รีวิวโครงการ: ดีมูระ รัชโยธิน (D’Mura Ratchayothin)

  • ความเห็นเกี่ยวกับโครงการ
  • Kanchana Paha
  • 14 กันยายน 2015

 

สนใจ คอนโดฯ ในโครงการนี้? เลือกชม รายการประกาศ ราคาโดนใจ  

 

ในที่สุดส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคตก็ได้ฤกษ์ก่อสร้างอย่างเป็นทางการแล้ว หลังจาก บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ เริ่มเบี่ยงเส้นทางการจราจรบนถนนพหลโยธินบางช่วงเพื่อเคลียร์พื้นที่สำหรับการก่อสร้าง เวลานี้ทำเลพหลโยธินจึงเป็นอีกทำเลหนึ่งที่ดีเวลลอปเปอร์หลายรายสนใจและเข้าไปลงทุน

“ดีเวล แกรนด์ แอสเสท” เป็นอีกหนึ่งบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เข้าไปปักหมุดโครงการคอนโดมิเนียมในย่านนี้ โดยคว้าที่ดินในซอยพหลโยธิน 34 เพื่อพัฒนาโครงการ “ดีมูระ รัชโยธิน” ขณะที่ยอดขายโครงการก็คืบหน้าไปกว่า 50% หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการได้เพียง 2 เดือน

รายละเอียดโครงการ

เจาะลึกข้อมูลโครงการ (ข้อมูล ณ วันที่ 14 สิงหาคม 2558)
ชื่อโครงการ: ดีมูระ รัชโยธิน (D’Mura Ratchayothin)
ผู้พัฒนาโครงการ: บริษัท ดีเวล แกรนด์ แอสเสท จํากัด
ทำเลที่ตั้ง: ซอยพหลโยธิน 34 ถ.พหลโยธิน แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ
เว็บไซต์: www.dwell-group.com/dmura/
โทร: 082-843-3434

D'Mura Ratchayothin

รายละเอียดโครงการ
พื้นที่โครงการ: 2 ไร่ 41.7 ตารางวา
รูปแบบ: คอนโดมิเนียม 8 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 216 ยูนิต
เจาะกลุ่มเป้าหมาย: กลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่, คนทำงานในพื้นที่ใกล้เคียง, ผู้ปกครองนักศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานะการก่อสร้าง: โครงการได้รับอนุมัติรายงานการวิเคราะห์สิ่งแวดล้อม (EIA) จะเริ่มก่อสร้างปลายปี 2558 คาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2560
ระบบความปลอดภัย: Keycard Access แบบเข้าออกได้เฉพาะชั้นที่พัก, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและกล้องวงจรปิด 24 ชั่วโมง
ส่วนพักอาศัย: ชั้นที่ 1-8
ส่วนกลาง: Double Height Lobby Lounge, Fitness, Swimming Pool, Entertainment Room, Pool table, Bike Sharing, Bike Parking, Open Pantry and Party Room, Co-working Space, Pavilion Rooftop, Yoga deck, Reading Corner, Barbeque Area
ที่จอดรถ: 45% แต่ละยูนิตได้สิทธิ์จอดรถ 1 คันแบบไม่ระบุที่จอดรถ
ลิฟท์โดยสาร: 2 ตัว
สถานะการขาย: 50% (ข้อมูล ณ วันที่ 14 สิงหาคม 2558)
เงินกองทุนสะสม (Sinking fund): 350 บาท/ตร.ม.
ค่าส่วนกลาง: 35 บาท/ตร.ม./เดือน
ราคาเริ่มต้น: 1.89 ล้านบาท หรือ 70,000 บาท/ตร.ม. (ข้อมูล ณ วันที่ 14 สิงหาคม 2558)

D'Mura Ratchayothin


รูปแบบห้อง:

1 ห้องนอน 25.03-32.77 ตร.ม.
2 ห้องนอน 49.09-53.61 ตร.ม.
ทุกยูนิตตกแต่งแบบ Fully Furnished

D'Mura Ratchayothin_RoomLayout

D'Mura Ratchayothin_RoomLayout

D'Mura Ratchayothin_RoomLayout

7_D'Mura Ratchayothin_RoomLayout

D'Mura Ratchayothin_RoomLayout

D'Mura Ratchayothin_RoomLayout

D'Mura Ratchayothin_RoomLayout
รูปเลย์เอาท์ห้องแบบต่างๆ

รีวิวภาพรวมโครงการ
โครงการ “ดีมูระ รัชโยธิน” เป็นโครงการคอนโดฯ ในรูปแบบโลวไรส์ที่ออกแบบในสไตล์โมเดิร์นเซน จุดเด่นของโครงการอยู่ที่พื้นที่ส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวกจำนวนมากเมื่อเทียบกับคอนโดมิเนียมโลวไรส์อื่นๆ ที่มีจำนวนยูนิตใกล้เคียงกัน เพราะโครงการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางโดยแยกอาคารที่เป็น Facility ออกจากอาคารพักอาศัย โดยอาคารที่อัดแน่นไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกนี้มีชื่อเรียกว่า “Black Box” ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งจุดขายของดีมูระ

