ประวัติความเป็นมาของย่าน

ย่าน ‘ดอนเมือง’ เรียกว่าเป็นย่านที่เป็นที่รู้จักเป็นวงกว้าง ด้วยเพราะมีรถไฟ มีถนนตัดผ่าน และเป็นสถานที่ตั้งของท่าอากาศยานแห่งแรกของกรุงเทพฯ โดยย่านดอนเมือง อยู่ทางตอนเหนือของกรุงเทพฯ เดิมเป็นพื้นที่ป่าสะแกและทุ่งนา จนในปี พ.ศ. 2457 ที่เริ่มเปิดให้บริการสนามบินดอนเมือง หรือเดิมชื่อว่า ท่าอากาศยานกรุงเทพ (ปัจจุบันใช้ชื่อว่าท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง)

เป็นศูนย์รวมการเดินทางระหว่างประเทศที่สำคัญมากของประเทศไทย รวมถึง ยังมีหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการบินเข้ามาอยู่ในพื้นที่ด้วย ส่งผลให้เกิดชุมชน ธุรกิจต่าง ๆ รอบพื้นที่สนามบินแห่งนี้ และมีส่วนสำคัญที่ทำให้ชุมชนรอบสนามบินขยายตัว

ในอดีต กรุงเทพฯ ไม่ได้วางผังเมืองอย่างเป็นระบบ พื้นที่รอบสนามบินดอนเมือง จึงมีชุมชนรายล้อม และค่อย ๆ ขยายตัวตามการเติบโตของเมือง แม้ว่าการอยู่อาศัยใกล้สนามบินในบางทิศทาง จะได้รับผลกระทบทางเสียงจากการขึ้นลงของเครื่องบิน แต่คนดอนเมืองยอมรับได้กับการอยู่ในพื้นที่นี้ ซึ่งอาจเป็นเพราะการชุมชนดั้งเดิมต้องการค้าขาย ทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับภาคการบิน การท่องเที่ยว จึงมีการปักถิ่นฐานอยู่อาศัยในพื้นที่นี้เป็นเวลายาวนาน

ด้วยเพราะสนามบินดอนเมืองเปรียบเสมือนศูนย์กลางของพื้นที่ย่านนี้ ธุรกิจโดยรอบที่เกิดขึ้น จึงเกิดขึ้นเพื่อรองรับกลุ่มคนที่ทำงานในสนามบิน เช่น หอพัก บ้านพักให้เช่า โรงแรมขนาดเล็ก ร้านอาหาร ดอนเมือง ที่เที่ยวดอนเมือง ฯลฯ จึงเกิดขึ้นจำนวนมาก

ขณะที่ในแง่การเดินทางที่ถือว่าสะดวกมาก ด้วยถนนวิภาวดีรังสิต เป็นถนนขนาดใหญ่ เชื่อมต่อกับซอยย่อยต่าง ๆ เข้าเมืองไปทางถนนพหลโยธิน หรือจะเดินทางมุ่งหน้าไปทางเหนือของประเทศไทย รังสิต นครนายก อยุธยา ก็สะดวกมาก คนทางตอนเหนือของประเทศไทยบางส่วนจึงนิยมอยู่อาศัยย่านดอนเมือง เพราะเดินทางกลับภูมิลำเนาสะดวก

ปัจจัยดังกล่าว ทำให้ย่านดอนเมืองเป็นย่านแรก ๆ ที่เกิดตลาดหมู่บ้านจัดสรรยุคแรกขึ้นจำนวนมาก และส่วนใหญ่เป็นบ้านเดี่ยวของกลุ่มคนระดับกลางบน จนในยุคที่เมืองขยายตัวมากขึ้น

โครงการบ้านจัดสรรยุคใหม่ย่านดอนเมือง ส่วนใหญ่ยังคงเป็นบ้านเดี่ยว แต่เป็นบ้านเดี่ยวระดับไฮเอนด์มากขึ้น หรือเรียกว่าเป็นบ้านหรู เจาะกลุ่มคนที่มีฐานะ ต้องการขยับขยายจากบ้านเดิม ด้วยเพราะการเดินทางที่สะดวก และกลุ่มคนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับสนามบินที่มีกำลังซื้อสูงจะนิยมเลือกที่อยู่อาศัยย่านนี้

