พรีวิวโครงการใหม่: ดิ เอดิชั่น ศูนย์วิจัย (The Edition)

  • ความเห็นเกี่ยวกับโครงการ
  • chaiyasit bunnag
  • 24 มีนาคม 2016

กลุ่มซีคอน กลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมานานกว่า 60 ปี ผ่าน 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ รองเท้า (นันยาง), ผงชูรส (ตราชฎา) และธุรกิจรับสร้างบ้าน ได้ผุดโครงการอสังหาฯระดับ luxury ขึ้นในซอยศูนย์วิจัย 2 และ 6 โครงการนี้หล่อหลอมขึ้นจากประสบการณ์ในการพัฒนาอสังหาฯในเมืองไทยกว่า 55 ปีของกลุ่มซีคอน ตั้งแต่บ้านจัดสรรแรกของเมืองไทยอย่าง “หมู่บ้านมิตรภาพ”, อสังหาฯประเภทวิลล่าในภูเก็ต, โรงแรมเรเนซองส์ ภูเก็ต รีสอร์ทแอนด์สปา, การเข้ามาพัฒนาโครงการในกรุงเทพฯ “ดิ เอสเตท ศรีนครินทร์” จนถึงศูนย์การค้าชื่อดังบนถนนศรีนครินทร์อย่าง “ซีคอนสแควร์”
มาครั้งนี้กับโครงการบ้านเดี่ยวที่เน้นไปที่การตกแต่งด้วยวัสดุที่มอบความหรูหราให้กับการอยู่อาศัยรวมถึงพื้นที่ยูนิตที่กว้างขวางและส่วนตัวเพราะมีเพียง 4 ยูนิตทั้งโครงการ รวมถึงสระว่ายน้ำและลิฟท์ส่วนตัวแยกแต่ละยูนิต ภายใต้คอนเซ็ปต์ urban, private, spacious และ luxury ซึ่งคุณปิยะ ซอโสตถิกุล กรรมการบริหารกลุ่มซีคอนกล่าวว่า หากโครงการประเภทนี้ประสบความสำเร็จ จะมีโครงการประเภทเดียวกันในอนาคตอีกแน่นอน ซึ่งตอนนี้ทางกลุ่มซีคอนเองกำลังเจรจาเรื่องการซื้อที่ดินด้วยกันถึง 4 แปลง
หากมองดูตลาดในโปรดักส์ประเภทเดียวกันนั่นคือบ้านเดี่ยวในระดับ luxury ซัพพลายยังคงมีอยู่น้อยเพียง 500 ยูนิตในกรุงเทพฯ หากทำโปรดักส์ได้ออกมาอย่างแตกต่าง บางทีโครงการอาจจะตอบสนองดีต่อความต้องการสินค้าประเภทนี้ได้ นั่นจึงเป็นสิ่งที่ “ดิ เอดิชั่น” พยายามตีโจทย์ดังกล่าวให้แตก ด้วยการให้ความสำคัญในเรื่องการออกแบบที่แตกต่างนั่นเอง

รายละเอียดโครงการ (ข้อมูล ณ วันที่ 3 มี.ค. 2559)
ชื่อโครงการ: ดิ เอดิชั่น (The Edition)
ผู้พัฒนาโครงการ: กลุ่มซีคอน กรุ๊ป
ประเภทโครงการ: บ้านเดี่ยว 6 ชั้น 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ ขนาด 60-94 ตารางวา, พื้นที่ใช้สอย 675-745 ตารางเมตร
พื้นที่จอดรถ: 3-5 คันต่อยูนิต
สถานะการก่อสร้าง: เริ่มก่อสร้าง ธันวาคม 2558 คาดว่าแล้วเสร็จประมาณ กุมภาพันธ์ 2560
ราคาเริ่มต้น: 65 ล้านบาทหรือ 100,000 บาทต่อตารางเมตร

