เช็กมาตรการช่วยลูกหนี้ สินเชื่อเงินกู้โควิด-19 ธนาคารรัฐ-พาณิชย์

เช็กมาตรการช่วยลูกหนี้ สินเชื่อเงินกู้โควิด-19 ธนาคารรัฐ-พาณิชย์

จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้หลายภาคส่วนธุรกิจ รวมถึงประชาชนทั่วไปได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดดังกล่าว ธนาคารรัฐและพาณิชย์ จึงได้ออกมาตรการช่วยลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาด ทั้งการพักการชำระหนี้ ยืดระยะเวลา รวมถึงเพิ่มวงเงินหมุนเวียน

 

ชำระหนี้แบบไหนดีในช่วงโควิด-19

Guide

ชำระหนี้แบบไหนดีในช่วงโควิด-19

 

ธ.ออมสิน ให้กู้สูงสุด 10 ล้าน ผ่อน 0% นาน 6 เดือน

ธนาคารออมสิน เปิดให้กู้ "สินเชื่อไทรทองอเนกประสงค์" เพื่อเสริมภาพคล่อง หรือนำไปไถ่ถอนจำนองสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคจากสถาบันการเงินอื่น โดยผ่อนปรนให้ใช้หลักทรัพย์หลายประเภทมาค้ำประกันเงินกู้ ภายใต้แคมเปญ “กู้ปีนี้ ผ่อนปีหน้า”

ธ.ออมสิน ให้กู้สูงสุด 10 ล้าน ผ่อน 0% นาน 6 เดือน

สินเชื่อไทรทองอเนกประสงค์ เป็นสินเชื่อที่สามารถเปลี่ยนทรัพย์สินที่มีอยู่ให้เป็นเงินช่วยเสริมสภาพคล่องในยามฉุกเฉิน โดยใช้บ้าน ที่ดิน สวนไร่นา หรือคอนโดที่ปลอดภาระจำนองเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน

วงเงินกู้สูงสุด 10 ล้านบาท ระยะเวลาผ่อนชำระนานสูงสุด 25 ปี ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 6 เดือนแรก เดือนที่ 7-24 ผ่อนชำระเพียงล้านละ 5,500 บาทต่อเดือน

หลังจากนั้นคิดอัตราดอกเบี้ย MRR (ปัจจุบัน MRR ของธนาคารออมสินเท่ากับ 6.245%) หรือคิดเป็นอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี เพียง 4.914% ต่อปีเท่านั้น ในกรณีผู้กู้ประสงค์ทำประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองวงเงินสินเชื่อตามเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด

ทั้งนี้ ภายใต้แคมเปญดังกล่าวผู้กู้จะต้องได้รับอนุมัติและจัดทำนิติกรรมสัญญาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2564 โดยสามารถติดต่อยื่นกู้ที่สาขาธนาคารออมสินทุกแห่งทั่วประเทศได้ตั้งแต่บัดนี้ หรือศึกษารายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ GSB Contact Center โทร.1115

 

แบงก์ชาติ ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยระยะที่ 3

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมมือกับผู้ให้บริการทางการเงิน ผ่านสมาคมและชมรมต่าง ๆ รวม 8 แห่ง ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยระยะที่ 3 ซึ่งมุ่งเน้นช่วยลดภาระหนี้ในระยะยาว มีทางเลือก มีความยืดหยุ่น และมีวิธีปฏิบัติที่ชัดเจน สามารถช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับความเดือดร้อนได้อย่างเหมาะสม โดยจะครอบคลุมสินเชื่อ 4 ประเภท ดังนี้

มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย ระยะที่ 3 ของ ธปท.

บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล (Revolving & Installment Loan)

1. เปลี่ยนเป็นหนี้ระยะยาว หรือลดค่างวด

2. กรณีขยายระยะเวลาเกินกว่า 48 งวด ให้ผู้บริการทางการเงินทบทวนอัตราดอกเบี้ยให้ต่ำกว่าอัตราที่กำหนด

3. รวมหนี้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อรายย่อยอื่น

สินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์และรถจักรยานยนต์

จำนำทะเบียนรถยนต์

1. ลดค่างวด

2. สำหรับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบรุนแรง พิจารณาใน 2 ทางเลือก ได้แก่

- พักชำระค่างวด

- การคืนรถสำหรับลูกหนี้ที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้ หากราคาขายประมูลได้จริงต่ำกว่าภาระหนี้ตามสัญญา ผู้ให้บริการทางการเงินสามารถช่วยลดภาระหนี้ให้สอดคล้องกับสถานะของลูกหนี้