แต่ย่านดอนเมืองก็มีจุดเปลี่ยนสำคัญในปี พ.ศ. 2549 ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีความทันสมัยเปิดใช้งาน รัฐบาลในยุคนั้นจึงตัดสินใจปิดให้บริการสนามบินดอนเมือง เพื่อให้สนามบินสุวรรณภูมิเป็นสนามบินเดี่ยวของกรุงเทพฯ ซึ่งปัจจัยนี้ก็มีผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสนามบินซบเซา

ส่วนตลาดที่อยู่อาศัยย่านดอนเมืองไม่ได้ชะลอตัวมาก เพราะการเดินทางในย่านนี้ที่สะดวก ยังทำให้มีความต้องการที่อยู่อาศัยต่อเนื่อง แต่ความต้องการจากกลุ่มคนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับสนามบินอาจจะลดลง

อย่างไรก็ตาม สนามบินดอนเมืองถูกเปิดการใช้งานอีกครั้งในปี พ.ศ. 2550 แต่รองรับเฉพาะสายการบินต้นทุนต่ำ หรือโลว์คอสแอร์ไลน์ และเปิดเฉพาะเส้นทางบินภายในประเทศเป็นหลัก ทำให้บรรยากาศการค้าขายในย่านดอนเมืองกลับมาคึกคักอีกครั้ง และในปี พ.ศ. 2555 ท่าอากาศยานดอนเมืองได้กลับมาเปิดให้บริการในฐานะสนามบินนานาชาติอีกครั้ง ซึ่งถือเป็นสนามบินนานาชาติแห่งที่ 2 ของกรุงเทพฯ ทำให้ภาพรวมของธุรกิจและตลาดที่อยู่อาศัยย่านดอนเมืองกลับมาเติบโตเต็มรูปแบบรอบใหม่

ย่านดอนเมืองในปัจจุบัน

ปัจจุบันสนามบินดอนเมือง ยังคงเป็นศูนย์กลางของพื้นที่ย่านนี้ โดยหลังจากที่สนามบินดอนเมืองกลายเป็นสนามบินนานาชาติอีกครั้ง และแต่ละสายการบินยังคงขยายเส้นทางใหม่ ๆ เพิ่มจำนวนเที่ยวบิน รองรับความต้องการของนักเดินทางทั่วโลก ทำให้สนามบินดอนเมือง เป็นอีกหนึ่งสนามบินที่มีความสำคัญ ซึ่งภาครัฐยังมีแผนที่จะขยายสนามบินแห่งนี้เพิ่มเติม และจะส่งผลให้สนามบินดอนเมืองมีความสำคัญไม่แพ้กับสนามบินสุวรรณภูมิ

แต่นอกจากสนามบินดอนเมืองแล้ว การที่เมืองขยายตัว มีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนใหม่ ๆ เกิดขึ้นบนย่านดอนเมืองและพื้นที่ใกล้เคียง ก็มีผลให้แหล่งงานย่านดอนเมืองมีความหลากหลาย ไม่ได้จำกัดเฉพาะแหล่งงานในสนามบินหรือธุรกิจที่เกี่ยวข้อง แต่ยังมีหน่วยงานอื่น ๆ เป็นทางเลือกด้วย
ขณะที่ตลาดที่อยู่อาศัย นอกจากบริเวณริมถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งถือเป็นตลาดบ้านระดับไฮเอนด์ ราคาไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท

พื้นที่ที่มีโครงการที่อยู่อาศัยเกิดขึ้นจำนวนมากจะเป็นโซนดอนเมือง-สรงประภา ซึ่งปัจจุบันการที่เมืองเปิด หน้าดินใหม่ ๆ เกิดขึ้น ทำให้ย่านดอนเมืองมีที่อยู่อาศัยให้เลือกหลากหลายมากขึ้น โดยแน่นอนว่า หากเป็นทำเลติดริมถนนใหญ่ จะเป็นตลาดหรู แต่หากเข้าสู่ถนนย่อย ตลาดบ้านมีให้เลือกตั้งแต่ทาวน์เฮาส์ ระดับราคา 2 ล้านบาท บ้านแฝดสไตล์บ้านเดี่ยว 3-4 ล้านบาท ไปจนถึงบ้านเดี่ยว 5-6 ล้านบาท จำนวนโครงการเกิดใหม่ก็มีต่อเนื่อง รองรับความต้องการที่หลากหลาย

