พรีวิวโครงการใหม่: เวนิโอ สุขุมวิท 10 (Venio Sukhumvit 10)

  • ความเห็นเกี่ยวกับโครงการ
  • Kittikom
  • 21 กันยายน 2016

 

สนใจ คอนโดฯ ในโครงการนี้? เลือกชม รายการประกาศ ราคาโดนใจ

 

บริเวณรถไฟฟ้า “นานา” ถือเป็นอีกหนึ่งทำเลบนสุขุมวิทตอนต้นที่มีความน่าสนใจในตลาดอสังหาริมทรัพย์ จากการเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสถานีอโศกเพียงหนึ่งสถานี และมุ่งหน้าเข้าสู่ Prime Area ย่านพร้อมพงษ์ ที่มีการขยายตัวของกลุ่มนักลงทุนชาวต่างชาติและดีมานด์ที่ต้องการที่อยู่อาศัยสูงระดับปรอทแดง ด้วยความเจริญจากโซนไข่แดงอย่างพร้อมพงษ์จึงพลักดันให้เกิดดีมานด์ที่อยู่อาศัยล้นออกมาจากทางฝั่งพร้อมพงษ์ เข้าสู้บริเวณ BTS นานา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทำเลที่น่าจับตา แต่ด้วยราคาที่ดิน ณ ปัจจุบันที่พุ่งขึ้นสูง บวกกับไม่ค่อยมีที่ดินแปลงใหญ่ให้พัฒนาโครงการ ซัพพลายที่เข้ามาปักหมุดเพื่อรองรับดีมานด์บริเวณนี้จึงอยู่บริเวณสุขุมวิทซอย 6 ซอย 8 ซึ่งส่วนใหญ่จะถูกพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ตามกฎหมายการสร้างอาคาร และหนึ่งในโครงการใหม่ล่าสุดที่เข้ามาเช็คอินบนทำเลสุขุมวิท 10 ใกล้รถไฟฟ้านานา 650 ม. ก็คือโครงการ เวนิโอ สุขุมวิท 10 ภายใต้การพัฒนาโครงการโดย Helix (บริษัทในเครือของ อนันดาฯ) ที่มีประสบการณ์ในการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์แบรนด์ Unio กว่า 3 โครงการ และสะสมชั่วโมงการบินมาพัฒนาโครงการระดับพรีเมี่ยมอย่าง Venio สุขุมวิท 10 ที่มีราคาเริ่มต้นที่ 3.49 ล้านบาท บนพื้นที่ใจกลางเมืองย่าน BTS นานา โดยมีบริษัท ดิ เอเจ้นท์ ทำหน้าที่ดำเนินงานด้านการขาย (Sole Agent )ให้ ซึ่งภาพรวมในเรื่องของราคาและความสอดคล้องของที่ตั้งโครงการคงต้องบอกว่าเป็นราคาเริ่มต้นที่ไม่สามารถหาได้อีกแล้วบนทำเลตอนต้นของสุขุมวิท

Venio 102 LN-002

เจาะลึกข้อมูลโครงการ

ชื่อโครงการ: เวนิโอ สุขุมวิท 10 (Venio Sukhumvit 10)

ผู้พัฒนาโครงการ: บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)

ทำเลที่ตั้ง: ซอยสุขุมวิท 10 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตยเหนือ เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร

เว็บไซต์: http://www.ananda.co.th

โทร: 02-316-2222

 

รายละเอียดโครงการ

พื้นที่โครงการ: 1-0-53 ไร่

รูปแบบ: คอนโดมิเนียม Low Rise 1 อาคาร  8 ชั้น พร้อมชั้นใต้ดิน  ห้องชุดพักอาศัยตั้งแต่ชั้น 2 – 8 จำนวน 162 ยูนิต

กลุ่มเป้าหมาย: นักลงทุนในไทยและชาวต่างชาติ, พนักงานระดับเงินเดือน 40,000 – 60,000 บาท

เริ่มก่อสร้าง: ประมาณเดือนตุลาคม 2559

คาดว่าจะแล้วเสร็จ: ประมาณเดือนมกราคา 2561

ลิฟท์: ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว

ที่จอดรถ: 68 คัน (ไม่รวมจอดซ้อนคัน) หรือประมาณ 42%

สถานะการขาย: เปิดจองจริงวันที่ 22 กันยายน 2559, Presale วันที่ 24 กันยายน 2559

ราคาเริ่มต้น: 3.49 ล้านบาท

ราคาเฉลี่ย: 150,000 บาทต่อตร.ม.

 

รูปแบบห้อง

Studio Type A ขนาด 23.20 – 25.75 ตร.ม.

