วัสดุกันเสียงรบกวนคืออะไร เลือกอย่างไรให้เหมาะกับบ้าน

วัสดุกันเสียงรบกวนคืออะไร เลือกอย่างไรให้เหมาะกับบ้าน

หนึ่งในปัญหาผู้อาศัยคอนโดหรือห้องพักต่าง ๆ นั้น คงหนีไม่พ้นได้ยินเสียงดังจากห้องข้างเคียง วิธีแก้ที่ตอบโจทย์ที่สุดก็คือใช้วัสดุกันเสียงรบกวน โดยสิ่งนี้มีช่วยขจัดปัญหาเสียงรบกวนจากเพื่อนบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลองมาทำความรู้จักว่าวัสดุกันเสียงรบกวนคืออะไร มีแบบไหนบ้าง เพื่อจะได้เป็นแนวทางในการเลือกซื้อมาใช้งานได้อย่างถูกต้องและเหมาะกับบ้านของเรา

 

วัสดุกันเสียงรบกวนคืออะไร

วัสดุกันเสียงรบกวน คือ สิ่งที่ช่วยกันเสียงจากสภาพแวดล้อมไม่ให้ผ่านทะลุวัสดุที่กั้นเอาไว้ได้ โดยวัสดุดังกล่าวไม่ได้มีลักษณะเป็นคอนกรีตหนาหรือกำแพงขนาดใหญ่ ทั้งนี้ วัสดุกันเสียงรบกวนจะเกี่ยวเนื่องกับองค์ประกอบและโครงสร้างของตึกหรืออาคารว่าสร้างจากวัสดุแบบใด มีประสิทธิภาพในการลดหรือกันเสียงลอดผ่านผนังได้มากน้อยแค่ไหน

 

วัสดุกันเสียงรบกวนมีกี่ประเภท

โดยทั่วไปแล้ววัสดุกันเสียงรบกวนผลิตออกมาหลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับว่าจะนำไปติดตั้งและใช้งานที่ส่วนไหนของที่อยู่อาศัย โดยจะแบ่งประเภทตามลักษณะวัสดุที่ใช้ผลิต ดังนี้

1. วัสดุกันเสียงรบกวน ประเภท Shumoplast

เนื้อวัสดุเป็นเม็ดเล็ก ๆ เคลือบด้วยสีอะคริลิก ผิวสัมผัสยืดหยุ่นคล้ายยางยืด มักนำมาใช้ทำเป็นฐานของพื้นลอย ถือเป็นวัสดุกันเสียงคุณภาพ เหมาะแก่การนำไปใช้กันเสียงบริเวณทั่วไปพื้นที่ที่มีขนาดใหญ่ภายในบ้าน วัสดุนี้จะช่วยลดเสียงดังรบกวนลงได้ประมาณ 32 เดซิเบล

ข้อดีคือกันน้ำ เนื้อวัสดุไม่เป็นพิษ ติดตั้งง่าย และใช้งานได้นาน ข้อเสียคือใช้เวลาติดตั้งนานพอสมควร เพราะต้องรอให้แห้งประมาณ 24 ชั่วโมง

 

2. วัสดุกันเสียงรบกวน ประเภทโฟม

เนื้อวัสดุทำจากโพลียูรีแทนโฟม มักนำไปใช้กันเสียงจากภายนอกไม่ให้เข้ามาข้างใน จึงเหมาะแก่การนำมาติดตั้งกันเสียงในห้องอัด สตูดิโอ หรือโรงภาพยนตร์ โดยช่างจะติดตั้งตามผนังและเพดานด้วยกาวแบบพิเศษหรือฟิล์มกาว

ข้อดีคือช่วยซับเสียงได้ร้อยละ 95 มีความยืดหยุ่นสูง และประสิทธิภาพการใช้งานสูงกว่าวัสดุกันเสียงรบกวนประเภทอื่น ส่วนข้อเสียคือเนื้อวัสดุก่อให้เกิดสารพิษได้หากจุดติดไฟและละลาย แนะนำว่าควรเลี่ยงการจุดไฟในห้องที่ติดตั้งวัสดุกันเสียงรบกวนประเภทโฟม และเลี่ยงไม่ให้โดนแสงแดด นอกจากนี้ วัสดุโฟมไม่รองรับน้ำหนักสิ่งของเท่าไหร่ จึงควรขนย้ายด้วยความระมัดระวัง

 

3. วัสดุกันเสียงรบกวน ประเภท Teksound

วัสดุประเภทนี้ทำจากแร่ มีคุณสมบัติกันเสียง โดยลดระดับเสียงรบกวนได้มากถึง 28 เดซิเบล

