รีวิวโครงการ เศรษฐสิริ ปิ่นเกล้า - กาญจนาฯ (Setthasiri Pinklao – Kanchanaphisek)

  • ความเห็นเกี่ยวกับโครงการ
  • chaiyasit bunnag
  • 2 ตุลาคม 2016

ถนนกาญจนาภิเษกดูเหมือนว่าจะไม่ใช่เพียงแค่พื้นที่สำหรับซื้อขายรถยนต์มือสองเหมือนดั่งในอดีตเท่านั้น แต่ยังคงถูกเสริมสร้างศักยภาพอย่างต่อเนื่องขึ้นเรื่อยๆโดยมีจุดสังเกตคือการที่ดีเวลลอปเปอร์ต่างหลั่งไหลเข้ามาเปิดโครงการใหม่กันโดยเฉพาะในตลาดบ้านเดี่ยวระดับไฮเอนด์ และนับเป็นโครงการลำดับที่สามของ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ต่อจากโครงการแบรนด์ระดับบนสุดของค่าย นาราสิริ ปิ่นเกล้า – สาย 1 และแบรนด์หรูรองลงมาอย่าง เศรษฐสิริ จรัญฯ – ปิ่นเกล้า เพื่อตอบรับอัตราดูดซับที่ยังสามารถทำได้ในระดับดีเช่นนี้แบรนด์ เศรษฐสิริ จึงถูกเลือกเข้ามาบนพื้นที่ถนนกาญจนาภิเษกขึ้นอีกครั้งภายใต้ชื่อ เศรษฐสิริ ปิ่นเกล้า – กาญจนาฯ

มาดูกันว่าทำไมหลายๆฝ่ายต่างกำลังมองว่าถนนกาญจนาฯกำลังเบ่งบานในเรื่องศักยภาพด้านการเดินทางขึ้นเรื่อยๆ และสามารถส่งผู้อยู่อาศัยในย่านนี้ไปสู่ทำเลสำคัญใดบ้างพร้อมทั้งด้วยเวลาอันรวดเร็ว สองพระเอกในเรื่องระบบคมนาคมบนย่านนี้เห็นทีจะหนีไม่พ้น ทางพิเศษศรีรัช – วงแหวน และ ถนนพรานนก – พุทธมณฑลสาย 4 (ถนนพระเทพ) และสำหรับนิยามคำว่า “บ้านหรู” จะสามารถไต่ไปถึงระดับไหนกับโครงการเศรษฐสิรินี้

Setthasiri Pinklao - Kanchana

เจาะลึกข้อมูลโครงการ
ชื่อโครงการ: เศรษฐสิริ ปิ่นเกล้า – กาญจนาฯ (Setthasiri Pinklao – Kanchanaphisek)
ผู้พัฒนาโครงการ: บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)
ทำเลที่ตั้ง: พุทธมณฑลสาย 2 ซอย 24 ถนนกาญจนาภิเษก เขตทวีวัฒนา
เว็บไซต์: www.sansiri.com/setthasiri-pinklao-kanchana
โทร: 1685 เบอร์สำนักงานขาย 02-201-3905

Setthasiri Pinklao - Kanchana

รายละเอียดโครงการ (ข้อมูล ณ วันที่ 15 กันยายน 2559)
พื้นที่โครงการ: 32-3-76.4 ไร่
ลักษณะโครงการ: บ้านเดี่ยว 2 ชั้น
กลุ่มเป้าหมาย: ครอบครัวขนาดใหญ่, เจ้าของกิจการหรือพนักงานระดับหัวหน้าที่กำลังมองหาบ้านเป็นรางวัลชีวิตและเพื่อความสุขสบายของสมาชิกในครอบครัวในอนาคต
สถานะการก่อสร้าง: สร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ส่วนหนึ่ง (phase 1 12 ยูนิต)
ที่จอดรถ: 3 คันต่อบ้านหนึ่งหลัง
สิ่งอำนวยความสะดวก: คลับเฮ้าส์, สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, สวนหย่อม
ระบบรักษาความปลอดภัย: รปภ. 24 ชม., CCTV, Sensor Motion ที่ติดทุกบ้าน
สถานะการขาย: เฟสแรกประมาณ 2 หลัง
ราคาเริ่มต้น: 15 ล้านบาท
ราคาเฉลี่ย: 60,000 บาท/ตร.ม.
รูปแบบบ้าน:
-แบบบ้าน Ritz พื้นที่ดินเริ่มต้น 101.6 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน 248 ตร.ม. ประกอบด้วย 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้นประมาณ 15 ล้านบาท
-แบบบ้าน Aristo พื้นที่ดินเริ่มต้น 105 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน 278 ตร.ม. ประกอบด้วย 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้นประมาณ 16 ล้านบาท

รายละเอียดโครงการ

แนวคิดโครงการ

เศรษฐสิริ ปิ่นเกล้า – กาญจนาฯ ถูกจัดให้อยู่ในโปรดักส์เซกเม้นท์กลางในประเภทบ้านเดี่ยวของค่ายแสนสิริรองจาก นาราสิริ และ 23 Villa แสนสิริต้องการสร้างการอยู่อาศัยที่อยู่ในบรรยากาศความเงียบสงบบนพื้นที่ทำเลที่สามารถเข้าสู่ตัวเมืองได้ง่าย (Urban Sanctuary) จุดเด่นอยู่ที่การมีต้นไม้ใหญ่และดอกไม้อยู่บริเวณสวนของบ้านแต่ละหลังที่จะช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และเพิ่มโอโซนให้กับตัวบ้านให้ร่มเงาในหน้าร้อนและเย็นสบายเมื่อเข้าสู่หน้าหนาว ผู้อยู่อาศัยจะได้รับความเป็นส่วนตัวที่สูงเนื่องจากยูนิตภายในโครงการมีเพียง 74 หลังและพื้นที่ดินของแต่ละยูนิตเริ่มต้นที่ขนาด 101 ตร.ว. ตามกฎของผังเมืองสีเขียวอนุรักษ์ที่จะไม่มีการเกิดขึ้นของโรงงานอุตสาหกรรมหรืออาคารสูงในย่านนี้

ดังนั้นไอเดียที่น่าจะสอดคล้องกับความคิดและทำเลในลักษณะนี้เห็นทีจะเป็นการออกแบบให้มีกลิ่นอายของวิถีเซ็น (Zen) ของชาวญี่ปุ่นผสมกับความเป็นยุคสมัยใหม่ (Modernity) อาจจะเป็นชีวิตในฝันของใครหลายๆคนหากบ้านสามารถให้ความรู้สึกผ่อนคลายจากการทำงานหนักมาทั้งวันได้ ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกที่ได้จากตัวบ้านและครอบครัว

ไม่ใช่แค่ทางไอเดียสีเขียวนี้จะถูกนำเสนอผ่านตัวบ้านเท่านั้น แต่ยังถูกนำเสนอผ่านระบบบำบัดน้ำเสียซึ่งเป็นอีกประเด็นที่ทางแสนสิริให้ความสำคัญเช่นกัน ทางฝ่ายควบคุมคุณภาพโปรเจกต์ (Quality Control Department) ที่ถูกจัดตั้งโดยแสนสิริเองได้นำระบบบำบัดน้ำเสีย (Waste Water System) มาติดตั้งภายในโครงการก่อนที่จะปล่อยสู่บ่อน้ำสาธารณะ ซึ่งถือเป็นไอเดียที่ใส่ใจในเรื่องความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมรอบข้างด้วยเช่นกัน

การดึงเทคโนโลยี Precast มาใช้

หลายๆโครงการบ้านเดี่ยวในระดับบนเลือกที่จะใช้การก่อสร้างในรูปแบบพรีแคสต์ เช่นเดียวกันเทคโนโลยีถูกนำมาใช้ในบ้านแต่ละหลังของ เศรษฐสิริ ปิ่นเกล้า – กาญจนาฯ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับการก่อสร้างแบบเก่า บ้านที่ถูกสร้างแบบพรีแคสต์จะมีความคงทนกว่าโดยเฉพาะเมื่อเกิดแผ่นดินไหวจะสามารถต้านแรงสั่นสะเทือนได้ดีกว่ามาก เทคโนโลยีนี้ยังสามารถยังช่วยให้การก่อสร้างเร็วขึ้น ประกอบกับ แสนสิริ เองมีโรงงานพรีแคสต์ที่ดึงเทคโนโลยีล่าสุดจากเยอรมันมาใช้เป็นของตัวเอง ส่งผลให้โครงการ เศรษฐสิริ รวมถึงโครงการบ้านเดี่ยวอื่นๆสามารถสร้างเสร็จได้อย่างรวดเร็วตามกำหนดการโอนกรรมสิทธิ์สร้างความมั่นใจให้แก่กลุ่มลูกค้าเป็นอย่างมาก

Setthasiri Pinklao - Kanchana

วัสดุที่เลือกใช้ในโครงการ (กระเบื้องกรุ) มีกลิ่นอายของ Zen ดูเรียบง่ายและสงบ พร้อมดูแลรักษาง่ายในระยะยาว