Venio 104 A3-BEDROOM-003

1 Bedroom Type B ขนาด 27.75 – 40.56 ตร.ม.

Venio 105 B3 BEDROOM-004

2 Bedroom Type C ขนาด 49.30 – 71.30 ตร.ม.

Venio 106 C2-BEDROOM 005

รายละเอียดโครงการ

รีวิวภาพรวมโครงการ

ไฮไลท์โครงการหลักๆ คือรอบล้อมไปด้วยพื้นที่สีเขียวของสวนชูวิทย์หน้าปากซอย และบริเวณหลังซอยก็เชื่อมต่อกับสวนเบญจกิติขนาดใหญ่ เรียกได้ว่าผู้อยู่อาศัยที่บริเวณชั้น 6-8 ที่อยู่ยูนิตที่หันหน้าไปทิศนี้สามารถมองเห็นสวนสวยนอกโครงการได้ตลอดเวลาซึ่งถือเป็นข้อดีหลักๆ ของโครงการ ที่ตั้งโครงการตั้งอยู่เกือบสุดซอยก็จริง แต่ก็แลกมาด้วยความเป็นส่วนตัวแบบที่คอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ควรจะเป็น ถึงแม้ภายในซอยไม่ค่อยมีร้านค้า ร้านสะดวกซื้อก็ตาม แต่ด้วยความที่ซอยมีระยะสั้นๆ ประกอบกับด้านหลังซอยที่สามารถเดินเชื่อมต่อไปสู่สวนเบญจกิติได้ จึงทำให้โปรดักส์ถูกมองในแง่บวกมากกว่าที่จะมองในแง่ลบในเรื่องภาพรวมโครงการภายนอก

โครงการ เวนิโอ สุขุมวิท 10 เป็นคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ 8 ชั้น จำนวน 162 ยูนิต ซึ่งตัวดีเวลลอปเปอร์เองจัดกลุ่มให้โครงการอยู่ในระดับ Premium แต่มีฐานราคาเริ่มต้นที่ 3.49 ล้านบาท พร้อมเฟอร์นิเจอร์แบบ Fully Furnished ซึ่งเป็นราคาที่ดีมานด์ที่ต้องการคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองสามารถมีกำลังซื้อไหวถ้าไม่ซีเรียสกับขนาดห้องเริ่มต้นที่ 23-24 ตร.ม. กับที่จอดรถที่มีประมาณ 68 ช่องจอดหรือประมาณ 42 % บริเวณชั้นใต้ดินและชั้น 1 ทั้งนี้เมื่อโครงการเสร็จคงมีระบบรองรับอุทกภัยบริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดินเป็นอย่างดี เนื่องจากในปัจจุบันพื้นที่ในซอยมักเกิดน้ำขังบ่อยแต่ด้วยโปรดักส์โครงการที่จับกลุ่มระดับกลางขึ้นไปปัญหานี้คงไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งจะเป็นอย่างไรต่อไปก็ต้องติดตามเมื่อโครงการแล้วเสร็จ

 

Master Plan

Venio 1010 ground-floor-007

แปลนโครงการเป็นรูปตัวแอลจัดสรรตามพื้นที่โครงการ โดยในส่วนด้านในสุดของโครงการเป็นส่วนกลางซึ่งจะอยู่บริเวณชั้น 1 ทั้งหมดประกอบไปด้วยสระว่ายน้ำ ฟิตเนต ล็อบบี้ และห้องซักรีด ซึ่งแต่ละส่วนกั้นผนังแบ่งโซนชัดเจน นอกจากส่วนกลางจะถูกบดบังจากสายตาภายนอกจากพื้นที่ด้านในสุดของตัวโครงการแล้ว ยังได้รับความเป็นส่วนตัวการ Screen Wall ที่แบ่งแยกส่วนกลางเพื่อเน้นความเป็นส่วนตัวสูงสุด ในส่วนของทางเข้าโครงการเองเป็นถนนแบบรถวิ่งสวนเลนส์กันได้ บริเวณปากทางเข้าโครงการจะเป็นทางลงลานจอดรถชั้นใต้ดินเป็นทางลงวิ่งรถเลนส์เดียวแบบวนขวา และมีทางเข้า – ออก ขึ้นลงแบบสวนเลนส์กันบริเวณด้านในหรือบริเวณเหนือสระว่ายน้ำจากภาพแปลน

Venio 1011 base-floor-008

ชั้นใต้ดินเป็นลานจอดรถประมาณ 40 คัน ไม่มียูนิตที่พักอาศัย จากแปลนน่าจะสามารถจอดรถซ้อนคันได้ฝั่งใดฝั่งหนึ่ง บริเวณกลางแปลนจะมีลิฟท์โดยสารที่สามารถเชื่อมตอ่ไปชั้นที่มียูนิตที่พักอาศัยด้วยกัน 2 ตัว พร้อมบันไดหนีไฟข้างๆ

Venio 1012 roof-floor-009

ที่ชั้นดาดฟ้าหรือ Roof เป็นสวนส่วนกลางของโครงการ แต่จากแปลนจะเห็นว่าส่วนกลางสวนนั้นมีเพียงบริเวณส่วนในสุดของอาคารหรือทางทิศตะวันตกของแปลน จากภาพจะเห็นว่าหากยืนบนสวนส่วนกลางชั้นบนนี้จะสามารถมองเห็นวิวของสวนเบญจกิตติที่ทิศใต้ และวิวของทางฝั่งสุขุมวิทซอย 8 ได้

