7 ปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อนซื้อบ้าน-คอนโดฯ

7 Factors to Consider before buying House and Condo

เพราะการลงทุนคือความเสี่ยง ทุกๆ ครั้งที่จะต้องควักเงินก้อนใหญ่ออกจากกระเป๋า ต่อให้เป็นผู้ที่มีเงินเย็นนอนแช่อยู่ในแบงก์ก็คงต้องคิดให้ละเอียดถี่ถ้วนเพื่อให้การจ่ายเงินในครั้งนั้นๆ เกิดความคุ้มค่า เช่นเดียวกับการซื้ออสังหาริมทรัพย์ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ คอนโดมิเนียม หรืออาคารพาณิชย์ ทั้งเพื่ออยู่เองหรือลงทุนก็ตาม และสิ่งต่อไปนี้คือ 7 ปัจจัยหลักที่จะช่วยให้การตัดสินใจซื้ออสังหาฯ (รวมรีวิวโครงการใหม่) ของคุณในครั้งนี้ เป็นการตัดสินใจที่ “ชาญฉลาด”

1. ชื่อเสียงของผู้พัฒนาโครงการ (Developer) ชื่อเสียงไม่เพียงแต่เป็นเครื่องการันตีความน่าเชื่อถือด้านคุณภาพของสินค้าหรือบริการหลังการขายเพียงอย่างเดียว แต่การซื้อบ้าน-คอนโดฯ จากผู้ประกอบการที่มีความน่าเชื่อถือ เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคยังช่วยให้คุณสามารถขายต่อได้ในราคาที่ดีกว่าการซื้อจากผู้ประกอบการโนเนมอีกด้วย

2. ทำเลที่ตั้ง (Location) ถือเป็นตัวกำหนดราคาซื้อขายที่สำคัญ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต โครงการที่ตั้งอยู่ในทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ใกล้กับระบบคมนาคมขนส่ง หรือสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ นอกจากจะเป็นตัวการันตีว่าผู้อยู่อาศัยจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีแล้ว ยังเป็นตัวเพิ่มมูลค่าให้กับบ้านหรือคอนโดฯ ที่ตั้งอยู่ในทำเลนั้นๆ ด้วย นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไม คอนโดฯ ใกล้รถไฟฟ้าจึงมีราคาแพงกว่าคอนโดฯ ที่ตั้งอยู่ในซอยลึก

รวมรีวิวคอนโดมิเนียมใหม่

3. จำนวนอุปทาน (Supply) เป็นสิ่งที่ควรศึกษาต่อเนื่องจากเรื่องของทำเล นอกจากจะดูเรื่องความสะดวกสบาย ความปลอดภัย ของทำเลที่เราสนใจแล้ว เราควรจะสำรวจด้วยว่าในย่านนั้นๆ มีโครงการในลักษณะเดียวกันหรือใกล้เคียงกันอยู่อีกเยอะไหม เพราะจำนวนอุปทานเป็นตัวบ่งบอกได้ระดับหนึ่งว่าทำเลนั้นๆ มีความต้องการในที่อยู่อาศัยอยู่ (ไม่เช่นนั้นดีเวลลอปเปอร์จะไม่เลือกมาเปิดโครงการกันอย่างคับคั่ง) ในขณะเดียวกันสำหรับผู้ที่วางแผนซื้อเพื่อลงทุนทั้งระยะสั้นและระยะยาว การที่มีโครงการในลักษณะเดียวกันอยู่เป็นจำนวนมาก นั่นหมายถึงคู่แข่งในการปล่อยขายหรือเช่าของคุณนั่นเอง

4. ราคาตลาด (Price) เพื่อให้แน่ใจว่าการตัดสินใจครั้งสำคัญไม่ผิดพลาด จึงควรศึกษา รวมไปถึงการตรวจสอบราคาซื้อ-ขายของโครงการอสังหาฯ ในทำเลที่เราสนใจว่าปัจจุบันซื้อ-ขายกันในราคาต่อตารางเมตร หรือ ต่อตารางวาเท่าไร แล้วนำมาเปรียบเทียบกับราคาของโครงการที่เราสนใจ

5. กลุ่มเป้าหมาย (Segmentation) ควรทำความเข้าใจว่าโครงการที่คุณสนใจซื้อนั้นมีกลุ่มเป้าหมายเป็นคนกลุ่มไหน เพราะนั่นจะเป็นตัวสะท้อนสังคมและเพื่อนบ้านที่อยู่ร่วมโครงการกับคุณ หรือในกรณีลงทุน คุณจะได้จับทางได้ว่า กลุ่มเป้าหมายของบ้านหรือคอนโดฯ ที่คุณจะขายต่อหรือปล่อยเช่านั้นเป็นกลุ่มใด และคุณจะต้องตกแต่งหรือสร้างจุดขายให้กับบ้านหรือคอนโดฯ ของคุณอย่างไรจึงจะดึงดูดใจกลุ่มผู้ซื้อ-ผู้เช่าเป้าหมาย

6. สิ่งอำนวยความสะดวกภายในและนอกโครงการ (Amenities) ความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต ถือเป็นสิ่งสำคัญ หากโครงการที่คุณเลือกรายล้อมไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร แหล่งช้อปปิ้ง โรงพยาบาล ฯลฯ หรือภายในโครงการมีร้านสะดวกซื้อเปิดให้บริการตลอด 24 ชม. หรือมีคอมมูนิตี้มอลล์ตั้งอยู่หน้าโครงการ ในทางกลับกัน ยิ่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการมากเท่าไร ก็หมายถึงค่าใช้จ่ายของนิติบุคคลที่จะเพิ่มขึ้นมากเท่านั้น และจะส่งผลถึงอัตราค่าส่วนกลางที่จะเรียกเก็บลูกบ้านในโครงการต่อไปอีกด้วย

7. บริษัทบริหารจัดการนิติบุคคลอาคารชุดหรือหมู่บ้านจัดสรร (Facility Management Company) ข้อนี้ เป็นสิ่งที่หลายคนมองข้าม แต่แท้ที่จริงแล้วถือเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะหากโครงการ พื้นที่ส่วนกลาง หรือสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการไม่ได้รับการดูแลที่ดี หรือถูกบริหารจัดการแบบไร้ประสิทธิภาพแล้ว นอกจากจะส่งผลถึงคุณภาพชีวิตของชุมชนที่คุณอาศัยอยู่ ยังมีผลต่อราคาซื้อ-ขายอสังหาฯ ในอนาคตอีกด้วย เพราะคงไม่มีใครเลือกมาซื้อหรือเช่าในโครงการที่สระว่ายน้ำส่วนกลางมีสีเขียวเข้ม เสาไฟส่องสว่างติดๆ ดับๆ หรือลิฟต์เสียแบบวันเว้นวันแน่นอน

 

คลิกชมวิดีโอ

 

บทความข้างต้นตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร L'OPTIMUM ฉบับเดือน สิงหาคม 2559 วางแผงวันที่ 3 สิงหาคม 2559

อ่านอะไรต่อดี

รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญไม่ว่าคุณจะมีคำถามใด ๆ !

ใช้งานหมวด AskGuru เพื่อรับสิทธิพิเศษในการเข้าถึงคำตอบกว่าพันคำถามจากตัวแทนเอเยนท์และผู้เชี่ยวชาญของเรา 💬⭐👍