พื้นที่ส่วนกลาง

Facilities ต่างๆจะแล้วเสร็จในช่วง phase 2 ของโครงการโดยจะประกอบด้วย คลับเฮ้าส์, ฟิตเนส และสระว่ายน้ำระบบเกลือ ทั้งหมดนี้ถูกห้อมล้อมด้วยการตกแต่งโดยใช้ธรรชาติเข้ามาสร้างความร่มรื่นในขณะที่ลูกบ้านกำลังดำเนินไลฟ์สไตล์อยู่ภายในอาคาร

Setthasiri Pinklao - Kanchana

หากดูจากภาพจำลองการดีไซน์ของคลับเฮ้าส์จะนำรูปทรงเรขาคณิตสองแบบมาผสานกันระหว่างสี่เหลี่ยมแนวตั้งตรงและสี่เหลียมแกนเอียง (Parallelogram & Rectangular) วัสดุที่เลือกใช้เป็นไม้สังเคราะห์สีน้ำตาลเพื่อให้สอดคล้องกับบรรยากาศเลียนแบบธรรมชาติสีเขียวที่ล้อมรอบ

Setthasiri Pinklao - Kanchana

มีระเบียงเป็นลักษณะแท่นยื่นออกมาจากตัวอาคารคลับเฮ้าส์เพื่อมองลงมาดู activities ที่เกิดขึ้นด้านล่างได้

บรรยากาศภายในตัวโครงการ

Setthasiri Pinklao - Kanchana

บริเวณริมทางจะเรียงรายไปด้วยต้นไม้สะท้อนการออกแบบที่ต้องการดึงธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ

Setthasiri Pinklao - Kanchana

ถนนเมนของโครงการจะมีความกว้างประมาณ 9 เมตร ซึ่งถือว่ากว้างมากเมื่อเทียบกับจำนวนยูนิตที่มีแค่เพียง 74 ยูนิต

Setthasiri Pinklao - Kanchana

ถนนของบ้านในแต่ละซอยจะมีความกว้างที่ประมาณ 8 เมตร ซอยที่มีความเป็นส่วนตัวสูงสุดของโครงการจะมีจำนวนบ้านต่อซอยเพียงแค่ 2 หลังเท่านั้น

Setthasiri Pinklao - Kanchana

พื้นที่ phase 2 ที่กำลังดำเนินการก่อสร้างอยู่

Setthasiri Pinklao - Kanchana

รั้วกำแพงโครงการความสูงประมาณ 3 เมตรที่กั้นระหว่างพื้นที่เปล่าด้านข้างกับตัวโครงการ

รีวิวบ้านตัวอย่างโครงการ

รูปแบบบ้านของโครงการมีด้วยกันสองแบบคือ Ritz และ Aristo โดยแบบแรกจะมีพื้นที่ใช้สอยน้อยกว่า

Ritz ขนาดพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน 248 ตร.ม. ประกอบด้วย 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ห้องรับแขก ห้องพักผ่อนชั้นบน ส่วนเตรียมอาหาร (ครัวฝรั่ง) ห้องรับประทานอาหาร ครัวไทย ที่จอดรถ 2 คัน และห้องแม่บ้าน

Setthasiri Pinklao - Kanchana

layout ชั้น 1 ประกอบด้วย ที่จอดรถ 2 คัน 1 ห้องนอน ห้องรับแขก ห้องรับประทานอาหาร ครัวไทยและฝรั่ง ห้องน้ำ สวน และห้องแม่บ้าน

Setthasiri Pinklao - Kanchana

ขนาดหน้ากว้างของบ้านประมาณ 12 เมตร ริมซ้ายเป็นพื้นที่จอดรถ 2 คัน พื้นที่หน้าบ้านเป็นสนามหญ้าและต้นไม้ขนาดใหญ่ที่โครงการจัดไว้ให้ กระจกทั้งหลังเป็นชนิด Tempered Glass ที่มีคุณสมบัติกันความร้อนได้เป็นอย่างดี ซึ่งจุดนี้เป็นการประหยัดค่าไฟไปในตัวเนื่องจากไม่จำเป็นต้องเปิดแอร์เพื่อเร่งความเย็นในตอนกลางวัน

Setthasiri Pinklao - Kanchana

เมื่อเข้ามาในส่วนแรกที่เจอคือห้องรับแขกที่มีขนาดพื้นที่ใช้สอยของโซนประมาณ 3 x 3 เมตร ฝ้าข้างบนโครงการตกแต่งด้วยการบุเข้าไปพร้อมติดแนวหลอดไฟ LED ด้านบนเพื่อให้บรรยากาศดูหรูขึ้น Floor to Ceiling ของชั้นอยู่ที่ประมาณ 2.65 เมตร

Sethasiri Pinklao - Kanchana

ตำแหน่งงานบิ้ลท์อินทีวีนี้บ้านจริงจะเป็นพื้นที่โล่ง และผนังด้านหลังจะเป็นสีขาวเรียบ จากจุดวางทีวีมายังตำแหน่งวางโซฟามีขนาดถึงเกือบ 3 เมตร สามารถจัดเต็มชุดโฮมเธียเตอร์พร้อมทีวีขนาดใหญ่จุดนี้ได้เลย

Sethasiri Pinklao - Kanchana

ประตูกระจกทางเข้าเป็นแบบบานเลื่อนพร้อมกระจกติดตั้งเป็น Tempered glass แสงสามารถเข้าได้สองทางมายังโซนนี้นั่นคือจากหน้าต่างด้านหลังโซฟาและจากประตูกระจก

Setthasiri Pinklao - Kanchana

ถัดมาจะเป็นโซนรับประทานอาหารซึ่งจากเลย์เอ้าท์อาจจะดูได้สัดส่วนกว่าหากเลือกโต๊ะรับประทานอาหารเป็นแบบกลม โดยพื้นที่สามารถรองรับการใช้งานโต๊ะขนาด 4 – 6 ที่ได้สบายๆ เพดานบ้านตัวอย่างตกแต่งเป็นลายตารางสี่เหลี่ยมเพื่อให้ดูตัดกับ Chandelier ที่เป็นทรงกลม แสงสามารถเข้าได้สองทางจากจุดนี้ ฝั่งด้านข้างของตัวบ้านเป็นประตูกระจกบานเลื่อนที่สามารถเปิดออกไปได้

Sethasiri Pinklao - Kanchana

โซนครัวฝรั่งที่โครงการบิ้ลท์อินเคาน์เตอร์ที่ท็อปด้วยหินอ่อนสีดำมาให้, ไม้ที่นำมาใช้บิ้ลท์อินเป็นไม้สังเคราะห์เกรดพรีเมี่ยม

Sethasiri Pinklao - Kanchana

มุมมองขณะเตรียมอาหารพร้อมมองไปยังบทสนทนาที่เกิดขึ้นบนโต๊ะอาหาร เตรียมไวน์หรือเครื่องดื่มตรงนี้ยกเสริฟ์ได้เลย

Sethasiri Pinklao - Kanchana

ด้านหลังของครัวฝรั่งจะมีทางเข้าสู่ครัวปิดหรือครัวไทยได้

Sethasiri Pinklao - Kanchana

ภายในครัวปิดโครงการบิ้ลท์อินเคาน์เตอร์ให้เช่นเดียวกันพร้อมลิ้นชักบนล่างเก็บข้าวของอุปกรณ์ สามารถใช้แสงสว่างจากกระจกด้านข้างขณะประกอบอาหารโดยไม่ต้องเปลืองพลังงานไฟฟ้า เตาไฟฟ้าและที่ดูดควันให้เป็นแบรนด์ Teka ผนังครัวส่วนนี้เป็นแกรนิตโต้ แต่พื้นจะเป็นเซรามิค (60 x 60 ซม.)

Sethasiri Pinklao - Kanchana

ฝั่งตรงข้ามเคาน์เตอร์วางเตาจะเป็นเคาน์เตอร์โซนล้างพาชนะ ท็อปด้วยหินอ่อนสีดำเช่นเดียวกัน และมีลิ้นชักทั้งส่วนบนล่างสำหรับเก็บจานชาม Sink ล้างจานให้เป็นแบรนด์ Teka

Sethasiri Pinklao - Kanchana

สวิตซ์ไฟอลูมิเนียมสีดำทึบยี่ห้อ Schneider

Setthasiri Pinklao - Kanchana

ห้องถัดมาตามเลย์เอ้าท์จะเป็นห้องนอน แต่บ้านตัวอย่างเลือกแต่งเป็นห้องพักผ่อนแบบสบายๆโดยนำเก้าอี้หลุมเข้ามาจัดวาง พร้อมตกแต่งด้วยฝ้าที่เล่นระดับเข้าไปพร้อมติด LED ล้อมรอบคล้ายกับที่เห็นในห้องรับแขกก่อนหน้านี้ ขนาดพื้นที่ใช้สอยอยู่ที่ประมาณ 2 x 3 เมตร

Sethasiri Pinklao - Kanchana

บ้านตัวอย่างเลือกเป็นงานบิ้ลท์อินชั้นวางของตกแต่งและหนังสือ แต่บ้านจริงจะเป็นพื้นที่โล่งเปล่า

Sethasiri Pinklao - Kanchana

ห้องน้ำชั้นล่างพื้นจะเป็นกระเบื้องเซรามิคผนังเป็นแกรนิตโต้ เป็นโทนสีน้ำตาลเข้ม – อ่อน สุขภัณฑ์และอ่างล้างหน้าให้เป็นแบรนด์ American Standard พร้อมงานบิ้ลท์อินใต้อ่างล้างหน้า