Floor Plan

2nd Floor

Venio 1013 floor-2-010

3rd Floor

14 floor-3

4th Floor

15 floor-4

5th Floor

16 floor-5

6th Floor

17 floor-6

7th Floor

18 floor-7

8th Floor

Venio 1014 floor-8-011

ที่ชั้น 2 – ชั้น 8 เป็นยูนิตที่พักอาศัยทั้งหมด ส่วนใหญ่ห้องที่อยู่ใกล้ลิฟท์มากที่สุดจะเป็นห้องขนาด A2 ขนาดประมาณ 24 ตร.ม. ที่เปิดลิฟท์มาก็เดินเข้าห้องได้เลย ส่วนห้องขนาดใหญ่หรือห้อง 2 ห้องนอนโครงการจะจัดให้อยู่ในมุมที่สามารถเทควิวได้ดีที่สุดคือบริเวณด้านหน้าโครงการหรือห้องที่เป็นสีม่วงอ่อนเป็นห้องบนชั้น 7-8 ซึ่งสามารถเทควิวจากมุมสูงได้ โดยมีห้องขนาด 49.30 ตร.ม. อยู่ที่ชั้น 8 และห้องขนาดใหญ่สุดของโครงการ Type C3 ขนาด 71.30 ตร.ม. อยู่ที่ชั้น 7 ซึ่งชั้นอื่นๆ ในตำแหน่งนี้โครงการจะเน้นไปที่ห้อง 1 ห้องนอนขนาด 33.80 ตร.ม. ส่วนห้องยูนิตอื่นๆ ก็จะคละปะปนกันไปแล้วแต่พื้นที่จัดสรรอโดยเฉลี่ยต่อชั้นจะมีประมาณ 24 ยูนิต ซึ่งถือว่าเยอะพอสมควรสำหรับคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ที่มีทางเดินแบบขนานไปด้วยยูนิตคู่กันตลอดทาง

Venio 1015 2016-09-19_12-49-34-012

ห้องสตูดิโอ Type A3 เป็นห้องขนาด 25.75 ตร.ม. โครงการออกแบบให้เป็นห้องแนวลึกเพื่อประหยัดพื้นที่โครงการ และเน้นยูนิตซอยย่อยต่อชั้น ยูนิตต่อชั้นจึงเยอะถึง 24 ยูนิต ส่วนภาพรวมของแปลนเป้นห้องสตูดิโอมาตรฐานทั่วไป ไม่มีในส่วนของผนังกั้นห้อง มีห้องครัวอยู่บริเวณทางเข้าห้อง และเชื่อมต่อกับห้องน้ำ โครงการเน้นพื้นที่ใช้สอยของห้องนอนที่กว้างมาก เนื่องจากจัดฟังก์ชั่นห้องนอนให้ใช้ร่วมกับห้องนั่งเล่น โดยมีระเบียงที่เชื่อมต่อกับบริเวณห้องนอนได้ด้วย

Venio 1016 2016-09-19_12-50-04-013

ห้อง Type B3A หรือห้อง 1 ห้องนอนขนาด 33.80 ตร.ม. เป็นแปลนห้องที่โครงการเน้นมากที่สุด ห้องถูกแบ่งเป็นสองส่วนหลักๆ คือทางผั่งห้องนอนที่มีบานกั้นแยกส่วนชัดเจนกับฝั่งห้องนั่งเล่นที่เชื่อมต่อกับบริเวณห้องครัว ส่วนของห้องน้ำภายในแปลนเหมือนโครงการจะออกแบบให้มีประตูสองบานที่สามารถใช้งานร่วมกันได้ทั้งทางฝั่งห้องครัว และฝั่งห้องนอน ห้องแบบนี้จะมีระเบียงเชื่อมต่อบริเวณห้องนั่งเล่น และจะมีพื้นที่เก็บของด้านนอกยื่นออกไปบริเวณห้องนอน แต่ไม่สามารถเข้าออกได้จากทางห้องนอน

Venio 1017 2016-09-19_12-50-27-014

แปลนห้อง Type C2 เป็นห้องขนาด 53.00 ตร.ม. เป็นห้อง 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ โดยภายในห้องจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ คือ Master Bedroom ที่มีห้องน้ำในตัว พื้นที่ใช้สอยตรงกลางที่ถูกจัดสรรให้เป็นห้องครัว และห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกับระเบียง จากแปลนน่าจะวางโต๊ะรับประทานอาหารเพิ่มได้ถึง 4-5 ที่นั่ง และส่วนสุดท้ายทางฝั่งขวามือก็คือห้องนอนที่ 2 และห้องน้ำกลาง

การวางทิศทางโครงการ

Venio 1018 2016-09-21_11-16-21-003

ทิศเหนือ: หันไปทางปากซอยสุขุมวิทสิบ ด้านข้างเป็นบ้านเดี่ยวสองชั้น ซึ่งไฮไลท์ทางทิศนี้จะเป็นสวนชูวิทย์กับแนวรถไฟฟ้าสายสุขุมวิท

ทิศใต้: เป็นโบถส์คริสต์จักรมหาพรสุขุมวิท ไม่มีการทำพิธีเสียงดัง หรือสวดมนต์แบบโบถส์สุเหล่า

ทิศตะวันออก: ทิศตะวันออกเป็นสุขุมวิทซอย 8 ด้านหลังโครงการเป็นบ้านเดี่ยว และอาคารสูงไม่เกิน 4-5 ชั้น

ทิศตะวันตก: ทิศตะวันตกเป็นด้านหน้าโครงการติดอยู่กับถนนหลักในซอย กว้างประมาณ 6 เมตร

สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ

ส่วนกลางถือว่าอยู่ในระดับมาตรฐาน ซึ่งส่วนใหญ่สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ จะอยู่รวมกันบริเวณชั้นหนึ่ง แต่มีการกั้นกำแพงแยกส่วนไว้ทุกส่วนไม่ให้มองเห็นกัน ประกอบไปด้วย สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ล็อบบี้, ห้องซักรีด และฟิตเนสที่คาดว่าน่าจะกรุผนังห้องรอบด้านให้เป็นบานกระจกใสรอบห้องเพื่อมองเห็นวิวสวนและวิวสระว่ายน้ำ รวมไปถึงห้องจดหมาย, ห้องซักรีด และระบบ CCTV มีรปภ.รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ซึ่งใช้ Access Card ในการเข้าออกโครงการและห้อง

