เพลินจิต ถือเป็นทำเลศักยภาพระดับพรีเมียมที่เติบโตอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ในอดีต โดยมีโครงการจ่อคิวพัฒนา และสร้างความฮือฮาให้กับทำเลนี้และอสังหาฯ ไทยทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ-ขายที่ดินราคาแพงลิบลิ่ว คอนโดฯ ที่แพงที่สุดในไทย โครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ รวมถึงการจัดระเบียบสายไฟลงใต้ดิน ล้วนอยู่ในทำเลนี้แทบทั้งสิ้น

 

ประวัติความเป็นมาของย่าน

กว่าจะมาเป็นย่านที่เคยสร้างสถิติราคาที่ดินสูงสุด และอัตราค่าเช่าอาคารสำนักงานแพงสุด ย่าน ‘เพลินจิต’ เป็นอีกหนึ่งย่านที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน โดยเพลินจิต เป็นถนนสายสั้น ๆ ที่เชื่อมต่อระหว่างถนนพระราม 1 เริ่มจากแยกราชประสงค์ แยกชิดลม ตัดกับถนนวิทยุ เลยซอยร่วมฤดี จนถึงบริเวณใต้ทางด่วนเฉลิมมหานคร แล้วไปเชื่อมต่อกับถนนสุขุมวิท โดยถนนสายนี้ สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 2463 หรือในสมัยรัชกาลที่ 6

ความเจริญของย่านเพลินจิตนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการที่พระยาภักดีนรเศรษฐ หรือนายเลิศ เศรษฐบุตร (เดิมเขียนว่า นายเลิด) ผู้ก่อตั้งโรงแรมปาร์คนายเลิศกว้านซื้อที่ดินบริเวณนี้ และทำการค้า จนย่านนี้เป็นที่รู้จัก ประกอบกับการย้ายสถานกงสุลอังกฤษประจำประเทศไทย (สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย ในปัจจุบัน) จากย่านบางรักมายังย่านเพลินจิตก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้คนกรุงเทพฯ ในเวลานั้น รู้จักย่านเพลินจิตมากขึ้น

การบูมย่านเพลินจิตมีผลต่อเนื่องไปยังย่านชิดลม จนทำให้ย่านชิดลมกลายเป็นย่านช้อปปิ้งชั้นนำตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน ส่วนย่านเพลินจิต แม้จะบูมมาก่อน แต่ในช่วงเวลาใกล้เคียงกันกับที่ย่านชิดลมเป็นที่รู้จักจากห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลแล้ว ย่านเพลินจิตยังไม่ได้มีโครงการเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่เกิดขึ้น และเป็นย่านที่นิ่งกว่าย่านชิดลมมาก

จนในปี 2549 หลังจากมีข่าวครึกโครมที่กลุ่มเซ็นทรัลซื้อที่ดินบางส่วนของสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร จำนวน 9 ไร่ ติดกับถนนเพลินจิต ในราคาตารางวาละ 9.5 แสนบาท

ถัดจากนั้นไม่นาน นายตัน ภาสกรนที ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังจากธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นและน้ำชาเขียว คว้าที่ดินประมาณ 7 ไร่ครึ่งติดกับอาคารเวฟ เพลส ย่านเพลินจิตผ่านการซื้อหุ้น บริษัท เพลินจิตอาเขต จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของแปลงดังกล่าว และในดีลนี้ อดีตเจ้าพ่อตลาดน้ำชาเขียวได้ครอบครองที่ดินแปลงนี้ในราคาต่อตารางวาที่ถูกกว่าแปลงสถานทูตอังกฤษเล็กน้อย

Ploenchit วิทยุ เพลินจิต

การเปลี่ยนมือที่ดินทั้ง 2 แปลงในย่านชิดลมและย่านเพลินจิต ได้สร้างสถิติใหม่ด้านราคาที่ดินให้กับวงการอสังหาริมทรัพย์ของไทย ถือเป็นการซื้อขายที่ดินที่มีราคาสูงสุดในประวัติศาสตร์

อดีตเจ้าตลาดน้ำชาเขียวยังคงซุ่มเงียบกว้านซื้อที่ดินบริเวณใกล้เคียงกับที่ดินเพลินจิตอาเขตอีก จนมีที่ดินในย่านนี้เกือบ 10 ไร่ และในปี 2552 ที่ดินผืนนี้ก็สร้างสถิติใหม่ให้กับวงการอสังหาริมทรัพย์อีกครั้ง โดยนายตัน ได้ขายที่ดินประมาณ 7 ไร่ให้กับกลุ่มไรมอนแลนด์ ในราคาตารางวาละ 1.2 ล้านบาท กลายเป็นสถิติใหม่ของราคาที่ดินกรุงเทพฯ