Setthasiri Pinklao - Kanchana

พื้นที่ด้านหลังบ้านเมื่อเปิดประตูจากครัวไทยออกมา/พื้นที่ด้านข้างที่สามารถเปิดออกมาทางประตูกระจกบานเลื่อนตำแหน่งห้องรับประทานอาหารได้

Setthasiri Pinklao - Kanchana

พื้นที่ด้านข้างบ้านอีกฝั่ง (ติดกับห้องแม่บ้าน) ซึ่งเป็นลานค่อนข้างมีพื้นที่เหมาะสำหรับการตากผ้าในจุดนี้

Setthasiri Pinklao - Kanchana

บริเวณหลังบ้านอีกจุดหนึ่งเป็นจุดติดตั้งของแท้งค์น้ำซึ่งติดตั้งมาให้พร้อมเสร็จสรรพ

ชั้น 2

Setthasiri Pinklao - Kanchana

เลย์เอ้าท์ชั้น 2 ประกอบด้วย 2 ห้องนอนเล็ก Master bedroom พร้อมห้องน้ำในตัวและระเบียงส่วนตัว ห้องโถงพักผ่อน ห้องน้ำบริเวณห้องโถง

Sethasiri Pinklao - KanchanaDSC07351

เมื่อเดินขึ้นมาถึงจะเจอกับส่วนของห้องโถงนั่งเล่นของชั้น 2 ก่อน ราวจับเป็นไม้แท้

Sethasiri Pinklao - Kanchana

ห้องแรกที่จะเจอด้านขวามือคือห้องนอนเล็กที่มีพื้นที่สามารถจัดวางเตียงควีนไซส์ (5 ฟุต) ได้ พร้อมมีประตูกระจกบานเลื่อนที่เปิดออกไปจะเป็นระเบียงส่วนตัวขนาดเล็ก ขนาดพื้นที่ใช้สอยของห้องคือ 3 x 3 เมตร

Sethasiri Pinklao - Kanchana

บริเวณข้างเตียงที่เหลือเฟือสำหรับนำตู้เสื้อผ้ามาจัดวางหรืออาจจะทำเป็นงานบิ้ลท์อินก็ได้เช่นกัน บริเวณใกล้เคียงกันสังเกตจะมีหน้าต่างบานเล็กหัวเตียงอยู่ ห้องจริงที่ให้มาจะเป็นพื้นที่โล่งเปล่า

Sethasiri Pinklao - Kanchana

ทางโครงการให้ไอเดียการตกแต่งเป็นห้องจักรเย็บสำหรับคุณแม่บ้านที่ต้องการใช้เวลาว่างในการเย็บปักถักร้อยในขณะที่ปล่อยให้ลูกเล่นอยู่ในห้องฝั่งตรงข้าม

Sethasiri Pinklao - Kanchana

ห้องลำดับต่อมาหากดูตามเลย์เอ้าท์จะเป็นห้องนอนเล็ก แต่โครงการเลือกแต่งเป็นห้องพักผ่อนผสมกับเป็นห้องเล่นสำหรับลูกน้อย แต่ห้องฝั่งนี้จะไม่มีระเบียงส่วนตัวมาให้ แต่ขนาดของห้องจะเท่ากับห้องฝั่งตรงข้ามก่อนหน้านี้นั่นคือ 3 x 3 เมตร

Sethasiri Pinklao - Kanchana

จากรูปแบบการจัดห้องโครงการให้ไอเดียความคิดที่ว่าคุณแม่และคุณลูกสามารถมีปฏิสัมพันธ์กันได้แม้ว่าจะอยู่คนละห้องกัน

Setthasiri Pinklao - Kanchana

วิวเมื่อมองลงมาจากห้องนี้จะเป็นพื้นที่หลังบ้านตำแหน่งของแท้งค์น้ำ

Setthasiri Pinklao - Kanchana

พื้นที่ห้องโถงที่สามารถจัดเป็น Living zone ขนาดเล็กได้ Floor to ceiling ของชั้นจะใกล้เคียงกับของชั้นแรกนั่นคือประมาณ 2.65 เมตร

Setthasiri Pinklao - Kanchana

ห้องน้ำ ณ ตำแหน่งกลางชั้น 2 อุปกรณ์ทุกอย่างมาตรฐานเดียวกับของชั้นล่างนั่นคือ American Standard

Master bedroom

Setthasiri Pinklao - Kanchana

Master bedroom มีขนาดความกว้างประมาณ 3 x 4 เมตร พร้อมระเบียงขนาด 2 เมตรหันออกมาทางหน้าบ้าน นอกจากจะสามารถวางเตียงคิงไซส์ได้อย่างสบายแล้ว ปลายเตียงยังมีที่พอสำหรับโซฟาอีกตัวด้วย เพดานที่เล่นระดับขึ้นไปเป็นไอเดียตกแต่งเท่านั้นรวมถึง headboard เช่นกัน หัวเตียงทั้งสองฝั่งสามารถนำโต๊ะโคมไฟหรือถ้าชอบอ่านหนังสือตู้เก็บหนังสือขนาดเล็กตำแหน่งหัวเตียงก็เก๋เช่นกัน

Setthasiri Pinklao - Kanchana

Master bedroom ยังมีพื้นที่ที่สามารถดัดแปลงเป็น Walk-in closet ได้อีกด้วย พร้อมประตูบานเลื่อนที่ติดตั้งมาให้พร้อม

Sethasiri Pinklao - KanchanaDSC07383

ระเบียงส่วนตัวไว้ออกมานั่งตากบรรยากาศ อาจจะหาเก้าอี้หวายมาจัดวางเพื่อสร้างอารมณ์บาหลีเข้าไป พื้นตรงส่วนระเบียงเป็นเซรามิคชนิดหยาบไม่ลื่นขนาด 30 x 30 ซ.ม.

Setthasiri Pinklao - Kanchana

ตู้เสื้อผ้า Walk-in closet ณ บริเวณหน้าห้องน้ำของ Master bedroom

Sethasiri Pinklao - KanchanaDSC07385

ห้องน้ำที่มีอ่างล้างหน้า (American Standard) แบบ His & Hers พร้อมกระจกเงาติดตั้งมาให้

Setthasiri Pinklao - Kanchana

ห้องน้ำในตำแหน่งนี้จะมี Rain Shower ติดตั้งมาให้ด้วย และมีงานบิ้ลท์อินผนังเพื่อเป็นช่องสำหรับวางแชมพู, สบู่ โถสุขภัณฑ์ American Standard

บ้านตัวอย่าง (บ้านเปล่าพร้อม spec อุปกรณ์ที่ให้จริง) ของ type Aristo ขนาดพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน 278 ตร.ม.

แปลนชั้น 1

Setthasiri Pinklao - Kanchana

ชั้น 1 ประกอบด้วย พื้นที่จอดรถหน้าบ้าน 3 คัน ห้องรับแขก ห้องรับประทานอาหาร ห้องครัวฝรั่งและไทย ห้องนอน (ห้องน้ำในตัว) ห้องน้ำตำแหน่งใต้บันได และห้องแม่บ้าน

Setthasiri Pinklao - Kanchana

จุดแตกต่างระหว่าง Aristo และ Ritz อยู่ที่ขนาดพื้นที่ใช้สอยและเลย์เอ้าท์ โดย Aristo จะมีพื้นที่มากกว่าทำให้สามารถขยายตัวบ้านออกมาเพื่อสร้างระเบียงขนาดความกว้าง 2 เมตรอีกตำแหน่งได้ แต่เรื่องของดีไซน์ยังคงมีความคล้ายคลึงกันในการผสมผสานความเป็นสมัยใหม่และเซ็น

Setthasiri Pinklao - Kanchana

เมื่อเข้ามาจะพบกับห้องรับแขกขนาดใหญ่ พื้นที่ให้เป็นกระเบื้องแกรนิตโต้สีขาวขนาด 60 x 60 ซ.ม. Floor to ceiling อยู่ที่ 2.65 เมตร

Setthasiri Pinklao - Kanchana

ตำแหน่งห้องรับประทานอาหารจะแตกต่างจากของ Ritz ตรงที่จะไม่มีประตูกระจกบานเลื่อนเปิดออกไปตำแหน่งข้างบ้านได้ทันที เพราะประตูบานเลื่อนดังกล่าวจะกลายไปเป็นพื้นที่หน้าห้องนอนของชั้น 1 แทน ไฟ down light ติดตั้งมาให้พร้อม

Setthasiri Pinklao - Kanchana

ตำแหน่งครัวฝรั่งที่ทำเป็นบิ้ลท์อินเคาน์เตอร์ทำจากไม้สังเคราะห์เกรดเอท็อปด้วยหินอ่อนสีดำมาให้

Setthasiri Pinklao - Kanchana

พร้อมตำแหน่งเต้าปลั๊ก socket (Schneider) ติดตั้งมาให้รองรับการใช้งานอาจจะใช้ต่อชาร์จไอแพดขณะดู Youtube สอนทำอาหารหรือต่อปลั๊กเสียบเครื่องปั่น, เครื่องปิ้งขนมปัง ฯลฯ ก็ได้