เว็บไซต์โครงการ: www.editionbangkok.com

รายละเอียดโครงการ

Unit Floor Plan

ชั้น 1 - 2

ชั้น 1 – 2

ชั้น 2 - 3

ชั้น 2 – 3

ชั้น 4 – 5

ชั้น 4 – 5

ชั้น 6 จะเป็น Roof Garden

ชั้น 6 จะเป็น Roof Garden

ภาพจำลองของบ้านตัวอย่าง

ห้องรับประทานอาหาร

ห้องรับประทานอาหาร

ห้องนั่งเล่น

ห้องนั่งเล่น

ห้องน้ำ

ห้องน้ำ

มาสเตอร์ เบดรูม

มาสเตอร์ เบดรูม

รีวิวโมเดลจำลองโครงการ

-บ้านจะมีทั้งหมด 6 ชั้นทุกยูนิต แตกต่างกันคือพื้นที่ใช้สอย/ ลิฟท์ส่วนตัวของยูนิตจะอยู่ฝั่งริมขวา -บริเวณชั้นสองจะมีสระว่ายน้ำส่วนตัวทุกยูนิต/ roof garden จะอยู่ที่ชั้นดาดฟ้า -โครงการหันหน้าออกทางทิศใต้/ที่จอดรถจะอยู่ฝั่งตะวันตกของตัวบ้านที่สามารถจอดรถได้ถึง 3-5 คัน -ทางออกส่วนตัวของยูนิตจะอยู่ฝั่งตะวันตกของโครงการ

-บ้านจะมีทั้งหมด 6 ชั้นทุกยูนิต แตกต่างกันคือพื้นที่ใช้สอย/ ลิฟท์ส่วนตัวของยูนิตจะอยู่ฝั่งริมขวา
-บริเวณชั้นสองจะมีสระว่ายน้ำส่วนตัวทุกยูนิต/ roof garden จะอยู่ที่ชั้นดาดฟ้า
-โครงการหันหน้าออกทางทิศใต้/ที่จอดรถจะอยู่ฝั่งตะวันตกของตัวบ้านที่สามารถจอดรถได้ถึง 3-5 คัน
-ทางออกส่วนตัวของยูนิตจะอยู่ฝั่งตะวันตกของโครงการ

ชั้น 2 จะเป็นส่วนของห้อง living room พร้อมครัวตะวันตกและไทยที่ถูกติดตั้งในชั้นนี้และจุดนี้มีความสูงเพดานในลักษณะ double ceiling height นั่นคือจะมีความสูง 4.5 เมตร

ชั้น 2 จะเป็นส่วนของห้อง living room พร้อมครัวตะวันตกและไทยที่ถูกติดตั้งในชั้นนี้และจุดนี้มีความสูงเพดานในลักษณะ double ceiling height นั่นคือจะมีความสูง 4.5 เมตร

ชั้นสามจะเป็น master bedroom ที่มาพร้อมกับ grand walk-in closet

ชั้นสามจะเป็น master bedroom ที่มาพร้อมกับ grand walk-in closet

ชั้นสี่จะเป็นส่วนของห้องนอนเล็ก

ชั้นสี่จะเป็นส่วนของห้องนอนเล็ก

ชั้นห้าเป็นส่วนของห้องนอนเช่นเดียวกัน

ชั้นห้าเป็นส่วนของห้องนอนเช่นเดียวกัน

*ตั้งแต่ชั้น 3-5 ผู้อยู่อาศัยสามารถออกแบบเองว่าจะให้เป็นห้องสำหรับอะไรตามความต้องการ แต่ชั้น 2 ทางโครงการจะมีงานบิลท์อินครัวให้

ตัวอย่างวัสดุในห้องน้ำที่โครงการเลือกนำมาใช้

พื้นผิวห้องน้ำเลือกใช้หินอ่อนจากอิตาลีตกแต่ง/สุขภัณฑ์แถม

พื้นผิวห้องน้ำเลือกใช้หินอ่อนจากอิตาลีตกแต่ง/สุขภัณฑ์แถม

อ่างอาบน้ำที่มีมาให้

อ่างอาบน้ำที่มีมาให้

งานบิลท์อินชั้นอ่างล้างหน้าจากหินอ่อนอิตาลีเช่นเดียวกันซึ่งทางโครงการแถม

งานบิลท์อินชั้นอ่างล้างหน้าจากหินอ่อนอิตาลีเช่นเดียวกันซึ่งทางโครงการแถม

ก๊อกน้ำแบรนด์  Grohe แถมเช่นเดียวกัน

ก๊อกน้ำแบรนด์ Grohe แถมเช่นเดียวกัน

 

