ประวัติความเป็นมาของย่าน

ย่าน ‘ตลาดพลู’ อยู่บริเวณถนนเทอดไท ติดกับคลองบางหลวง หรือคลองบางกอกใหญ่ เป็นอีกหนึ่งย่านเก่าแก่ของกรุงเทพฯ จากการที่ชุมชนชาวจีนมาตั้งถิ่นฐานมาเป็นระยะเวลายาวนานตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี จนในยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น หลังจากที่ย้ายราชธานีไปอยู่ฝั่งพระนคร และย้ายชาวจีนที่ตั้งรกรากอยู่บริเวณจากท่าเตียนไปอยู่แถวย่านสำเพ็ง ชาวจีนบางส่วนจากตลาดพลูก็ย้ายไปอยู่อาศัยยังย่านสำเพ็งด้วยเช่นกัน

แต่ย่านตลาดพลู ยังเป็นย่านมีที่คนจีนอยู่อาศัยจำนวนมาก เป็นชุมชนอยู่อาศัยริมคลอง ซึ่งในยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น คนที่อยู่อาศัยย่านนี้เริ่มทำสวนพลูจนเป็นอาชีพที่แพร่หลาย ทำให้พื้นที่บริเวณนี้กลายเป็นตลาดขายพลูขนาดใหญ่ที่คนกรุงในเวลานั้นรู้จักเป็นอย่างดี จนในยุคที่มีการประกาศยกเลิกการนุ่งโจงกระเบนและกินหมาก ความต้องการในการกินหมากพลูค่อยๆ ลดน้อยถอยลง แต่ชุมชนอยู่อาศัยย่านนี้ยังคงแข็งแกร่ง ประกอบกับมีชาวจีนที่อพยพมาเข้ามาอยู่อาศัยย่านนี้อย่างต่อเนื่อง

ชุมชนตลาดพลู จึงเริ่มทำการค้าขายในรูปแบบอื่นทดแทนการค้าขายพลูที่เคยทำเป็นอาชีพหลัก โดยสินค้าที่นำมาขายจะคล้ายกับทางเยาวราชของฝั่งพระนคร คนฝั่งธนฯ ที่ต้องการสินค้าในแบบที่เยาวราชมี และไม่อยากเดินทางไปถึงเยาวราช ก็จะเลือกมาซื้อหาที่ย่านตลาดพลู เพราะการเดินทางในยุคสมัยนั้น ไม่ได้สะดวกสบายมากนัก โดยย่านตลาดพลูเปรียบเสมือนศูนย์กลางด้านการค้าขายของคนฝั่งธนฯ จึงมีนายทุนเข้ามาลงทุนทำโรงหนังถึง 2 โรงด้วยกัน จนมีคำกล่าวที่ว่า เยาวราชมีอะไร ตลาดพลูก็ต้องมีอย่างนั้น

นอกจากการค้าขายของที่ซื้อมาขายไปแล้ว คนในชุมชนตลาดพลูยังนิยมทำอาหารและขนมของชาวจีนแต้จิ๋วขายด้วย ทำให้ย่านตลาดพลูมีชื่อเสียงในเรื่องของกิน โดยเฉพาะขนมกุยช่าย หรือที่คนจีนที่อาศัยอยู่ในเมืองไทยเรียกว่า กูไช่ก้วย เป็นขนมที่ทำจากแป้ง หน้ากลม สีขาว มีไส้ต่างๆ อยู่ด้านใน เช่น ไส้ผักกุยช่าย ไส้เผือก ไส้หน่อไม้ ไส้มันแกว รวมถึง ขนมอั่งก้วย หรือ อั่งถ่อก้วย หรือ อังก้วยท้อ ที่วัตถุดิบและวิธีการทำคล้ายกับขนมกุยช่าย แต่ตัวแป้งจะใส่สีผสมอาหารเป็นสีชมพู และลักษณะของตัวขนมจะไม่กลม เพราะจะทำรูปลักษณ์เลียนแบบผลท้อ มีความเชื่อสืบต่อกันมาว่าเป็นขนมไหว้เทพเจ้า ไหว้บรรพบุรุษ ผู้ไหว้จะอายุยืน มีความสุข สุขภาพแข็งแรง

ไม่เพียงแต่ขนมกุยช่ายและขนมอั่งก้วย ย่านตลาดพลูยังมีร้านค้าขายขนมและอาหารอื่นๆ อีกจำนวนมาก เช่น กระเพาะปลา, ข้าวหมูแดง, ก๋วยเตี๋ยวและเกาเหลาเนื้อเปื่อย, ขนมไทย, เย็นตาโฟ, หมี่กรอบ, ขนมเบื้องไทย, ขนมเบื้องญวน จนในยุคที่สมัยใหม่ขึ้นมา เริ่มมีอาหารรูปแบบใหม่ๆ เกิดขึ้น ย่านตลาดพลูก็เริ่มมีอาหารเมนูสมัยใหม่ๆ เกิดขึ้น และยังคงความเป็นย่านของกินที่มีชื่อเสียงทั้งร้านดั้งเดิมและร้านยุคใหม่

