โฉนดที่ดิน คือ หนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ออกโดยกรมที่ดินเพื่อยืนยันว่าผู้มีชื่อในเอกสารเป็นเจ้าของที่ดินแปลงนั้นอย่างสมบูรณ์ มีสิทธิ์ใช้ประโยชน์ ซื้อขาย โอน หรือจำนองได้ตามกฎหมาย
โฉนดที่ดินจึงถือเป็นเอกสารสำคัญในการแสดงกรรมสิทธิ์บนที่ดินนั้น ๆ ดังนั้น นอกจากจะรู้จักกับความสำคัญของโฉนดที่ดินและเก็บรักษาไว้อย่างดีแล้วก็ต้องรู้จักประเภทต่าง ๆ ของโฉนดที่ดินซี่งมีหลายประเภทด้วยกัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักลงทุน หรือมีการเปลี่ยนมือเจ้าของบนที่ดินบ่อย ๆ ตลอดจนการจำนองโฉนดที่ดินไว้กับผู้อื่นจะต้องรู้จักการตรวจเช็กโฉนดที่ดินให้เป็น เพราะในปัจจุบันการปลอมแปลงเอกสารถือถือเป็นหนึ่งในคดียอดนิยมที่เกิดขึ้นในสังคมไทยแทบทุกวัน สังเกตได้จากสื่อต่าง ๆ ที่มีการออกข่าวฟ้องร้องเป็นคดีความใหญ่โต
ส่วนใหญ่โฉนดที่ดินที่มีการปลอมแปลงจะเป็นโฉนดที่ดินประเภท นส.4 จ หรือโฉนดที่ดินที่เป็นหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์สามารถทำการซื้อขายได้
ดังนั้นเพื่อให้แน่ใจว่าโฉนดที่ดินที่เราถืออยู่นั้นไม่ใช่โฉนดที่ดินปลอม จะต้องรู้วิธีตรวจสอบว่าโฉนดที่ดินที่เราครอบครองอยู่นั้นเป็นของจริงไหม หรือแท้จริงแล้วที่ดินของเรานั้นได้หลุดลอยกลายเป็นของมิจฉาชีพแบบไม่รู้ตัวไปแล้ว ถ้าพร้อมแล้วไปหยิบโฉนดที่ดินมาตรวจสอบเบื้องต้นไปพร้อม ๆ กันได้เลย

จากภาพเป็นตัวอย่างโฉนดที่ดินประเภท นส.4 จ โดยทั่วไปการปลอมแปลงเอกสารโฉนดที่ดินจะมีการเลียนแบบข้อมูลต้นฉบับให้เหมือนกับโฉนดที่ดินของจริงมากที่สุด
ดังนั้น เราสามารถสังเกตสิ่งที่ปลอมแปลงบนโฉนดที่ดินด้วยตาเปล่าได้ยากมากบนโฉนดที่ดินของปลอม แต่ก็ยังสามารถตรวจสอบเบื้องต้นจากลักษณะและลายลักษณ์อักษรบนโฉนดที่ดินได้
เอกสารสิทธิ์ที่ดินมีอะไรบ้าง
เอกสารสิทธิ์ที่ดิน 6 ประเภท มีอะไรบ้าง แบบไหนซื้อ-ขาย-โอนได้ตามกฎหมาย
1. ดูลายเซ็นและตราประทับของเจ้าหน้าที่บนโฉนดที่ดิน

จากตัวอย่างโฉนดที่ดินจะเห็นว่าท้ายโฉนดที่ดินด้านล่างจะมีลายเซ็นของเจ้าหน้าที่อยู่ โดยส่วนใหญ่จะใช้หมึกสีดำเซ็นลายเซ็น พร้อมมีชื่อตรายางประทับบนลายเซ็น และกำกับวันที่ไว้ด้านหลัง หากมีการใช้หมึกสีอื่นในการเซ็นลายเซ็น หรือไม่มีตราประทับให้สงสัยไว้ก่อนว่าโฉนดฉบับนี้เป็นของปลอม
โดยเป็นการสันนิษฐานเบื้องต้นด้วยตาเปล่าเท่านั้น โฉนดที่ถืออยู่อาจเป็นของจริงก็ได้ เนื่องจากโฉนดที่ดินบางฉบับอาจมีการใช้หมึกสีน้ำเงินหรือสีอื่น ๆ ก็เป็นได้ ดังนั้นเมื่อพบหมึกสีอื่นให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนและไปตรวจสอบจุดอื่น ๆ บนโฉนดที่ดินต่อไป
2. ดูจากประวัติที่ดินด้านหลังโฉนดที่ดิน

