ประวัติความเป็นมาของย่าน

อีกหนึ่งโครงการในตำนาน จนกลายเป็นชุมชนขนาดใหญ่ที่เป็นหนึ่งในย่านสำคัญของกรุงเทพฯ “เมืองทองธานี” โดยโครงการเมืองทองธานีเกิดขึ้นในยุคที่อสังหาริมทรัพย์ในเมืองไทยกำลังขยายตัวและเริ่มจะเติบโตมากๆ พัฒนาในนามบริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือบีแลนด์ โดยตระกูล “กาญจนพาสน์” กลุ่มทุนฮ่องกงที่ทำธุรกิจในไทยมายาวนาน นำทัพโดยอนันต์ กาญจนพาสน์ (พี่ชายของคีรี กาญจนพาสน์ ผู้ปลุกปั้นรถไฟฟ้าบีทีเอส) มีเป้าหมายที่จะนำโมเดลการพัฒนาที่อาศัยจากฮ่องกง ที่มีกลุ่มที่อยู่อาศัยแบบตึกสูงขนาดใหญ่อยู่รวมกันในพื้นที่ที่ขยับจากใจกลางเมือง และเชื่อมต่อเข้าเมืองด้วยรถไฟฟ้า

เมืองทองธานี ตั้งอยู่บริเวณโดยรอบของทางแยกต่างระดับแจ้งวัฒนะ (จุดตัดระหว่างถนนแจ้งวัฒนะ กับแนวเชื่อมต่อระหว่างทางพิเศษศรีรัชและทางพิเศษอุดรรัถยา) ในพื้นที่ตำบลคลองเกลือ ตำบลบางพูด และตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี โดยเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นในราวปี พ.ศ. 2533 มีเป้าหมายในการพัฒนาพื้นที่ขนาดใหญ่เกือบ 4,000 ไร่ให้เป็นเหมือนเมืองย่อมๆ ที่จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบทุกอย่าง ซึ่งหากโครงการนี้สำเร็จตามเป้าหมายตั้งแต่ในช่วงแรกเริ่มที่เปิดตัว คาดการณ์กันว่า จะมีผู้ที่อยู่อาศัย ใช้ชีวิต และทำงานในนี้ราว 1 แสนคน

โครงการนี้ถือเป็นมิกซ์ยูสแรกๆ ของเมืองไทยที่พัฒนาที่ดินผสมผสานหลายองค์ประกอบ โดยในช่วงเริ่มต้นมีทั้งที่อยู่อาศัยในแบบบ้านแนวราบ คอนโดมิเนียม อาคารสำนักงาน อาคารพาณิชย์ จำนวนมากเกิดขึ้น มีทะเลสาบขนาดใหญ่ที่มีเป้าหมายสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนอยู่อาศัย แต่ด้วยหลายปัจจัยทั้งการเดินทางที่ยังไม่สะดวกในเวลานั้น ภาวะเศรษฐกิจ และการขยายตัวที่รวดเร็วเกินกว่าความต้องการจริง ทำให้บ้านแนวราบ คอนโดมิเนียม อาคารสำนักงานจำนวนมากที่สร้างเสร็จไม่มีการโอนเข้าอยู่จริง กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่เรียกกันว่า ฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ และจนในปี พ.ศ. 2539 กลุ่มบีแลนด์ จึงหยุดก่อสร้างตึกใหม่ๆ พร้อมกับเร่งระบายสต๊อกตึกที่สร้างเสร็จแล้วให้ได้มากที่สุด แต่แล้วเมื่อเกิดวิกฤติเศรษฐกิจปี พ.ศ. 2540 พิษต้มยำกุ้งส่งผลกระทบอย่างหนักกับกลุ่มบีแลนด์ และโครงการเมืองทองธานี ทำให้ภาพรวมแล้วกลายเป็นเมืองร้าง

ในปี พ.ศ. 2541 กลุ่มบีแลนด์ได้ตัดสินใจสร้างศูนย์กีฬาขนาดยักษ์ในพื้นที่ 70,000 ตารางเมตรรองรับกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 13 เพื่อดึงคนให้รู้จักโครงการที่อยู่อาศัยและอาคารพาณิชย์จำนวนมหาศาลในเมืองทองธานี ต่อมาเมื่อซีเกมส์ได้จบลง บีแลนด์ได้ปรับศูนย์กีฬาดังกล่าวเป็นศูนย์จัดแสดงสินค้าขนาดใหญ่ และพื้นที่จัดงานอเนกประสงค์ ภายใต้ชื่อ “อิมแพ็ค อารีน่า” จนต่อมาได้กลายเป็นพื้นที่จัดงานสำคัญ ทั้งงานคอนเสิร์ต งานแสดงสินค้า งานสำคัญระดับประเทศหลายงาน ทำให้เมืองทองธานี เริ่มกลับมาเป็นที่รู้จักในวงกว้างอีกครั้ง