ส่วนที่ชั้น 2-8 จะเป็นยูนิตที่พักอาศัยทั้งสิ้นเฉลี่ยประมาณ 24 ยูนิตต่อชั้น ซึ่งถือว่าเยอะพอสมควรสำหรับคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ที่ออกแบบทางเดินเข้าห้องให้เป็นทางเดินแบบ Double corridor แต่ด้วยการที่ส่วนกลางถูกรวมไปอยู่ชั้นล่างหมดไม่มีการแบ่งพื้นที่พักอาศัยให้กับส่วนอื่นๆ ก็น่าจะสามารถชดเชยความเป็นส่วนตัวได้บ้าง ส่วนชั้นดาดฟ้าเป็น Roof Top เป็นสวนกลางส่วนหย่อมที่มองลงมาเห็นวิวสวนสาธารณะทั้งสองฝั่งทั่งสวนชูวิตย์ และสวนเบญจกิติ

2016-09-21_14-14-19

ภาพจำลองบรรยากาศล็อบบี้ของโครงการ เวนิโอ สุขุมวิท 10

 

Venio 1019 LN2-016

ภาพจำลองบรรยากาศสระว่ายน้ำส่วนกลางที่ชั้น 1

Venio 1020 FITNESS Edit-017

ภาพจำลองบรรยากาศภายในฟิตเนส

2016-09-21_14-16-54

ภาพจำลองบรรยากาศสวนส่วนกลางที่ชั้นดาดฟ้า

 

ภาพจำลองบรรยากาศภายในห้องแบบ 1 ห้องนอน Type B3

2016-09-21_14-19-59

ภาพจำลอง Living Room ของห้องแบบ 1 ห้องนอน Type B3

Venio 1022 Venio_B3 BEDROOM-020

ภาพจำลองห้องนอนของห้องแบบ 1 ห้องนอน Type B3 มี

2016-09-21_14-20-17

บรรยากาศจำลองภายในห้องน้ำของห้องแบบ 1 ห้องนอน Type B3

สิ่งที่จะได้รับจากโครงการ

พื้น: พื้นลามิเนตหนา 8 มม.

ผนัง: ฉาบเรียบสีขาว

พื้นจรดเพดานความสูง: 2.6 ม.

เฟอร์นิเจอร์: Fully Furnish ประกอบด้วย เตียง (ไม่มีฟูก) ตู้เสื้อผ้า ชั้นวางทีวี เคาท์เตอร์ครัว เครื่องดูดควัน แอร์

เครื่องปรับอากาศ: Samsung หรือเทียบเท่า

สุขภัณฑ์: Kohler หรือเทียบเท่า

ชุดครัว: เตาไฟฟ้า เครื่องดูดควันของ Mex

 

 

แสดงทั้งหมด

ทําเล & การเดินทาง

วิเคราะห์ศักยภาพทำเล

Venio 107 2016-09-21_10-05-57-001

ศักยภาพทำเลบริเวณ BTS นานา

ทำเลสุขุมวิทช่วงต้นนับจากแนวรถไฟฟ้า นานา อโศก พร้อมพงษ์ ถือเป็นทำเล Prime Area ของตลาดอสังหาริมทรัพย์แนวคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ที่มีราคาเฉลี่ยตั้งแต่ระดับ 200,000 – 250,000 บาทขึ้นไป เนื่องจากพื้นที่แนวรถไฟฟ้านั้นเหลือน้อยจนแทบไม่มีอยู่เลยเป็นเหตุให้ราคาพุ่งขึ้นสูงมาก

แต่ด้วยศักยภาพทำเลช่วงต้นของสุขขุมวิทนี้ถือเป็นแหล่งที่มีดีมานด์ของนักลงทุนสูง โดยเฉพาะบริเวณพร้อมพงษ์ อโศก ที่เป็นทำเลไข่แดงที่ได้รับการพลักดันจากศูนย์การค้าขนาดใหญ่ของกลุ่มเดอะมอลล์หรือ โครงการเอ็ม ดริสทิค ที่ประกอบด้วย  ศูนย์การค้าระดับ Luxury ขนาดใหญ่ 3 โครงการอย่าง เอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ และเอ็มสเฟียร์ที่ ด้วยเหตุนี้บริเวณดังกล่าวจึงเป็นที่กระจุกตัวของกลุ่มแรงงานต่างชาติไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น ยุโรป กว่า 2.5 หมื่นราย ซัพพลายหลายเจ้าจึงต้องเขยิบออกมาจากโซนดังกล่าวเพื่อหาพื้นที่ที่เหมาะกับการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ที่มีราคาค่าที่ดินมาเกี่ยวข้อง