ข้อดีคือเนื้อวัสดุไม่หนามาก ประมาณ 0-4 เซนติเมตร เหมาะแก่การนำไปใช้ติดตั้งได้กับทุกสภาพพื้นผิว ติดตั้งง่ายและเร็ว ยืดหยุ่นสูง ทนทาน ข้อเสียคือราคาค่อนข้างแพง รวมทั้งต้องใช้วิธีการติดตั้งพิเศษในกรณีที่ติดตั้งบนพื้นคอนกรีต

 

วัสดุกันเสียงรบกวน ประเภทอะคูสติก

 

4. วัสดุกันเสียงรบกวน ประเภทอะคูสติก

นับเป็นวัสดุกันเสียงรบกวนที่ช่วยทั้งเรื่องกันเสียงและใช้ตกแต่งเพื่อความสวยงามในคราวเดียว เนื้อวัสดุด้านนอกทำจากวีเนียร์ ซึ่งเหมาะแก่การดัดแปลงสำหรับตกแต่งห้องได้ทุกรูปแบบ จึงมักนำไปใช้ติดตั้งพื้นที่ภายในมากกว่า

ข้อดีคือไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งติดตั้งและปรับแต่งได้ง่ายกว่า ส่วนข้อเสียอย่างเดียวก็คือราคาแพง

 

5. วัสดุกันเสียงรบกวน ประเภทไอโซปลาสต์

เนื้อวัสดุทำจากไม้เนื้ออ่อนพิเศษ ช่วยลดระดับเสียงรบกวนได้ประมาณ 27 เดซิเบล อีกทั้งยังมีคุณสมบัติรักษาอุณหภูมิห้องด้วย

ข้อดีของวัสดุประเภทนี้คือเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ติดตั้งง่าย และเหมาะแก่การตกแต่งภายใน แต่ราคาค่อนข้างสูง รวมทั้งติดไฟได้ง่าย

 

6. วัสดุกันเสียงรบกวน ประเภทฉนวนใยหิน

วัสดุประเภทนี้ช่วยลดระดับเสียงรบกวนได้ร้อยละ 99 มักนำมาใช้กันเสียงจากภายนอก โดยนิยมติดตั้งกับพื้นผิวคอนกรีตและไม้ การใช้งานจะคล้ายกับวัสดุประเภท Shumoplast คือจะใช้ติดตั้งบริเวณพื้นที่ขนาดใหญ่ที่เป็นฐานหรือพื้นลอย

ข้อดีคือทนทานความร้อนสูง เนื้อวัสดุปราศจากเรซิน ติดตั้งง่ายโดยไม่ต้องกลึง ใช้งานได้นาน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่หดตัว ส่วนข้อเสียคือดูดซึมความชื้น ซึ่งอาจทำให้อับ จึงจำเป็นต้องเพิ่มวัสดุกันเสียงที่มีคุณสมบัติกันน้ำเข้ามาใช้ร่วมด้วย

 

7. วัสดุกันเสียงรบกวน ประเภทเมมเบรน

วัสดุทำจากฉนวนใยหินผสมโพลีเมอร์ มีลักษณะคล้ายฟิล์มพิเศษ นำไปใช้ได้กับทุกสภาพพื้นผิว

ข้อดีคือทนทานความร้อนได้สูง เหมาะแก่การติดตั้งกันเสียงทั้งด้านนอกและด้านในอาคาร เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ใช้งานได้ยาวนาน แต่อาจเสียตรงที่ราคาค่อนข้างแพง

 

8. วัสดุกันเสียงรบกวน ประเภทพลาสเตอร์พิเศษ

วัสดุประเภทนี้ผลิตจากองค์ประกอบหลายอย่าง จึงเหมาะแก่การกันเสียงและงานตกแต่ง โดยจะช่วยกันเสียงจากด้านในไม่ให้กระจายหรือเล็ดลอดออกไปด้านนอก การติดตั้งวัสดุกันเสียงประเภทนี้ควรเลือกติดตั้งให้หนาประมาณ 2-3 เซนติเมตร

ข้อดีคือช่วยตกแต่งซ่อมแซมสภาพพื้นผิวให้ดูดี วัสดุไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม และทนทานความร้อนได้สูง แต่วัสดุประเภทนี้ก็ติดตั้งยุ่งยากพอสมควร เพราะต้องวางเลเยอร์ของวัสดุประมาณ 2-3 ชั้นในการติดตั้ง รวมทั้งมีราคาแพง

 

9. วัสดุกันเสียงรบกวน ประเภท Shumoizol

มีลักษณะเป็นวัสดุสองชั้น มีคุณสมบัติกันเสียงดีเยี่ยม ทนทานต่อการกดทับ รวมทั้งนำไปใช้ติดตั้งกับผนังได้โดยไม่มีพลาสเตอร์บอร์ด นอกจากกันเสียงแล้ว ยังมีคุณสมบัติกันน้ำ ยืดหยุ่นสูง ทนความร้อนได้สูง และใช้งานได้ยาวนาน ส่วนข้อเสียคือมีราคาค่อนข้างสูง

