‘พัทยา’ เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย ดังนั้น จึงมีรูปแบบการเดินทางที่หลากหลาย โดยส่วนใหญ่ในตัวเมืองพัทยามักจะมีการจราจรที่คับคั่ง เนื่องจากมีทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวเดินทางตลอดทั้งวัน

เริ่มเก็บค่าผ่านทาง มอเตอร์เวย์ ช่วงพัทยา-มาบตาพุด

กรมทางหลวง เตรียมจัดเก็บค่าผ่านทาง มอเตอร์เวย์สาย 7 กรุงเทพฯ-ชลบุรี-พัทยา-มาบตาพุด ตลอดสาย ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2564 เป็นต้นไป หลังเปิดให้ใช้บริการฟรี ส่วนต่อขยาย ช่วงพัทยา-มาบตาพุด มาตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นมา

มอเตอร์เวย์ สาย 7 พัทยา-มาบตาพุด ทำให้การเดินทางสะดวกขึ้น

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2564 เป็นต้นไป เฉพาะผู้ใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์หมายเลข 7 ที่เดินทางผ่านส่วนต่อขยายช่วงพัทยา-มาบตาพุด จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมผ่านทางเพิ่มขึ้น เช่น ค่าธรรมเนียมผ่านทางสำหรับรถยนต์ 4 ล้อ จากกรุงเทพฯ ถึงมาบตาพุด (ด่านฯ อู่ตะเภา) จากเดิม 105 บาท เป็น 130 บาท หรือจากพัทยาถึงมาบตาพุด (ด่านฯ อู่ตะเภา) จากเดิมวิ่งฟรี จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมผ่านทาง 30 บาท

ค่าผ่านทาง มอเตอร์เวย์สาย 7 พัทยา-มาบตาพุด

สำหรับอัตราค่าธรรมเนียมผ่านทางตลอดเส้นทาง บนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 สายกรุงเทพฯ-บ้านฉาง ช่วงกรุงเทพฯ-ชลบุรี-พัทยา-มาบตาพุด ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2564 เป็นต้นไป แยกตามประเภทยานพาหนะได้ดังนี้

1. รถยนต์ 4 ล้อ 10-130 บาท

2. รถยนต์ 6 ล้อ 15-210 บาท

3. รถยนต์มากกว่า 6 ล้อขึ้นไป 20-305 บาท

สำหรับทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 หรือมอเตอร์เวย์ สาย 7 ส่วนต่อขยาย ช่วงพัทยา-มาบตาพุด เป็นทางหลวงมาตรฐานสูงที่มีการควบคุมการเข้า-ออกอย่างสมบูรณ์ (Fully Controlled Access) มีถนนขนาด 4-6 ช่องจราจร

มอเตอร์เวย์สาย 7 พัทยา-มาบตาพุด

จุดเริ่มต้นเชื่อมต่อเส้นทางสายชลบุรี-พัทยา บริเวณทางแยกต่างระดับมาบประชัน มุ่งไปทางทิศใต้ผ่าน อ.บางละมุง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ไปสิ้นสุดที่บริเวณบรรจบทางหลวงหมายเลข 3 เทศบาลเมืองมาบตาพุด อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ระยะทางรวม 32 กิโลเมตร

ผู้ใช้ทางสามารถใช้ความเร็วสูงสุด 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงตลอดเส้นทาง ช่วยลดระยะเวลาการเดินทางจากทางแยกต่างระดับมาบประชันถึงสนามบินอู่ตะเภาลงกว่า 30 นาที

มอเตอร์เวย์สาย 7 พัทยา-มาบตาพุด

ตลอดแนวเส้นทางโครงการมีด่านชำระค่าผ่านทาง 3 แห่ง ได้แก่

– ด่านห้วยใหญ่ เชื่อมสู่บ้านอำเภอ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

– ด่านเขาชีโอน เชื่อมสู่ทางหลวงหมายเลข 331 อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

– ด่านอู่ตะเภา เชื่อมสู่ถนนสุขุมวิท อ.เมือง และ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง

โดยเริ่มดำเนินการก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2559 จนเปิดทดลองให้ประชาชนได้ใช้บริการแล้วในวันที่ 22 พฤษภาคม 2563 และเปิดบริการเต็มรูปแบบเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2563

 

นอกจากนี้ผู้ใช้ทางยังสามารถจอดพัก ผ่อนคลายจากการขับขี่ได้ ณ จุดพักรถ (Rest Stop) มาบประชัน และสถานที่บริการทางหลวง (Service Area) บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งอยู่ระหว่างก่อสร้างและมีแผนเปิดให้บริการภายในปี 2565

ขอบคุณรูปประกอบจากกรมทางหลวง

 

