‘จตุจักร’ พื้นที่บริเวณใกล้ห้าแยกลาดพร้าว หรือที่คุ้นเคยกันว่าเป็น สวนจตุจักร จุดเชื่อมต่อการเดินทางที่สำคัญของพื้นที่กรุงเทพฯ ตอนเหนือกับหัวเมืองชั้นใน และพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพฯ โดยในอดีตก่อนปี พ.ศ. 2500 ย่านจตุจักร ถือเป็นย่านชานเมืองกรุงเทพฯ ที่ยังมีความเป็นป่า เป็นทุ่งนา มีความเป็นชุมชนน้อยมาก และที่ดินส่วนใหญ่เป็นที่ดินของภาครัฐ ซึ่งจุดเริ่มต้นที่ทำให้ย่านจตุจักรกลายเป็นย่านที่บูมมาก ๆ เกิดจากการที่ที่ดินของภาครัฐในย่านนี้ถูกนำมาใช้ประโยชน์สาธารณะในด้านต่าง ๆ ที่ดึงคนให้เข้าสู่พื้นที่จำนวนมหาศาล จนกลายเป็นพื้นที่ฮอตในปัจจุบัน

หากย้อนกลับไปราวๆ ต้นปี พ.ศ.2503 บริษัท ขนส่ง จำกัด กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า บขส. ได้ใช้พื้นที่บริเวณถนนพหลโยธิน ฝั่งขาเข้า ใกล้ห้าแยกลาดพร้าว (พื้นที่ที่เป็นศูนย์ซ่อมบำรุง BTS และลานจอดรถในปัจจุบัน) ซึ่งเป็นที่ดินของกรมธนารักษ์ เป็นสำนักงานที่ทำการ สถานีต้นทางของรถ บขส. และรถร่วม บขส. ออกจากกรุงเทพฯ ไปยังจังหวัดในภาคเหนือ ภาคอีสานและกลางบางจังหวัด ซึ่งเดิมจะเรียกพื้นที่นี้ว่า สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) หรือ หมอชิต

ผู้คนที่เดินทางมาจากภาคเหนือ ภาคอีสาน ด้วยรถทัวร์ บขส. หรือรถร่วม บขส. เพื่อเข้ากรุงเทพฯ จะต้องลงสถานีนี้ เพื่อเชื่อมต่อรถอื่น ๆ ไปยังจุดหมายปลายทางของตัวเอง เช่นเดียวกับผู้ที่จะเดินทางไปยังภาคเหนือและภาคอีสานด้วยรถทัวร์ ก็จะต้องเดินทางมายังสถานีขนส่งแห่งนี้ พื้นที่บริเวณนี้จึงเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางที่สำคัญมาก เพราะเมื่อพื้นที่นี้เป็นสถานีขนส่งฯ สำคัญที่มีคนต้องมาใช้บริการจำนวนมาก ทำให้มีรถเมล์จากทั่วทุกมุมของกรุงเทพฯ วิ่งเข้าสู่พื้นที่นี้ ส่งคน รับคน ทำให้บริเวณนี้เปรียบเสมือนศูนย์กลางการเดินทาง ที่ไม่ใช่เฉพาะคนต่างจังหวัดเข้าสู่กรุงเทพฯ แต่เป็นศูนย์กลางการเดินทางจากพื้นที่กรุงเทพฯ ตอนเหนือ สู่ทุกพื้นที่ทั่วกรุงเทพฯ

นอกจากความเป็นศูนย์กลางการเดินทางที่สำคัญแล้ว ในปี พ.ศ. 2518 การรถไฟแห่งประเทศไทยได้น้อมเกล้าฯ ถวายที่ดิน 100 ไร่ เพื่อสร้างสวนสาธารณะตามพระราชประสงค์ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 4 รอบ หรือ 48 พรรษา และได้รับพระราชทานนามจากในหลวง รัชกาลที่ 9 ว่า “สวนจตุจักร” พร้อมเปิดทำการสวนแห่งนี้ในปี พ.ศ. 2523

และในปี พ.ศ. 2525 กรุงเทพมหานครได้จัดระเบียบพื้นที่ค้าขายหาบเร่แผงลอย โดยขอใช้ที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทยบริเวณริมถนนพหลโยธิน ฝั่งขาออก (มุ่งหน้าห้าแยกลาดพร้าว) หรือตรงข้ามกับสถานีขนส่งฯ หมอชิต (เดิม) ภายใต้ชื่อ ตลาดนัดย่านพหลโยธิน ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “ตลาดนัดจตุจักร” พร้อมกับย้ายพ่อค้าแม่ค้าจากสนามหลวงมายังพื้นที่แห่งนี้

ด้วย 3 ปัจจัย ทั้งศูนย์กลางการเดินทาง สวนสาธารณะขนาดใหญ่ และตลาดนัด ทำให้ดึงคนจากทั่วประเทศไทยเข้าสู่พื้นที่ย่านจตุจักรจำนวนมหาศาล พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทาง แหล่งพักผ่อนหย่อนใจ แหล่งค้าขาย และแหล่งช้อปปิ้งที่คนต้องมา