Setthasiri Pinklao - Kanchana

ช่องลิ้นชักด้านล่างมีพื้นที่ให้จัดเก็บอุปกรณ์เพื่อความสะดวกในการหยิบจับในชั่วโมงทำครัวของคุณแม่บ้าน

Setthasiri Pinklao - Kanchana

ตรงครัวฝรั่งมีช่องสำหรับจัดวางตู้เย็นขนาด 7 คิวขึ้นไปได้ ตู้บิ้ลท์อินฝั่งขวาอาจจะจัดทำเป็นตู้เก็บอุณภูมิเพื่อแช่ไวน์โปรดของสมาชิกในบ้าน

Setthasiri Pinklao - Kanchana

บริเวณหน้าเคาน์เตอร์ครัวฝรั่งเหมาะจะจัดเป็นจุดรับประทานอาหารมากกว่า จะโต๊ะใหญ่แบบกลมหรือเหลี่ยมก็ดู fit กับพื้นที่ได้ทั้งคู่

Setthasiri Pinklao - Kanchana

ตรงจุดรับประทานอาหารแสงจะเข้ามาจากจุดเดียวซึ่งมองออกไปจะเป็นพื้นที่หลังบ้าน

Setthasiri Pinklao - Kanchana

พื้นที่ห้องนอนริมฝั่งขวาของชั้น 1 พื้นที่ใช้สอยขนาดประมาณ 3 x 3 เมตร

Setthasiri Pinklao - Kanchana

พื้นที่หน้าบ้านที่สามารถเปิดออกจากประตูกระจกบานเลื่อนจากห้องนี้ได้ สวนที่เห็นบ้านจริงโครงการจะปลูกมาให้ในลักษณะที่คล้ายกันนี้

Setthasiri Pinklao - Kanchana

ณ ห้องนอนริมขวาจะมีห้องน้ำในตัวด้วย

Setthasiri Pinklao - Kanchana

อุปกรณ์และสุขภัณฑ์แถมให้ครบ (American Standard) พร้อมกระจกเงา แต่สิ่งที่ไม่ได้มีมาให้ด้วยนั่นคือกระจก Safety แบ่งแยกระหว่างโซนเปียกและแห้ง

Setthasiri Pinklao - Kanchana

มากันที่ห้องครัวปิดหรือครัวไทยกันบ้าง ดีไซน์เคาน์เตอร์ตรงจุด sink (Teka) ล้างจานจะเป็นทางตัว “L” พร้อมงานบิ้ลท์อินตู้ลิ้นชักทั้งจุดใต้ซิงค์และเหนือซิงค์

Setthasiri Pinklao - Kanchana

ข้างๆเคาน์เตอร์ซิงค์มีตำแหน่งเต้าปลี๊ก socket รองรับการใช้งาน

Setthasiri Pinklao - Kanchana

เคาน์เตอร์ตรงจุดนี้ติดตั้งเตาไฟฟ้าและที่ดูดควัน (Teka) จะดีไซน์ในลักษณะเล่นระดับขึ้นไป ทั้งนี้อาจจะเป็นการยกอาหารจากตำแหน่งเตามาพักชั่วคราว ณ แท่นที่สูงกว่านี้ เช่นกันบิลท์อินทั้งล่างและบนมีมาให้พร้อมสำหรับจัดเก็บอุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับครัว

Setthasiri Pinklao - Kanchana

เคาน์เตอร์ทั้งแผงท็อปด้วยหินอ่อนสีดำเช่นเดียวกันซึ่งทำให้เช็ดคราบอาหารที่หกออกง่าย ผนังเป็นแกรนิตโต้ขนาด 60 x 60 ซ.ม. ข้อดีคือคราบที่เกิดจากควันขณะประกอบอาหารจะไม่เกาะติดกับผนังที่ทำจากวัสดุประเภทนี้ ตรงจุดพักวางอาหารมีเต้าปลั๊ก socket รองรับการใช้งานด้วยเช่นกัน

Setthasiri Pinklao - Kanchana

ช่องในลิ้นชักที่สามารถจัดเก็บอุปกรณ์มีดช้อนซ่อมเพื่อความสะดวกในการหยิบจับขณะปรุงแต่งมื้อของคุณแม่บ้าน

Setthasiri Pinklao - Kanchana

พื้นที่ใต้บันไดจะเป็นตำแหน่งของห้องน้ำ ประตูด้านซ้ายที่เห็นเมื่อเปิดออกไปจะเป็นพื้นที่จอดรถหน้าบ้าน

Setthasiri Pinklao - Kanchana

บริเวณด้านข้างประตูเป็นตำแหน่งของอุปกรณ์ในเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยแบบ Sensor Motion (DSC) ตรวจจับการเคลื่อนไหวภายในบ้าน

Setthasiri Pinklao - Kanchana

เมื่อเปิดออกมาจากประตูข้างในบริเวณติดกับบันไดทางขึ้นชั้น 2 จะพบกับพื้นที่จอดรถ

Setthasiri Pinklao - Kanchana

ห้องน้ำใต้บันได สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ American Standard พร้อมงานบิ้ลท์อินตู้ใต้อ่างล้างหน้ามาให้พร้อม พื้นเป็นเซรามิคชนิดผิวหยาบ 60 x 60 ซม. ส่วนผนังเป็นเซรามิคผิวลื่นไซส์เดียวกัน

Setthasiri Pinklao - Kanchana

หน้าโถสุขภัณฑ์มีจุดก๊อกน้ำไว้สำหรับรองน้ำใส่ถังเพื่อนำไปถูทำความสะอาดบ้าน

Setthasiri Pinklao - Kanchana

บันไดทางขึ้นไปยังชั้น 2 พื้นเป็นไม้แท้แบบผิวมัน เมื่อขึ้นมาจะพบห้องนอนอีก 3 ห้อง และห้องน้ำกลางของชั้น 2

Setthasiri Pinklao - Kanchana

จุดติดตั้งระบบ security แบบ motion sensor อีกจุดหนึ่งจะถูกติดอยู่ตรงทางลงบันไดของชั้น 2 นี้ ด้านข้างคือสวิตซ์ไฟเปิดปิดตรงตำแหน่งห้องโถงชั้น 2 และจุดพักบันไดที่เพิ่งผ่านมา

Setthasiri Pinklao - Kanchana

ช่วงจุดพักตรงบันไดมีตู้ลิ้นชักซึ่งอาจจะใช้เป็นที่เก็บรองเท้าหรือร่มได้

Setthasiri Pinklao - Kanchana

ห้องฝั่งซ้ายมือจากจุดทางขึ้นลงบันได มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 2 x 2 เมตร สามารถจัดเป็นห้องนอนขนาดเล็กสำหรับเด็กๆได้ หน้าต่างมีทั้งที่เป็นบานเลื่อนและบานกระทุ้ง พื้นเป็นไม้แท้ทั้งชั้นสอง

Setthasiri Pinklao - Kanchana

มีจุดเต้าปลั๊ก socket ตามจุดต่างๆของห้องรองรับการใช้งาน

Setthasiri Pinklao - Kanchana

ประตูของห้องเป็นแบบด้ามจับเพื่อบิดเปิด (แบบ Handler)

Setthasiri Pinklao - Kanchana

พื้นทั่วชั้น 2 จะเป็นเนื้อเดียวกันหมดนั่นคือไม้แท้

Setthasiri Pinklao - Kanchana

ห้องทางฝั่งริมขวาจากจุดบันไดทางขึ้นลง ขนาดความกว้างของห้องนี้ถือว่าใหญ่เป็นอันดับสองรองราจาก Master bedroom ของชั้น ขนาดพื้นที่ใช้สอยประมาณ 2 x 4 เมตร แสงสว่างเข้าจากหน้าต่างกระจกที่ล้อมรอบ (tempered glass)

Setthasiri Pinklao - Kanchana

มีหน้าต่างที่ดีไซน์ออกมาเป็นมุมของห้องให้มุมมองเมื่อมองลงไปด้านล่างจะออกแนว Pano หน่อยๆ

Setthasiri Pinklao - Kanchana

พื้นที่ค่อนข้างกว้างทีเดียวอาจจะใช้จัดวางเป็นห้องนอนอีกห้องหรือเป็น Living room เก๋ๆพร้อมชุดโฮมฯแบบจัดเต็มได้เลย ปล่อยให้ลูกๆเล่นในห้องส่วนตัวของพวกเขาแล้วผู้ใหญ่ก็มาเอ็นจอยกันในห้องนี้

Setthasiri Pinklao - Kanchana

ห้องน้ำกลางของชั้น 2 สุขภัณฑ์และอุปกรณ์มาตรฐาน (American Standard) แต่ไม่มีกระจก safety ติดตั้งมาให้แยกพื้นที่เปียกแห้ง

Setthasiri Pinklao - Kanchana

มากันที่ห้องนอนสุดท้ายของบ้าน Master bedroom ที่อยู่มุมด้านในของชั้น 2 layout ของห้องนี้จะถูกแบ่งออกเป็นสองห้องนั่นคือห้องที่ใหญ่กว่าที่มาพร้อมระเบียงส่วนตัวขนาด 2 x 2 เมตร และห้องย่อยที่มีขนาดเล็กกว่าที่มาพร้อมระเบียงส่วนตัวแยกออกมาขนาด 1 x 2 เมตร