ดังนั้นในแง่ของการพัฒนาโครงการ ดีเวลลอปเปอร์ต่างๆ จึงต้องเลือกทำเลที่มีความสอดคล้องในเรื่องของราคา และสามารถรองรับดีมานด์ดังกล่าวได้ และบริเวณนานาก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดี แต่ ณ ปัจจุบันตามแนวรถไฟฟ้านานาเองก็มีการซื้อขายกันที่ตารางวาละ 1.9 ล้านบาทไปแล้ว หากสังเกตุจากบริเวณแนวรถไฟฟ้านานาจะมีโครงการคอนโดมิเนียมไฮไรส์อยู่ไม่กี่โครงการ โดยมีที่เห็นเด่นๆ ก็เพียงโครงการเดียวคือ Q Sukhumvit ที่มีราคาเริ่มต้นที่ 26 – 27 ล้านบาท หรือประมานตารางวาละ 300,000 บาทเลย ด้วยราคาค่าที่ที่พุ่งขึ้นสูง ซัพพลายคอนโดมิเนียมหลายโครงการจึงเลือกตบเท้าเข้ามาปักหมุดในซอยสุขุมวิทต่างๆ บริเวณสถานี BTS นานาที่ยังสามารถเชื่อมต่อกับย่านอโศก – พร้อมพงษ์ทีมีรัศมีความเจริญเป็นวงกว้าง และทำให้มีพื้นที่ในซอยสุขุมวิทช่วงต้นได้รับอานิสงส์นั้นไปด้วย

วิเคราะห์ทำเลที่ตั้งโครงการ

37_th

แผนที่ตั้งโครงการ

โครงการ เวนิโอ สุขุมวิท 10 ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 10 มีไฮไลท์เด่นคือที่ตั้งโครงการอยู่ใกล้กับสวนชูวิทย์หน้าปากซอย ถึงแม้ตัวโครงการจะอยู่ในซอยสุขุมวิท 10 ลึกเข้ามาประมาณ 400 ม. แต่ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในคอนโดมิเนียมที่ยังอยู่ในสถานะของคำว่าใจกลางเมือง เนื่องจากทางฝั่งสุขุมวิทหรือบริเวณหน้าปากซอยสุขุมวิท 10 สามารถเชื่อมต่อการเดินทางไปสู่ BTS นานา ในระยะ 650 ม. ถึงแม้จะไม่ได้อยู่ในระยะเดิน แต่ด้วยปัจจัยต่างๆ ภายในซอยซึ่งประกอบไปด้วยซัพพลายที่พักอาศัยประเภทโรงแรมอาทิ โรงแรม แกเลอเทียเท็น, โรงแรม Center Point และมีโครงการคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ของดีเวลลอปเปอร์ชื่อดังที่มาตั้งถิ่นฐานอยู่ก่อนหน้าอย่าง สิริ สุขุมวิท 10  ความสะดวกสบายในเรื่องของการบริการรับ –  ส่ง ของวิน มอเตอร์ไซค์จึงมีตลอดแนวซอยสุขุมวิท 10 หรือในระยะการเดินทางจากโครงการไปยังสถานี BTS นานา ด้วยมอเตอร์ไซค์ น่าจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 20 บาท

ในส่วนเรื่องของสาธารณูปโภคต่างๆ ถ้ามองระยะแคบๆ แค่ในซอยคงต้องบอกว่าในระยะเดินคงต้องลำบากหน่อย แต่ถ้าพูดถึงภาพรวมโดยรอบคงไม่ต้องพูดอะไรมาก เพราะความเจริญททางฝั่งอโศกและทางฝั่งสุขุมวิทคงได้จัดเต็มทุกความสะดวกสบายไว้ให้กับดีมานด์ของคนที่อยู่อาศัยในย่านนี้แบบครบถ้วนสมบูรณ์

Venio 109 2016-09-21_10-58-31-002

 

นอกจากทางปากซอยแล้ว หลายคนคงคิดว่าซอยสุขุมวิท 10 เป็นซอยตัน ถ้ามองในแง่ของคนที่ขับรถยนต์ก็คงเป็นแบบนั้นอยู่แต่ถ้ามองในแง่ของคนที่มีไลฟ์สไตล์ติดอยู่กับการออกกำลังกาย ชอบการเดินเท้าหรือขี่จักรยาน และมีแหล่งงานอยู่ทางฝั่งถนนรัชดาภิเษก – พระราม 3 ซอยสุขุมวิท 10 ก็ถือเป็นอีกหนึ่งเส้นทางการเดินเท้าที่สามารถเชื่อมต่อไปสู่บริเวณที่ประกอบไปด้วยอาคารสำนักงานระดับท็อปๆ อย่าง FYI Center, อาคารเลครัชดา คอมเพล็กซ์, ซีทีไอ ทาวน์เวอร์, Times  Square , Exchange Tower เป็นต้น

โดยจากที่ตั้งโครงการสามารถเดินตรงเข้ามาในซอยไม่ไกลมากจะเจอสะพานไม้ท้ายซอย สามารถเดินข้ามทะลุออกไปสู่ซอยสวนเบญจกิติ และเดินเลาะสวนออกไปประตูทางออกฝั่งถนนรัชดาภิเษกไปเชื่อมต่อกับย่านที่เป็นธุรกิจดังกล่าวได้ด้วย ซึ่งบริเวณฝั่งนี้เองก็จะมีรถไฟฟ้าสถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์เป็น Mass Transit เชื่อมต่อไปสู่ CBD สีลมได้ ถึงแม้จะเป็นระยะทางที่ไม่ได้อยู่ในระยะเดิน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเดินไม่ได้