 

10. วัสดุกันเสียงรบกวน ประเภทบอร์ดไฟเบอร์

วัสดุทำจากเส้นใยและซีเมนต์ มักนำมาใช้เป็นเพดานกันเสียงหรือวัสดุอะคูสติก อีกทั้งยังมีคุณสมบัติดูดซับเสียงดีเยี่ยม

 

วัสดุกันเสียงรบกวน มีประโยชน์อย่างมาก โดยเฉพาะการทำห้องโฮมเธียเตอร์

 

วัสดุกันเสียงรบกวน มีประโยชน์อย่างไร

ไม่ว่าจะอยู่บ้าน ห้องพัก หรือสำนักงาน คงเข้าใจว่าปัญหาได้ยินเสียงจากเพื่อนบ้านข้างเคียงสร้างปัญหาได้ไม่น้อย วัสดุกันเสียงรบกวนถือเป็นคำตอบของการแก้ไขปัญหานี้ แต่บางคนก็อาจลังเลว่าประโยชน์ของสิ่งนี้จะคุ้มค่าให้ลงทุนหรือไม่ ลองมาดูประโยชน์ของการใช้วัสดุกันเสียงรบกวนกันก่อน รับรองว่าคุ้มค่ากับการลงทุนติดตั้งแน่นอน

 

1. ปรับระดับเสียงให้พอดี

หากคุณวางแผนทำห้องประชุม ล็อบบี้ หรือคลับเฮ้าส์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ต้องรวมตัวคนเป็นจำนวนมาก เสียงจึงค่อนข้างดังและก้องเป็นพิเศษ การเลือกใช้วัสดุกันเสียงรบกวนติดตั้งตามผนังจะช่วยตกแต่งและปรับระดับเสียงจอแจภายในสถานที่ปิดเช่นนี้อยู่ในระดับพอดี เมื่อเสียงไม่ดังเกินไป ก็ทำให้ทุกคนสามารถพูดคุยได้ง่ายมากขึ้น

 

2. สร้างพื้นที่ส่วนตัว

หากคุณอยู่บ้านหรือห้องพักที่ผนังติดกับเพื่อนบ้าน ก็คงต้องการความเป็นส่วนตัวอยู่แล้ว แต่บ้านหรือห้องพักบางแห่งกลับไม่เก็บเสียง การใช้วัสดุกันเสียงจะช่วยกันเสียงจากภายในห้องไม่ให้ออกไปข้างนอก รวมทั้งกันเสียงข้างนอกเข้ามาข้างในด้วย ทำให้คุณสร้างพื้นที่และบรรยากาศส่วนตัว ทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตามต้องการ

 

4 ขั้นตอนแก้ปัญหาเพื่อนบ้านเสียงดัง

 

3. ลดเสียงสะท้อน

ห้องที่มีขนาดใหญ่และเพดานสูงมากมักประสบปัญหาเสียงก้องเสียงสะท้อน ซึ่งรบกวนการสนทนาพูดคุยของผู้คนภายในห้อง ทำให้สื่อสารกันไม่ได้ แม้ว่าเครื่องเรือน ผ้าม่านต่าง ๆ จะช่วยลดเสียงสะท้อนลงได้บ้าง แต่นั่นก็ไม่เท่ากับการใช้วัสดุกันเสียงโดยเฉพาะ เพราะวัสดุกันเสียงแต่ละประเภทได้รับการออกแบบเพื่อใช้งานดังกล่าวโดยเฉพาะ รวมทั้งมีคุณสมบัติเสริมที่เหมาะกับลักษณะการใช้งานด้วย

 

4. เพิ่มคุณภาพเสียง

หากคุณต้องการสร้างโฮมเธียเตอร์ ควรเลือกติดตั้งวัสดุกันเสียงรบกวนประเภทโฟมอะคูสติกไว้ภายในห้องนั้น เพื่อกันเสียงรบกวนจากภานนอก รวมทั้งปรับสภาพเสียงในการรับชมภาพยนตร์ที่ดีที่สุด นอกจากนี้ ยังเหมาะแก่การติดตั้งในห้องอัดเสียง ห้องสมุด และห้องประชุม

 

5. ลดมลพิษทางเสียง

ปัญหาสุขภาพทางการได้ยินถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ที่พบเห็นได้ในปัจจุบัน และหนึ่งในสาเหตุนั้นก็มาจากการฟังเสียงที่ดังมากเกินไป วัสดุกันเสียงรบกวนจะช่วยกันเสียงไม่พึงประสงค์จากสภาพแวดล้อมภายนอกออกไป ซึ่งช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อประสาทการได้ยิน ทำให้คุณไม่ต้องเสี่ยงฟังเสียงที่ดังมากเกินไปได้ อีกทั้งยังลดปัญหาการนอนหลับ ความเครียด ความจำ อันอาจเกิดจากเสียงรบกวนต่าง ๆ