Setthasiri Pinklao - Kanchana

มีการติดตั้งหน้าต่างกระจกล้อมรอบรวมถึงกระจกตรงมุมทั้งหมดเป็น tempered glass กันความร้อนเข้าตัวบ้านทัั้งหมด

Setthasiri Pinklao - Kanchana

จากจุดระเบียงเมื่อมองไปทางซ้ายจะเห็นเป็นระเบียงของห้องย่อยที่อยู่ถัดไปจากห้องนี้

Setthasiri Pinklao - Kanchana

ประตูทางเชื่อมไปยังห้องย่อยอีกห้องหนึ่ง

Setthasiri Pinklao - Kanchana

ห้องน้ำแยกส่วนที่จะอยู่ในห้องใหญ่นี้ สุขภัณฑ์และอุปกรณ์มาตรฐาน (American Standard) พร้อมงานบิ้ลท์อินตู้ใต้อ่างล้างหน้าและบิ้ลท์อินผนังหินอ่อนให้กลายเป็นชั้นวางข้าวของเครื่องใช้ในห้องน้ำ ห้องน้ำตรงนี้จะมีกระจก safety ติดตั้งเพิ่มเข้ามาให้ด้วยแยกโซนเปียกแห้งพร้อมด้ามจับเปิดปิดแสตนเลส

Setthasiri Pinklao - Kanchana

ชั้นวางในห้องอาบน้ำที่เกิดจากงานบิ้ลท์อินผนังหินอ่อน ดีไซน์ผนังห้องน้ำฝั่งติด rain shower จะแตกต่างจากส่วนของห้องน้ำด้านล่างนั่นคือห้องน้ำนี้จะใช้เป็นกระเบื้องเซรามิคสี่เหลี่ยมผื้นผ้าแทน

Setthasiri Pinklao - Kanchana

rain shower ที่ติดตั้งมาให้พร้อมฝักบัว (American Standard)

Setthasiri Pinklao - Kanchana

ห้องเล็กเมื่อเดินเข้ามาจากประตูเชื่อม แต่ขนาดที่ให้มาก็ไม่ได้น้อยหน้าโดยมีขนาดพื้นที่ใช้สอยถึง 3 x 3 เมตร พร้อมหน้าต่างล้อมรอบตัวห้อง

Setthasiri Pinklao - Kanchana

พร้อมจุดติดตั้งสายโทรศัพท์และสายแลนที่มีมาให้เพื่อดีมานด์การใช้อินเตอร์เน็ต

Setthasiri Pinklao - Kanchana

ระเบียงส่วนตัวของห้องย่อยเล็กนี้ที่มีขนาด 1 x 2 เมตร

Setthasiri Pinklao - Kanchana

เมื่อมองออกไปทางขวาจะหันไปเจอกับระเบียงของอีกห้องหนึ่งที่ได้กล่าวไปก่อนหน้า

Setthasiri Pinklao - Kanchana

ตรงจุดระเบียงมีท่อระบายน้ำติดตั้งเผื่อวันที่ฝนตกหนักน้ำจะได้ไม่ขังตรงพื้นระเบียงนี้ พื้นที่ได้ตรงระเบียงเป็นเซรามิคผิวหยาบไซส์ 30 x 30 ซ.ม. เช่นเดียวกัน

Setthasiri Pinklao - Kanchana

เมื่อมองลงมาจะเจอกับพื้นที่สวนตำแหน่งหน้าห้องของห้องนอนจากชั้นด้านล่าง

Setthasiri Pinklao - Kanchana

มองไปทางซ้ายจะเจอกับพื้นที่สวนด้านข้างบ้าน ทางโครงการจัดสวนในลักษณะคล้ายกันนี้ให้กับลูกบ้านด้วยเช่นกัน

Setthasiri Pinklao - Kanchana

กระจกแบบบานเลื่อนด้านหลังห้อง

Setthasiri Pinklao - KanchanaDSC07548 Setthasiri Pinklao - KanchanaDSC07540

พื้นที่หลังบ้านอาจจะแคบกว่าแบบบ้านของ Ritz เล็กน้อย เนื่องจากไปเน้นสัดส่วนความกว้างพื้นที่หน้าบ้านที่กว้างกว่า/ประตูที่เปิดออกมาจากครัวปิด เมื่อออกมาจะเป็นส่วนของห้อง maid

Setthasiri Pinklao - KanchanaDSC07544-horz

ห้อง maid จะมีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 1.5 x 1.5 เมตร ผนังสีขาวเรียบ พื้นเซรามิค 30 x 30 ซ.ม.

Setthasiri Pinklao - KanchanaDSC07541

ห้องน้ำส่วนตัวของ maid

แสดงทั้งหมด

ทําเล & การเดินทาง

ศักยภาพของถนนกาญจนาภิเษก

แต่เดิมบนถนนกาญจนาภิเษกจะใช้เป็นเส้นทางสัญจรรถหกล้อขนาดใหญ่ในการขนส่งลำเลียงสินค้าจากจังหวัดต่างๆเข้ามาในโกดังสินค้าในกรุงเทพฯ รวมถึงเป็นพื้นที่ของตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนรถยนต์มือสอง หากพูดถึงเรื่องการเชื่อมต่ออาจจะทำได้เพียงแค่เชื่อมระหว่าง ถนนบรมราชนนีและถนนบางแค หรือหากจะลัดไปยังถนนราชพฤกษ์แต่เดิมคงต้องใช้บริการซอยบางแวกซึ่งเป็นเพียงถนน 2 เลนเพียงเท่านั้น และแน่นอนมาพร้อมการจราจรที่ค่อนข้างติดขัด โครงการอยู่อาศัยแรกๆที่เข้าไปปักหมุดเห็นทีจะเป็น เอเวอร์ กรีน ซิตี้ เมื่อประมาณ 10 กว่าปีที่แล้วบนถนนกาญจนาฯนี้

Setthasiri Pinklao - Kanchana

แต่เดิมถนนกาญจนาฯเป็นเพียงจุดเชื่อมระหว่างสองถนนนั่นคือถนนบรมราชนนีและถนนเพชรเกษมช่วงบางแค

Setthasiri Pinklao - Kanchana

สำหรับผู้ที่ช่ำชองเส้นทางในช่วงนั้นเวลาเข้าถนนราชพฤกษ์จากกาญจนาฯสามารถใช้ถนนย่อยบางแวกได้ แต่รถจะติดมากทั้งในช่วงเช้าและในช่วงเย็นเนื่องจากเป็นเพียงถนนสองเลนเท่านั้น

ตัวแปรสำคัญของย่านที่เข้ามาขับเคลื่อนศักยภาพด้านระบบคมนาคมให้แก่ย่านกาญจนาฯมีอยู่ด้วยกัน “2” ตัวแปร (ปัจจุบัน) นั่นคือ โครงการทางพิเศษสายศรีรัช – วงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ และ ถนนตัดใหม่ พรานนก – พุทธมณฑล สาย 4 หรือ ถนนสายพระเทพ

โครงการทางพิเศษสายศรีรัช – วงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ

ก่อนที่โปรเจกต์ทางพิเศษนี้จะเสร็จการจะขับรถข้ามจากกรุงเทพฝั่งตะวันตก (กาญจนาฯ) ไปยังโซนกรุงเทพฝั่งตะวันออกนั้นจะต้องใช้เส้นทางบรมราชนนีเข้าสู่ถนนสิรินธร หลังจากนั้นใช้สะพานกรุงธนบุรี (อีกชื่อเรียกสะพานซังฮี) เพื่อเข้ามายังพื้นที่สามเสน – ดุสิต ซึ่งเป็นถนนที่เชื่อมต่อกับถนนราชวิถีที่สามารถไปออกยังอนุเสาวรีย์ได้ สามารถลากเป็นเส้นทางบนแผนที่ดังนี้

Setthasiri Pinklao - Kanchana

จากถนนกาญจนาฯเมื่อต้องข้ามฝั่งแม่น้ำมาทางฝั่งตะวันออกจะต้องใช้ถนนบรมฯผ่านภาวะรถติดต่างๆและจะยิ่งติดหนักตรงแยกสิรินธรที่กำลังดำเนินการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (บนดิน) เมื่อข้ามฝั่งมาโดยใช้สะพานกรุงธนฯแล้วยังไม่วายเรื่องรถติดบนถนนพระราม 6 – ราชวิถีอีก

แต่ชาวกรุงเทพฯฝั่งตะวันตกได้รับความสะดวกยิ่งขึ้นจากการเกิดขึ้นของโครงการทางพิเศษสายศรีรัช – วงแหวนรอบนอกนี้

Setthasiri Pinklao - Kanchana

จุดเริ่มต้นของทางด่วนจะอยู่ที่ถนนกาญจนฯตำแหน่งเหนือถนนบรมฯขึ้นไป ทางด่วนนี้จะพามาลงยังถนนราชพฤกษ์เป็นจุดแรก หลังจากนั้นจะลากผ่านมาลงอีกสองจุดสำคัญในย่านปิ่นเกล้านั่นคือบางบำหรุและจรัญฯ เมื่อข้ามแม่น้ำมาจุดต่อมาที่จะพามาลงคือช่วง พระราม 6 และจะไปสิ้นสุดที่จุดลงกำแพงเพชร (จตุจักร) ทางด่วนนี้ช่วยระบายจำนวนรถเป็นอย่างมากเนื่องจากเป็นทางพิเศษ 6 ช่องการเดินรถ