อนาคตของย่านดอนเมือง

ทำเลดอนเมืองมีศักยภาพเติบโตมากขึ้นจาก 2 โครงการใหญ่ ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม บางซื่อ-รังสิต ที่วิ่งผ่านย่านดอนเมือง ก็จะทำให้คนที่อยู่อาศัยย่านนี้เดินทางสะดวกมากขึ้นทั้งการเข้าเมืองและออกนอกเมือง เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าได้หลายสาย อาทิ รถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน บางซื่อ-ตลิ่งชัน รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ และรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT

นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งโครงการใหญ่คือโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณ-อู่ตะเภา) ล่าสุดวันที่ 24 ตุลาคม 2562 มีการลงนามสัญญาร่วมลงทุนระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย และบริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด (กลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร) เพื่อสนับสนุนโครงการรถไฟความเร็วสูง 3 สนามบินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นับเป็นครั้งแรกของรัฐบาลที่ได้ผลักดันโครงการรถไฟความเร็วสูงในรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP Net Cost) ที่มีมูลค่าสูงถึง 224,544 ล้านบาท โดยที่ประเทศได้ประโยชน์สูงสุดจากข้อตกลงสัญญาสัมปทาน โดยมีกรอบวงเงินที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติ 119,425 ล้านบาท (มูลค่าปัจจุบัน) ปรากฏว่ากลุ่มเอกชนเสนอกรอบวงเงินที่รัฐร่วมลงทุน 117,226 ล้านบาท (มูลค่าปัจจุบัน) ส่งผลให้รัฐประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึง 2,200 ล้านบาท ภายใต้สัญญาร่วมลงทุน 50 ปี อีกทั้งทรัพย์สินทั้งหมดจะเป็นกรรมสิทธิ์ของรัฐเมื่อสิ้นสุดสัญญา

โดยโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) มีระยะทางรวม 220 กิโลเมตร มีทั้งหมด 9 สถานี ได้แก่ 1. สถานีดอนเมือง 2. สถานีกลางบางซื่อ 3. สถานีมักกะสัน 4. สถานีสุวรรณภูมิ 5. สถานีฉะเชิงเทรา 6. สถานีชลบุรี 7. สถานีศรีราชา 8. สถานีพัทยา และ 9 สถานีอู่ตะเภา

มีแนวเส้นทางเริ่มต้นที่ท่าอากาศยานดอนเมือง วิ่งตรงเข้าสู่สถานีกลางบางซื่อ ผ่านสถานีมักกะสัน เลี้ยวเข้าสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มุ่งหน้าต่อไปตามแนวทางรถไฟสายตะวันออก ผ่านแม่น้ำบางปะกง เข้าสู่สถานีฉะเชิงเทรา สถานีชลบุรี สถานีศรีราชา สถานีพัทยา และเข้าสู่ท่าอากาศยานอู่ตะเภาเป็นสถานีสุดท้าย ระยะทางรวม 220 กิโลเมตร โดยขบวนรถสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

โดยรถไฟฟ้าทั้ง 2 สายจะเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ย่านดอนเมือง มีการเปลี่ยนโฉมรูปแบบที่อยู่อาศัย จะมีความหลากหลายมากขึ้น จากแนวราบ จะเริ่มเห็นตลาดคอนโดมิเนียมมากขึ้น

 

Get the Guru View

โครงการสายสีแดงท่าอากาศยาน ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ จะมีทำให้เกิดตลาดโรงแรมขนาดเล็ก โฮสเทลมากขึ้น เช่นเดียวกับตลาดคอนโดมิเนียมที่จะขยายตัว ส่วนโครงการเชิงพาณิชย์ จะเกิดในลักษณะคอมมูนิตี้มอลล์มากกว่าศูนย์การค้าขนาดใหญ่

 

เจาะลึกทุกทำเลในกรุงเทพฯ ที่น่าสนใจ และหากคุณกำลังค้นหาบ้าน-คอนโดฯ ที่ใช่ สามารถเลือกชมรีวิวโครงการใหม่ ก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน คอนโดฯ ทาวน์เฮ้าส์ ที่ตรงกับความต้องการของคุณ