 

แสดงทั้งหมด

ทําเล & การเดินทาง

โครงการตั้งอยู่ในซอยศูนย์วิจัย 2 และ 6 โดยในแต่ละซอยจะประกอบไปด้วย 2 ยูนิต รวมทั้งสิ้น 4 ยูนิต ตัวโครงการตั้งอยู่บนถนนเพชรบุรีซึ่งโดยทำเลที่ตั้งในจุดนี้สามารถออกไปได้หลายเส้นทางไม่ว่าจะเป็น ถนนเอกมัย, ถนนประดิษฐ์มนูญธรรม และถนนสุขุมวิท ถึงแม้ซอยศูนย์วิจัยจะไม่ได้อยู่ใกล้กับระบบขนส่งมวลชนอย่าง MRT (สถานีที่ใกล้ที่สุดคือสถานีเพชรบุรี ซึ่งอยู่ห่างจากโครงการประมาณ 4 กม.) และ BTS (สถานีที่ใกล้ที่สุดคือสถานีทองหล่อ อยู่ห่างจากโครงการประมาณ 4.2 กม.) มากนัก แต่ราคาที่ดินในย่านนี้ดูเหมือนว่าจะขยับขึ้นทุกปีเนื่องจากความเจริญของถนนเส้นสุขุมวิทและพระราม 9 ที่กระจายตัวเข้ามา แต่การเข้าถึงระบบขนส่งมวลชนประเภทนี้อาจจะต้องเผื่อเวลาออกจากบ้านเพราะปริมาณรถบนถนนอย่างสุขุมวิทและเพชรบุรีจะค่อนข้างหนาแน่นในช่วงเช้า-เย็น หากสถานที่ทำงานอยู่ใกล้แนวรถไฟฟ้าและต้องการใช้บริการขนส่งมวลชนประเภทนี้ มอเตอร์ไซค์รับจ้างหรือบริการประเภท Grab Bike อาจจะช่วยคุณให้ถึงสถานีเร็วขึ้น แต่ถ้าต้องทำงานแถวสุขุมวิทหรือพระราม 9 อยู่แล้ว สามารถขับรถประมาณ 5 กม. เพื่อเข้าสู่ถนนสองเส้นนี้ได้เลย

บริวณรอบๆโครงการประกอบไปด้วยบ้านเดี่ยวต่างๆ, รถเข็นขายอาหาร รวมถึงอพาร์ทเมนต์ที่ไม่ใช่ตึกสูงมากจากผู้ประกอบการรายย่อยที่มาเปิดกันโดยเฉพาะในซอยศูนย์วิจัย 6 นอกจากนี้ ยังเป็นที่ตั้งของบริษัทเอกชนต่างๆ ดังนั้นจึงค่อนข้างเป็นส่วนตัวเนื่องจากยูนิตอาศัยที่ยังไม่ค่อยหนาแน่นนักในซอย 2 และ 4

สำหรับพื้นที่บริเวณซอยศูนย์วิจัย ถ้าสังเกตจะเห็นได้ว่าไม่มีการเกิดขึ้นของคอมมูนิตี้มอลล์หรือร้านอาหาร แหล่งแฮงค์เอาท์ ดังนั้น อาจจะเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความเป็นส่วนตัวเสียมากกว่า แต่หากเป็นผู้ที่ชอบการใช้ชีวิตแบบมีสีสัน ชอบทำกิจกรรมหรือชิลๆ ตามแหล่งแฮงค์เอาท์ในวันหยุด ตัวโครงการก็อยู่ไม่ไกลจากแหล่งรวมสีสันและความบันเทิงชั้นนำอย่างสุขุมวิทและศูนย์รวมร้านกิน-ดื่มยามค่ำคืนที่อยู่ถนนฝั่งตรงข้ามนั่นคือเส้นทองหล่อ (สุขุมวิท 55) รวมไปถึงซอยเอกมัยที่เป็นศูนย์รวมแดนซ์คลับ (ราคาไฮโซ) ไว้มากมายเช่นกัน