นอกจากโครงการทางพิเศษยังมีถนนตัดที่เกิดขึ้นซึ่งจะเป็นถนนเส้นยาวที่ทำการตัดถนนถึง “4” สายด้วยกัน ปัจจุบันมีจุดเริ่มต้นที่ถนนกาญจนาฯผ่านถนนแรกคือ พุทธมณฑล สาย 1 ผ่านถนนที่สองคือ ราชพฤกษ์ และมาสิ้นสุดที่ช่วง ปิ่นเกล้า – พรานนก

Setthasiri Pinklao - Kanchana

ในอนาคตถนนตัดใหม่สายพระเทพนี้จะสามารถไปลงยังพุทธมณฑลสาย 3 – 4 ได้อีกด้วย

โครงการรถไฟฟ้าในอนาคต

ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงโครงการในอนาคตแต่ถ้าหากเกิดขึ้นจริงคาดว่าจะยิ่งส่งผลให้ราคาของที่ดินบนถนนกาญจนาฯปรับตัวขึ้นอีก โดยรถไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับทำเลบนถนนนี้คือ สายสีเขียวอ่อน, สายสีน้ำเงิน และสายสีแดง

Setthasiri Pinklao - Kanchana

ถนนกาญจนาฯจะถูกล้อมด้วยรถไฟฟ้าสองสายนั่นคือ สายสีน้ำเงินซึ่งกำลังอยู่ในช่วงดำเนินการก่อสร้างภายในอีก 2 – 3 ปีข้างหน้านี้จะสามารถวิ่งมาสิ้นสุดที่สถานีบางแคใกล้กับห้างเดอะมอลล์บางแค ลำดับต่อมาคือส่วนต่อขยายของสายสีเขียวอ่อนที่ต่อมาจากสถานีบางหว้าโดยแนวรถไฟฟ้าจะตัดผ่านถนนบางแวกเข้ามาช่วงกลางๆของถนนกาญจนาฯ หลังจากนั้นจะวิ่งไปจนถึงส่วนอินเตอร์เชนจ์กับสายสีแดง (สถานีตลิ่งชัน) ซึ่งน่าจะเป็นรถไฟฟ้าที่ขึ้นเป็นลำดับสุดท้ายซึ่งยังคงเป็นสายที่เกี่ยวข้องกับถนนกาญจนาฯ โดยสายสีแดงมีแผนว่าจะวิ่งออกมาจากถนนสิรินธรมุ่งหน้าออกไปยังพุทธมณฑลสาย 3 – 4 ได้ด้วย

ศักยภาพภายใน พุทธมณฑลสาย 2 ซอย 24

ซอยที่เป็นที่ตั้งของโครงการ เศรษฐสิริ ปิ่นเกล้า – กาญจนาฯ คือ ซอย 24 ซึ่งเป็นส่วนของช่วงถนนพุทธมณฑลสาย 2 หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมโครงการที่อยู่อาศัยไล่มาตั้งแต่ถนนบรมฯมาจนถึงถนนกาญจนาฯจึงเห็นเป็นแต่โครงการแนวราบและเป็นประเภทของหมู่บ้านจัดสรรเท่านั้น คำตอบคือ สีของผังเมืองในช่วงเขตนี้เป็นสีเขียวซึ่งตามกฎหมายผังเมืองอนุญาตให้จัดสรรที่ดินเพื่อสร้างที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยวได้เท่านั้น โดยแต่ละแปลงที่ดินต้องมีขนาดเริ่มต้นที่ 1,000 ตร.ว. ขึ้นไป และพื้นที่ดินของบ้านแต่ละยูนิตต้องไม่ต่ำกว่า 100 ตร.ว. อีกด้วย

Setthasiri Pinklao - Kanchana

ซอย 24 สามารถเข้าและออกได้จากสองถนนนั่นคือ พุทธมณฑล สาย 2 และ ถนนกาญจนาฯ จากปากซอยฝั่งถนนกาญจนาฯเข้ามายังตัวโครงการมีระยะประมาณ 200 เมตร และจากปากซอยฝั่งถนนพุทธมณฑลสาย 2 เข้ามามีระยะประมาณ 1.2 กม.

เมื่อพูดถึงปัจจัยทางด้านสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการอยู่อาศัย (Living Factors) ถือว่าตำแหน่งของโครงการสามารถตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีอย่างครบครันไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า, สถานศึกษา และสถานพยาบาล

Setthasiri Pinklao - Kanchana

คอมมูนิตี้มอลล์และห้างสรรพสินค้า – จากโครงการ เศรษฐสิริ ปิ่นเกล้า – กาญจนาฯ คอมมูนิตี้มอลล์ที่ใกล้ที่สุดคือ The Paseo Park ซึ่งจะต้องทำการกลับรถ ณ ฝั่งถนนกาญจนาฯเป็นจำนวนสองครั้งด้วยกัน ใช้เวลาแค่เพียง 5 นาทีเพียงเท่านั้นจากตัวโครงการมาถึงเดอะพาซิโอ เลยจาก เดอะ พาซิ โอ พาร์ค จะเป็นปั๊ม ปตท. ขนาดใหญ่ที่มีเซเว่นและ Mac’s Donald drive through รวมถึงร้านอาหาร Black Canyon แต่ถ้าเลือกที่จะมุ่งหน้ามาฝั่งถนนเพชรเกษมก็จะมีห้างที่อยู่บนเส้นบางแคที่ตั้งมานานนั่นคือ เดอะ มอลล์ บางแค และอาจถูกใจคุณแม่บ้านที่ชอบซื้อของสดเพื่อนำไปปกระกอบอาหารทานให้ครอบครัวได้ทานกันเนื่องจากมีตลาดสดขนาดใหญ่ที่ชื่อว่า ตลาดแยกทศกัณฑ์ ซึ่งนอกจากของสดแล้วยังมีสินค้าประเภทเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้มาวางขายอีกด้วย

ถัดมาอีกหนึ่งถนนนั่นคือ ถนนราชพฤกษ์ เป็นศูนย์รวมร้านอาหารสุดฮิตที่ตกแต่งแบบเก๋ๆเช่นกัน อาทิ ร้านจับแพะชลแกะ, Villa De Bear และ ร้าน The Most รวมถึงคอมมูนิตี้ขนาดใหญ่อย่าง The Circle ที่ชาวหมู่บ้านต่างๆบนถนนราชพฤกษ์ต้องมาแวะเวียนในสุดสัปดาห์

สถานพยาบาล – โรงพยาบาลที่อยู่ใกล้กับตัวโครงการมากที่สุดคือ โรงพยาบาลธนบุรี 2 ที่ตั้งอยู่บนถนนบรมฯ ห่างจากตัวโครงการประมาณ 3.3 กม. และโรงพยาบาลศิริราชที่สามารถเข้าได้จากถนนตัดใหม่สายพระเทพ โดยโรงพยาบาลจะอยู่ห่างจากตัวโครงการประมาณ 10 กม.

สถานศึกษา – ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เรียกว่าใกล้เสียทีเดียวแต่ก็ถือว่าการเดินทางไปมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และศิลปกรยังคงสามารถทำได้อย่างสะดวก แนะนำให้ขึ้นสะพานบรมฯ เพื่อตรงยาวมายังสะพานปิ่นเกล้าในการข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามาลงยังฝั่งพระนคร ซึ่งใช้เวลาเพียง 15 นาทีเท่านั้น หากเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนที่ใกล้ที่สุดจะเป็น มหาวิทยาลัยสยาม ที่ตั้งอยู่บนถนนเพชรเกษม (ใกล้ BTS บางหว้า) ซึ่งอยู่ห่างจากโครงการประมาณ 15 กม.