D'Mura Ratchayothin
โมเดลอาคารสิ่งอำนวยความสะดวก
D'Mura Ratchayothin
Black Box Perspective

คอนเซ็ปต์หลักของ Black Box คือการพัฒนา Facility ให้เป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ลูกบ้านมีปฏิสัมพันธ์ต่อกันแทนที่จะต่างคนต่างอยู่ตามคอนเซ็ปต์ “The Social Condominium” ของโครงการ ตัว Black Box เป็นอาคาร 3 ชั้น (รวมดาดฟ้า) ชั้นที่ 1 บริเวณนอกตัวอาคารออกแบบเป็นพื้นที่จอดรถและพื้นที่จอดรถจักรยาน ขณะที่ภายในออกแบบเป็น Double Volume Lobby หรือล็อบบี้เพดานสูงและ Co-working Space การตกแต่งเป็นสไตล์ Industrial Loft ซึ่งเป็นการตกแต่งแบบเรียบแต่เท่ มีกลิ่นอายแบบดิบๆ เน้นการเปิดผิวโครงสร้าง เช่น ผนังปูนเปลือย โครงสร้างเหล็ก ฯลฯ ชั้น 2 ออกแบบเป็นEntertainment Room, ห้องครัวแบบเปิดสำหรับปาร์ตี้เล็กๆ, มุมอ่านหนังสือ, ห้องออกกำลังกาย และสระว่ายน้ำ ส่วนชั้น 3 ออกแบบให้เป็นสวนดาดฟ้าและลานสำหรับโยคะกลางแจ้ง

D'Mura Ratchayothin
Co-working Space

D'Mura Ratchayothin
Facility บนชั้น 2 ของ Black Box

D'Mura Ratchayothin
โต๊ะพูลและมุมอ่านหนังสือบนชั้น 2

D'Mura Ratchayothin
ครัวแพนทรีแบบเปิด

D'Mura Ratchayothin
ห้องฟิตเนส

D'Mura Ratchayothin
สระว่ายน้ำระบบเกลือ (กว้าง 6.5 เมตร ยาว 15 เมตร ลึก 1.2 เมตร)

D'Mura Ratchayothin
สวนดาดฟ้าและลานโยคะ

D'Mura Ratchayothin
นอกจากสวนดาดฟ้าแล้วโครงการยังมีสวนพักผ่อนบริเวณด้านหลังของโครงการด้วย

D'Mura Ratchayothin
มาสเตอร์แปลนของโครงการ

ด้านหน้าของโครงการหันไปทางทิศเหนือ ตัวอาคารเป็นแนวยาวทอดไปตามทิศเหนือ-ใต้ โครงการจึงมียูนิตที่รับแดดเช้าและแดดบ่ายจำนวนเท่าๆ กัน

D'Mura Ratchayothin
ฝั่งตรงข้ามกับโครงการเป็นคลังสินค้าที่ล้อมรั้วสูง

D'Mura Ratchayothin
ถนนด้านหน้าโครงการฝั่งมุ่งหน้าออกปากซอยพหลโยธิน 34

D'Mura Ratchayothin
ถนนด้านหน้าทางด้านซ้ายมือของตัวโครงการ

D'Mura Ratchayothin
ทิศใต้ของโครงการเป็นทาวโฮม 3 ชั้น

D'Mura Ratchayothin
ทิศตะวันออกของโครงการเป็นวิวย่านชุมชน (ถ่ายจากชั้น 2 ของสำนักงานขาย)

D'Mura Ratchayothin
รอบๆ โครงการถือว่าไม่มีการบล็อควิวจากพื้นที่รอบนอกเลย จะมีเฉพาะทิศตะวันตกเท่านั้นที่ติดบล็อคอพาร์ทเมนต์สูง 5 ชั้น แต่โครงการปรับทัศนียภาพของทิศนี้โดยสร้างอาคารพื้นที่ส่วนกลางขึ้นมาเพื่อบังตัวอพาร์ทเมนต์แล้วกั้นกำแพงสูงเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับลูกบ้านที่จะเข้ามาใช้บริการพื้นที่ส่วนกลาง ทั้งยังช่วยแก้เรื่องวิวให้ห้องฝั่งทิศตะวันตกด้วย ห้องฝั่งนี้ก็จะได้เทควิวของสระว่ายน้ำแทน