หรือหากจำเป็นจะต้องเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวโดยต้องขึ้นทางด่วนเป็นประจำ ข้างหลังซอยศูนย์วิจัยเป็นจุดขึ้นทางด่วนศรีรัช (ด่วนพระราม 9) ซึ่งสามารถข้ามไปยังฝั่งบางโคล่-ดาวคะนองได้ รวมถึงถนนเส้นงามวงศ์วานและแจ้งวัฒนะได้อีกด้วย

ตำแหน่งที่ตั้งโครงการ

sales gallery to project siteสำนักงานขายและตัวโครงการจะตั้งอยู่คนละที่กันโดยสำนักงานขายจะตั้งอยู่ที่ Taka Town   ส่วนโครงการจะตั้งอยู่ที่ซอยศูนย์วิจัย 2 และ 6

แผนที่สำนักงานขาย

PrintTaka Town จะตั้งอยู่ในซอยเพชรบุรี 38 (ตรงข้าม อิตาเลียนไทย ทาวเวอร์)

แผนที่โครงการ

Print

 

โครงการจะตั้งอยู่ที่ซอยศูนย์วิจัย 2 และ 6 ซึ่งแต่ละซอยจะประกอบด้วย 2 ยูนิต รวม 4 ยูนิตที่มีทางเข้า-ออกส่วนตัวของแต่ละยูนิต

บรรยากาศภายในซอยศูนย์วิจัย 2 และ 6

ซอย 2

soi 2

จะเป็นซอยที่เป็นที่ตั้งของบ้านเดี่ยวและบริษัทห้างหุ้นส่วนจำกัดเสียส่วนใหญ่

จะเป็นซอยที่เป็นที่ตั้งของบ้านเดี่ยวและบริษัทห้างหุ้นส่วนจำกัดเสียส่วนใหญ่

ซอย 6

soi 6

แลนด์สเคปจะคล้ายๆกับซอย 2 ที่จะมีบ้านเดี่ยวแต่อาจจะมีอพารท์เมนต์ให้เช่าบ้างประปราย

แลนด์สเคปจะคล้ายๆกับซอย 2 ที่จะมีบ้านเดี่ยวแต่อาจจะมีอพารท์เมนต์ให้เช่าบ้างประปราย

วิเคราะห์ศักยภาพโครงการ
โครงการ ดิ เอดิชั่น ซึ่งพัฒนาภายใต้คอนเซ็ปต์หลัก คือ
Urban – โครงการตั้งอยู่บนทำเลที่สามารถเข้าสู่โซน CBD ได้ อาทิเช่น อโศก-สุขุมวิท, พระราม 9 รวมถึงโซนแฮงค์เอาท์สุดชิคอย่าง ทองหล่อและเอกมัย และอยู่ใกล้กับจุดขึ้น-ลงทางด่วนพระราม 9 เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับคนที่ต้องเดินทางโดยใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นประจำ
Private – โครงการ ดิ เอดิชั่น เกิดจากไอเดียการสร้างบ้านเดี่ยวที่เน้นความเป็นส่วนตัว โดยทุกยูนิตจะถูกออกแบบให้มีสระว่ายน้ำส่วนตัว, สวนดาดฟ้าส่วนตัว, ลิฟท์ส่วนตัวภายในบ้าน รวมถึงทางเข้า-ออกส่วนตัว
Luxurious – โครงการนำวัสดุระดับพรีเมี่ยมเข้ามาตกแต่งโครงการ อาทิ กระเบื้องและหินอ่อนนำเข้าจากอิตาลี รวมถึงงานสถาปัตย์ที่เน้นความหรูหราในสไตล์ Modernistic
Spacious – โครงการมียูนิตให้เลือก 4 แบบ เริ่มต้นขนาดพื้นที่ใช้สอยถึง 675 ตร.ม. บนที่ดินขนาด 60 ตร.ว. ในขณะที่ยูนิตขนาดใหญ่สุดจะอยู่ที่ 745 ตร.ม. บนที่ดินขนาด 94 ตร.ว. ทุกยูนิตมีความสูงถึง 6 ชั้น 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ พร้อมทั้งครัวที่มีทั้งแบบไทยและตะวันตก ห้องนั่งเล่นออกแบบสไตล์ double height ceiling (ความสูง 4 เมตร) รวมถึงพื้นที่จอดรถแต่ละยูนิตที่สามารถจอดได้ถึง 3-5 คัน
ทางโครงการยังการันตีเรื่องโครงสร้างด้วยการรับประกันโครงสร้างถึง 5 ปี ด้วยมาตรฐานการก่อสร้างที่อยู่ในวงการก่อสร้างมานานกว่า 55 ปี ของกลุ่มซีคอน