3. รวมหนี้ สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อรายย่อยอื่น

จำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์

1. ลดค่างวด

2. รวมหนี้ สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อรายย่อยอื่น

เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์

เช่าซื้อรถยนต์

1. ลดค่างวด หรือขยายเวลา

2. สำหรับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบรุนแรง พิจารณาใน 2 ทางเลือก

- พักชำระค่างวด โดยยกเว้นดอกเบี้ยในช่วงที่พัก หรือคิดดอกเบี้ยจากฐานค่างวดในช่วงที่พักชำระหนี้

- การคืนรถ สำหรับลูกหนี้ที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้ หากราคาขายประมูลได้จริงต่ำกว่าภาระหนี้ตามสัญญา ผู้ให้สอดคล้องกับสถานะของลูกหนี้

ท้้งนี้ การช่วยเหลือตามข้อ 1 และ 2 เมื่อคำนวณอัตราดอกเบี้ยตลอดอายุสัญญา (EIR: Effective Interest Rate) ต้องไม่สูงกว่า EIR เดิม

3. รวมหนี้ สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อรายย่อยอื่น

4. หากลูกหนี้ชำระค่าเช่าซื้อทั้งหมดในคราวเดียวเพื่อปิดบัญชี ให้ลดดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ ไม่น้อยกว่า 50% ตามข้อกำหนดของ สคบ.

เช่าซื้อรถจักรยานยนต์

1. ลดค่างวด หรือขยายเวลา เมื่อคำนวณ EIR ใหม่ตลอดสัญญาต้องไม่สูงกว่า EIR เดิม

2. รวมหนี้ สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อรายย่อยอื่น

3. หากลูกหนี้ชำระค่าเช่าซื้อทั้งหมดในคราวเดียวเพื่อปิดบัญชี ให้ลดดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ ไม่น้อยกว่า 50% ตามข้อกำหนดของ สคบ.

สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อที่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน

1. บรรเทาภาระหนี้ โดยลดค่างวด หรือพักเงินต้นและจ่ายดอกเบี้ยบางส่วน หรือพักเงินต้นและพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ย หรือพักชำระค่างวด

2. ทยอยชำระคืนเป็นขั้นบันได (Step up) ตามความสามารถของลูกหนี้ หลังลดค่างวดหรือพักชำระหนี้

3. รวมหนี้ สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อรายย่อยอื่น

มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย ระยะที่ 3 ของ ธปท.

ทั้งนี้ ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบสามารถแจ้งความประสงค์รับความช่วยเหลือได้ตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม-31 ธันวาคม 2564 ผ่านช่องทางต่าง ๆ ของผู้ให้บริการทางการเงิน โดย ธปท. ขอให้ผู้ให้บริการทางการเงินให้ความช่วยเหลือที่เหมาะสมกับสถานะของลูกหนี้ตามมาตรการที่กำหนด รวมทั้งให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมตามนโยบายของผู้ให้บริการทางการเงิน

นอกจากนี้ ธปท. มีช่องทางสนับสนุนในการช่วยเหลือลูกหนี้ที่เดือดร้อน ดังนี้

1. มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ สำหรับการช่วยเหลือลูกหนี้บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล ได้ขยายเวลาออกไปถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2564 และจะเพิ่มการไกล่เกลี่ยหนี้เช่าซื้อในระยะต่อไป

2. โครงการหมอหนี้เพื่อประชาชน เพื่อเป็นแหล่งให้ข้อมูลและข้อแนะนำเกี่ยวกับการแก้ไขหนี้รายย่อยและธุรกิจ ซึ่งลูกหนี้สามารถเรียนรู้ด้วยตนเองและนำไปแก้ไขปัญหา หรือบอกต่อข้อแนะนำแก่ผู้ใกล้ชิดได้

ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบสามารถศึกษาและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือได้ที่ผู้ให้บริการทางการเงินของท่าน ผ่านช่องทางต่าง ๆ

สำหรับลูกหนี้ที่ยังมีศักยภาพ ธปท. สนับสนุนให้ทยอยชำระหนี้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการพักชำระเงินต้น และ/หรือดอกเบี้ย จะยังคงมีการคิดดอกเบี้ยตามระยะเวลาการกู้ยืมอยู่ ซึ่งจะทำให้ภาระการชำระหนี้ของลูกหนี้เพิ่มขึ้นในระยะยาว

 

ธนาคารออมสิน

ตามที่ธนาคารออมสินได้ออกมาตรการพักชำระหนี้ลูกค้าสินเชื่อรายย่อย และผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหาร, โรงแรม, รีสอร์ต, เกสต์เฮาส์ และเซอร์วิสอพาร์ตเม้นท์ ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยให้พักชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุด 6 งวด เริ่มตั้งแต่งวดเดือนกรกฎาคม-ธันวาคม 2564