D'Mura Ratchayothin
แปลนชั้น 2

D'Mura Ratchayothin
แปลนชั้น 3-8

รีวิวห้องตัวอย่าง
ห้องของโครงการเป็นแบบตกแต่งพร้อมเฟอร์นิเจอร์บิลท์อินแบรนด์SB Furnitureตามแบบในห้องตัวอย่าง ทุกห้องมาพร้อมกับประตูทางเข้าไซส์พิเศษ (กว้าง 90 เซนติเมตร สูง 2.4 เมตร) ห้องตัวอย่างมี 3 แบบ ได้แก่

1) ห้องแบบ 1 ห้องนอน 30.93 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 2.2 ล้านบาท

41_D'Mura Ratchayothin_

42_D'Mura Ratchayothin_

ห้องตัวอย่างแบบนี้ถือเป็นห้องขนาดกลางๆ ของโครงการ ตัวห้องตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นเซน ให้ความรู้สึกทันสมัยแต่เรียบง่าย เน้นฟังก์ชั่นการใช้งานของเฟอร์นิเจอร์โดยเพิ่มลูกเล่นเรื่องพื้นที่เก็บของรูปแบบต่างๆ เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะเห็นเลย์เอาท์ห้องตามแบบนี้
D'Mura Ratchayothin
มุมห้องเมื่อมองจากห้องนอนไปยังประตูห้องทางเข้า

D'Mura Ratchayothin
มุมห้องนั่งเล่น โซฟาเป็นบิลท์อินมีลูกเล่นเป็นลิ้นชักเก็บของให้ด้วย

D'Mura Ratchayothin
บิลท์อินชั้นวางทีวีบริเวณโซนนั่งเล่น

D'Mura Ratchayothin
ตู้ที่อยู่ด้านข้างชั้นวางทีวีเป็นตู้บานเลื่อนบิลท์อินความสูงจากพื้นจรดเพดานสำหรับวางรองเท้าและเก็บของต่างๆ ภายในออกแบบฟังก์ชั่นการใช้งานค่อนข้างหลากหลาย

D'Mura Ratchayothin
ขณะที่โซนห้องนอนกั้นด้วยบานสไลด์อลูมิเนียมสีดำเป็นแบบ 3 ตอนซึ่งจะช่วยให้ห้องดูกว้างขึ้นไม่อึดอัด หน้าต่างห้องนอนเป็นบานใหญ่ มีบานกระทุ้ง 2 บานสำหรับระบายอากาศ บิลท์อินเตียงขนาด 5 ฟุตไว้ให้

D'Mura Ratchayothin
สำหรับเฟอร์นิเจอร์บิลท์อินในห้องนอนถือว่าโครงการทำได้ดีทีเดียว โดยเฉพาะบิลท์อินโต๊ะเครื่องแป้งพร้อมชั้นวางของที่อยู่บริเวณปลายเตียง

D'Mura Ratchayothin
ข้างๆ ชั้นวางของจะเป็นตู้เสื้อผ้าบานเลื่อนขนาดใหญ่ ฟังก์ชั่นการใช้งานมีลูกเล่นและลงตัวมาก

D'Mura Ratchayothin
ระหว่างห้องนั่งเล่นกับห้องนอนจะมีมุมทำงานเล็กไว้ให้ด้วย

D'Mura Ratchayothin
ขณะที่ห้องครัวถูกจัดสรรด้วยเลย์เอาท์ห้องให้อยู่บริเวณมุมทางที่จะออกสู่ระเบียง ตัวห้องครัวตั้งอยู่บริเวณหน้าห้องน้ำพอดี

D'Mura Ratchayothin
เคาน์เตอร์ครัวเป็นแพนทรี ท็อปด้วยลามิเนตกันความร้อนแบรนด์ลิกซิล (Lixil) ไม่มีเตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควันให้ มีแต่อ่างล้างจานและก็อกน้ำจากแบรนด์ American Standard ให้

D'Mura Ratchayothin
ขณะที่ห้องน้ำใช้สุขภัณฑ์และก็อกน้ำแบรนด์American Standardมีกระจกแบบบานเปิดกั้นส่วนเปียกและส่วนแห้ง โซนอาบน้ำโครงการเดินสายสำหรับติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นไว้ให้แล้ว พื้นปูกระเบื้องกันลื่น ตกแต่งผนังด้วยกระเบื้องสีขาว (ที่วางของเหนือสุขภัณฑ์โครงการทำเป็นชั้นโชว์เพื่อความสวยงาม สเปคห้องจริงไม่มีแบบนี้)