การเดินทางมายังโครงการ

จากจุดเริ่มต้นเราขอเริ่มจากสถานีรถไฟฟ้าบางหว้าเพื่อใช้ถนนเพชรเกษมเป็นทางผ่านเพื่อเข้าสู่ถนนกาญจนาฯ

Setthasiri Pinklao - Kanchana

จาก BTS บางหว้าให้มาทางถนนเพชรเกษมเรื่อยๆจนพบ เดอะ มอลล์ บางแค อยู่ทางฝั่งขวามือ

Setthasiri Pinklao - Kanchana

ให้ตรงผ่านแยกไฟแดงตรง เดอะ มอลล์ บางแค ไป

Setthasiri Pinklao - Kanchana

เมื่อเลยมาแล้วให้ไปทางป้ายที่เขียนว่า “บางบัวทอง”

Kanchana

ขึ้นสะพานต่างระดับด้านซ้ายเพื่อวกไปลงยังถนนกาญจนาฯ

Setthasiri Pinklao - Kanchana

หลังจากลงสะพานมาแล้วให้ขับตรงไปเรื่อยๆสักระยะ (ประมาณ 10 ก.ม.) จะพบ The Paseo Park ให้ขับเลยไปต่ออีกนิด

Setthasiri Pinklao - Kanchana

The Paseo Park ที่อยู่ด้านฝั่งซ้าย ภาพ via: curioustraveller.com

Setthasiri Pinklao - Kanchana

หลังจากเลย The Paseo Park มา จะเจอกับปั๊ม ปตท. ที่มีพื้นที่คอมมิวนิตี้มอล์ขนาดย่อม ให้เตรียมชิดซ้าย

Setthasiri Pinklao - Kanchana

สังเกตก่อนถึงซอย 24 จะมีป้าย “เส้นทางลัดพุทธมณฑลสาย 2″

Setthasiri Pinklao - Kanchana

เลี้ยวซ้ายที่ซอยนี้

Setthasiri Pinklao - Kanchana

เมื่อเข้ามาประมาณ 200 เมตรจะเจอกับป้ายโครงการอยู่ฝั่งขวามือ

หน้าทางเข้ามีการฉีดละอองน้ำอยู่ตลอดช่วงกลางวันเพื่อทำให้ทางเข้ารู้สึกเย็นตลอดเวลา (ให้น้ำเข้าสู่กลไกออสโมซิสระเหยไปสร้างความเย็น)

หน้าทางเข้ามีการฉีดละอองน้ำอยู่ตลอดช่วงกลางวันเพื่อทำให้ทางเข้ารู้สึกเย็นตลอดเวลา (ให้น้ำเข้าสู่กลไกออสโมซิสระเหยไปสร้างความเย็น)

Sethasiri Pinklao - Kanchana

ประตูรั้วเข้าสู่ตัวโครงการ

บรรยากาศรอบโครงการ

Setthasiri Pinklao - Kanchana

ภายในซอยส่วนใหญ่จะเป็นที่จอดรถบรรทุกสำหรับบริษัทโลจิสติกส์ต่างๆ

Setthasiri Pinklao - Kanchana

ที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่จะเป็นทาวน์เฮ้าส์ที่ค่อนข้างมีอายุ ถนนสัญจรภายในซอยมี 2 ช่องเดินรถ ซึ่งเป็นซอยที่เชื่อมระหว่างถนนกาญจนาฯและถนนพุทธมณฑลสาย 2

สถานที่ Lifestyle

ในข้างต้นเราได้พูดถึงร้านอาหารเก๋ๆที่ผุดขึ้นเต็มถนนราชพฤกษ์อาทิเช่น Villa De Bear, จับแพะชลแกะ และ The Most Bar & Bistro มาดูกันว่าทำไมสถานที่เหล่านี้จึงควรลองไปแวะทานอาหารในวันหยุดสุดสัปดาห์

Villa De Bear

วิลล่า เดอ แบร์ คือร้านอาหารประเภทฟิวชั่นซึ่งมีทั้งไทยและเทศ รวมถึงร้านเบเกอรี่ที่อยู่ด้านหน้าทางเข้า การตกแต่งเน้นไปสไตล์บ้านในฝั่งยุโรปเหนือแบบสวิตเซอร์แลนด์และไอร์แลนด์ที่มาในโทนสีขาว จุดเด่นคือการที่มี mascot ประจำร้านเป็นพี่หมีที่จะคอยต้อนรับแขกและจะแวะเล่นกับบรรดาคุณหนูๆ

Setthasiri Pinklao - Kanchana

บรรยากาศทางเข้าร้าน ที่เห็นในรูปคือจุดของร้านเบเกอรี่ ลูกค้าจะต้องเข้าไปบริเวณนี้เพื่อรับบัตรคิวโต๊ะก่อน (รอไม่นานมากนัก) ภาพ via: facebook.com/villa-de-bear

Setthasiri Pinklao - Kanchana

พี่หมีที่เป็น mascot ของร้านมาในชุดคาวบอย ภาพ via: facebook.com/villa-de-bear

Setthasiri Pinklao - Kanchana

ภายในร้านมีบริการทั้งโซน indoor และ outdoor โดยการตกแต่งภายในอินดอร์จะเป็นแบบ modern barn หรือโรงนาสมัยใหม่ ภาพ via: facebook.com/villa-de-bear

เมนูแนะนำ (ผู้สนใจแวะไปที่ร้านสามารถตรวจสอบโปรโมชั่นอาหารดีๆได้ที่ facebook.com/Villa-De-Bear)

De Bear double cheese burger

ดับเบิ้ลชีสเบอร์เกอร์ที่ประกบด้วยขนมปัง Brown Bread ภาพ via: facebook.com/villa-de-bear

Setthasiri Pinklao - Kanchana

สาคูแซลมอนบลูเบอรี่ ภาพ via: facebook.com/villa-de-bear

จับแพะชลแกะ

ร้านนี้อยู่บนถนนราชพฤกษ์เช่นเดียวกัน (ไม่ไกลจาก Villa De Bear) โดยร้านนี้จะมี theme อยู่ที่การจัดในสไตล์ Retro หรือแนวย้อนยุค เน้นไปที่การนำหุ่นจำลองขนาดเท่าตัวจริงของบรรดาซุปเปอร์ฮีโร่ต่างๆทั้งอดีตและปัจจุบันมาจัดวางให้ลูกค้าได้ถ่ายรูปเก๋ๆกัน

Setthasiri Pinklao - Kanchana

โซน outdoor มีทั้งแบบที่เป็นนั่งโต๊ะเก้าอี้และโซฟาแชร์เม็ดโฟมจะนั่งเล่นหรือนอนเล่นก็ได้ ยิ่งหน้าหนาวจะเป็นอะไรที่ฟินน์มากๆ backdrop ด้านหลังที่่เห็นคือโมเดลการ์ตูนทั้งญี่ปุ่นและอเมริกาต่างๆ ภาพ via: facebook.com/จับแพะ-ราชพฤกษ์

Setthasiri Pinklao - Kanchana

โซน indoor จะเน้นไปที่ห้องจัดเลี้ยงที่มีบริการคาราโอเกะเหมาะสำหรับงานจัดเลี้ยงวันเกิดหรืองานเลี้ยงบริษัทเนื่องในโอกาสต่างๆ เช่นกันตุ๊กตุ่นฮีโร่ยังคงถูกนำมาตกแต่งภายในห้อง ภาพ via: facebook.com/จับแพะ-ราชพฤกษ์

Setthasiri Pinklao - Kanchana

ไม่ว่าฮีโร่ในดวงใจของคุณจะเป็นใครก็ตามหาแวะเลือกถ่ายได้เลย ภาพ via: facebook.com/จับแพะ-ราชพฤกษ์

The Most Bar & Bistro

มากันที่ร้านแนะนำสุดท้าย The Most Bar & Bistro เป็นร้านอาหารฟิวชั่นเช่นเดียวกันแต่จะเน้นไปทางฝั่งอิตาลีเล็กน้อย การตกแต่งร้านจะเป็นสไตล์โมเดริ์นแสงสี จุดเด่นคือการมีสระน้ำเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศร้าน ในทุกเดือนจะมีศิลปินดังมาเล่นในบรรยากาศสด ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลได้ที่ facebook.com/The Most Bar&Bistro

Setthasiri Pinklao - Kanchana

หากขับรถผ่านจะเห็นแสงไฟ spotlight ฉายออกมาจากตัวร้านเป็นจุดเด่นของถนนราชพฤกษ์เลยทีเดียว ภาพ via: facebook.com/The Mose Bar&Bistro

Setthasiri Pinklao - Kanchana

สระน้ำสร้างบรรยากาศขณะรับประทานอาหารกับเครื่องดื่ม ภาพ via: facebook.com/The Mose Bar&Bistro

Setthasiri Pinklao - Kanchana

ทางร้านมีเตาอบพิซซ่าขนาดใหญ่แบบอิตาลีซึ่งจะอบสดๆกันทุกคืน facebook.com/The Mose Bar&Bistro

Setthasiri Pinklao - Kanchana

เครื่องดื่มชั้นเยี่ยมที่ถูกจัดเก็บในห้องเก็บอุณหภูมิเฉพาะของร้าน ภาพ via: facebook.com/The Mose Bar&Bistro

แผนที่จากโครงการไปยังร้านทั้งสามนี้

Setthasiri Pinklao - Kanchana

 

แสดงทั้งหมด

บทวิเคราะห์

หลังจากที่สองพระเอกหลักที่กล่าวไปในบทวิเคราะห์ศักยภาพทำเลยนั่นคือ ถนนตัดใหม่สายพระเทพ และ ทางด่วนพิเศษสายศรีรีช – วงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ เข้ามาช่วยเพิ่มบทบาทในการดึงดูดจำนวนของประชากรเข้ามาอยู่อาศัยในย่านที่เกี่ยวข้องกับถนนกาญจนาภิเษกมากขึ้น ดีเวลลอปเปอร์ต่างๆ ต่างนำแบรนด์บ้านเดี่ยวในระดับท็อปของตนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของตลาดในย่านนี้ ตัวอย่างเช่นค่าย เอสซี แอสเซท ที่นำแบรนด์ระดับบนสุดอย่าง แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ปิ่นเกล้า มาตั้งบนซอยเดียวกับโครงการ เศรษฐสิริ ปิ่นเกล้า – กาญจนาฯนี้ หรือจะเป็นค่าย เอพี (ไทยแลนด์) ที่เลือกแบรนด์บ้านเดี่ยวระดับบนอย่าง เดอะ พาลาซโซ มาปักหมุดลงบนถนนตัดใหม่สายพระเทพในช่วงถนนราชพฤกษ์เช่นเดียวกัน โดยในโซนที่เอพีเข้าไปพัฒนาโครงการนั้นยังคงเป็นเขตโซนพื้นที่สีเขียวควรอนุรักษ์เช่นเดียวกันซึ่งตามกฎผังเมืองแล้วจะต้องเป็นโครงการบ้านเดี่ยวที่มีพื้นที่ 100 ตร.ว. ต่อยูนิตขึ้นไป