ถัดมาเพียง 1 ปี ในปี 2553 ย่านเพลินจิต-วิทยุ ก็ได้สร้างสถิติราคาที่ดินใหม่ ด้วยการที่กลุ่มแสนสิริซื้อที่ดินกว่า 2 ไร่ ซึ่งเดิมเคยเป็นสถานทูตสเปน ที่ดินของตระกูล สุทัศน์ ณ อยุธยา บริเวณถนนวิทยุ ด้านหลังธนาคารกรุงศรีอยุธยา สำนักงานเพลินจิต ในราคาสูงลิบถึงตารางวาละ 1.5 ล้านบาท (ปัจจุบันคือ คอนโดมิเนียม 98 Wireless ของแสนสิริ)

ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน แม้ราคาซื้อขายจะไม่ได้เป็นสถิติใหม่ แต่ก็สร้างความฮือฮาด้วยการที่กลุ่มไรมอนแลนด์ได้ตัดสินใจขายที่ดินบางส่วนของเพลินจิตอาเขตที่ซื้อมาจากนายตันให้กับบริษัท ไทยซัมมิท แกรนด์ เอสเสท ของนางสมพร ในราคา 1.2 ล้านบาท/ตารางวา

แต่แล้วในช่วงปลายปี 2553 ที่ดินเพลินจิตอาเขต ก็มีความเปลี่ยนแปลงรอบใหม่ โดยกลุ่มโนเบิล ดีเวลลอปเม้นท์ ได้ซื้อที่ดินแปลงดังกล่าวจากตระกูลจึงรุ่งเรืองกิจ และที่ดินส่วนที่เหลือจากไรมอนแลนด์ รวมทั้งหมด 9 ไร่ ในราคาเฉลี่ยตารางวาละ 1.5 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาใกล้เคียงกับที่ดินที่กลุ่มแสนสิริซื้อจากตระกูลสุทัศน์ ณ อยุธยา (ปัจจุบันโนเบิลพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียม โนเบิล เพลินจิต)

ในปี 2555 นายตันก็ขายที่ดินล็อตสุดท้ายย่านเพลินจิตที่ถือในนามเพลินอาเขต ให้กับครอบครัวชินวัตร ในแบบที่ไม่ปรากฏราคา ซึ่งปัจจุบันได้นำมาพัฒนาเป็นโรงแรมโรสวู้ด แบงคอก โฮเทล

หลังจากนั้น ที่ดินในกรุงเทพฯ หลายแปลงในพื้นที่ใกล้เคียงกับย่านเพลินจิตก็มีกระแสข่าวการเสนอขายที่ดินในราคาขยับขึ้นเป็น 1.8 ล้านบาท/ตารางวา แล้วก็ทะลุตารางวาละ 2 ล้านบาท แต่ในที่สุด ที่ดินย่านเพลินจิตก็กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง โดยในปี 2560 กลุ่มเซ็นทรัลคว้าที่ดินล็อตสุดท้ายย่านเพลินจิตของสถานทูตอังกฤษ 25 ไร่ด้วยราคาสูงติดเพดานที่ตารางวาละ 2.2 ล้านบาท สร้างสถิติราคาที่ดินที่แพงที่สุดในกรุงเทพฯ รอบใหม่

นอกจากที่ดินเพลินจิตอาเขตที่มีความเคลื่อนไหวร้อนแรงที่สุดในย่านนี้แล้ว ยังมีอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ นั่นคือ การที่กลุ่มครอบครัวสิริวัฒนภักดี (ตระกูลเบียร์ช้าง) ซื้อกิจการกลุ่มยูนิเวนเจอร์ในช่วงกลางปี 2550 และต่อจากนั้นก็ได้สิทธิเช่าที่ดินกว่า 5 ไร่ (เดิมเป็นอาคารพาณิชย์) บริเวณสี่แยกถนนเพลินจิตตัดกับถนนวิทยุ ติดกับอาคารมหาทุนพลาซ่า ติดรถไฟฟ้า BTS สถานีเพลินจิต จากหม่อมหลวงสุธาดา เกษมสันต์

กลุ่มครอบครัวสิริวัฒนภักดีมีแผนพัฒนาที่ดินแปลงดังกล่าวให้เป็นโครงการมิกซ์ยูส ปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ ซึ่งประกอบด้วย อาคารสำนักงานเกรดเอและโรงแรมโอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของย่านนี้ เพราะเมื่ออาคารสำนักงานแห่งนี้สร้างเสร็จในปี 2554 สามารถสร้างสถิติใหม่ให้กับอัตราค่าเช่าอาคารสำนักงานในกรุงเทพฯ ด้วยราคาเริ่มต้นปี 820 บาท/ตารางเมตร กลายเป็นอาคารสำนักงานที่มีอัตราค่าเช่าสูงสุดในเวลานั้น และยังทำราคาขยับขึ้นต่อเนื่องเป็น 1,000 บาท/ตารางเมตรในปี 2556 และราคา 1,300 บาท/ตารางเมตรในปี 2559