แสดงทั้งหมด

บทวิเคราะห์

เนื่องจากดีมานด์การซื้อโครงการในระดับนี้ยังมีไม่สูงมากนักและส่วนใหญ่จะซื้อเพื่ออยู่อาศัยสำหรับรองรับรูปแบบการใช้ชีวิตที่มีครอบครัวขนาดใหญ่ประกอบกับจำนวนยูนิตที่น้อย (เพียง 4 ยูนิต) ทำให้การแข่งขันเพื่อเข้าซื้อโครงการประเภทนี้ในลักษณะการเก็งกำไรอาจจะไม่มี แต่ถ้าคิดในเรื่องของราคาเปรียบเทียบต่อตารางเมตรแล้วถือว่าโครงการ ดิ เอดิชั่น มีราคาต่อตารางเมตรอยู่ที่เพียง 100,000 บาท (ขนาดบ้านเริ่มที่พื้นที่ใช้สอย 650 ตร.ม.) จากการวิเคราะห์พื้นที่บริเวณโดยรอบยังคงมีพื้นที่เปล่าภายในซอยศูนย์วิจัยซึ่งในอนาคตอาจจะมีผู้ประกอบการเข้ามาขอพัฒนาโครงการ หรืออาจจะเป็นกลุ่มซีคอนเอง หากได้รับผลตอบรับที่ดีกับโครงการนี้ก็อาจจะกว้านซื้อที่ดินภายในซอยศูนย์วิจัยเพื่อครองส่วนแบ่งทางการตลาดในโซนนี้ ก็เป็นได้ หรือหากถูกพัฒนากลายเป็นคอมมูนิตี้มอลล์เสริมความน่าสนใจให้แก่ทำเล อาจจะทำให้ราคาต่อตารางเมตรขยับขึ้นก็เป็นได้

แสดงทั้งหมด

สรุป

โครงการลักษณะนี้เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีจำนวนสมาชิกมาก เนื่องจากฟังก์ชั่นภายในบ้านนั้นสามารถรองรับการใช้งานที่หลากหลาย แต่อาจจะเหมาะสำหรับกลุ่มผู้ซื้อที่เป็นเจ้าของธุรกิจซึ่งค่อนข้างเป็น niche market นั่นคือดีมานด์ในสินค้ากลุ่มนี้ค่อนข้างน้อยและส่วนใหญ่การซื้อโครงการในราคาระดับ 65 ล้านคงไม่ใช่ซื้อเพื่อการลงทุนและไม่ได้อยู่เป็นหลัก แต่ซื้อเพื่อเป็นที่ปักหลักชีวิตและครอบครัว อีกอย่างหนึ่งการขึ้นของโครงการลักษณะนี้ยังมีไม่มากทำให้ราคาไม่วิ่งสูงขึ้นไปเร็วนัก ซึ่งต้องใช้เวลาสำหรับอัตราดูดซับที่ 100% ต่างจากอัตราการดูดซับที่เกิดในกลุ่มอสังหาฯระดับราคา 2-5 ล้านบาท ส่งผลให้โปรดักส์ประเภทนี้ราคาถูกดันสูงขึ้นไปอย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้ ตัวโปรดักส์ของโครงการ “ดิ เอดิชั่น” ของจริงจะเป็นอย่างไรต้องรอดูบ้านตัวอย่างที่จะเปิดให้ชมจริงเร็วๆนี้

แสดงทั้งหมด
Eric Wong

chaiyasit bunnag