จนกระทั่งปี 2552 หลังจากที่รถไฟฟ้า BTS เปิดให้บริการมาประมาณ 10 ปี ก็เริ่มมีความชัดเจนเรื่องการขยายเส้นทางการเดินรถไฟฟ้าจากสถานีสะพานตากสินข้ามมายังฝั่งธนบุรี โดยเริ่มจาก 2 สถานีแรก คือ สถานีกรุงธนบุรีและสถานีวงเวียนใหญ่ ในเวลานั้นคอนโดมิเนียมเริ่มปักธงหนาแน่นรอบทั้ง 2 สถานีดังกล่าว จนปี 2556 ที่รถไฟฟ้า BTS เริ่มขยายไปอีก 4 สถานี ตั้งแต่ต้นปี เริ่มเปิด 2 สถานีแรก คือ สถานีโพธิ์นิมิตรและสถานีตลาดพลู และในช่วงปลายปี ก็ขยายอีก 2 สถานี คือ สถานีวุฒากาศ และสถานีบางหว้า

รถไฟฟ้า BTS ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ย่านฝั่งธนบุรี โดยเฉพาะย่านตลาดพลู เปลี่ยนแปลงไปพอสมควร โดยเฉพาะการเกิดขึ้นของคอนโดมิเนียมตั้งแต่ช่วงรถไฟฟ้าเปิดให้บริการใหม่ๆ จนถึงปัจจุบันก็ยังคงมีโครงการใหม่ๆ ขยายตัว

ย่านตลาดพลูในปัจจุบัน

ปัจจุบันย่านตลาดพลู นอกจากจะมีชื่อเสียงในด้านของกินแล้ว ยังเป็นหนึ่งในย่านที่มีคอนโดมิเนียมเกิดใหม่จำนวนมากบริเวณใกล้ BTS สถานีตลาดพลู และ BTS สถานีโพธิ์นิมิตร โดยเป็นคอนโดมิเนียมระดับราคา 2 ล้านต้นๆ หรือราคาต่อตารางเมตรเฉลี่ยอยู่ที่ 100,000 บาท ซึ่งปรับขึ้นมาจากราคาเฉลี่ย 70,000-80,000 บาท/ตารางเมตรในช่วงก่อนที่รถไฟฟ้าจะเปิดให้บริการ 2 สถานีดังกล่าว

โดยคอนโดมิเนียมใกล้ BTS สถานีตลาดพลู และ BTS สถานีโพธิ์นิมิตร ไม่ได้มีจุดขายแค่เพียงใกล้รถไฟฟ้า BTS เท่านั้น แต่ยังมีจุดขายเรื่องใกล้สีลม สาทรด้วย เพราะเพียงไม่กี่สถานี ก็เดินทางเข้าถึงใจกลางเมือง ใช้เวลาไม่เกิน 30-40 นาที ในราคาคอนโดมิเนียมที่ถูกกว่าฝั่งที่ข้ามสะพานตากสินไปแล้วเกือบเท่าตัว คอนโดมิเนียมย่านตลาดพลูจึงเป็นทางเลือกของคนที่ต้องการที่อยู่อาศัยใกล้ใจกลางเมือง

อนาคตของย่านตลาดพลู

ด้วยความโดดเด่นเรื่องสตรีทฟู้ดทั้งในแบบอาหารดั้งเดิมและอาหารสมัยใหม่ ประกอบกับการขยายตัวของซัพพลายคอนโดมิเนียมที่เพิ่มมากขึ้น ในอนาคตจะมีชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีนคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ เข้ามาอยู่อาศัยย่านนี้มากขึ้น เพราะเดินทางสะดวกทั้งรถไฟฟ้า BTS รถ BRT ที่วิ่งไปทางถนนพระราม 3 ซึ่งมีแหล่งงานขนาดใหญ่ของชาวจีน

และในอนาคตที่กำลังจะเกิดรถไฟฟ้า MRT ส่วนต่อขยายหัวลำโพง-บางแค บางซื่อ-ท่าพระ ซึ่งมีสถานีอินเตอร์เชนจ์ขนาดใหญ่ที่บริเวณแยกท่าพระ ใกล้กับย่านตลาดพลูมาก ก็จะยิ่งทำให้คนที่อยู่อาศัยย่านตลาดพลูเข้าถึงรถไฟฟ้าทั้ง 2 ระบบง่ายขึ้น การเดินทางจากย่านตลาดพลูไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพฯ จะสะดวกมากขึ้นเช่นกัน

สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับดัชนีราคาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ ได้ที่ DDproperty Property Index

 

Get the Guru View

จากชุมชนชาวจีนขนาดใหญ่ที่มีวิถีชีวิตแบบแนวราบเป็นหลัก ย่าน ‘ตลาดพลู’ กำลังขยับขยายเข้าสู่โซนที่อยู่อาศัยแนวสูงที่ชัดเจนขึ้น โดยหากย้อนหลังไปเพียง 10 ปี มีคอนโดมิเนียมเกิดขึ้นมากถึง 14 โครงการจากผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ คิดเป็นจำนวนห้องชุดรวมทั้งหมดแตะๆ 10,000 ยูนิต และในเร็วๆ นี้ ยังจะมีโครงการคอนโดมิเนียมเกิดใหม่อีกอย่างน้อย 2 โครงการ ซึ่งล้วนเป็นการกว้านซื้อตึกแถวเก่า และรื้อ เพื่อก่อสร้างเป็นคอนโดมิเนียม และในอนาคตแนวโน้มนี้จะยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง

เจาะลึกทุกทำเลในกรุงเทพฯ ที่น่าสนใจ และหากคุณกำลังค้นหาบ้าน-คอนโดฯ ที่ใช่ สามารถเลือกชมรีวิวโครงการใหม่ ก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน คอนโดฯ ทาวน์เฮ้าส์ ที่ตรงกับความต้องการของคุณ