พาร์ค 168 นพรัตน์ รามอินทรา (Park 168 Nopparat Ramindra) จาก บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จํากัด (มหาชน) คอนโดมิเนียม High Rise 25 ชั้น 3 อาคาร ห้องชุดพักอาศัยรวม 1,224 ยูนิต อาคารจอดรถและสระว่ายน้ำ สูง 8 ชั้น 1 อาคาร แต่ละอาคารมีห้องพักอาศัยเพียงอาคารละ 408 ยูนิต มีความเป็นส่วนตัว ไม่แออัด ใกล้รถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีนพรัตนราชธานี ราคาเริ่มต้น 1.69 ล้านบาท
หลังจากที่แสนสิริ (SIRI) เปิดตัวคอนโดมิเนียมแบรนด์ “เดอะ โมนูเมนต์” แห่งแรกบนทำเลแนวรถไฟฟ้าอย่างสนามเป้า กับราคาขายเริ่มต้นหลักสิบล้าน แต่สามารถปิดการขายได้ภายในวันเดียว ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สร้างความฮือฮาให้กับตลาดอสังหาฯ ในปี 2558 ที่ผ่านมา ล่าสุด SIRI เตรียมผุดอีกหนึ่งคอนโดใหม่ภายใต้ชื่อแบรนด์เดียวกันอีกครั้ง บนทำเลทองใจกลางเมืองอย่างย่านทองหล่อ ซึ่งการหาที่ดินใหม่ๆ สำหรับการพัฒนาโครงการในย่านนี้หายากยิ่งกว่าทอง ดังนั้น การเปิดตัวของ “เดอะ โมนูเมนต์ ทองหล่อ” ซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้ายซอยสุขุมวิท 55 บนถนนที่เชื่อมต่อระหว่างทองหล่อกับเพชรบุรี จึงเป็นโมเมนต์ที่น่าจับตา โดยบรรดาเซียนๆ อสังหาฯ มีการคาดการณ์ว่าราคาขายที่จะเคาะออกมาน่าจะถึง 300,000 บาท/ ตร.ม. ได้ไม่ยาก
เจาะลึกข้อมูลโครงการ (ข้อมูล ณ วันที่ 16 พฤษภาคม 2559)
• ชื่อโครงการ: เดอะ โมนูเมนต์ ทองหล่อ (The Monument Thonglor)
• ผู้พัฒนาโครงการ: บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน): SIRI
• ผู้ออกแบบสถาปัตยกรรม: Quintrix Architects
• ผู้ออกแบบงานโครงสร้าง: Infra Technology Service
• ผู้ออกแบบงานระบบ: Plamer & Turner
• บริหารงานก่อสร้าง: Project Direction
• ทำเลที่ตั้ง: ซอยสุขุมวิท 55 (ทองหล่อ) ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม.
รายละเอียดโครงการ
ภาพรวมโครงการ
แม้ในขณะนี้ทางแสนสิริจะยังไม่เปิดเผยข้อมูลโครงการออกมา แต่หากดูจากโครงการที่ผ่านมาอย่าง เดอะ โมนูเมนต์ สนามเป้า คาดว่าจะยังคงรักษาความเป็นโครงการระดับลักซ์ชัวรี่อยู่ ซึ่งหากวิเคราะห์จากระดับราคาที่ดินของย่านนี้ ซึ่งแตะ 1 – 1.5 ล้าน/ ตร.ว. ไปทุกที รวมถึงโครงการต่างๆ ในซอยทองหล่อ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ เอชคิว ทองหล่อ ที่มีราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 2 แสน/ ตร.ม. แน่นอนว่าโครงการลำดับต่อไปอย่างเดอะ โมนูเมนต์ ทองหล่อ คงไต่ระดับขึ้นมาที่ 3 แสน/ ตร.ม. ได้ไม่ยาก ด้วยปัจจัยทั้งความเจริญของพื้นที่ รวมถึงดีมานด์ในย่านดังกล่าวที่มีค่อนข้างสูง สวนทางกับซัพพลายใหม่ๆ ที่ไม่ค่อยมีออกมาเนื่องจากพื้นที่สำหรับการพัฒนาหาได้ยาก