 

6. สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี

เสียงที่ดังมากเกินไปอาจทำให้เสียสมาธิ ไม่สามารถจดจ่อกับการทำงานตรงหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในช่วงที่หลายคนต้องทำงาน Work from Home การติดตั้งวัสดุกันเสียงจะช่วยตัดเสียงรบกวนข้างนอกออกไป ช่วยให้มีสมาธิทำงานมากขึ้น และเมื่อมีสมาธิทำงานมากขึ้น ก็จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตามมาด้วย

 

Work from Home อย่างไรให้ชีวิตสมดุล

 

วัสดุกันเสียงรบกวน ติดตั้งได้อย่างไร

วิธีติดตั้งวัสดุกันเสียงรบกวนด้วยตัวเองนั้น มี 3 แบบด้วยกัน ดังนี้

 

1. ติดตั้งแบบ Rotofast

วิธีนี้เหมาะกับการติดตั้งบนพื้นผนังแห้งและเป็นเนื้อไม้ โดยต้องผนึกตัวติด Rotofast ด้านหลังของวัสดุที่จะติดตั้ง เมื่อติดตัวผนึกเรียบร้อยแล้ว ให้นำแผ่นวัสดุกันเสียงไปวางบนบริเวณที่ต้องการติดตั้ง

ข้อดีของตัวผนึกนี้คือไม่ต้องใช้กาว เคลื่อนย้ายได้ง่าย รวมทั้งติดตั้งได้ไว

 

2. ติดต้ังแบบ ZClips

วิธีนี้เหมาะกับการติดตั้งบนพื้นคอนกรีตหรือผนังก่ออิฐ โดยจะติดตัวผนึกไว้ด้านหลังวัสดุก่อน จากนั้นต้องติดตั้งตัวผนึกอีกอันไว้ที่ผนังที่จะติดตั้งวัสดุนั้น แล้วจึงนำวัสดุกันเสียงไปวางทับอีกรอบ

ข้อดีของการติดตั้งแบบนี้ก็เมหือนกับการติดตั้งแบบ Rotofast คือตัวผนึกไม่ใช้กาว เคลื่อนย้ายง่าย และติดตั้งได้ไว

 

3. ติดตั้งแบบ Impaling Clips

วิธีนี้ติดตั้งง่ายที่สุด หากคุณวางแผนไว้แล้วว่าจะติดตั้งวัสดุกันเสียงรบกวนไว้ตรงไหน และจะไม่เคลื่อนย้ายไปที่อื่นอีกแน่นอน ก็ให้ติดตั้งด้วยวิธีนี้ได้เลย โดยเริ่มทากาวที่ด้านหลังวัสดุ ติดตัวผนึกที่ผนัง จากนั้นก็นำแผ่นวัสดุมาติดตั้งให้เรียบร้อย เมื่อกาวแห้งสนิทแล้ว ตัวผนึกจะแนบติดเป็นเนื้อเดียวกับวัสดุ การติดตั้งด้วยวิธีนี้เหมาะสำหรับพื้นผิวแห้งและเป็นเนื้อไม้เท่านั้น

 

แม้ว่าการติดตั้งวัสดุกันเสียงรบกวนจะมีวิธีติดตั้งหลากหลายและทำได้เอง แต่การให้ช่างผู้เชี่ยวชาญมาติดตั้งให้ก็ย่อมดีกว่า เพราะวัสดุกันเสียงบางประเภทต้องอาศัยความชำนาญในการติดตั้ง เพื่อให้พร้อมใช้งานและตกแต่งห้องให้สวยงามในคราวเดียว

 

สนใจรับบทความดีดี อัปเดต ข่าวอสังหาริมทรัพย์ และ อ่านคู่มือซื้อขาย พร้อม รีวิวโครงการคอนโดฯ ใหม่ บ้านใหม่ หลากหลายทำเลและราคา รวมถึง ทำความรู้จักกับทำเลฮอตทั่วกรุง เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการซื้อ-ขาย-เช่า

Read Next

Tools & Calculators
Affordability Calculator Icon
Thinking of buying a property in Thailand? Use our affordability calculator to estimate what you can comfortably spend on your new home.
Repayment Calculator Icon
Use our calculator to estimate the monthly loan repayments for your dream home.
฿
Interest Rate And loan Icon
Indicate the home loan amount you want to borrow, and we will show you the impact of interest rate and loan term to your monthly mortgage payment.