การที่สุขุมวิทซอย 10 สามารถทะลุออกมายังแหล่งงานย่านรัชดา – พระราม 3 ได้ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของซอย เพียงแต่ยังไม่เกิดการรับรู้ ซึ่งโดยภาพรวมในอนาคตที่ตั้งโครงการที่อยู่ลึกในซอยมาประมาณ 400 ม. บวกกับโปรดักส์คอนโดมิเนียมที่อยู่ในเซกเมนต์คอนโดฯระดับพรี่เมี่ยม จะช่วยสร้างความเป็นส่วนตัวและสามารถดึงดีมานด์ชาวญี่ปุ่นที่รักความสงบ และชอบความเป็นส่วนตัวเป็นทุนเดิมให้เข้ามาจากบริเวณไข่แดงย่านพร้อมพงษ์ได้ ซึ่งหากไฮไลท์ท้ายซอยนี้เกิดการรับรู้เป็นวงกว้างบวกกับวิสัยของชาวญี่ปุ่นที่รักการเดินเป็นชีวิตจิตใจ เชื่อว่าที่ตั้งของโครงการสามารถดึงดีมานด์ในส่วนนี้เข้ามาได้ไม่ยาก เพราะอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลให้ดีมานด์ดังกล่าวตบเท้าเข้ามาได้ง่ายขึ้นก็คือบริเวณถนนรัชดาภิเษก – พระราม 3 เป็นจุดเชื่อมต่อกับซอยสุขุมวิท 16 และซอยไผ่สิงโตที่สามารถเชื่อมต่อไปสู่ซอยสุขุมวิทย์ 24 ที่เป็นแหล่งรวมดีมานด์ญี่ปุ่นจำนวนมากได้

 

สถานที่แนวไลฟ์สไตล์

ถึงแม้ภายในซอยจะหาของกินยาก แต่นั่นก็แลกมาด้วยความเงียบสงบและความเป็นส่วนตัว แต่ด้วยความที่ซอยสุขุมวิท 10 ไม่ใช่ซอยที่มีความลึกมากมีช่วงต้นซอยถึงท้ายซ้อยอยู่ที่ประมาณ 500 ม . เท่านั้น การเชื่อมต่อไปยังสถานที่ไลฟ์สไตล์ทั้งเรื่องของอาหารการกิน แฟชั่น สถานที่แฮงค์เอาท์จึงไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด เพียงเดินออกไปทางปากซอยฝั่งที่เป็นสุขุมวิทย์ก็จะพบกับสถานที่แนวไลฟ์สไตล์มากมาย หากไม่นับรวมพวกห้างน้อยห้องใหญ่ อาทิ Terminal 21 ทางฝั่งอโศก หรือ The Emporium , The Emquartier ทางฝั่งพร้อมพงษ์ ที่ต้องใช้เวลาในการเดินทาง บริเวณปากซอยสุขุมวิท 12 ถัดมาจากซอยสุขุมวิท 10 เพียงซอยเดียวยังมี Korean Town แหล่งรวมไลฟ์สไตล์อาหารเกาหลีที่เรียกได้ว่าเป็นเยาวราชสไตล์เกาหลีระดับไฮคลาสก็ว่าได้ หรือถ้าชอบอาหารนานาชาติสไตล์ยุโรปบริเวณอีกฝั่งที่เป็นที่ตั้งของซอยสุขุมวิท 11 ก็มีร้านอาหารฝรั่งเล็กๆ แต่ชื่อไม่เล็กตามร้านอย่าง Snapper New Zealand ที่มีเมนู Fish & Chip หลากหลายเมนูที่คัดสรรโดยพ่อครัวระดับเชฟให้ได้ลิ้มลองกันคอยให้บริการอยู่ ลึกเข้ามาไม่ไกลในซอยสุขุมวิท 11 ก็มีร้านอาหารกึ่งผับสำหรับคนที่ชอบแฮงเอาท์อย่าง Oskar Bistro ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 11 เยื้องๆ โรงแรม Aloft อาหารของร้านนี้จะเป็นสไตล์ French & English พร้อมเครื่องดื่มจากทั่วสารทิศให้ได้สังสรรค์กันแบบเดินชิลล์ๆ ข้ามถนนกลับเข้าซอยโครงการได้ ต้องบอกว่า นานา นั้นสมกับเป็นนานาจริงๆ เพราะถือเป็นหนึ่งในทำเลที่รวบรวมไลฟ์สไตล์ทั้งอาหารนานาชนิด ผู้คนนานาชาติให้มารวมตัวกันบนพื้นที่แห่งนี้ ส่วนในเรื่องของร้านสะดวกซื้อและอาหารข้างทางคงไม่ต้องกล่าวอะไรมาก ด้วยความที่ทำเลนานาถือเป็นหนึ่งในตัวเมือง ความสะดวกสบายในเรื่องปากท้องจึงไม่ใช่เรื่องน่าเป็นห่วง เพียงแค่จำเป็นต้องเดินออกมาจากซอยที่ตั้งโครงการเท่านั้นเอง ทั้งนี้จากโครงการเดินตรงมายังโบถส์คริสต์จักรมหาพรสุขก็มีทางเชื่อมเดินไปสู่ซอยสุขุมวิท 8 ซึ่งมีร้านสะดวกซื้อชื่อดังตั้งอยู่ในซอยถึง 2 จุดด้วยกัน

a112841287_128185406_8394

ภาพ via amazonaws.com

สถานที่แนวไลฟ์สไตล์อื่นๆ

โรบินสัน สุขุมวิท : 550 ม.

Terminal 21 : 750 ม.

Central Embassy: 1.3 กม.

The Emporium : 2 กม.

The Emquartier : 2 กม.

 

อาคารสำนักงาน

Time Square : 580 ม.

Exchange Tower : 1 กม.

Interchange 21 : 1 กม.

Jasmin City : 1.13 กม.

Lake Ratchada : 1.4 กม.

Ocean Tower : 1.6 กม.

Sinothai Tower : 1.3 กม.

Sermmit Tower : 1.4 กม.

 

โรงพยาบาล

รพ.บำรุงราษฎร์ : 1.65 กม.

รพ.สมิติเวช สุขุมวิท : 3.8 กม.

รพ.เทพธารินทร์ : 4.25 กม.

 

มหาวิทยาลัย

มหาใทยาลัยศรีนครินทร์วิโรจน์ มศว. ประสานมิตร: 1 กม.

 

แสดงทั้งหมด

บทวิเคราะห์

วิเคราะห์อัตรผลตอบแทนที่จะได้รับ

ในแง่ของการลงทุน ถ้าสังเกตุให้ดีบริเวณ ถนนรัชดาภิเษก – พระราม 3 จะมีอาคารสำนักงานอยู่บริเวณฝั่งตรงข้ามของสวนเบญจกิติ และมีการเกิดใหม่ของอาคารสำนักงานอยู่เรื่อยๆ จากการขยายตัวของเศรษฐกิจฝั่งอโศก ประกอบกับพื้นที่เปล่าบริเวณนี้ยังคงเหลือ ทำให้พื้นที่นี้เป็นอีกหนึ่ง New Location ที่สามารถเชื่อมต่อเส้นทางการเดินทางจากบริเวณสุขุมวิท 24 หรือบริเวณ พร้อมพงษ์ที่มีกลุ่มแรงงานต่างชาติ อาทิ ญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก และกำลังขยายตัวเรื่อยๆ

ปัจจุบันที่อยู่อาศัยบริเวณพร้อมพงษ์มีราคาสูงและมีอัตราประชากรล้นพื้นที่ ในอนาคตดีมานด์ตรงนั้นอาจจะต้องมองหาที่อยู่ใหม่ที่สามารถเชื่อมต่อไปแหล่งงานได้ง่าย โดยจุดนี้ก็จะเป็นผลดีต่อตัวโครงการ และโครงการก็ทำออกมาได้ตอบโจทย์นักลงทุนทั้งไทยและเทศ รวมไปถึงการให้บริษัท ดิ เอเจ้นท์ ทำหน้าที่ดำเนินงานด้านการขาย (Sole Agent ) ก็ถือเป็นอีกหนึ่งจุดที่จะดึงนักลงทุนต่างชาติเข้ามา เนื่องจากปัจจุบันแน้วโน้มของนักลงทุนต่างชาติที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น ชาวสิงคโปร์ มาเลเชีย ฮ่องกง และไต้หวัน ส่วนหนึ่งมาจากผลตอบแทนจากการลงทุนสูงถึง 6-7% ขณะที่การซื้อห้องชุดในประเทศเหล่านั้นให้ผลตอบแทนเพียง 2% เท่านั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่นักลงทุนจากต่างชาติกำลังมองหาช่องทางในประเทศไทย ซึ่งราคาเริ่มต้นสำหรับการปล่อยเช่าห้องขนาดเริ่มต้นที่ 23-24 น่าจะอยู่ที่ 20,000 – 25,000 บาท จะบอกว่าถูกก็คงไม่ได้แต่ถ้าจะเปรียบเทียบกับโซนอโศก – พร้อมพงษ์แล้วก็ต้องบอกว่ามีอัตราราคาที่ถูกกว่าบนพื้นที่ๆ ที่มีศักยภาพทำเลที่ไม่ต่างกัน โดยสามารถเชื่อมต่อไปสู่ Prime Area ย่านพร้อมพงษ์เพียง 2 สถานี

ในส่วนของผู้ที่ต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองหากไม่ซีเรียสเรื่องที่จอดรถ 68 คัน จากทั้งหมด 162 ยูนิต หรือราคาเริ่มต้นที่ 3.49 ล้านบาท แต่ได้ห้องขนาด 23-24 ซึ่งเป็นห้อง Studio ตรงนี้ต้องอยู่ที่ความพึงพอใจ ไลฟ์สไตล์การทำงาน และการใช้ชีวิตจริงๆ เนื่องจากโปรดักส์ตอบโจทย์ออกมาสำหรับผู้ที่มีความเป็นส่วนตัว แต่ยังคงต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกจากตัวเมือง ดังนั้นทำเลการเชื่อมต่อกับแหล่งงานและการใช้ชีวิตบนตัวเมืองจึงเป็นปัจจัยหลักที่ผู้ซื้อมองมากกว่าขนาดห้อง แต่ด้วยราคาเฉลี่ยที่ประมาณ 150,000 บาทต่อตร.ม. ที่ถือว่าหาไม่ได้แล้วบนทำเลนี้ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งจึดที่เข้ามาอยู่ในการตัดสินใจของผู้ซื้อ แต่ทั้งนี้เองภาษีที่ดีของโครงการที่สามารถมอบให้กับผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองที่จะได้รับในอนาคต อาจจะเป็นอัตราผลตอบแทนในเรื่องของราคาที่อาจจะพุ่งขึ้นไปอีกจากราคา ณ ปัจจุบันก็เป็นได้