ทั้งนี้ตัวโครงการหากดูจากพื้นที่ที่นำมาพัฒนาต่อ ตัวอาคารจะเป็นลักษณะ Hi Rise และทราบมาว่าความสูงน่าจะอยู่ที่ราวๆ 45 ชั้น พร้อมด้วยที่จอดรถชั้นใต้ดินอีก 6 ชั้น ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูงเลยทีเดียว
ทําเล & การเดินทาง
วิเคราะห์ศักยภาพทำเลทองหล่อ
ในอดีตหากกล่าวถึงย่านคนมีอันจะกินในกรุงเทพฯ หนึ่งในทำเลที่ต้องถูกจัดอยู่ในกลุ่มนี้ได้แก่ บริเวณสุขุมวิท 55 หรือซอยทองหล่อ (สาเหตุที่ชื่อ “ทองหล่อ” สืบเนื่องจากเป็นชื่อเดิมของ พลเรือโท ทหาร ขำหิรัญ อดีตสมาชิกคณะราษฎร์ ผู้เปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ พ.ศ. 2475) เนื่องจากเป็นย่านบ้านผู้ดีเก่า อีกทั้งยังเป็นแหล่งรวมร้านอาหาร ภัตตาคาร โชว์รูมรถหรูทั้งมือ 1 มือ 2 รวมทั้งสถานที่แนวไลฟ์สไตล์ต่างๆ ซึ่งปัจจุบันสภาพความเป็นอยู่ของซอยนี้ก็ยังคงคอนเซ็ปต์ความเป็นทำเลทองหรือ Prime Area อยู่ และยังคงเป็นทำเลที่มีผู้ต้องการครอบครองที่ดินเพื่อพัฒนาเป็นโปรเจคต่างๆ แบบไม่ขาดสาย แม้ราคาที่ดินในย่านนี้จะสูงมาก โดยจากการประเมินของกรมธนารักษ์ในรอบปัจจุบัน (ปี 2559-2562) อยู่ที่ 200,000 – 400,000 บาท/ ตร.ว. ในขณะที่ราคาตลาดที่ซื้อขายจริงนั้นน่าจะสูงกว่านี้เป็นเท่าตัว
เสน่ห์ของซอยทองหล่อ คือการเป็นศูนย์กลางทั้งด้านธุรกิจและไลฟ์สไตล์ที่สำคัญของกรุงเทพฯ สังเกตได้จากบรรดาคอมมูนิตี้มอลล์ ร้านอาหาร ที่ผุดขึ้นเรียงรายเป็นดอกเห็ด หรือแม้แต่อสังหาฯ อย่างคอนโดมิเนียมหรูที่ราคาขายในปัจจุบันเริ่มต้นที่ไม่ต่ำกว่า 200,000 บาท / ตร.ม. ทำให้ซอยนี้ จึงเป็นทำเลที่ไม่เคยหลับไหล
ที่สำคัญยังอยู่ในแนวเส้นทางรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสุขุมวิท นอกจากนี้ การเดินทางค่อนข้างสะดวกสบาย เพราะสามารถเชื่อมต่อกับสุขุมวิทซอยอื่นๆ รวมถึงเส้นเพชรบุรี พระราม 9 ได้ และด้วยจุดเด่นของทำเลนี้เอง จึงทำให้ย่านทองหล่อเป็นที่ต้องการของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มคนอังกฤษและญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มคนญี่ปุ่น ที่มากระจุกในย่านดังกล่าวตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 (จากข้อมูลการสำรวจของแสนสิริ ที่ได้ทำการศึกษาเมื่อครั้นได้ทำโครงการ Quattro Thonglor by Sansiri)
วิเคราะห์ศักยภาพทำเลโครงการ
ศักยภาพทำเลโครงการสังเกตว่านอกจากจะตั้งอยู่บนทำเลเศรษฐกิจ รายล้อมด้วยสถานที่ไลฟ์สไตล์แล้ว ทำเลที่ตั้งของโครงการยังอยู่ใกล้จุดเชื่อมต่อระหว่างถนนสุขุมวิท และเพชรบุรี
โครงการตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 55 หรือทองหล่อ ช่วงท้ายซอย ติดกับศูนย์บริการฮิตาชิ หรือหากมาจากเส้นเพชรบุรี ลงมาจากสะพานข้ามคลองแสนแสบจะพบโครงการอยู่ด้านซ้ายมือ ซึ่งในอดีตบริเวณพื้นที่ของโครงการคือ คอมมูนิตี้มอลล์เล็กๆ ที่มีร้านค้าและร้านอาหารอยู่ 2-3 แห่ง แต่เนื่องจากการแข่งขันที่ค่อนข้างสูงในตลาดรีเทล ด้วยจำนวนคอมมูนิตี้มอลล์ และสถานที่แนวไลฟ์สไตล์มากมายหลายแห่ง คอมมูนิตี้มอลล์ดังกล่าวจึงปิดตัวลง และกลายมาเป็นที่ตั้งของโครงการในที่สุด
โดยถือว่าบริเวณดังกล่าวค่อนข้างมีจุดเด่นในเรื่องการเดินทาง ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าย่านนี้สภาพจราจรค่อนข้างหนาแน่นตลอดวัน โดยเฉพาะบริเวณต้น-กลางซอย แม้ว่าจะเชื่อมต่อซอยพร้อมพงษ์ หรือเอกมัยได้ แต่ทางที่ดีที่สุดคือตัวโครงการอยู่บริเวณท้ายซอย ซึ่งสามารถทะลุออกถนนเพชรบุรีในระยะเพียง 200 เมตรเท่านั้น ซึ่งสามารถเลี่ยงการจราจรที่หนาแน่นได้ เนื่องจากถนนเพชรบุรีมุ่งหน้าไปได้ทั้งเข้าเมืองฝั่งสุขุมวิทชั้นใน หรือออกนอกเมืองไปทางพระราม 9 พัฒนาการ รวมถึงฝั่งศรีนครินทร์ได้
แม้โครงการจะอยู่ในซอยที่ไม่เคยหลับใหล แต่บริเวณโดยรอบในรัศมีไม่เกิน 200 เมตร ส่วนใหญ่จะเป็นที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียม สตูดิโอแต่งงาน ออฟฟิศ และโรงพยาบาล ซึ่งหากเลือกมาอยู่อาศัยแถวนี้ถือว่าสะดวกสบาย และยังได้ความเป็นส่วนตัว ไม่พลุกพล่านมากนักเหมือนกับบริเวณต้นจนถึงกลางซอย นอกจากนี้ สำหรับคนที่ต้องเดินทางไปฝั่งรามคำแหง เพชรบุรี หรือสนามหลวง ยังสามารถใช้บริการเรือคลองแสนแสบ โดยมีท่าเรือทองหล่อ อยู่ห่างจากโครงการประมาณ 300 เมตร
การเดินทาง
รถไฟฟ้า
ใช้เส้นทางรถไฟฟ้าสายสุขุมวิท ลงสถานีทองหล่อ จากนั้นให้เลือกทางออกที่ 3 แล้วใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์ โดยบอกมาศูนย์บริการฮิตาชิ ซึ่งอยู่ติดกับโครงการ สนนราคา 30 บาท
รถยนต์
ภาพจาก Google Map เริ่มต้นเส้นทางจากถนนสุขุมวิท สู่ที่ตั้งโครงการในซอยทองหล่อ ใกล้กับสะพานข้ามคลองแสนแสบ
ทางเลือกที่1 หากมาจากเส้นสุขุมวิท ให้เลี้ยวเข้าซอยสุขุมวิท 55 หรือทองหล่อ บริเวณสี่แยกไฟแดง จากนั้นตรงเข้ามาประมาณ 2.5 กม. ให้สังเกตต้นรักสตูดิโออยู่ซ้ายมือ ตรงไปอีกประมาณ 150 เมตร จะพบโครงการอยู่ขวามือ
ภาพจาก Google Map เริ่มต้นเส้นทางจากถนนเพชรบุรี สู่ที่ตั้งโครงการในซอยทองหล่อ ใกล้กับสะพานข้ามคลองแสนแสบ
ทางเลือกที่ 2 หากมาจากเพชรบุรี ให้เลี้ยวเข้าซอยสุขุมวิท 55 หรือทองหล่อ ข้ามสะพานข้ามคลองแสนแสบมาประมาณ 200 เมตร จะพบโครงการอยู่ซ้ายมือ
เรือ
หากใช้บริการทางเรือ ให้มาลงที่ท่าเรือทองหล่อ จากนั้นเดินเข้าซอยสุขุมวิท 55 หรือทองหล่อมาประมาณ 150 เมตร จะพบโครงการอยู่ด้านซ้ายมือ ถัดจากโครงการลิเบอร์ตี้ พลาซ่า
สถานที่แนว Lifestyle