ต้องคอยติดตามว่าอัตราดูดซับ (take – up rate) ของตลาดบ้านเดี่ยวระดับบนจะออกมาดีมากเท่าไรเพราะเป็นปัจจัยสำคัญในเรื่องเวลาของการเปิดเฟสต่อไปของโครงการ สำหรับราคาที่ดินที่ซื้อขายกันบนถนนกาญจนาฯโซนใกล้กับถนนบรมฯจะอยู่ที่ประมาณ 50,000 – 200,000 บาท ต่อ ตร.ว. และโซนถนนพระเทพที่เปิดใหม่นั้นมีราคาซื้อขายที่ดินประมาณ 30,000 – 100,000 บาท ต่อ ตร.ว. (ข้อมูลจากกรมธนารักษ์ในรอบประเมินล่าสุด) ทั้งนี้เมื่อเทียบกับราคาซื้อขายก่อนรอบการประเมินล่าสุดหรือคือก่อนที่จะมีโครงการถนนตัดใหม่เข้ามาราคาซื้อขายจะอยู่เพียงแค่ 10,000 – 20,000 บาทต่อ ตร.ว. เพียงเท่านั้น

คาดว่าหลังจากรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินสถานีบางแคเปิดบริการจะมีการขยับขึ้นของราคาที่ดินบนถนนกาญจนาฯโดยเฉพาะในโซนติดกับถนนเพชรเกษม แต่อาจจะไม่ได้ขยับในระดับที่หวือหวามากนักเนื่องจากสถานีบางแคยังถือว่าเป็นสถานีที่ต้องใช้ระยะเวลาการเดินทางประมาณหนึ่งในการเข้าสู่สถานีที่อยู่ในโซนซีบีดีต่างๆ อย่างไรก็ตามสำหรับการขยับขึ้นของราคาตัวบ้านนั้นอาจจะเคลื่อนไหวไปในระดับที่ช้ามากเนื่องจากระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานต่างๆถือว่าเข้ามาค่อนข้างพร้อมแล้ว และตลาดบ้านเดี่ยวในระดับบนอาจจะไม่มีแรงการซื้อเพื่อเข้ามาเก็งกำไรขายในอนาคตเป็นแน่เนื่องจากราคาจองทำสัญญาและราคาบ้านที่สูง เมื่อไม่มีการซื้อขายกันในลักษณะนี้ก็ปราศจากการปรับขึ้นของราคาอย่างมีนัยสำคัญ จึงค่อนข้างมั่นใจได้ว่าผู้ซื้อยูนิตในโครงการบ้านเดี่ยวระดับไฮเอนด์มีคำว่า “เรียลดีมานด์” เพื่อการอยู่อาศัยอย่างแท้จริง รวมไปถึงตลาดเช่าเองก็ไม่น่าจะเกิดขึ้นเพราะต้องใช้เงินลงทุนเป็นอย่างมากเพื่อซื้อหรือดาวน์ประกอบกับดีมานด์การเช่าที่ไม่ค่อยมีนักในโปรดักส์ระดับบนแบบนี้

Setthasiri Pinklao - Kanchana

Grand Bangkok Boulevard Pinklao (SC Asset) ภาพ via: scasset.com

รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ: แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ปิ่นเกล้า (Grand Bangkok Boulevard Pinklao)
ชื่อผู้พัฒนาโครงการ: บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน): SC
ที่ตั้งโครงการ: ถนนพุทธมณฑลสาย 2 เขตทวีวัฒนา
ประเภทโครงการ: บ้านเดี่ยว 2 ชั้น
พื้นที่โครงการ: 30 – 3 – 43 ไร่
จำนวนยูนิต: 48 ยูนิต
รูปแบบบ้าน:
Grand Guadiana ขนาดพื้นที่ใช้สอย 499 ตร.ม. ขนาดที่ดินเริ่มต้น 150 ตร.ว ประกอบด้วย 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ
Grand Are ขนาดพื้นที่ใช้สอย 486 ตร.ม. ขนาดที่ดินเริ่มต้น 119.6 ตร.ว ประกอบด้วย 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ
ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 23 ล้านบาท

The Palazzo

โครงการ แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ตั้งอยู่บนถนนพุทธมณฑลสาย 2 ซึ่งสามารถเข้าถึงได้จากซอย 24 ที่เป็นที่ตั้งของ เศรษฐสิริ ปิ่นเกล้า – กาญจนาฯ ภาพ via: Google Map

Setthasiri Pinklao - Kanchana

The Palazzo Charansanitwong – Ratchapruek (AP Thailand) ภาพ via: apthai.com

รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ: เดอะ พาลาซโซ่ จรัญสนิทวงศ์ – ราชพฤกษ์ (The Palazzo Charansanitwong – Ratchapruek)
ชื่อผู้พัฒนาโครงการ: บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน): AP
ที่ตั้งโครงการ: เขตตลิ่งชัน (บนถนนตัดใหม่สายพระเทพ)
ประเภทโครงการ: บ้านเดี่ยว 2 ชั้น
พื้นที่โครงการ: 17 – 1 – 44 ไร่
จำนวนยูนิต: 30
รูปแบบบ้าน:
Merit พื้นที่ใช้สอย 346 ตร.ม. ประกอบด้วย 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 3 คัน
Grandeur พื้นที่ใช้สอย 414 ตร.ม. ประกอบด้วย 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 3 คัน
ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 25 ล้านบาท

Setthasiri Pinklao - Kanchana

โครงการ เดอะ พาลาซโซ่ ตั้งอยู่บนถนนตัดใหม่สายพระเทพตำแหน่งใกล้กับถนนราชพฤกษ์สามารถเข้าถึงได้จากถนนกาญจนาฯเช่นเดียวกัน ภาพ via: Google Map

ตารางเปรียบเทียบ

Setthasiri Pinklao - Kanchana

แสดงทั้งหมด

สรุป

แสนสิริ มีชื่อเสียงด้านโปรดักส์ระดับบนอยู่แล้วทั้งในตลาดบ้านเดี่ยวและคอนโดฯ ทำให้ผู้ซื้อสามารถไว้ใจในเรื่องคุณภาพทั้งในด้านโครงสร้างและวัสดุต่างๆที่มาพร้อมกับตัวบ้าน เนื่องจากแผนกควบคุมมาตรฐานของแสนสิริเองเข้ามาคุมทุกขั้นตอนการก่อสร้างของกลุ่มผู้รับเหมา ถึงแม้ว่าส่วนกลางจะยังไม่มีภาพของจริงให้ได้ดูกัน แต่คาดว่าแสนสิริไม่ทำให้ผู้อยู่อาศัยผิดหวังในเรื่องของสิ่งอำนวยความสะดวกที่จะได้รับจากการซื้อบ้านในระดับราคาเริ่มต้นที่ 15 ล้านอย่างแน่นอน เศรษฐสิริ ปิ่นเกล้า – กาญจนาฯ ดูเหมือนว่าน่าจะตอบโจทย์กลุ่มวัยผู้ใหญ่ที่ขึ้นสู่ระดับผู้บริหารประกอบกับต้องการให้ครอบครัวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จผ่านการอยู่อาศัยในบ้านระดับคุณภาพนี้ โดยขนาดเริ่มต้นของยูนิตสามารถรองรับการอยู่อาศัยสำหรับครอบครัวขนาดใหญ่ได้ทันที

การอยู่อาศัยบนทำเลนี้การเดินทางไปไหนมาไหนยังคงต้องอาศัยรถยนต์ส่วนตัวไม่ว่าจะเป็นการเข้าสู่พื้นที่แนวรถไฟฟ้า BTS สถานีบางหว้า (ปัจจุบัน) หรือจะเป็นสายสีน้ำเงินสถานีบางแค (ในอนาคต) รวมถึงการข้ามไปยังฝั่งกรุงเทพฯตะวันออกก็ตามที่ถูกเสริมความสะดวกสบายด้านการเดินทางด้วยทางพิเศษสายศรีรัช – วงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ และการเข้าสู่ถนนเส้นสำคัญต่างๆของกรุงเทพฯฝั่งตะวันตกอย่าง ราชพฤกษ์, จรัญฯ – ปิ่นเกล้า ที่ถูกเสริมความสะดวกด้วยถนนตัดใหม่สายพระเทพ นอกจากการเดินทางเข้าเมืองแล้วการเดินทางไปโซนภาคกลางตอนบนก็สามารถทำได้สบายผ่านถนนพุทธมณฑลสายต่างๆและจะสะดวกยิ่งขึ้นจากส่วนต่อขยายของถนนสายพระเทพที่จะสามารถไปลงยังสาย 3 – 4 ได้ในอนาคต

แสดงทั้งหมด
Eric Wong

chaiyasit bunnag