นอกจากนี้ กลุ่มบีแลนด์ยังปรับตัวต่อเนื่อง เพื่อฟื้นเมืองทองธานีจากเมืองร้างให้กลับมาเป็นเมืองอยู่อาศัยอีกครั้ง จึงทยอยนำคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่จำนวนหลายร้อยยูนิต ภายใต้ชื่อป๊อปปูล่า คอนโดมิเนียม และเลควิว คอนโดมิเนียม พร้อมบ้านแนวราบมาขายในราคาพิเศษ จนเมืองทองธานีค่อยๆ ฟื้นตัวกลับมา เริ่มมีผู้อยู่อาศัยมากขึ้น มีรถสาธารณะของภาครัฐผ่าน และเข้ามาจอดในพื้นที่ มีรถตู้สาธารณะที่ทำให้คนที่อยู่อาศัยในเมืองแห่งนี้เดินทางสะดวกมากขึ้น อาคารพาณิชย์ที่ติดฝั่งถนนสายหลัก เริ่มมีร้านค้า ร้านอาหารมาตั้งหลักปักฐานขาย อาคารสำนักงานที่เคยร้างก็กลับมามีผู้เช่า

และเริ่มเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญหลายแห่งทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เช่น มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช มหาวิทยาลัยศิลปากร City Campus สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม สถานกีฬาเมืองทองธานี (ธันเดอร์โดม) สนามเอสซีจี สเตเดี้ยม, การกีฬาแห่งประเทศไทย, The Tennis Academy of Asia, วัดผาสุกมณีจักร และโรงเรียนอีกหลายโรงเรียน เช่น โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสเซเวียร์ โรงเรียนวัดผาสุกมณีจักร โรงเรียนกุมุทมาท โรงเรียนอนุบาลจุติพร เป็นต้น

ในช่วงที่เศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัวจากวิกฤติต้มยำกุ้ง เมืองทองธานี ก็เริ่มเป็นเมืองขนาดใหญ่ มีผู้อยู่อาศัยจำนวนมาก และเมื่อเมืองขยายตัว ปากเกร็ด เมืองทองธานี มีความเจริญเติบโตที่มากขึ้น ประกอบกับการพัฒนาเส้นทางคมนาคมใหม่ๆ ของภาครัฐ มีทางด่วนที่ทำให้การเดินทางมายังเมืองทองธานีสะดวกมากขึ้น กลุ่มบีแลนด์ที่เริ่มกลับมาฟื้นตัวได้ตัดสินใจลงทุนรอบใหม่อย่างต่อเนื่องในพื้นที่ส่วนที่เหลือ แต่เน้นที่โครงการเชิงพาณิชย์อย่างศูนย์ประชุมและแสดงสินค้า ช้อปปิ้งมอลล์ ศูนย์อาหารขนาดใหญ่ โรงแรม รองรับทั้งคนที่อยู่อาศัยในเมืองทองธานี คนพื้นที่ใกล้เคียง และคนที่มาใช้บริการศูนย์แสดงสินค้า โดยศูนย์การประชุมและแสดงสินค้าอิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี กลายเป็นศูนย์การประชุมและแสดงสินค้าที่ได้รับการยอมรับทั้งระดับประเทศและระดับนานาชาติ

ปัจจัยดังกล่าวทำให้เมืองทองธานี กลายเป็นพื้นที่ทำเลทองรอบใหม่ ที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ให้ความสนใจ และเข้ามาซื้อที่ดินบางส่วนในเมืองทองธานีจากบีแลนด์ เพื่อนำไปพัฒนาเป็นโครงการบ้านจัดสรร หรือคอนโดมิเนียมใหม่ รวมถึง ซื้อคอนโดมิเนียมตึกเก่าที่เคยทิ้งร้างมาปรับปรุงเพื่อขายใหม่ในราคาไม่แพง ทำให้เมืองทองธานี กลับมามีความเคลื่อนไหวด้านการก่อสร้างอีกครั้ง

เมืองทองธานีในปัจจุบัน

ปัจจุบันเมืองทองธานี เป็นชุมชนอยู่อาศัยขนาดใหญ่และเป็นศูนย์การประชุมและแสดงสินค้าที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย โดยแม้ว่าปัจจุบันจะมีศูนย์การประชุมและแสดงสินค้าแห่งใหม่ๆ เกิดขึ้นทั้งในใจกลางเมืองและรอบเมืองกรุงเทพฯ แต่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ที่มีจุดเด่นเรื่องเส้นทางรถยนต์ที่สะดวกมาก รองรับงานประชุมและงานแสดงสินค้าขนาดใหญ่ได้ทุกรูปแบบ จึงยังเป็นศูนย์การประชุมและแสดงสินค้าที่ได้รับความนิยมทั้งจากผู้จัดงานและผู้มาใช้บริการ

