ประวัติความเป็นมาของย่าน

ศรีราชา เป็นอำเภอขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี ตั้งอยู่ชายฝั่งทะเลตะวันออกของอ่าวไทย พื้นที่ส่วนใหญ่มีภูเขาล้อมรอบและเป็นที่ลาดเนิน ห่างจากตัวจังหวัดชลบุรี 24 กิโลเมตร และห่างจากกรุงเทพฯ 105 กิโลเมตร โดยศรีราชา เดิมเป็นส่วนหนึ่งของอำเภอบางละมุง และเมื่อมีการปรับเปลี่ยนพื้นที่บริหารจัดการ จนมีการแยกพื้นที่ส่วนนี้ตั้งเป็นอำเภอ ซึ่งเดิมใช้ชื่อว่า อำเภอบางพระ จนในปี พ.ศ. 2460 ได้เปลี่ยนจากอำเภอบางพระมาเป็น อำเภอศรีราชา ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ในอดีตก่อนที่จะมีนิคมอุตสาหกรรมและท่าเรือน้ำลึกเกิดขึ้นในพื้นที่ศรีราชา พื้นที่ศรีราชาเป็นเขตเกษตรกรรม จนในราวปี พ.ศ. 2525 มีการก่อตั้งนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง ในตำบลทุ่งสุขลา อำเภอศรีราชาซึ่งเป็นหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของประเทศไทย หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2534 มีการขยายท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง จากท่าเรือกรุงเทพ (คลองเตย) มายังเขตเทศบาลนครแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา และยังมีการขยายนิคมอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่องในพื้นที่อำเภอศรีราชา เช่น นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง นิคมอุตสาหกรรมเหมราชชลบุรี ทำให้ศรีราชามีความเป็นพื้นที่เชิงอุตสาหกรรมมากขึ้น

ในพื้นที่ใกล้เคียงศรีราชา ยังมีนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่อีกหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น นิคมอุตสาหกรรมเหมราชชลบุรี นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร (โครงการ 2) นิคมอุตสาหกรรมบ้านบึง นิคมอุตสาหกรรมเหมราชอีสเทิร์นซีบอร์ด (แห่งที่ 2 และ 3) นิคมอุตสาหกรรมยามาโตะ อินดัสตรีส์ ฯลฯ ประกอบกับการที่ภาครัฐสนับสนุนให้ท่าเรือแหลมฉบังเป็นท่าเรือหลักของประเทศแทนท่าเรือกรุงเทพฯ (คลองเตย) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 ยิ่งส่งเสริมให้ศรีราชามีการเติบโตทางเศรษฐกิจ พร้อมกับก่อให้เกิดธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่อุตสาหกรรมและท่าเรือน้ำลึกมากขึ้น ทำให้ศรีราชา ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่เกษตรกรรมเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นเขตกึ่งเกษตรกรรมและกึ่งอุตสาหกรรม ซึ่งมีแนวโน้มธุรกิจอุตสาหกรรมจะก้าวนำการเกษตร ตามแนวทางการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor)

Aerial,View,Of,Sriracha,Industrial,Port,,Chonburi,,Thailand.

ในยุคที่ประเทศไทยสนับสนุนการพื้นที่อุตสาหกรรมในหลายพื้นที่ของประเทศ หลายพื้นที่มีความโดดเด่นและดึงดูดการลงทุนที่แตกต่างออกไป โดยศรีราชาในยุคเริ่มต้นพื้นที่อุตสาหกรรมถือว่าเติบโตอย่างต่อเนื่อง อาจจะไม่หวือหวาหากเทียบกับหลายพื้นที่ในชลบุรี ที่ได้รับอานิสงส์จากทั้งพื้นที่ใกล้อุตสาหกรรมและพื้นที่ท่องเที่ยว แต่ก็มีการเติบโตในพื้นที่ใกล้นิคมอุตสาหกรรมและท่าเรือ ไม่ว่าจะเป็น โครงการที่อยู่อาศัย สาธารณูปโภค การคมนาคมขนส่ง หน่วยงานราชการต่างๆ

จนเมื่อการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมในศรีราชาเติบโตถึงขีดสุด และภาคการท่องเที่ยวเริ่มเข้ามาเสริมทัพทางเศรษฐกิจ ศรีราชาเริ่มเป็นที่พูดถึงในมุมของเมืองท่องเที่ยว รองจากพัทยา เป็นทางเลือกของที่พักเพื่อการท่องเที่ยว ในราคาไม่แพง ประกอบกับการที่ท่าเรือแหลมฉบังเป็นท่าเรือที่นำนักท่องเที่ยวไทยเดินทางโดยเรือสำราญไปต่างประเทศ เส้นทางเดินเรือสำราญ เช่น เส้นทางท่าเรือแหลมฉบัง-กัมพูชา ท่าเรือแหลมฉบัง-เวียดนาม ท่าเรือแหลมฉบัง-สิงคโปร์ หรือเส้นทางสิงคโปร์-เกาะเรดัง-เกาะสมุย-ท่าเรือแหลมฉบัง จึงมีผลบวกกับการท่องเที่ยวและที่พักเพื่อการท่องเที่ยวในศรีราชา