หัวเมืองชั้นในที่ขยายตัว และความเป็นเมืองที่เริ่มเกิดขึ้นบริเวณย่านจตุจักรแห่งนี้ ทำให้กรมธนารักษ์เจ้าของพื้นที่ศูนย์ขนส่งหมอชิต (เดิม) ขอคืนพื้นที่นี้จาก บขส. เพื่อให้กลุ่มรถไฟฟ้า BTS เข้ามาเช่าใช้พื้นที่แทน และจะนำที่ดินบางส่วนบริเวณนี้เปิดให้เอกชนประมูล เพื่อพัฒนาเป็นโครงการเชิงพาณิชย์ ตอกย้ำภาพความเป็นย่านเชิงพาณิชย์ให้เต็มรูปแบบ โดยในปี พ.ศ. 2541 สถานีขนส่งฯ ก็ย้ายจากบริเวณนี้ไปยังถนนกำแพงเพชร (ที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย) ซึ่งในยุคแรกๆ นิยมเรียกศูนย์ขนส่งฯ แห่งนี้ว่า “หมอชิตใหม่” ส่วนพื้นที่สถานีขนส่งฯ หมอชิตเดิม จะเรียกว่า หมอชิตเก่า

แม้ว่าจะย้ายสถานีขนส่งฯ หมอชิตเก่าไปยังหมอชิตใหม่แล้ว แต่พื้นที่บริเวณนี้ยังคงเป็นศูนย์กลางการเดินทางที่สำคัญของกรุงเทพฯ

เพราะหลังจากที่สถานีขนส่งฯ ย้ายไป ก็มีขนส่งมวลชนรูปแบบใหม่ “รถไฟฟ้า” เข้าสู่พื้นที่นี้ ด้วยความคุ้นเคยของคนในยุคนั้นกับการเรียกย่านนี้ว่า หมอชิต รถไฟฟ้า BTS จึงใช้ชื่อสถานีนี้ว่า สถานีหมอชิต ซึ่งเป็นสถานีปลายทางของรถไฟฟ้าสายสุขุมวิทมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 จนถึงปัจจุบัน (แต่ในอนาคตสถานีนี้จะมีส่วนต่อขยายไปยาวไปอีกจนถึงย่านสะพานใหม่) ส่วนรถไฟฟ้า MRT ที่เปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2547 ก็เลือกใช้ชื่อสถานีบริเวณนี้ว่า สถานีจตุจักร

ในยุคที่มีรถไฟฟ้าเปิดให้บริการใหม่ ๆ คนยังไม่นิยมใช้บริการมากนัก แต่พื้นที่นี้ก็เป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางขนาดใหญ่ ทั้งรถเมล์ รถตู้สาธารณะ อีกทั้ง คนที่จะเดินทางไปยังสถานีขนส่งฯ หมอชิตใหม่ในยุคนั้น ก็ยังต้องมาต่อรถบริเวณนี้เพื่อเข้าสู่สถานีขนส่งฯ เพราะรถเมล์ที่เข้าสู่หมอชิตใหม่ยังมีไม่มากนัก จนกระทั่งรถไฟฟ้าเป็นที่นิยม ยิ่งทำให้ย่านจตุจักร เป็นจุดเชื่อมต่อรถที่สำคัญมากขึ้นอีก เพราะทั้งรถไฟฟ้า 2 ระบบ รถเมล์สายต่าง ๆ รถตู้สาธารณะ รถ Shuttle Bus ไปสนามบินดอนเมือง ต่างมุ่งหน้ามารวมศูนย์อยู่บริเวณนี้

ย่านจตุจักรในปัจจุบัน

Night view of Chatuchak park lake and architecture

จากอดีตถึงปัจจุบัน แม้ความเป็นศูนย์กลางการเดินทางจะยังเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง แต่ความบูมของย่านจตุจักรกลับเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว โดยเฉพาะตลาดนัดจตุจักร ที่ไม่เพียงแต่ดึงนักช้อปคนไทยเท่านั้น แต่ยังดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เข้าสู่พื้นที่จำนวนมากด้วยเช่นกัน โดยย่านจตุจักรกลายเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องมาเยือน มากิน มาช้อปปิ้ง ย่านจตุจักร จึงเป็นย่านที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในวงกว้าง และเริ่มดึงดูดนักพัฒนาที่ดินให้เข้ามา ทั้งทั้งอาคารสำนักงานเกรด A และคอนโดมิเนียม

ด้วยความที่ที่ดินส่วนใหญ่เป็นที่ดินของรัฐ เมื่อมีโครงการของภาคเอกชนเปิดออกมาขายแบบฟรีโฮลด์ (ขายกรรมสิทธิ์) ระดับราคาจึงถูกปั่นให้ไต่ระดับจากคอนโดมิเนียมระดับกลางสู่ความเป็นไฮเอนด์ ชูจุดขายทั้งการเดินทางสะดวก มีวิวสวนสาธารณะ เจาะขายทั้งนักลงทุนชาวไทยและชาวต่างชาติ ยิ่งเมื่อผสมกับบริเวณห้าแยกลาดพร้าวที่เจริญเติบโตมากขึ้น ยิ่งทำให้ภาพรวมของย่านจตุจักรร้อนแรงมากขึ้น