D'Mura Ratchayothin
เป็นมุมระเบียงที่อยู่ถัดจากห้องครัวประตูระเบียงเป็นบานเลื่อนอลูมิเนียมสีดำ 3 ตอน บริเวณระเบียงเดินท่อสำหรับต่อเข้าเครื่องซักผ้าไว้ให้แล้ว เหนือเครื่องซักผ้าขึ้นไปจะเป็นที่สำหรับแขวนคอมเพรสเซอร์แอร์

2) ห้องแบบ 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 53.22 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 3.6 ล้านบาท

D'Mura Ratchayothin
ห้องไซส์นี้ถือเป็นห้องไซส์ใหญ่ที่สุดของโครงการ หากดูตามแปลนชั้นแล้วจะเห็นว่าห้อง 2 ห้องนอนทุกห้องจะเป็นห้องมุมทั้งหมด

D'Mura Ratchayothin
เมื่อเปิดประตูเข้ามาในห้องก็จะเห็นการจัดเลย์เอาท์ห้องตามแบบนี้ โซนนั่งเล่นจะอยู่หน้า Master Bedroom ประตูทางเข้าห้องนอนเล็กจะอยู่ทางด้านขวามือ อีกฝั่งของห้องนั่งเล่นก็จะเป็นโซนทานอาหาร

D'Mura Ratchayothin
ยูนิต Type นี้จะมีระเบียง โดยโครงการออกแบบโซนนั่งเล่นให้ติดกับระเบียง

D'Mura Ratchayothin
บิลท์อินชั้นวางทีวีของโซนนั่งเล่น ด้านขวามือสุดของบิลท์สามารถประยุกต์ใช้เป็นโต๊ะทำงานขนาดเล็กได้

D'Mura Ratchayothin
เมื่อมองจากระเบียงเข้ามาในตัวห้องก็จะเห็นประตูทางเข้าห้องนอนเล็ก โซนทานอาหาร ตู้เก็บของและโซนครัว

D'Mura Ratchayothin
หลังโต๊ะทานข้าวจะมีตู้เก็บของวางอยู่ข้างประตูทางเข้า ฟังก์ชั่นหลักของตู้นี้คือเป็นชั้นวางรองเท้าและเก็บของอเนกประสงค์

D'Mura Ratchayothin
ตู้เก็บของใหญ่ตั้งอยู่หน้าข้องน้ำและอยู่ระหว่างโซนครัวกับโซนทานอาหาร

D'Mura Ratchayothin
โซนครัวมีระเบียงบานสไลด์สำหรับระบายกลิ่น

D'Mura Ratchayothin
เคานต์เตอร์ครัวท็อปลามิเนตกับตู้แขวนผนังที่โครงการจะบิลท์อินมาให้

D'Mura Ratchayothin
มุมของห้องครัวเมืองมองเข้ามาจากระเบียงก็จะเห็นตำแหน่งของห้องน้ำด้วย

D'Mura Ratchayothin
ระเบีบงบริเวณห้องครัว โครงการวางฟังก์ชั่นเป็นระเบียงซักล้างและเดินท่อน้ำสำหรับเครื่องซักผ้าไว้ให้เรียบร้อย

D'Mura Ratchayothin
มาสเตอร์เบดรูมออกแบบให้โปร่งด้วยการกรุกระจกบาใหญ่ โครงการให้บานกระทุ้ง 2 บานสำหรับระบายอากาศ บิลท์อินเตียงขนาด 5 ฟุต

D'Mura Ratchayothin
ตู้เสื้อผ้าบิลท์อินภายในห้องนอนออกแบบเป็นบานเลื่อนอลูมิเนียมความสูงเต็มพื้นที่จากพื้นจรดฝ้าเพดาน ด้านข้างบิลท์อินชั้นวางของมาให้ด้วย

D'Mura Ratchayothin
ชั้นวางของตกแต่งบริเวณทางเข้ามาสเตอร์เบดรูม

D'Mura Ratchayothin
บิลท์อินชั้นวางทีวีภายในห้องนอน

D'Mura Ratchayothin
ห้องนอนเล็กบิลท์อินเตียงขนาด 3 ฟุต ชั้นวางที่อยู่บนหัวเตียงทำเพื่อความสวยงามเท่านั้นยูนิตจริงไม่มีให้

D'Mura Ratchayothin
ตู้เสื้อผ้าบิลท์อินพร้อมชั้นวางของในห้องนอนเล็ก

3) ห้องแบบ 1 ห้องนอนพลัส 27.57 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท

D'Mura Ratchayothin
ห้อง Type นี้เป็นห้องส่วนใหญ่ของโครงการแต่ตัวอย่างห้องที่โครงการโชว์ให้ดูนั้นเป็นห้องเปล่าและตกแต่งผนังห้องด้วยสีและสติ๊กเกอร์เพื่อให้ลูกค้าดูว่าพื้นที่บริเวณไหนจะตกแต่งอะไรบ้าง