และอย่างที่กล่าวแล้วว่า นอกจากนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่งในเขตพื้นที่อำเภอศรีราชาแล้ว ยังมีนิคมอุคสาหกรรมอีกหลายแห่งที่อยู่ไกลจากศรีราชา เช่น นิคมอุตสาหกรรมในอำเภออื่นของจังหวัดชลบุรีและนิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดระยอง ซึ่งนิคมอุตสาหกรรมเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นภาคการผลิตสินค้าของแบรนด์ญี่ปุ่น จึงมีกลุ่มผู้บริหาร คนทำงานชาวญี่ปุ่นทำงานอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมเหล่านี้จำนวนมาก และเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม

ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้เมื่อราว 10 ปีที่ผ่านมาที่ตลาดคอนโดมิเนียมในต่างจังหวัดเติบโต ศรีราชา เริ่มถูกพูดถึงในแง่มุมที่แตกต่างออกไป นั่นคือ เมืองที่อยู่อาศัยของชาวญี่ปุ่น มีร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านค้าขายสินค้าญี่ปุ่น ธุรกิจบริการต่างๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าญี่ปุ่น ไปจนถึงตลาดบ้านเช่า คอนโดมิเนียมเจาะกลุ่มผู้เช่าญี่ปุ่น เกิดคอมมูนิตี้มอลล์ขนาดใหญ่ ภายใต้ชื่อ เจพาร์ค นิฮอน มูระ (J-Park Sriracha Nihon Mura) หรือเรียกสั้นๆ ว่า เจพาร์ค ศรีราชา ซึ่งสร้างบรรยากาศให้คล้ายกับเมืองหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น มีร้านอาหารญี่ปุ่น สินค้านำเข้าจากญี่ปุ่น หวังตอบโจทย์กลุ่มคนญี่ปุ่นที่อาศัยในศรีราชา และหวังเป็นหนึ่งในพื้นที่ท่องเที่ยวที่ดึงคนต่างถิ่นให้เข้ามา

เจพาร์ค ศรีราชา ถือเป็นโครงการเชิงสัญลักษณ์ที่สะท้อนให้เห็นว่า ศรีราชา มีชาวญี่ปุ่นที่อยู่อาศัยจำนวนมากจนสามารถสร้างคอมมูนิตี้มอลล์ขนาดใหญ่มารองรับได้ ซึ่งหลังจากโครงการเจพาร์ค ศรีราชา ยังมีร้านรวง ธุรกิจที่สร้างบรรยากาศความเป็นญี่ปุ่นเกิดใหม่ต่อเนื่อง เช่น ธุรกิจออนเซน ธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นแบบจำลองเมืองญี่ปุ่น มีการแต่งตัวด้วยชุดชาวญี่ปุ่น ซึ่งหวังดึงทั้งกลุ่มคนญี่ปุ่นในศรีราชาและนักท่องเที่ยวต่างถิ่น

ตลาดคอนโดมิเนียมเกิดใหม่ในศรีราชา จึงไม่ได้มีเฉพาะคอนโดมิเนียมจับกลุ่มคนทำงานในนิคมอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ยังเฉพาะเจาะจงจับกลุ่มคนอยู่อาศัยที่เป็นชาวญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็น โครงการในลักษณะรับประกันอัตราผลตอบแทนเจาะกลุ่มนักลงทุนที่ซื้อเพื่อปล่อยเช่าลูกค้าญี่ปุ่น โครงการที่เจาะกลุ่มลูกค้าญี่ปุ่นโดยตรง โครงการที่เน้นเจาะนักลงทุนแต่ไม่ได้รับประกันผลตอบแทน ซึ่งโครงการที่เจาะกลุ่มลูกค้าอยู่อาศัยชาวญี่ปุ่น จะแบบซื้อเองหรือมาเช่า เกิดขึ้นในช่วงเวลาไม่กี่ปีเกือบ 10 โครงการ ยังไม่นับรวมโครงการที่เกิดขึ้นมาก่อนแล้ว โครงการเซอร์วิส อพาร์ทเมนท์ที่จับตลาดคนญี่ปุ่น โรงแรมที่ปล่อยเช่าระยะยาวให้กลุ่มคนญี่ปุ่น ส่งผลให้ซัพพลายที่อยู่อาศัยเจาะกลุ่มคนญี่ปุ่นในศรีราชาถือว่ามีจำนวนมาก รองมาจากย่านอโศก ทองหล่อ เอกมัย ของกรุงเทพฯ

Sriracha,City,Chonburi,Province,Si,Racha,Twilight,Light

ศรีราชาในปัจจุบัน

พื้นที่ที่ได้รับความนิยมในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในศรีราชาปัจจุบัน มีด้วยกัน คือ โซนใกล้ศูนย์การค้าโรบินสันไม่เกิน 2 กิโลเมตร ซึ่งถือว่าโซนนี้คือไข่แดงของศรีราชา และโซนใกล้นิคมอุตสาหกรรม แต่โซนแรกที่ใกล้ศูนย์การค้าโรบินสัน เป็นที่นิยมมากกว่า ด้วยเพราะเป็นพื้นที่ที่เหมาะกับการอยู่อาศัย ไม่ใกล้ หรือไกลเกินไปจากนิคมอุตสาหกรรมและยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ซึ่งในระยะไม่กี่ปีมานี้ที่ศรีราชามีสิ่งอำนวยความสะดวกครบและในพื้นที่ใกล้เคียงมีโรงเรียนนานาชาติ กลุ่มครอบครัวชาวญี่ปุ่นก็นิยมอยู่อาศัยในศรีราชามากขึ้น จากในอดีตวันเสาร์อาทิตย์จะขับรถเข้ามาพักผ่อนในคอนโดมิเนียมเช่าที่ย่านทองหล่อ เอกมัย กรุงเทพฯ

ศรีราชาในปัจจุบันจึงมีภาพลักษณ์ความเป็นเมืองญี่ปุ่นสูงมาก จากการเกิดขึ้นของคอมมูนิตี้มอลล์ใหม่ๆ ร้านค้าร้านอาหาร ธุรกิจบริการ ไปจนถึงที่พัก โฮสเทลใหม่ๆ ล้วนเติมแต่งกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่น เพื่อดึงกลุ่มนักท่องเที่ยวให้มาพัก มาถ่ายรูป และแชร์ขึ้นโลกสังคมออนไลน์

อนาคตของศรีราชา

แม้ว่าศรีราชาจะมีการขยายตัวต่อเนื่องจากภาคอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว แต่ศรีราชายังมีโอกาสได้รับอานิสงส์จากโครงการสนับสนุนอุตสาหกรรมของภาครัฐอีกหลายโครงการ ไม่ว่าจะเป็น โครงการอีอีซี หรือ Eastern Economic Corridor (EEC) ซึ่งมีอีกชื่อเป็นภาษาไทยว่า “โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก” ซึ่งเป็นโครงการภายใต้พระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกที่ประกาศเริ่มใช้ในปี 2561 ครอบคลุม 3 จังหวัดในภาคตะวันออก คือ ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และระยอง มุ่งเน้นพัฒนาเศรษฐกิจในทุกด้าน เช่น การท่องเที่ยว โครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรม บุคลากร การศึกษา การวิจัย ธุรกิจ การเงิน เทคโนโลยี โดยในส่วนของโครงสร้างพื้นฐาน ภาครัฐมีแผนพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา) เพื่อสนับสนุนพื้นที่อีอีซีดังกล่าว

แผนพัฒนาโครงการ “ศรีราชา ครีเอทีฟ ดิสทริค” เมืองอัจฉริยะแบบครบวงจร (smart city) ของภาคเอกชน บนเนื้อที่ 600 ไร่ บริเวณริมถนนมอเตอร์เวย์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี รวมมูลค่าโครงการประมาณ 100,000 ล้านบาท เน้นนำเทคโนโลยีและดิจิทัลเข้ามาใช้ มีที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน มีแหล่งท่องเที่ยว โรงเรียน ศูนย์วิจัย ศูนย์พัฒนา ฯลฯ รวมถึงพื้นที่สีเขียว ประมาณ 35% ซึ่งหากพัฒนาได้สำเร็จจะดึงดูดการลงทุนเข้ามาได้จำนวนมาก และยังดึงดูดภาคการท่องเที่ยวได้ด้วย

Get the Guru View

ศรีราชาในอนาคตจะยังคงเป็นเมืองที่อยู่อาศัยรองรับพื้นที่อุตสาหกรรม เป็นที่พักอาศัยใกล้ที่ทำงาน นิคมอุตสาหกรรม และเป็นเมืองทางเลือกของการท่องเที่ยว เรียกว่า ทำงาน พักผ่อน จบในเมืองเดียว

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงพื้นที่อุตสาหกรรมจะเป็นไปได้ยาก แต่กลุ่มลูกค้านิคมอุตสาหกรรมหากมีการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่กลุ่มญี่ปุ่น เป็นกลุ่มหลัก ตลาดศรีราชา อาจมีภาพที่เปลี่ยนไป จากที่ปัจจุบันอิงกับความเป็นญี่ปุ่นค่อนข้างมาก

เจาะลึกทุกทำเลในกรุงเทพฯ ที่น่าสนใจ และหากคุณกำลังค้นหาบ้าน-คอนโดฯ ที่ใช่ สามารถเลือกชมรีวิวโครงการใหม่ และคำนวณสินเชื่อด้วยตนเองก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน คอนโดฯ ทาวน์เฮ้าส์ ที่ตรงกับความต้องการของคุณ