ด้านที่อยู่อาศัย ปัจจุบันเมืองทองธานี อยู่ใกล้แหล่งงานสำคัญจำนวนมาก ใกล้กับศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ มีการจัดงานประชุมและงานแสดงสินค้าอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้มีความต้องการที่อยู่อาศัยทั้งระยะสั้นและระยะยาวอย่างต่อเนื่อง โดยมีกลุ่มคอนโดมิเนียมตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม บ้านจัดสรรยุคเริ่มต้น จนถึงคอนโดมิเนียมเกิดใหม่ และบ้านจัดสรรมือหนึ่ง เป็นตลาดที่นักลงทุนอสังหาฯ มือสองนิยมเข้ามาหาทรัพย์สินดีๆ ราคาถูก เพื่อปรับปรุงและขายต่อ มีแหล่งช้อปปิ้ง ศูนย์อาหาร ร้านค้า ร้านอาหารจำนวนมาก ที่ทำให้คนที่อยู่อาศัยในเมืองทองธานีไม่จำเป็นต้องเข้าเมืองในวันหยุดพักผ่อน มีการเดินทางที่สะดวกทั้งรถยนต์และรถสาธารณะ ใกล้ทางด่วนหลายเส้นทาง

แต่แม้ว่าเมืองทองธานีจะมีการเดินทางที่สะดวกขึ้น เส้นทางรถยนต์ส่วนตัว รถเมล์ รถตู้สาธารณะจำนวนมาก รวมถึง รถ Shuttle bus ที่เชื่อมต่อไปยังรถไฟฟ้าสายสีเขียว BTS สถานีหมอชิต แต่การไม่มีรถไฟฟ้าผ่านมายังพื้นที่โดยตรง ยังเป็นข้อจำกัดการเดินทางเข้าถึงเมืองทองธานีและอิมแพ็ค อารีน่า นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ ตลอดหลายปีนับตั้งแต่ประเทศไทยมีรถไฟฟ้าเกิดขึ้นครั้งแรกในพื้นที่ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ กลุ่มบีแลนด์มีความพยายามที่จะผลันดันให้ภาครัฐอนุมัติให้มีเส้นทางรถไฟฟ้าเข้ามายังภายในพื้นที่โครงการเมืองทองธานีด้วยโมเดลให้กลุ่มบีแลนด์ลงทุนเองและยกให้เป็นสาธารณะ หรือยกที่ดินให้ภาครัฐเข้ามาพัฒนาได้ แต่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัยกี่รัฐบาล ก็ยังไม่เห็นความชัดเจนในเรื่องนี้

ขณะที่เมื่อต้นปี พ.ศ. 2563 ที่มีกระแสข่าวว่า การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้อนุมัติการลงทุนส่วนต่อขยายของรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) เพิ่มอีก 2 สถานี ระยะทางรวม 3 กม. โดยเป็นสถานีที่ต่อขยายจากสถานีศรีรัช-เมืองทองธานี เพื่อเข้าสู่พื้นที่โครงการเมืองทองธานี คงต้องรอดูว่า จะสำเร็จได้จริงหรือไม่ ซึ่งหากเส้นทางนี้สำเร็จจริง ย่านเมืองทองธานี จะกลับมาคึกคักในทุกรูปแบบแน่นอน

อนาคตของเมืองทองธานี

นอกเหนือจากการพัฒนาโครงการเชิงพาณิชย์ของกลุ่มบีแลนด์อย่างต่อเนื่องในพื้นที่ส่วนที่เหลือของเมืองทองธานี และการเข้ามาของผู้ประกอบการรายอื่นๆ โครงการในอนาคตที่คนเมืองทองธานีให้ความสนใจ นั่นคือ รถไฟฟ้าสายสีชมพู (ปากเกร็ด-หลักสี่-มีนบุรี-สุวินทวงศ์) มีจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายแดง สายสีเขียว สายสีเทาและสายสีส้ม ซึ่งการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้อนุมัติให้ทำสถานีที่ต่อขยายจากสถานีศรีรัช-เมืองทองธานี (เส้นทางหลัก) เพิ่มอีก 2 สถานี ระยะทางรวม 3 กม. ได้แก่ สถานีหน้าอิมแพคชาเลนเจอร์ (MT-01) และสถานีบริเวณทะเลสาบเมืองทองธานี (MT-02) ตั้งอยู่บริเวณทะเลสาบเมืองทองธานี บนถนนแจ้งวัฒนะ – ปากเกร็ด 39 เยื้องกับสนามเอสซีจีสเตเดียม

Get the Guru View

เมืองทองธานี จะเป็นย่านมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ของกรุงเทพฯ ฝั่งนนทบุรี ที่มีองค์ประกอบในการอยู่อาศัยที่ครบถ้วนมาก ผสมผสานทั้งการอยู่อาศัย อาคารพาณิชย์ อาคารสำนักงาน ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้า แหล่งช้อปปิ้ง และรถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยายเข้าเมืองทองธานีจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เกิดการพัฒนาโครงการจากกลุ่มทุนรายใหม่ๆ ที่นอกเหนือจากกลุ่มบีแลนด์ เจ้าอาณาจักรเมืองทองธานี

เจาะลึกทุกทำเลในกรุงเทพฯ ที่น่าสนใจ และหากคุณกำลังค้นหาบ้าน-คอนโดฯ ที่ใช่ สามารถเลือกชมรีวิวโครงการใหม่ และคำนวณสินเชื่อด้วยตนเองก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน คอนโดฯ ทาวน์เฮ้าส์ ที่ตรงกับความต้องการของคุณ