D'Mura Ratchayothin
เลย์เอาท์ของห้องจากประตูทางเข้า โซนแรกที่เห็นคือโซนนั่งเล่น ถัดไปมีมุมทำงานเล็กๆ ก่อนที่จะถึงโซนห้องนอน

D'Mura Ratchayothin
เลย์เอาท์ของห้องเมื่อมองจากห้องนอนมายังประตูทางเข้า

D'Mura Ratchayothin
โซนนั่งเล่น

D'Mura Ratchayothin
จุดนี้โครงการจะบิลท์อินชั้นวางทีวีสำหรับโซนนั่งเล่านมาให้

D'Mura Ratchayothin
โซนห้องนอน มีบิลท์อินตู้เสื้อผ้ามาให้

D'Mura Ratchayothin
โซนครัวและระเบียง

D'Mura Ratchayothin
ตำแหน่งห้องน้ำอยู่หน้าห้องครัวเหมือนยูนิตอื่นๆ

สรุปสิ่งที่จะได้รับ
พื้น: ไม้ลามิเนตหนา 8 มม.
ผนัง: ฉาบเรียบทาสีขาว
เพดาน: สูง 2.5 เมตร
ประตูทางเข้า: ประตูกว้าง 90 ซม. สูง 2.4 เมตร พร้อมมือจับแบบก้าน
หลอดไฟ: ใช้หลอด LED ทั้งหมด
เครื่องปรับอากาศ:
ห้องแบบ 1 ห้องนอนเครื่องปรับอากาศ Panasonic ขนาด 9,000 BTU 2 เครื่อง
ห้องแบบ 2 ห้องนอนได้เครื่องปรับอากาศ Panasonic ขนาด 12,000 BTU 2 เครื่อง และ 9,000 BTU 1 ห้อง
เฟอร์นิเจอร์: แพ็คเกจเฟอร์นิเจอร์แต่ละห้องจะมีความแตกต่างกัน

D'Mura Ratchayothin
เซ็ตเฟอร์นิเจอร์สำหรับห้องแบบ 1 ห้องนอน 27 ตารางเมตร

D'Mura Ratchayothin
เซ็ตเฟอร์นิเจอร์สำหรับห้องแบบ 1 ห้องนอน 30 ตารางเมตร

D'Mura Ratchayothin
เซ็ตเฟอร์นิเจอร์สำหรับห้องแบบ 1 ห้องนอน 53 ตารางเมตร

ชุดครัว: เคาน์เตอร์ครัวบิลท์อิน ท็อปลามิเนตทนความร้อน 200 องศาเซลเซียสแบรนด์ Lixil ฝังซิงค์ล้างจานพร้อมก็อกน้ำแบรนด์ American Standard
ห้องน้ำ: ปูพิ้นด้วยกระเบื้องเซรามิคกันลื่น ปูผนังด้วยกระเบื้องเซรามิคสีขาว บานเปิดแยกโซนเปียก-แห้งเป็นกระจกเทมเปอร์ สุขภัณฑ์และก็อกน้ำจากแบรนด์ American Standard

 

 

แสดงทั้งหมด

ทําเล & การเดินทาง

วิเคราะห์ศักยภาพทำเลย่านรัชโยธิน
ย่านรัชโยธิน (ตั้งแต่ห้าแยกลาดพร้าวจนถึงแยกเกษตร) เป็นอีกทำเลศักยภาพของกรุงเทพฯ เพราะนอกจากจะเป็นทำเลที่รองรับการขยายตัวของเมืองต่อมาจากย่านอารีย์-สะพานควายแล้วยังเป็นทำเลที่ดึงดูดกลุ่มทุนต่างๆ ให้เข้ามาลงทุนพัฒนาโครงการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ สำนักงานให้เช่ารวมถึงอสังหาริมทรัพย์ประเภทต่างๆ ทั้งบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียม

เนื่องจากย่านนี้เป็นย่านที่มีการอยู่อาศัยหนาแน่นเพราะอยู่ใกล้แหล่งงานทั้งมหาวิทยาลัยและสำนักงานขนาดใหญ่หลายแห่ง ประกอบกับทำเลรัชโยธินเป็นทำเลที่เดินทางสะดวกเพราะเป็นจุดตัดของถนนสายสำคัญไม่ว่าจะเป็นถนนวิภาวดี ถนนรัชดาภิเษก ถนนงามวงศ์วานและถนนเกษตร-นวมินทร์ ทั้งยังเป็นทำเลที่มีระบบขนส่งสาธารณะให้บริการตลอดเส้นทาง ทั้งยังเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้า (MRT สถานีพหลโยธิน) ซึ่งเอื้อต่อการเดินทางเข้าสู่ย่านศูนย์กลางธุรกิจด้วย