ที่ด้านหลังของโฉนดที่ดินจะมีสารบัญจดทะเบียน เป็นเหมือนประวัติบันทึกรายการจดทะเบียนนิติกรรมในโฉนดที่ดินว่าที่ดินแปลงนี้ผ่านอะไรมาแล้วบ้าง โดยด้านหลังของโฉนดที่ดินจะมีตารางการเปลี่ยนแปลงสิทธิ ซึ่งสามารถตรวจสอบชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์คนปัจจุบันและการเปลี่ยนแปลงเคลื่อนไหวสิทธิที่ผ่านมา
หากไม่ตรงกับความเป็นจริงตามประวัติของโฉนดที่ดินที่เจ้าของที่ดินรับรู้มา ก็ให้เริ่มตั้งข้อสงสัยว่าโฉนดที่ดินที่ถืออยู่นั้นอาจเป็นโฉนดที่ดินปลอม และมาดุที่จุดสำคัญต่อไป
กฎหมายที่ดินที่ควรรู้
กฎหมายที่ดินเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดิน ออกโฉนดที่ดิน 2 เรื่องควรรู้
3. ดูลายน้ำสัญลักษณ์ตราครุฑบนโฉนดที่ดิน

เมื่อตรวจสอบด้วยตาเปล่าแล้ว หากเกิดข้อสงสัยว่าโฉนดที่ดินเป็นของปลอม ต่อมาให้มาตรวจสอบที่รูปลักษณ์ของโฉนดที่ดิน โดยส่วนใหญ่โฉนดที่ดินในนปัจจุบันจะมีขนาดที่ 24 x 36 เซนติเมตร เนื้อกระดาษจะมีลักษณะเส้นใยพิเศษออกสีเหลือง และมีสัญลักษณ์ลายน้ำของตราครุฑอยู่กลางโฉนดที่ดิน
จุดนี้ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า จำเป็นต้องทำการส่องดูโดยยกขึ้นส่องกับไฟจะเห็นสัญลักษณ์ตราครุฑอยู่ในวงกลม 2 วง พร้อมมีอักษรลายน้ำกำกับด้านล่างว่ากรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย
DDproperty Tip
หากใครทำแล้วไม่เจอสัญลักษณ์ลายน้ำดังกล่าวก็ให้ทำใจไว้เลยว่าโฉนดที่ถืออยู่นั้นเป็นของปลอม แต่ถ้าหากมีลายน้ำชัดเจนก็อย่าเพิ่งแน่ใจไปว่าโฉนดนั้นเป็นของจริง
4. ตรวจสอบด้วยการนำโฉนดที่ดินไปที่สำนักงานที่ดิน