 

แสดงทั้งหมด

สรุป

โครงการ เวนิโอ สุขุมวิท 10 ก็ถือเป็นทางเลือกใหม่บนทำเลนี้ โดยมีที่ตั้งห่างจากรถไฟฟ้าสถานีนานา 650 เมตร กับทำเลติดสวนสวยชูวิทย์หน้าปากซอย บนราคาเริ่มต้นที่ 3.49 ล้านบาท และยังสามารถเชื่อมต่อย่านสำคัญ แหล่งงาน และพื้นที่เศรษฐกิจได้แบบไม่ต่างกันกับพื้นที่ติดแนวรถไฟฟ้า ด้วยปัจจัยภาพรวมต่างๆ ของศักยภาพทำเล จึงทำให้โครงการนี้เป็นที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่กำลังเฟ้นหาดีมานด์ชาวต่างชาติที่มีกำลังจ่ายค่าเช่าไหว หากสังเกตุพื้นที่บริเวณนานา จะเห็นว่าอาคารพาณิชย์ ร้านค้าดั้งเดิมส่วนใหญ่จะเป็นกิจการของชาวตะวันออกกลาง อาทิอาหรับ ดังนั้นดีมานด์ที่เข้ามาเยอะที่สุดบริเวณนี้จึงเป็นชาวตะวันออกกลาง ที่เข้ามาติดต่อธุรกิจแบบแวะเวียนและยังไม่ต้องการลงหลักปักฐานในประเทศไทย เซกเมนต์ของการเช่าคอนโดมิเนียมจากชาวตะวันออกกลางจึงมีสูงมากบนทำเลนานา ซึ่งจะทำให้อัตราห้องว่างของโครงการน้อยลงไปด้วยจากความคุ้มค่าในเรื่องของราคาและดีมานด์ชาวต่างชาติที่มีกำลังจ่ายไหวอยู่ตลอดเวลา รวมไปถึงดีมานด์ล้นพื้นที่ที่เป็นชาวญี่ปุ่นจาก อโศก – พร้อมพงษ์ในอนาคตด้วย

ในแง่ของการอยู่อาศัย โครงการ เวนิโอ สุขุมวิท 10 ถือว่าเหมาะกับคนที่ยังมีชีวิตติดอยู่กับแนวรถไฟฟ้า รักการใช้ชีวิตในเมือง และมีแหล่งงานที่เดินทางไปถึงได้ง่าย หากดูภาพรวมของโครงการคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์จริงๆ สิ่งที่ตอบโจทย์คนที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยในเมืองได้ดีที่สุดก็คือในเรื่องของราคาที่เริ่มต้นที่ 3.49 ล้านบาทบนทำเลใจกลางเมืองที่เรียกได้ว่ามีราคาค่าที่สูงลิบลิ่วเป็นน้องๆ ทำเลอโศก – พร้อมพงษ์ ดังนั้นหากต้องการความเป็นส่วนตัวและความสะดวกสบายภายในเมือง แต่ไม่สามารถตัดใจยอมรับขนาดห้อง Studio ที่ 23-24 ตร.ม.ได้ก็ต้องมองหาชอยท์อื่นๆ ซึ่งตัวโปรดักส์เองก็ไม่ได้เน้นห้อง Studio เป็นหลัก แต่จะไปเน้นห้องขนาด 1 ห้องนอน Type B3A ขนาด 33.80 ตร.ม. เป็นหลัก ซึ่งคาดว่าราคาน่าจะอยู่ที่ประมาณ 5 ล้านต้นๆ ดังนั้นในจุดนี้จะเห็นได้เลยว่าห้องระดับ 5 ล้านขึ้นไปจะถูกจัดไปอยู่ในเซกเมนต์ของนักธุรกิจ ชาวต่างชาติ หรือพนักงานระดับสูงขึ้นไป โดยส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นผู้ซื้อที่ต้องการอยู่อาศัยเอง แต่ถูกจัดกลุ่มอยู่ในดีมานด์ของการเช่าอยู่ ซึ่งในส่วนผู้ที่ซื้ออยู่อาศัยเองก็อาจได้รับอานิสงส์จากดีมานด์ผู้เช่าที่เข้ามาบนพื้นที่ไปด้วย โดยดีมานด์กลุ่มนี้ก็มีส่วนที่ทำให้พื้นที่ขยับขยายและมีความเจริญมากขึ้นทำให้มีผลกระทบที่ดีต่อราคาโครงการในอนาคต

 

สนใจ คอนโดฯ ในโครงการนี้? เลือกชม รายการประกาศ ราคาโดนใจ

แสดงทั้งหมด
Eric Wong

Kittikom

หนุ่มนักเขียนแห่งวงการครีเอทีฟที่สั่งสมประสบการณ์ด้านอสังหาริมทรัพย์จากการคลุกคลีอยู่กับงานโฆษณาด้านการลงทุน พลิกโฉมตัวเองเข้าสู่กลไกวงการอสังหาริมทรัพย์อย่างจริงจังด้วยการเสนอมุมมองเชิงวิเคราะห์รีวิวโครงการใหม่ๆ ในสไตล์ของผู้อยู่อาศัยคนหนึ่ง บอกเล่ารายละเอียดอสังหาฯ อย่างเจาะลึกเสมือนพาคุณไปสัมผัสกับพื้นที่จริง