พัทยาปรับแผนโมโนเรลหลังเปลี่ยนแนวเส้นทางรถไฟความเร็วสูง

หลังจากที่ทางกลุ่มซีพีเปลี่ยนแนวเส้นทางเดินรถ และย้ายสถานีรถไฟความเร็วสูงพัทยา จากเมืองพัทยาออกไปอยู่บริเวณ สถานีรถไฟบ้านห้วยขวาง ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง (ใกล้ตลาดนํ้า 4 ภาค และสวนนงนุช) ห่างจากที่ตั้งสถานีเดิมที่เคยวางไว้ประมาณ 15 กิโลเมตร ทางพัทยาจึงต้องมีการปรับแผนการก่อสร้างโมโนเรลใหม่

โดยแต่เดิมโครงการระบบขนส่งมวลชนสาธารณะเมืองพัทยาในรูปแบบรถไฟฟ้าหรือรถไฟฟ้าโมโนเรล เชื่อมระบบรถไฟฟ้าความเร็วสูง และรถไฟรางคู่ ระยะทาง 34 กิโลเมตร วงเงินประมาณ 5 หมื่นล้านบาท มีทั้งหมด 4 เส้นทาง ซึ่งเป็นในส่วนของโมโนเรล 3 สาย คือ

– สายสีเขียว สถานีรถไฟความเร็วสูงพัทยา-แหลมบาลีฮาย

– สายสีแดง วงเวียนปลาโลมา พัทยาเหนือ-แยกทัพพระยา (ทับกับสายสีเขียว)-จอมเทียน

– สายสีม่วง แยกทัพพระยา-หนองปรือ

ส่วนสายสีเหลือง จะเป็นโครงการรถไฟชานเมืองของการรถไฟแห่งประเทศไทยเชื่อมศรีราชา-พัทยา-อู่ตะเภา

พัทยาจะสะดวกขึ้นหากมีการพัฒนารถไฟฟ้าโมโนเรล

จากการประชุมรับฟังความคิดเห็นของหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชนที่มีส่วนได้เสียทั้ง 3 ครั้ง ได้ข้อสรุปว่าจะผลักดันโครงการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะเมืองพัทยาในรูปแบบรถไฟฟ้าหรือรถไฟฟ้าโมโนเรล พัทยา เส้นทางสายสีเขียว เป็นการลงทุนในเฟสแรกที่จะเกิดขึ้น มูลค่าการลงทุนประมาณ 3 หมื่นล้านบาท สัญญา 30 ปี โดยโมโนเรลสายสีเขียวมีเอกชนทั้งของไทยและต่างประเทศแสดงความสนใจที่จะเข้าร่วมลงทุนและก่อสร้างกว่า 6 ราย

รวมประกาศขายบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม คอนโดในพัทยา

อย่างไรก็ตาม หลังจากกลุ่มซีพี มีแผนจะย้ายสถานีไฮสปีดเทรน ไปยังพื้นที่สถานีรถไฟบ้านห้วยขวาง ซึ่งอยู่นอกเขตเมืองพัทยา ทำให้เมืองพัทยาต้องศึกษาแผนลงทุนโมโนเรล เพิ่มเติมจากการย้ายสถานีหลัก ในพื้นที่ดังกล่าว เข้ามาเมืองพัทยา เพื่อรองรับการเชื่อมโยงกับโมโนเรล สายสีเขียว รวมถึงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทใหม่จากการเปลี่ยนแปลงสถานีหลักของซีพี โดยใช้งบศึกษาเพิ่มเติมอีก 60 ล้านบาท จากเดิมที่ดำเนินการศึกษาสำรวจ ออกแบบ เบื้องต้นแล้วเสร็จเรียบร้อยใช้งบศึกษาไปกว่า 70 ล้านบาท

เนื่องจากพื้นที่สถานีรถไฟความเร็วสูงพัทยา ที่จะย้ายไปอยู่บริเวณพื้นที่สถานีรถไฟบ้านห้วยขวาง จะอยู่ใกล้กับโมโนเรล สายสีแดงมากกว่า เพราะต่อจากถนนเทพประสิทธิ เข้ามาเชื่อมโมโนเรลสายสีแดงได้ ดังนั้น อาจจะปรับจากการลงทุนเฟส แรกจากสายสีเขียวมาเป็นสายสีแดงก็ได้ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับผลการศึกษาเพิ่มเติมที่จะเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาดังกล่าวไม่เพียงแก้ปัญหาเรื่องการจราจร ยังส่งเสริมให้เกิดการเข้าลงทุนในพื้นที่เมืองพัทยาเพิ่มขึ้น เช่น ล่าสุดมีกลุ่มทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มทุนจีนที่มองหาพื้นที่ในรัศมี 10 กิโลเมตร จากสถานีรถไฟเมืองพัทยา เพื่อเข้ามาลงทุนในลักษณะมิกซ์ยูส และอาคารสำนักงานเพื่อรองรับโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี

 

นอกจากนี้ ยังมีตัวเลือกการเดินทางอื่น ดังนี้

– รถยนต์ส่วนตัว: รถยนต์จากกรุงเทพฯ สามารถขับรถไปพัทยาโดยใช้เส้นทางสายเก่าถนนบางนา-ตราด (ทางหลวงหมายเลข 34) และถนนสุขุมวิท (ทางหลวงหมายเลข 3) ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง หรือจะใช้เส้นทางบางปะกงผ่านอำเภอศรีราชา หากต้องการหลีกเลี่ยงการจรติดขัดควรใช้เส้นทางหลวงพิเศษมอเตอร์เวย์ (กรุงเทพฯ-ชลบุรี-พัทยา)

– รถโดยสารประจำทาง: มีรถโดยสารทั้งแบบธรรมดาและปรับอากาศออกจากสถานีขนส่งสายตะวันออก (เอกมัย) และสถานีขนส่งหมชิต 2 ที่ถนนกำแพงเพชรไปยังสถานีขนส่งพัทยาทุกวัน สอบถามข้อมูลเวลาเดินทางและค่าโดยสาร สถานีขนส่งเอกมัย โทร. 02-391-9829, สถานีขนส่งหมอชิต โทร. 02-936-3509

– รถไฟ: การรถไฟแห่งประเทศไทย มีบริการรถไฟจากกรุงเทพฯ ออกเดินทางทุกวันจากสถานีรถไฟหัวลำโพง เวลา 06.55 น.ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงถึงสถานีรถไฟพลูตาหลวงจังหวัดชลบุรี ตรวจสอบ ตรารางเวลารถไฟ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-223-7010, 02-223-7020

– รถไฟความเร็วสูง: เป็นรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน ได้แก่ สนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินอู่ตะเภา รวมระยะทาง 220 กิโลเมตร รถไฟความเร็วสูงมีความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง (สำหรับช่วงการเดินทางระหว่างเมือง คือ สถานีสุวรรณภูมิ-สถานีอู่ตะเภา) และความเร็วสูงสุด 160 กิโลเมตร/ชั่วโมง (สำหรับช่วงการเดินทางในเมือง คือ สถานีดอนเมือง-สถานีสุวรรณภูมิ)

ประกอบไปด้วยสถานีรถไฟความเร็วสูงจำนวน 9 สถานี ได้แก่ สถานีดอนเมือง สถานีบางซื่อ สถานีมักกะสัน สถานีสุวรรณภูมิ สถานีฉะเชิงเทรา สถานีชลบุรี สถานีศรีราชา สถานีพัทยา (ปัจจุบันย้ายจากเมืองพัทยาออกไปอยู่บริเวณ สถานีรถไฟบ้านห้วยขวาง ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง ใกล้ตลาดนํ้า 4 ภาค และสวนนงนุช) และสถานีอู่ตะเภา

– เรือเฟอร์รี่: เชื่อมต่อพัทยา-หัวหิน มีระยะทางรวม 116 กิโลเมตร ซึ่งใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมง แตกต่างจากการเดินทางด้วยรถยนต์ที่ต้องใช้เวลาถึง 5-6 ชั่วโมง โดยเรือ High Speed Catamaran สามารถรองรับผู้โดยสารได้มากกว่า 300 ที่นั่งโดยแบ่งออกเป็น 2 ชั้น คือ ชั้นประหยัด ชั้นธุรกิจ และห้อง VIP

 

ถนนใน 'พัทยา'

 

Get the Guru View

พัทยาถือเป็นอีกหนึ่งย่านที่ได้รับการพัฒนาทางด้านการคมนาคมอย่างต่อเนื่อง โดยในอนาคตอันใกล้ พัทยาจะถูกพัฒนาให้เป็นเมืองต้นแบบการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีขนส่งมวลชน (Transit Oriented Development :TOD) ด้านตะวันออก เพื่ออำนวยความสะดวกทั้งคนในพื้นที่ และนักท่องเที่ยวในเมืองพัทยา ที่มีมากกว่า 2 ล้านคนต่อปี เชื่อว่าหลังจากโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ เช่น รถไฟความเร็วสูง สนามบินอู่ตะเภา และเส้นทางคมนาคมอื่น ๆ แล้วเสร็จ จะยิ่งทำให้นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก

 

เจาะลึกทุกทำเลในกรุงเทพฯ ที่น่าสนใจ และหากคุณกำลังค้นหาบ้าน-คอนโดฯ ที่ใช่ สามารถเลือกชมรีวิวโครงการใหม่ และคำนวณสินเชื่อด้วยตนเองก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน คอนโดฯ ทาวน์เฮ้าส์ ที่ตรงกับความต้องการของคุณ