ในอนาคตย่านทำเลถนนพหลโยธินตั้งแต่ห้าแยกลาดพร้าวจนถึงแยกเกษตรจะมีการก่อสร้างส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ที่จะเชื่อมต่อการเดินทางของย่านนี้เข้ากับรถไฟฟ้าสายหลัก (สายสุขุมวิท) ที่สถานีบีทีเอสหมอชิต ทำให้การเดินทางในย่านนี้สะดวกยิ่งขึ้นเพราะสามารถเดินทางเข้าสู่ย่านศูนย์กลางธุรกิจได้โดยตรงโดยไม่ต้องเปลี่ยนขบวนรถที่สถานีอินเตอร์เชนจ์เหมือนสายสีลม

อย่างไรก็ตามถนนพหลโยธินตั้งแต่ห้ายแยกลาดพร้าวไปจนถึงแยกแกษตรก็มีข้อเสียที่หลีกเลี่ยงไม่ได้นั่นคือการจราจรที่หนาแน่นมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาเร่งด่วน อีกทั้งในช่วง 3 ปีต่อจากนี้จะมีการรื้อถอนสะพานข้ามแยกเกษตรเพื่อก่อสร้างส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าซึ่งจะส่งผลให้การจราจรติดขัดมากกว่าเดิมอย่างแน่นอน

วิเคราะห์ทำเลที่ตั้งโครงการ

แม้ย่านรัชโยธินจะเป็นย่านที่มีที่อยู่อาศัยหนาแน่นแต่โครงการที่อยู่อาศัยเกือบทั้งหมดจะตั้งอยู่ตามซอยต่างๆ สำหรับโครงการดีมูระ รัชโยธินตั้งอยู่ในซอยพหลโยธิน 34 หรือซอยเสนา 2 โครงการอยู่ลึกเข้าไปในซอยประมาณ 800 เมตร ที่ตั้งของโครงการถือว่าสะดวกต่อการเดินทางมากเพราะสามารถเข้าออกได้หลายทาง หากใช้เส้นทางพหลโยธินสามารถเข้าออกโครงการได้จากซอยพหลโยธิน 32 (ซอยเสนา 1) และพหลโยธิน 34 (ซอยเสนา 2) และสามารถใช้เส้นทางลัดผ่านถนนประเสริฐมนูกิจ 2 ไปยังถนนเกษตร-นวมินทร์ได้

D'Mura Ratchayothin
แผนที่โครงการ

D'Mura Ratchayothin
หน้าแปลงที่ดินโครงการ

ซอยพหลโยธิน 34 ถือเป็นซอยที่มีขนาดใหญ่ (ถนน 2 เลนและมีทางเท้าซึ่งจะขาดช่วงบริเวณกลางซอย) ที่ตั้งของโครงการแม้จะอยู่ในซอยแต่ก็อยู่ในโซนที่เป็นย่านชุมชน รอบๆ โครงการมีร้านสะดวกซื้อทั้งเซเว่น-อีเลฟเว่น, โลตัสเอ็กเพรสและตลาดศรีเสนาซึ่งเป็นตลาดสดขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีร้านกาแฟและร้านอาหารตามสั่งอยู่เป็นระยะๆ

 Phaholyothin34
บริเวณปากซอยพหลโยธิน 34

 Phaholyothin34
บรรยากาศภายในซอยค่อนข้างร่มรื่น

Phaholyothin34Yaek16
บริเวณซอยพหลโยธิน 34 แยก 16 เป็นสี่แยกที่มีความเป็นชุมชนสูง

 SriSena Market

 SriSena Market
ตลาดสดศรีเสนาตั้งอยู่ใกล้ๆ แยก 16

Soi Sawai
ซอยไสว เป็นทางลัดจากซอยพหลโยธิน 34 ไปถนนเกษตร-นวมินทร์ บริเวณนี้จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกและร้านสะดวกซื้อ

Soi Sawai
โลตัส เอ็กเพรสในซอยไสว (เปิด 24 ชม.)

