ย่าน ‘เยาวราช’ หรือไชนาทาวน์ กรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในไชนาทาวน์หรือชุมชนจีนนอกประเทศจีนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2325 พร้อมกับการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ในสมัยรัชกาลที่ 1

โดยชาวจีนอพยพที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นชาวแต้จิ๋ว เดิมตั้งถิ่นฐานอยู่แถวพระบรมมหาราชวังเดิม เมื่อมีการสร้างพระบรมมหาราชวัง จึงให้ชาวจีนย้ายไปยังสำเพ็ง ก่อให้เกิดเป็นชุมชนจีนเกิดที่นี่ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 มีการตัดถนนเยาวราชขึ้นในปี พ.ศ. 2435 จึงทำให้ถนนเยาวราชเป็นย่านหลักของชุมชนจีน

ถนนเยาวราช เป็นถนนสายหลักของชุมชนชาวเยาวราช ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ถนนมังกร” โดยมีจุดเริ่มต้นของหัวมังกรที่ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษาบริเวณวงเวียนโอเดียน ท้องมังกรอยู่ที่บริเวณตลาดเก่าเยาวราชและสิ้นสุดปลายหางมังกรที่บริเวณปลายสุดของถนน

โดยตั้งแต่ยุคอดีตย่านเยาวราชเป็นย่านการค้าของชุมชนชาวจีนที่ได้รับความนิยมมากจากทั้งคนไทยและคนจีนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ เพราะมีสินค้าที่หลากหลาย และส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่มากับเรือขนส่งจากจีน ซึ่งในทุกครั้งที่มีเรือขนส่งแวะมาจอดท่า ก็จะมีชาวจีนที่อพยพมาขึ้นเรือมาด้วย เพื่อมาหางานในประเทศไทย

แต่ละยุคแต่ละสมัย เยาวราชก็มีความเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา แต่สิ่งที่ยังไม่เปลี่ยน คือ ความเป็นย่านการค้าของคนจีนและคนไทยเชื้อสายจีน

เยาวราช Bangkok Chinatown

ธุรกิจการค้าในย่านเยาวราช มีความหลากหลาย ทั้งธุรกิจการค้า, การเงิน การธนาคาร, ร้านทอง, ภัตตาคาร ร้านอาหาร, ร้านค้า, เทปและซีดีสวดมนต์, ของเล่นเด็ก, ชุดกี่เพ้า, โคมไฟและผ้าแดงมงคล, เครื่องประดับ, ปฏิทิน, อาหารแห้ง, ห้างทอง รวมไปถึงโรงแรมที่พักต่าง ๆ

โดยธุรกิจที่โดดเด่นที่สุดในย่านเยาวราช คือ ร้านขายทอง หรือนิยมเรียกกันว่า ห้างทอง ซึ่งมีตลอดแนวถนนเยาวราช จนทำให้เยาวราชได้ชื่อว่าเป็น “ถนนสายทองคำ” หลายร้านมีอายุเก่าแก่ เปิดตั้งแต่ยุคบุกเบิกจนถึงปัจจุบันก็มีปรับให้ทันสมัยมากขึ้น แต่บางร้านก็ล้มหายไป

ในอดีตย่านเยาวราชยังเป็นแหล่งรวบรวมความบันเทิงต่างๆ เช่น โรงภาพยนตร์และโรงงิ้วจำนวนมาก (ปัจจุบันได้เลิกกิจการไปหมดแล้ว) รวมถึง มีอาคาร 7 ชั้น ซึ่งเป็นอาคารที่สูงที่สุดของประเทศไทยในเวลานั้นด้วย สะท้อนให้เห็นภาพความรุ่งเรืองของพื้นที่แห่งนี้

โดยแม้ว่าวันเวลาที่เปลี่ยนแปลงจะทำให้เกิดศูนย์กลางการค้าแห่งใหม่ๆ แต่เยาวราชยังคงเป็นย่านการค้าชุมชนชาวจีนที่ไม่เสื่อมคลาย และยังคงเสน่ห์การค้าแบบดั้งเดิมไว้ได้พอสมควร

สำหรับการอยู่อาศัย ที่ดินส่วนใหญ่ของย่านเยาวราชเป็นของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นการอยู่อาศัยแบบสิทธิการเช่าระยะยาว โดยในอดีตคนที่ค้าขายย่านนี้จะเปิดร้านด้านล่าง และใช้ชั้นบนในการอยู่อาศัย

แต่ปัจจุบันคนที่เป็นคนดั้งเดิม แม้จะยังทำการค้าอยู่ แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้อาศัยอยู่ชั้นบนของร้านแล้ว จะให้ลูกน้องอยู่อาศัยแทน ส่วนตัวเองจะขยับออกไปอยู่พื้นที่ใกล้เคียง หรือซื้อบ้านหลังใหญ่ หรือสร้างบ้านเองบริเวณชานเมืองกรุงเทพฯ

ย่านเยาวราชในปัจจุบัน

ปัจจุบันแม้ว่าจะมีนิวไชน่าทาวน์เกิดขึ้นที่ย่านห้วยขวาง และย่านเยาวราชจัดเป็นหนึ่งในพื้นที่ของเมืองเก่า แต่ย่านเยาวราชยังเป็นย่านการค้าสำคัญที่มีชีวิตชีวาตลอดวัน โดยช่วงกลางวันจะเป็นการค้าแบบดั้งเดิม