ขณะที่อีกหนึ่งดีลที่สร้างความฮือฮาให้กับย่านเพลินจิตได้อีกครั้ง นั่นคือ การประกาศขายกิจการโรงแรมสวิสโฮเต็ล ปาร์คนายเลิศ ของตระกูลสมบัติศิริให้กับกลุ่มดุสิตเวชการในช่วงปลายปี 2559 ด้วยมูลค่าราวๆ 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งมีแผนจะนำที่ดินแปลงนี้ไปทำศูนย์สุขภาพครบวงจร

 

ย่านเพลินจิตในปัจจุบัน

ปัจจุบันย่านเพลินจิตถูกขนานนามว่าเป็น “แยกแสนล้าน” ไปแล้ว ด้วยโครงการคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ที่เกิดขึ้นบนย่านนี้ โครงการเชิงพาณิชย์หลายโครงการ เช่น เซ็นทรัล เอ็มบาสซี, ปาร์คเวนเชอร์, การลงทุนทุบตึกเก่าของธนาคารกรุงศรีอยุธยาและสร้างอาคารสำนักงานแห่งใหม่บนที่ดินแปลงเดิม

รวมไปถึงโครงการที่จ่อคิวพัฒนาอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นมิกซ์ยูส ศูนย์สุขภาพ ซึ่งล้วนมีส่วนทำให้ย่านเพลินจิตเป็นทั้งย่านที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์และย่านโครงการเชิงพาณิชย์ระดับพรีเมียม

 

Ploenchit view from above in Bangkok in Thailand เพลินจิต

 

อนาคตของย่านเพลินจิต

ต้องยอมรับว่ามีหลายปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมให้เพลินจิตมีศักยภาพเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต อาทิ โครงการศูนย์สุขภาพของโรงพยาบาลกรุงเทพบนที่ดินเดิมของโรงแรมสวิสโฮเต็ล ปาร์คนายเลิศ ที่ตั้งเป้าจะเป็นศูนย์สุขภาพระดับเอเชีย รวมถึงแผนพัฒนาโครงการเชิงพาณิชย์แห่งใหม่ของกลุ่มเซ็นทรัลบนที่ดินสถานทูตอังกฤษ 25 ไร่

นอกจากนี้ยังมี โครงการของไรมอนแลนด์ที่ผนึกกำลังกับมิตซูบิชิเอสเตท จากญี่ปุ่น พัฒนาโครงการ “วัน ซิตี้ เซ็นเตอร์” ที่ประกอบด้วยอาคารสำนักงานให้เช่าเกรดเอ และพื้นที่ค้าปลีก โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 4 ปี 2565

ที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้คือ โครงการก่อสร้างโครงข่ายท่อร้อยสายสื่อสารลงใต้ดินในพื้นที่กรุงเทพฯ รวมแล้วกว่า 2,450 กิโลเมตร ให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี (เริ่มมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2562) โดยแบ่งเป็น 4 พื้นที่ ได้แก่ กรุงเทพฯ เหนือ กรุงเทพฯ ตะวันออก กรุงธนเหนือ และกรุงธนใต้

โดยหนึ่งในเส้นทางนำร่อง ได้แก่ บริเวณถนนวิทยุ ช่วงถนนพระราม 1 ถึงถนนพระราม 4 ระยะทาง 1.9 กิโลเมตร ซึ่งคาดว่าเมื่อแล้วเสร็จจะทำให้ย่านเพลินจิต รวมถึงย่านอื่นของกรุงเทพฯ ถูกพลิกโฉมให้เป็นเมืองแห่งอนาคตที่มีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อการสื่อสารและโทรคมนาคมที่รองรับการเป็น Smart City ที่มีทัศนียภาพสวยงาม เป็นระเบียบ ปลอดภัย ทันสมัย และเป็นเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคนต่อไป

 

สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับดัชนีราคาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ ได้ที่ DDproperty Property Index

 

Get the Guru View

หากดูจากเรื่องราวในอดีตย้อนหลังไปเพียง 10 ปี ย่านเพลินจิต เป็นย่านที่มีการเปลี่ยนมือของที่ดินมากที่สุด และเป็นการเปลี่ยนมือที่สร้างสถิติใหม่ ๆ ด้านราคาที่ดินให้กับกรุงเทพฯ ได้อย่างต่อเนื่องด้วย จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่ในอนาคตอันใกล้นี้ อาจจะมีการเปลี่ยนมือของที่ดินบางแปลงที่สร้างสถิติใหม่ให้กับย่านเพลินจิตได้อีกครั้ง

 

เจาะลึกทุกทำเลในกรุงเทพฯ ที่น่าสนใจ และหากคุณกำลังค้นหาบ้าน-คอนโดฯ ที่ใช่ สามารถเลือกชมรีวิวโครงการใหม่ ก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน คอนโดฯ ทาวน์เฮ้าส์ ที่ตรงกับความต้องการของคุณ