Soi Sawaiร้านสะดวกซื้อในซอยไสว

การเดินทาง
รถยนต์: หากใช้เส้นทางถนนพหลโยธินผ่านห้าแยกลาดพร้าวให้ขับตรงมาเรื่อยๆ ผ่านแยกรัชโยธิน เมื่อถึงแยกเสนาให้เลี้ยวขวาเข้าซอยเสนา 1 (พหลโยธิน 32) ขับตรงไปจากนั้นเลี้ยวซ้ายที่ซอยเสนานิคม 1 แยก 11 ตรงไปจนสุดทางจะเจอสามแยกมีป้ายระบุว่าซฮยพหลโยธิน 34 แยก 2 ให้เลี้ยวขวา ขับตรงไปเรื่อยๆ จะเห็นโครงการดีมูระอยู่ทางขวามือ แต่หากใช้เส้นทางจากแยกเกษตรให้ขับตรงมาเรื่อยๆ เมื่อเห็นร้านแม็กแวลูทางซ้ายมือก็ให้เตรียมเลี้ยวเข้าซอยพหลโยธิน 34 เมื่อเข้าซอยแล้วให้ขับตรงไปประมาณ 800 เมตรจะเห็นโครงการตั้งอยู่ทางขวามือ

รถเมล์: 26, 39, 63, 177, 191, 503, 524, 545 ให้ลงป้ายโรงพยาบาลเมโยหรือแยกเสนาแล้วเดินมาบริเวณปากซอยพหลโยธิน 34 เพื่อต่อวินมอเตอร์ไซด์เข้าไปที่โครงการได้เลย

รถไฟฟ้า (อนาคต): ถ้าการก่อสร้างรถไฟฟ้าแล้วเสร็จสามารถขึ้นรถไฟฟ้าจากสถานีสยามและลงที่สถานีเสนานิคม จากนั้นต่อวินมอเตอร์ไซค์เพื่อเข้าไปที่โครงการ

Green Line Mass transit
รถไฟฟ้าสายสีเขียว ภาพ via mrta.co.th

สถานที่แนว Lifestyle

Central Ladprao
เซ็นทรัล พลาซ่า ลาดพร้าว ภาพ via facebook.com/CentralPlazaLardpraofanpage

TescoLotus Ladprao
เทสโก้ โลตัส ลาดพร้าว ภาพ via GoogleMap

Major Avenue Ratchayothin
ดิ อเวนิว รัชโยธิน ภาพ via facebook.com/Avenue.Ratchayothin

box space
Box Space Ratchayothin ภาพ via boxspace-ratchayothin.com

HomeVillage Kasetsart
Home Village Kaset ภาพ  via facebook.com/Homevillagekasetsart

แสดงทั้งหมด

บทวิเคราะห์

วิเคราะห์อัตราผลตอบแทน
สำหรับคนที่ต้องการซื้อคอนโดมิเนียมที่เพื่อลงทุนปล่อยเช่าทำเลซอยพหลโยธิน 34 นี้ถือว่าดึงดูดผู้เช่าได้พอสมควรเนื่องจากเป็นซอยที่อยู่ใกล้แหล่งงานและสถาบันการศึกษา ทั้งห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน มหาวิทยาลัย ฯลฯ อีกทั้งซอยพหโยธิน 34 ยังเป็นซอยที่เงียบสงบ ร่มรื่นแต่ก็ยังมีความเป็นชุมชนและมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เอื้อต่อการอยู่อาศัยและการเดินทางด้วย

โดยทั่วไปอัตราค่าเช่าอพาร์ทเมนต์ (ไม่มี Facility ส่วนกลาง) ในย่านนี้อยู่ที่ประมาณ 5,000-8,000 บาทต่อเดือน ในขณะที่ค่าเช่าคอนโดมิเนียมแบบ 1 ห้องนอน 30 ตารางเมตร เริ่มต้นที่ 10,000 บาทต่อเดือน สำหรับโครงการดีมูระ เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จคาดว่าจะสามารถปล่อยเช่าได้ไม่ต่ำกว่า 10,000 บาทต่อเดือนสำหรับยูนิตแบบ 1 ห้องนอน 27 ตารางเมตรคิดเป็นอัตราผลตอบแทนประมาณ 6% อย่างไรก็ตามบริเวณซอยพหลโยธิน 34 และบริเวณใกล้เคียงมีอพาร์ทเมนต์ให้เช่าและโครงการคอนโดมิเนียมค่อนข้างมาก ดังนั้นนักลงทุนต้องเข้าใจด้วยว่าในทำเลนี้ก็การปล่อยเช่าก็มีการแข่งขันและผู้บริโภคก็มีทางเลือกค่อนข้างมาก

เปรียบเทียบโครงการใกล้เคียง
โครงการคอนโดมิเนียมในละแวกนี้มีค่อนข้างเยอะ ส่วนใหญ่เป็นโครงการแบบโลวไรส์และอยู่ตามซอยเล็กๆ ที่แตกกิ่งออกไปจากซอยพหลโยธิน 34 อีกทีหนึ่ง ส่วนโครงการที่อยู่ในซอยพหลโยธิน 34 เลยมีเพียง 3 โครงการคือ โครงการดีมูระ รัชโยธิน, โครงการศุภาลัย คิวบ์ รัชโยธิน และโครงการเดอะคีย์ พหลโยธิน