หากตรวจเช็กแล้วเกิดข้อสงสัย และมีการตั้งสันนิษฐานว่าโฉนดที่ดินในมือนั้นเป็นของปลอม ให้ตั้งสติดี ๆ และใจเย็น ๆ อย่าเพิ่งนำโฉนดที่ดินดังกล่าวไปเผาทิ้ง เนื่องจากโฉนดที่ดินตัวจริงจะมีด้วยกันทั้งหมด 2 ฉบับ คือฉบับที่มอบให้กับเจ้าของที่ดินเป็นคนเก็บรักษา และอีกฉบับจะถูกเก็บไว้สำนักงานงานที่ดิน
ดังนั้น เมื่อเกิดข้อสงสัยว่าโฉนดเป็นฉบับปลอมให้ใช้วิธีสุดท้ายคือการไปที่สำนักงานที่ดินแล้วไปขอสำเนาโฉนดที่ดินที่สำนักงานที่ดินเก็บไว้มาเปรียบเทียบกัน เพราะหากมีการเปลี่ยนแปลงประวัติในโฉนดจริง โฉนดที่ดินที่สำนักงานที่ดินเก็บไว้จะถูกแก้ไขให้ตรงกับฉบับจริง
เมื่อนำมาเปรียบเทียบกันแล้วยังเหมือนกันอยู่ก็นำโฉนดต้องสงสัยให้สำนักกรมที่ดินตรวจสอบอีกที แต่หากนำมาเทียบแล้วมีบางจุดที่ไม่เหมือนกันแสดงว่าโฉนดที่ดินที่คุณถืออยู่นั้นเป็นของปลอม 100% ให้เตรียมไปแจ้งความและดำเนินคดีทางกฎหมายได้เลย
ตรวจสอบโฉนดที่ดินก่อนซื้อขาย ต้องดูอะไรบ้าง
ก่อนตัดสินใจซื้อที่ดิน นอกจากตรวจสอบว่าโฉนดที่ดินเป็นเอกสารจริงหรือไม่แล้ว ควรตรวจสอบข้อมูลสำคัญของที่ดินให้ตรงกับเอกสารและข้อมูลของเจ้าของที่ดินด้วย โดยเฉพาะเลขที่โฉนด ที่ตั้ง เนื้อที่ และรายละเอียดเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการซื้อขายที่มีข้อมูลไม่ตรงกัน
เบื้องต้นสามารถตรวจสอบตำแหน่งและรูปแปลงที่ดินผ่านระบบ LandsMaps ของกรมที่ดินได้ โดยใช้ข้อมูลจังหวัด อำเภอ และเลขที่โฉนด เพื่อตรวจสอบว่ารูปแปลงและตำแหน่งที่ปรากฏสอดคล้องกับที่ดินที่กำลังจะซื้อหรือไม่ อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบผ่านระบบออนไลน์เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้น หากต้องการตรวจสอบสิทธิหรือข้อมูลทะเบียนที่ดินอย่างเป็นทางการ ควรติดต่อสำนักงานที่ดินที่รับผิดชอบที่ดินแปลงนั้นโดยตรง
| รายการที่ควรตรวจสอบ | สิ่งที่ควรเช็ก |
| เลขที่โฉนด | ตรวจสอบว่าเลขที่ตรงกับเอกสารที่ผู้ขายนำมาแสดง |
| ชื่อเจ้าของที่ดิน | ตรวจสอบว่าชื่อผู้ขายตรงกับผู้มีสิทธิในเอกสาร |
| ที่ตั้งและรูปแปลง | เปรียบเทียบข้อมูลในโฉนดกับตำแหน่งและรูปแปลงจริง |
| เนื้อที่ดิน | ตรวจสอบว่าเนื้อที่ตรงกับข้อมูลที่แจ้งในการซื้อขาย |
| ประวัติการจดทะเบียน | ตรวจสอบรายการจดทะเบียนและการเปลี่ยนแปลงสิทธิในโฉนด |
| ภาระผูกพัน | ตรวจสอบว่าที่ดินมีการจำนอง อายัด หรือข้อจำกัดด้านสิทธิหรือไม่ |
| สำนักงานที่ดิน | ติดต่อสำนักงานที่ดินที่รับผิดชอบเพื่อขอตรวจสอบข้อมูลอย่างเป็นทางการ |
สิ่งสำคัญสำหรับวิธีป้องกันมิจฉาชีพต่าง ๆ และรักษาสิทธิกรรมสิทธิ์ที่ดินของตนเองก็คือการนำโฉนดที่ดินไปตรวจสอบกับสำนักงานที่ดินเป็นประจำอย่างน้อยปีละครั้ง รวมไปถึงเข้าไปตรวจสอบบนที่ดินของตนเองให้มากขึ้นด้วยเพื่อป้องกันการรุกรานจากผู้ไม่ประสงค์ดีหรือการครอบครองปรปกษ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น DDproperty by PropertyGuru ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท ออลพร็อพเพอร์ตี้ มีเดีย จำกัด ไม่สามารถรับรองหรือรับประกันเกี่ยวกับข้อมูล รวมทั้งไม่สามารถรับรองหรือรับประกันใด ๆ เกี่ยวกับความเหมาะสม สำหรับวัตถุประสงค์เฉพาะใด ๆ ของข้อมูล ตามขอบเขตสูงสุดที่กฎหมายอนุญาต แม้ว่าเราได้พยายามอย่างเต็มที่ เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ถูกต้อง เชื่อถือได้ และครบถ้วน ณ เวลาที่เขียน แต่ข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ไม่ควรนำไปใช้ในการตัดสินใจทางการเงิน, การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือทางกฎหมายทันที ผู้อ่านไม่ควรใช้ข้อมูลในบทความ แทนคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมซึ่งสามารถพิจารณาข้อเท็จจริงและสถานการณ์ส่วนตัวของคุณได้ ทั้งนี้ เราไม่สามารถรับผิดชอบใด ๆ หากคุณเลือกที่จะนำข้อมูลไปใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจ




