ประวัติความเป็นมาของย่าน

ย่าน ‘สาทร’ จุดเริ่มต้นเกิดจากย่านนี้เป็นบริเวณแรก ๆ ที่มีการตัดถนนผ่าน โดยถนนสาทร เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2431 ในสมัยรัชกาลที่ 4 เป็นถนนที่เชื่อมระหว่างถนนพระราม 4 และถนนเจริญกรุง และถือเป็นย่านเก่าแก่ของพ่อค้าชาวจีนและชาวยุโรปในช่วงเวลานั้น ย่านนี้จึงมีบ้านทรงตะวันตกเกิดขึ้นหลายหลัง และในบางหลังก็ยังเป็นอาคารเก่าแก่จนถึงปัจจุบัน

ในอดีตคนฝั่งธนบุรี จะข้ามไปฝั่งสาทรด้วยการใช้สะพานพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 2472 หรือสมัยรัชกาลที่ 7 จนเมื่อเมืองมีการขยายตัวมากขึ้น ในปี 2522 ภาครัฐจึงให้เริ่มก่อสร้างสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน หรือที่นิยมเรียกกันว่า สะพานสาทร และเปิดใช้งานในปี 2525 ก็ทำให้การข้ามไปยังสาทรจากฝั่งธนบุรี มีความสะดวกมากขึ้น และถือเป็นสะพานหลักในการเชื่อมระหว่างฝั่งธนบุรีและฝั่งสาทร

หลังจากที่สะพานสาทรเริ่มเปิดให้บริการ เริ่มเห็นการเข้ามาของบริษัทห้างร้านสัญชาติตะวันตกจำนวนมาก มีอาคารสำนักงานใหม่ ๆ เกิดขึ้น เริ่มมีบริษัททางการเงินชั้นนำเข้ามาตั้งสำนักงานใหญ่ในย่านนี้ จนย่านสาทรกลายเป็นย่านศูนย์กลางธุรกิจหรือซีบีดี (Central Business District : CBD) ที่สำคัญของประเทศไทย

ย่าน ‘สาทร’ แบ่งได้เป็น 2 ฝั่ง ได้แก่ ฝั่งเหนือ คือ “ถนนสาทรเหนือ” อยู่ในแขวงสีลม เขตบางรัก และฝั่งใต้คือ “ถนนสาทรใต้” อยู่ในแขวงยานนาวาและแขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร เชื่อมกับถนนตก โดยย่านสาทรเหนือ มีกลุ่มบริษัทชั้นนำ อาคารสำนักงานเกรดเอเกิดขึ้นจำนวนมาก

และจัดเป็นถนนสายการเงินที่มีความแข็งแกร่งมาก อีกทั้ง ยังมีสถานทูตจำนวนมากตั้งอยู่บริเวณริมถนนสาทร ยิ่งทำให้ย่านสาทรเป็นที่รู้จักของทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ

ด้วยความเป็นถนนสายเศรษฐกิจที่มีชื่อเสียง และอีกหนึ่งถนนสายสถานทูต ทำให้บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จากสิงคโปร์เข้ามาลงทุนพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ที่มีราคาขายเปิดตัวเริ่มต้นสูงกว่า 100,000 บาท/ตารางเมตรเป็นแห่งแรกของกรุงเทพฯ ซึ่งสร้างความสนใจให้กับคนในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ช่วงเวลานั้นเป็นอย่างมาก

แม้ว่าถนนสาทรจะมีรถไฟฟ้า BTS ผ่านเพียงช่วงเดียว คือ ช่วงถนนสาทรฝั่งใกล้กับสะพานสาทร BTS สถานีสุรศักดิ์ และในพื้นที่ที่ใกล้กันที่ถือว่าเป็นย่านสาทร คือ BTS สถานีช่องนนทรี (ขยับไปยังถนนนราธิวาสราชนครินทร์) แต่ตลอดแนวถนนสาทร ยังคงเป็นถนนสายธุรกิจที่สำคัญ และมีคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์เกิดใหม่อย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ความเคลื่อนไหวล่าสุด ที่สร้างความสนใจให้กับคนในแวดวงอสังหาริมรัพย์ นั่นคือ การประกาศขายที่ดินกว่า 7 ไร่ของสถานทูตออสเตรเลียในช่วงต้นปี 2560 และกลุ่มศุภาลัยเป็นม้ามืดคว้าที่ดินแปลงนี้ไปในราคาตารางวาละ 1.45 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 4,600 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะพัฒนาเป็นโครงการมิกซ์ยูส ประกอบด้วย อาคารชุดพักอาศัย อาคารสำนักงานให้เช่า และพื้นที่รีเทล มูลค่ากว่า 18,000 ล้านบาท ที่จะเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่บนถนนสาทร

ย่านสาทรในปัจจุบัน

ด้วยเมืองที่ขยายตัว ทำให้ปัจจุบันโซนซีบีดี หรือศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเทพฯ ไม่ได้จำกัดพื้นที่เฉพาะสาทร สีลม สุขุมวิทอีกต่อไป แต่เริ่มมีนิว ซีบีดี (New CBD) หรือศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้น โดยย่านที่เป็นซีบีดีใหม่ที่โดดเด่นอย่างเห็นได้ชัด นั่นคือ ย่านพระราม 9 และย่านรัชดาภิเษก (ฝั่งพระราม 9) แต่สาทรจะยังคงเป็นศูนย์กลางธุรกิจหลักไม่เสื่อมคลาย เพราะสิ่งอำนวยความสะดวก โรงพยาบาลชั้นนำ โรงเรียนที่มีชื่อเสียงยาวนาน ยังคงอยู่ในพื้นที่นี้

ด้านการพัฒนาโครงการใหม่ ๆ ของภาครัฐในย่านสาทร มีกระแสข่าวว่า กรุงเทพมหานคร ร่วมกับรถไฟฟ้า BTS เตรียมจะสร้างสถานีเพิ่มให้กับรถไฟฟ้าสายสีลม ภายใต้ชื่อ สถานีศึกษาวิทยา ซึ่งเป็นสถานีที่อยู่บนถนนสาทรเหนือ-สาทรใต้ ในพื้นที่เขตบางรักและเขตสาทร อยู่ระหว่างสถานีสุรศักดิ์และสถานีช่องนนทรี แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าโครงการดังกล่าวจะเกิดขึ้นจริงเมื่อใด

อนาคตของย่านสาทร

แผนก่อสร้างสถานีศึกษาวิทยา จะเกิดขึ้นได้หรือไม่นั้น ยังเป็นเรื่องที่คนในแวดวงอสังหาริมทรัพย์จับตามอง เพราะแม้ว่าปัจจุบันจะมี BTS สถานีสุรศักดิ์ และ BTS สถานีช่องนนทรี ผ่านบางพื้นที่ของย่านสาทรอยู่แล้ว

แต่หากมีอีกหนึ่งสถานีเกิดขึ้นระหว่าง 2 สถานีดังกล่าว ก็มั่นใจได้เลยว่า ตึกร้าง อาคารเก่า ทั้งริมถนนและในตรอกซอกซอยระหว่าง BTS สถานีสุรศักดิ์ และ BTS สถานีช่องนนทรี มีโอกาสถูกเปลี่ยนโฉมให้เป็นโครงการใหม่ ๆ ได้ทั้งที่อยู่อาศัยและโครงการเชิงพาณิชย์

ส่วนโครงการบนที่ดินสถานทูตออสเตรเลีย ถนนสาทร ที่ศุภาลัยชนะประมูลในปี 2560 เริ่มเห็นความคืบหน้าแล้ว โดยศุภาลัยเตรียมจะพัฒนาเป็นมิกซ์ยูสระดับลักชัวรี่ ซึ่งจะมีทั้งคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี่ ประมาณ 500 ยูนิต, เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ ประมาณ 200 ยูนิต อาคารสำนักงานเกรดเอกว่าแสนตารางเมตร และพื้นที่รีเทล ซึ่งเป็นที่จับตามองของคนในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ว่า จะพลิกโฉมให้กับย่านสาทรรอบใหม่ได้หรือไม่

สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับดัชนีราคาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ ได้ที่ DDproperty Property Index

Get the Guru View

หากไม่มีการพัฒนาโครงการใหม่ ๆ ที่ดึงดูดกลุ่มทุนให้เข้าสู่ย่านสาทรได้เพิ่มเติมจากปัจจุบัน ประกอบกับการขยายตัวของรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายที่ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และการลงทุนโครงการเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ในหลายพื้นที่กรุงเทพฯ อาจจะทำให้บทบาทของย่านสาทรต่อความเป็นศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเทพฯ ลดน้อยลง

เจาะลึกทุกทำเลในกรุงเทพฯ ที่น่าสนใจ และหากคุณกำลังค้นหาบ้าน-คอนโดฯ ที่ใช่ สามารถเลือกชมรีวิวโครงการใหม่ ก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน คอนโดฯ ทาวน์เฮ้าส์ ที่ตรงกับความต้องการของคุณ