจะต้องร่วมกันชำระต่อกับผู้กู้ร่วมอีกฝ่ายก็คือครึ่งหนึ่งของยอดหนี้คงเหลือล่าสุด โดยทายาทที่จะรับชำระหนี้ต่อนั้นนอกจากจะต้องบรรลุนิติภาวะแล้ว ก็จะต้องผ่านการประเมินจากทางธนาคารว่ามีความสามารถในการชำระหนี้ได้ในฐานะผู้กู้ร่วม โดยพิจารณาจากรายได้และปริมาณหนี้ที่บุคคลจะสามารถแบกรับภาระได้

กรณีผู้กู้ร่วมอีกฝ่ายสามารถผ่อนต่อเพียงคนเดียว

กรณีที่ผู้กู้ร่วมอีกฝ่ายสามารถมีความสามารถที่จะผ่อนชำระสินเชื่อในส่วนของตนเองและส่วนของผู้กู้ร่วมที่เสียชีวิตไปด้วย ตนเองก็สามารถผ่อนชำระต่อไปได้เลยไม่เป็นปัญหากับทางธนาคารแต่อย่างใด แต่ในกรณีนี้จะมีประเด็นว่ากรรมสิทธิ์ในบ้านครึ่งหนึ่งยังคงตกทอดสู่ทายาทของผู้กู้ร่วมฝ่ายที่เสียชีวิตอยู่ดี

กรณีผู้กู้ร่วมต้องการหาผู้กู้ร่วมคนใหม่มาช่วยผ่อนต่อ

ผู้กู้ร่วมสามารถหาผู้กู้ร่วมรายใหม่มาช่วยผ่อนสินเชื่อบ้านต่อได้ มีเงื่อนไขว่าผู้กู้ร่วมใหม่จะต้องมีความสัมพันธ์เชิงเครือญาติกัน โดยสามารถแจ้งความต้องการเปลี่ยนผู้กู้ร่วมใหม่แก่ธนาคารได้ ซึ่งธนาคารจะมีการประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ร่วมรายใหม่เสมือนการยื่นกู้ใหม่
โดยทั่วไปแล้วสัดส่วนของหนี้ที่ธนาคารยอมรับให้ผู้กู้แบกรับได้จะอยู่ในช่วง 40-60% ของรายได้ เช่น สำหรับธนาคารกสิกรไทย ถ้าผู้กู้มีรายได้ตั้งแต่ 30,000 ลงไป จะมีภาระหนี้ได้ 40% แต่ถ้าผู้กู้มีรายได้มากกว่า 30,000 บาท จะมีภาระหนี้ได้ 50% และถ้ามีรายได้ตั้งแต่ 70,000 บาทเป็นต้นไปจะมีภาระหนี้ได้สูงสุด 60% เป็นต้น

กรณีไม่สามารถผ่อนชำระบ้านต่อด้วยตนเอง และไม่สามารถหาผู้กู้ร่วมได้

สำหรับกรณีนี้ในเบื้องต้นทางธนาคารจะให้เวลาผู้กู้ร่วมในการหาผู้กู้ร่วมรายใหม่ โดยมีมาตรการยืดหยุ่นระยะเวลาในการผ่อนชำระ เช่น สำหรับธนาคารกสิกรไทยมีการผ่อนชำระเฉพาะดอกเบี้ย 3 เดือน แต่ถ้าผู้กู้ร่วมยังไม่สามารถหาผู้กู้ร่วมรายใหม่ได้
ผู้กู้ร่วมจำเป็นที่จะต้องขายบ้านดังกล่าวออกไปแก่บุคคลภายนอก โดยจำเป็นต้องประสานกับผู้จัดการมรดกของผู้กู้ร่วมที่เสียชีวิตเพื่อยินยอมให้ดำเนินการขายบ้านร่วมกัน ซึ่งผู้กู้ร่วมเพียงฝ่ายเดียวไม่สามารถขายบ้านเองได้ และในกรณีสุดท้ายที่ไม่สามารถขายบ้านได้ และไม่สามารถชำระหนี้บ้านได้ธนาคารจะถือว่าผู้กู้ร่วมเดิมและทายาทของผู้กู้ร่วมฝ่ายที่เสียชีวิตผิดนัดชำระหนี้
ข้อมูลอ้างอิง: K-expert โดย ธนาคารกสิกรไทย
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย เชษฐพล มานิตย์ นักเขียนออนไลน์ประจำ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kittikom@ddproperty.com
สนใจรับบทความดีดี อัปเดต ข่าวอสังหาริมทรัพย์ และ อ่านคู่มือซื้อขาย พร้อม รีวิวโครงการคอนโดฯ ใหม่ บ้านใหม่ หลากหลายทำเลและราคา รวมถึง ทำความรู้จักกับทำเลฮอตทั่วกรุง เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการซื้อ-ขาย-เช่า
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น DDproperty by PropertyGuru ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท ออลพร็อพเพอร์ตี้ มีเดีย จำกัด ไม่สามารถรับรองหรือรับประกันเกี่ยวกับข้อมูล รวมทั้งไม่สามารถรับรองหรือรับประกันใด ๆ เกี่ยวกับความเหมาะสม สำหรับวัตถุประสงค์เฉพาะใด ๆ ของข้อมูล ตามขอบเขตสูงสุดที่กฎหมายอนุญาต แม้ว่าเราได้พยายามอย่างเต็มที่ เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ถูกต้อง เชื่อถือได้ และครบถ้วน ณ เวลาที่เขียน แต่ข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ไม่ควรนำไปใช้ในการตัดสินใจทางการเงิน, การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือทางกฎหมายทันที ผู้อ่านไม่ควรใช้ข้อมูลในบทความ แทนคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมซึ่งสามารถพิจารณาข้อเท็จจริงและสถานการณ์ส่วนตัวของคุณได้ ทั้งนี้ เราไม่สามารถรับผิดชอบใด ๆ หากคุณเลือกที่จะนำข้อมูลไปใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจ

คำนวณยอดผ่อนต่อเดือนตามระยะเวลากู้

เพียงใส่ยอดเงินกู้ที่คุณต้องการ เราจะคำนวณให้คุณเห็นถึงยอดผ่อนชำระต่อเดือนตามระยะเวลาผ่อนและอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกัน

คำนวณยอดผ่อนต่อเดือน

คำนวณยอดผ่อนชำระต่อเดือนตามอัตราดอกเบี้ยของคุณด้วยเครื่องมือคำนวณสินเชื่อนี้

คำนวณวงเงินกู้สูงสุด

คำนวณสินเชื่อบ้าน ยอดวงเงินกู้บ้านใหม่ที่คาดว่าจะได้รับจากแบงก์และยอดผ่อนชำระในแต่ละเดือน