หากถามถึงสถานที่แนวไลฟ์สไตล์ในซอยสุขุมวิท 55 หรือทองหล่อ คงตอบได้ว่ามีให้เลือกสรรมากมายตั้งแต่ต้นไปจนถึงท้ายซอย โดยเฉพาะบรรดาคอมมูนิตี้มอลล์ ที่เข้ามาปักหมุดรองรับความต้องการของคนในยุคปัจจุบัน ซึ่งเคยมีผู้สำรวจแล้วว่าบริเวณถนนเส้นดังกล่าวและตามซอกซอยนั้น มีคอมมูนิตี้มอลล์นับสิบแห่ง โดยเมื่อไม่นานมากนี้ เพิ่งมีการเปิดตัวเพิ่มอีก 2 โครงการ อันได้แก่ The Maze บริเวณซอยทองหล่อ 4 และ The Commons ในซอยทองหล่อ 17 ซึ่งทั้งสองแห่งเป็นแหล่งแฮงค์เอาท์ของคนรุ่นใหม่และเหล่าฮิปสเตอร์ โดยอัดแน่นไปด้วยร้านอาหารและร้านกาแฟมีสไตล์ อาทิ Rost Café ที่โดดเด่นในการคัดสรรเมนูกาแฟและบรันซ์แบบสุดๆ หรือจะเป็น Egg My God ร้านในเครือบ้านหญิงซึ่งสร้างสรรเมนูตระกูลไข่ทั้งหมด ส่วนเรื่องรสชาติก็สูสีกับหน้าตา ไม่ว่าจะเป็น สเต๊กเนื้อออสเตรเลียโปะบนไข่คนและครีมชีส หรือแม้แต่ของหวานอย่างทาร์ตคัสตาร์ด ที่ทำให้เมนูง่ายๆ ดูมีสีสันมากขึ้น ถัดมาบริเวณซอยทองหล่อ 16 และ 18 จะมีอีกหนึ่งโครงการนั่นคือ 72 Courtyard ที่มีร้านนั่งชิลมากมายอย่าง Uncle บาร์สุดชิลที่แตกสาขามาจาก ซอยสาทร 12 เป็นต้น
นอกจากนี้ หากใครอยากลิ้มลองร้านอาหารชื่อดังของย่านนี้มีอยู่หลายร้าน ไม่ว่าจะเป็น ซูชิ ฮิโระ ในโครงการเอท ทองหล่อ ซึ่งเป็นสาขาแรกก่อนที่จะขยายสาขาอย่างรวดเร็ว หรือจะเป็นร้านอาหารธรรมดาที่ไม่ได้หรูหราแต่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องอย่าง ทองหล่อ โภชนา หรือข้าวแกงเจ๊สม อันเป็นที่ถูกปากของคนกรุงฯ หลายรุ่น รวมถึงสืบเนื่องจากซอยทองหล่อ 10 สามารถเชื่อมกับสุขุมวิท 49 ซึ่งเป็นที่ตั้งของคอมมูนิตี้มอลล์อีก 2 แห่ง คือ Piman 49 และ The Terrace 49 ที่อยู่เยื้องกัน
ในซอยทองหล่อ ใช่ว่าจะมีแต่คอมมูนิตี้มอลล์เท่านั้น ยังคงมีร้านอาหารมีชื่อเสียงตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันดังรูป ซึ่งได้รับความนิยมในหมู่หนุ่มสาวออฟฟิศ
บทวิเคราะห์
เปรียบเทียบกับคู่แข่ง
บริเวณต้นซอยถึงท้ายซอยทองหล่อ ต่างประกอบไปด้วยคอนโดมิเนียมที่มีราคาขายเฉลี่ย 2 – 3 แสน / ตร.ม แล้วในปัจจุบัน โดยโครงการที่มีลักษณะใกล้เคียงกับเดอะ โมนูเมนต์ ทองหล่อ ได้แก่ The Marvel Residence, Quattro Thonglor by Sansiri และล่าสุดเพิ่งเปิดตัวไปกับ Tela Thonglor
บทวิเคราะห์
โครงการนี้ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการคอนโดมินียม Hi Rise ที่หากผุดขึ้นบนทำเลไพร์มอย่างทองหล่อ เชื่อว่ากลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นระดับ A+ และนักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างชาติต้องให้ความสนใจอย่างแน่นอน เพราะในซอยนี้ การจะหาที่ดินเปล่ามาพัฒนาโครงการใหม่ๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย หรือหาได้ ราคาต่อตารางวาจะสูงมาก นั่นหมายความว่าโครงการที่จะพัฒนาออกมา ราคาขายต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
ภาพหลัก via forums2.popcornfor2.com