แต่ไม่ใช่ทุกโครงการบนย่านจตุจักรจะประสบความสำเร็จ เพราะหากสำรวจดูจะพบว่า โครงการค้าปลีกขนาดใหญ่บนถนนกำแพงเพชรใกล้กับตลาดนัดจตุจักรก็ไม่ได้รับการตอบรับมากนัก มีเพียงโครงการทางฝั่งถนนพหลโยธินที่ติดกับรถไฟฟ้าเท่านั้นที่ยังคงเติบโต

สำหรับโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างในปัจจุบันอย่างรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียวส่วนต่อขยาย (สถานีหมอชิต-สะพานใหม่) จะยิ่งมีส่วนสำคัญที่ทำให้ย่านจตุจักรเป็นจุดศูนย์กลางการเชื่อมต่อการเดินทางที่สำคัญของกรุงเทพฯ

สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับดัชนีราคาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ ได้ที่ DDproperty Property Index

อนาคตของย่านจตุจักร

ปัจจุบันมีหลายโครงการที่ถูกหยิบยกขึ้นมากล่าวถึง ไม่ว่าจะเป็น โครงการเชิงพาณิชย์ที่กรมธนารักษ์ตั้งใจจะเปิดให้เอกชนมาทำตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 หรือตั้งแต่ก่อนขอพื้นที่คืนจากสถานีขนส่งฯ หมอชิตเก่า แต่อาจจะเจอภาวะเศรษฐกิจในปี พ.ศ. 2540 โครงการนี้จะหยุดชะงักไป โดยในยุคนั้น บริษัท บางกอกเทอร์มินอล จำกัด เป็นผู้ได้สัมปทานพัฒนาที่ดิน 63 ไร่บริเวณสถานีขนส่งหมอชิตเก่า เดิมวางแผนจะพัฒนาเป็นคอมเพล็กซ์ครบวงจร ประกอบด้วย โรงแรม พื้นที่รีเทล ศูนย์แสดงสินค้า อาคารสำนักงาน ฯลฯ ซึ่งเมื่อไม่นานนี้ ภาครัฐผลักดันให้ผู้ได้รับสัมปทานเดิมรื้อโครงการนี้กลับมาทำอีกครั้ง

จตุจักร

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่ภาครัฐจะดึงสถานีขนส่งฯ หมอชิตให้กลับมาอยู่ที่หมอชิตเก่า เรียกว่า หมอชิตใหม่ ย้ายกลับหมอชิตเก่า เพราะพื้นที่หมอชิตใหม่นั้น การรถไฟฯ จะขอคืนเพื่อนำไปพัฒนาเป็นโครงการเชิงพาณิชย์รองรับสถานีกลางบางซื่อ และก่อนหน้านี้ บขส. มีแนวคิดจะย้ายไปย้ายรังสิต แต่อาจจะไม่สะดวกต่อการเดินทาง จึงกลับมาที่แนวคิดย้ายหมอชิตกลับมาอยู่ที่เดิม

คงต้องจับตาดูกันว่า โครงการใดจะเกิดขึ้นก่อน ระหว่างโครงการเชิงพาณิชย์ของบางกอกเทอร์มินอล หรือการย้ายกลับมาของสถานีขนส่งฯ แต่โครงการที่เกิดแน่ๆ และส่งผลบวกกับย่านจตุจักร นั่นคือ รถไฟฟ้า BTS สายสีเขียวส่วนต่อขยาย (สถานีหมอชิต-สะพานใหม่)

Get the Guru View

หากโครงกาสถานีกลางบางซื่อเกิดขึ้นในย่านบางซื่อ พร้อมกับโครงการที่ภาครัฐอยากให้เกิดบนย่านจตุจักร ไม่ว่าจะเป็น โครงการเชิงพาณิชย์ของบางกอกเทอร์มินอล หรือการย้ายกลับมาของสถานีขนส่งฯ ล้วนส่งผลบวกให้กับย่านจตุจักรอย่างมหาศาล เพราะจากสถานีกลางบางซื่อมายังย่านจตุจักร เพียงแค่ 2 สถานีเท่านั้น ภาพรวมของทั้งย่านบางซื่อและย่านจตุจักรจะเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางที่สำคัญ และมีผลต่อเนื่องไปยังความต้องการที่อยู่อาศัย ตลาดคอนโดมิเนียม และโรงแรมจะเติบโต

เจาะลึกทุกทำเลในกรุงเทพฯ ที่น่าสนใจ และหากคุณกำลังค้นหาบ้าน-คอนโดฯ ที่ใช่ สามารถเลือกชมรีวิวโครงการใหม่ ก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน คอนโดฯ ทาวน์เฮ้าส์ ที่ตรงกับความต้องการของคุณ