ส่วนช่วงเย็นจนถึงค่ำคืน จะเป็นร้านอาหารในแบบสตรีทฟู้ด (Street Food) มีร้านอาหารริมข้างทางเรียงรายตลอดสองฝั่งถนน ซึ่งแต่ละร้านล้วนมีชื่อเสียงในเรื่องความอร่อย ไม่ว่าจะเป็น ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาและเย็นตาโฟ, ข้าวขาหมู, หมูสะเต๊ะ, หอยทอด, ผัดไทย, กวยจั๊บ, น้ำเต้าหู้, ห่านและเป็ดพะโล้, หูฉลามและกระเพาะปลา, รังนก, ข้าวหมูแดง, ข้าวราดแกงและอาหารตามสั่ง, ผลไม้, เกาลัดคั่ว, บ๊ะจ่าง, ติ่มซำ ฯลฯ

Local people shopping at the street food market of the famous Ch เยาวราช

ในระยะหลังย่านเยาวราชจึงมีความโดดเด่นในเรื่องอาหารการกินมาก จนได้รับการจัดอันดับจากสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นให้เป็น “สวรรค์แห่งอาหารริมทาง” อีกทั้ง ยังมีภัตตาคารหรือร้านอาหารชื่อดังที่ได้รับความนิยมจากทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ บางร้านยังเป็นร้านที่ได้รับคัดเลือกให้อยู่ในหนังสือคู่มือมิชลินไกด์ หรือที่เรียกกันว่าได้ดาวมิชลิน อีกทั้ง ยังคงมีตลาดขายของแห้งสไตล์จีนที่เป็นที่นิยมและหายากในพื้นที่อื่น

ความโดดเด่นในเรื่องสตรีทฟู้ด ทำให้ย่านเยาวราชดึงนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลจากทั่วโลกให้มาเยือน และไม่เพียงแต่นักท่องเที่ยวต่างชาติเท่านั้น แต่ยังรวมถึง คนไทยก็นิยมมาลิ้มลองอาหารเมนูเด็ดที่ย่านเยาวราชด้วยเช่นกัน

สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับดัชนีราคาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ ได้ที่ DDproperty Property Index

อนาคตของย่านเยาวราช

โครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงิน (หัวลำโพง-บางแค) ที่กำลังอยู่ระหว่างก่อสร้าง คาดว่าจะเปิดให้บริการในเดือน ก.ย. 2562 นี้ จะผ่านย่านเยาวราชที่สถานีวัดมังกร ทำให้การเดินทางจากใจกลางธุรกิจใหม่สู่เมืองเก่าได้สะดวกมากขึ้น ซึ่งนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต่างประเมินว่า จะเป็นปัจจัยที่ทำให้ย่านเยาวราชมีการเปลี่ยนแปลงรอบใหม่ เพราะคนเดินทางมาสะดวกมากขึ้น

โดยเริ่มเห็นการลงทุนใหม่ ๆ ในย่านเยาวราช เช่น รื้ออาคารเก่าสร้างเป็นคอมมูนิตี้มอลล์ ปรับปรุงร้านค้าเก่าให้เป็นโมเดิร์น คลาสสิค คือมีความทันสมัย ภายใต้กลิ่นอายดั้งเดิม ส่วนที่ดินที่ขายกรรมสิทธิ์ได้ เริ่มมีการพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ใจกลางเยาวราช เจาะกลุ่มคนเยาวราชเดิมและกลุ่มนักลงทุน รวมถึง ธุรกิจโฮสเทลในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียงที่มีโอกาสขยายตัวรองรับนักท่องเที่ยวที่จะมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในความเจริญที่กำลังจะเกิดขึ้นและอาจจะเปลี่ยนแปลงหลายพื้นที่ในย่านนี้ให้มีความทันสมัย เป็นสิ่งที่คนในพื้นที่กังวลว่าอาจจะทำลายเสน่ห์ความเป็นย่านการค้าแบบดั้งเดิม

Get the Guru View

แม้ที่ผ่านมาย่านเยาวราชจะเป็นย่านการค้าที่คึกคัก แต่ก่อนหน้าที่จะมีโครงการถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายเกิดขึ้น ย่านนี้มีคอมมูนิตี้มอลล์เกิดขึ้นบ้างแล้ว และก็มีจำนวนไม่น้อยที่ไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะคนที่มาเยือนย่านนี้ ต้องการสัมผัสบรรยากาศความเป็นย่านการค้าของเยาวราชมากกว่าการเดินในคอมมูนิตี้มอลล์ที่พบเห็นได้ทั่วไป

คงต้องจับตามดูว่า คอมมูนิตี้มอลล์ใหม่ ๆ ที่กำลังเกิดขึ้นหลังจากมีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายจะได้รับการตอบรับจากคนในท้องถิ่นหรือนักท่องเที่ยวมากเพียงใด รวมถึง พื้นที่ค้าปลีกใหม่ ๆ ภายในอาคารสถานีวัดมังกร ที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยสร้างขึ้น เพื่อรองรับการค้าขายในย่านนี้จะแจ้งเกิดได้หรือไม่

รวมถึง มีแนวโน้มที่จะได้เห็นการรื้อตึกเก่าที่สามารถรื้อได้ หรือปรับโฉมตึกเดิมให้ทันสมัยขึ้น

เจาะลึกทุกทำเลในกรุงเทพฯ ที่น่าสนใจ และหากคุณกำลังค้นหาบ้าน-คอนโดฯ ที่ใช่ สามารถเลือกชมรีวิวโครงการใหม่ ก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน คอนโดฯ ทาวน์เฮ้าส์ ที่ตรงกับความต้องการของคุณ