1. โครงการศุภาลัย คิวท์ รัชโยธิน

Supalai Cute Ratchayotin

คอนโดมิเนียมจาก บมจ.ศุภาลัย ออกแบบเป็นอาคารสูง 8 ชั้น จำนวน 5 อาคาร 887 ยูนิต บนที่ดินขนาด 10-1-14 ไร่ ห่างจากปากซอยพหลโยธิน 34 ประมาณ 600 เมตร ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้างคาดว่าจะแล้วเสร็จเดือนกันยายน 2559 โครงการมียูนิตเหลือขาย 30% เป็นยูนิตแบบสตูดิโอ 33.5 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 1.95 ล้านบาท และแบบ 1 ห้องนอน 40.5 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 2.40 ล้านบาท

2.โครงการเดอะคีย์ พหลโยธิน

The Key Paholyothin_sm

คอนโดมิเนียมโลวไรส์จาก บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ออกแบบอาคารสูง 8 ชั้น 4 อาคาร 505 ยูนิต บนที่ดินขนาด 6-1-87 ไร่ ห่างจากปากซอยพหลโยธิน 34 ประมาณ 500 เมตร โครงการก่อสร้างแล้วเสร็จมาตั้แต่ปี 2554 และปิดการขายเรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันราคารีเซลห้องแบบ 1 ห้องนอน 33 ตารางเมตร เริ่มต้นที่ประมาณ 2.4 ล้านบาทต่อยูนิต

3.โครงการแชปเตอร์วัน เดอะแคมปัส เกษตร

ChapterOne Kaset Campus

คอนโดมิเนียมโลวไรส์จาก บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท ออกแบบเป็นอาคารสูง 8 ชั้น 7 อาคาร 768 ยูนิต บนที่ดินขนาด 7-3-60 ไร่ ห่างจากแยกเษตรประมาณ 100 เมตร (แม้โครงการจะไม่ได้อยู่ในซฮยพหลโยธิน 34 แต่ก็เป็นโครงการโลวไรส์ที่มีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายใกล้เคียงกัน) ปัจจุบันโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมเข้าอยู่ ทุกยูนิตตกแต่งแบบ Fully Furnished โครงการมียูนิตเหลือขายประมาณ 20 ยูนิต เป็นห้องแบบ 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอย 46 ตารางเมตร ราคาขายเริ่มต้นที่ 3.99 ล้านบาท/ยูนิต

แสดงทั้งหมด

สรุป

สำหรับโครงการดีมูระ รัชโยธินถือเป็นอีกโครงการที่น่าสนใจและเป็นทางเลือกสำหรับคนที่กำลังมาองหาที่อยู่อาศัยเนื่องจากราคาขายของโครงการอยู่ที่ 67,600-68,200 บาทต่อตารางเมตร ราคาดังกล่าวรวมเฟอร์นิเจอร์บิลท์อินแล้วถือว่าสมราคา อีกทั้ง facility ของโครงการถือว่าเยอะและหลากหลายเมื่อเทียบกับขนาดของโครงการ ทั้งยังเป็นส่วนกลางที่คิดเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้ค่อนข้างดี จากการสอบถามเซลล์พบว่าลูกค้าส่วนใหญ่กว่า 80% เป็นลูกค้าที่ซื้อเพื่ออยู่เอง ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนทำงานในพื้นที่อยู่แล้วเพราะมองว่าเดินทางสะดวก ขณะที่กลุ่มซื้อลงทุนปล่อยเช่ามีประมาณ 20% อัตราผลตอบแทนจากค่าเช่าคาดว่าจะอยู่ที่ 5-6% ซึ่งยังถือว่าอยู่เกณฑ์ดี

อย่างไรก็ตามแม้ทำเลของโครงการจะเดินทางสะดวกแต่การจราจรค่อนข้างหนาแน่น แม้ว่าในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าตัดผ่านบริเวณหน้าปากซอยของโครงการแต่กว่าจะสร้างเสร็จก็ใช้เวลไม่น้อยกว่า 4 ปี ในขณะที่โครงการมีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณปลายปีหน้า (2559) ดังนั้นในช่วงเวลาที่มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าการเดินทางอาจไม่สะดวกสบายนัก แต่เมื่อการก่อสร้างรถไฟฟ้าเสร็จสมบูรณ์และเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ แน่นอนว่ารถไฟฟ้าจะเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเพิ่มความสะดวกในการเดินทางของผู้อยู่อาศัยและเพิ่มมูลค่าให้กับโครงการอย่างแน่นอน

อัพเดทข่าวอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่

 

สนใจ คอนโดฯ ในโครงการนี้? เลือกชม รายการประกาศ ราคาโดนใจ  

 

แสดงทั้งหมด
Eric Wong

Kanchana Paha