โดยธนาคารได้เปิดให้ลูกหนี้กลุ่มเป้าหมายแจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการพักชำระหนี้ และมีผู้สนใจเข้ามาตรการอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีลูกหนี้อีกบางส่วน ที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิ์พักชำระหนี้ตามมาตรการนี้ ซึ่งการได้พักชำระหนี้จะช่วยเหลือในเรื่องของการเสริมสภาพคล่อง และยับยั้งไม่ให้ลูกหนี้ต้องกลายเป็นหนี้เสีย (NPL) ที่จะส่งผลกระทบต่อการกู้เงินในอนาคต

รวมทั้งยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงที่ต้องขาดรายได้หรือรายได้ไม่แน่นอน จึงขอเชิญชวนให้ผู้ที่ยังไม่ได้แจ้งความประสงค์ขอพักชำระหนี้ โปรดรีบใช้สิทธิ์ ก่อนหมดเขตวันที่ 30 สิงหาคม 2564 นี้

ทั้งนี้ มาตรการพักชำระหนี้ลูกค้าสินเชื่อรายย่อย ที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 200,000 บาท และไม่ใช้หลักทรัพย์ ค้ำประกัน สำหรับผู้ได้รับผลกระทบทำให้ต้องเลิกกิจการ ถูกเลิกจ้าง ขาดรายได้ ฯลฯ ฯลฯ (ยกเว้นข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ) สามารถเข้าตรวจสอบสิทธิ์ในแอป MyMo และกดทำรายการได้ทันทีที่ปรากฏเมนูพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย

ส่วนผู้ที่ยังไม่มีแอป MyMo แต่มีบัตรเดบิต สามารถดาวน์โหลดและเปิดใช้งานแอป MyMo ด้วยตนเองได้โดยใช้ข้อมูลบัตรเดบิต ซึ่งจะได้รับความสะดวกในการขอพักชำระหนี้โดยไม่ต้องเดินทางไปติดต่อที่สาขาธนาคาร

สำหรับมาตรการพักชำระหนี้กลุ่มธุรกิจร้านอาหาร, โรงแรม, รีสอร์ต, เกสต์เฮาส์ และเซอร์วิสอพาร์ตเม้นท์ ที่เป็นลูกค้าสินเชื่อ SMEs มีวงเงินกู้ไม่กิน 250 ล้านบาท ติดต่อเข้าร่วมมาตรการได้ที่สาขาธนาคาร หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GSB Contact Center โทร. 1115

อย่างไรก็ตาม มาตรการพักชำระหนี้ โดยพักเงินงวดผ่อนชำระให้สูงสุด 6 งวด เริ่มตั้งแต่งวดเดือนกรกฎาคม-ธันวาคม 2564 หลังจากเมื่อสิ้นสุดระยะการพักชำระหนี้ ให้กลับมาจ่ายเงินงวดตามเงื่อนไขเดิม โดยเงินต้นและดอกเบี้ยที่ได้พักไว้ จะถูกนำไปรวมชำระในงวดสุดท้ายของสัญญาเงินกู้หรือข้อตกลงที่ทำกับธนาคาร ทั้งนี้ ช่วงระยะเวลาที่พักชำระหนี้ ไม่ถือเป็นการผิดนัดชำระและไม่ส่งผลต่อข้อมูลเครดิตของลูกค้า รวมถึงไม่มีดอกเบี้ยผิดนัดชำระและค่าปรับใด ๆ

 

ธนาคารอาคารสงเคราะห์

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ให้ความช่วยเหลือลูกหนี้สถานะ NPL ซึ่งถือเป็นลูกค้ากลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบด้านรายได้จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ให้ได้รับการลดภาระค่าใช้จ่าย และสร้างแรงจูงใจให้กับลูกหนี้ NPL สามารถผ่อนชำระเงินกู้กับธนาคารต่อไปได้ และมีการติดต่อกับธนาคารอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกหนี้กลับมาผ่อนชำระได้ปกติและได้มีบ้านเป็นของตนเอง

ธอส. ช่วยลูกหนี้ NPL

โดย ธอส. ได้จัดทำมาตรการที่ 17 (M 17) ช่วยเหลือลูกหนี้สถานะ NPL ให้ผ่อนชำระเงินงวดต่ำพร้อมลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้พิเศษ ระยะเวลา 1 ปี แบ่งเป็น

- เดือนที่ 1-3 ผ่อนชำระเพียงงวดละ 1,000 บาท คิดดอกเบี้ยเท่ากับ 0% ต่อปี (ตัดชำระเงินต้นทั้งหมด)

- เดือนที่ 4-6 คิดเงินงวดจากอัตราดอกเบี้ย 1.99% ต่อปี กรณีเงินต้นคงเหลือ 1 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 1.99% ต่อปี เงินงวดจะอยู่ที่ 1,800 บาทต่อเดือน

- เดือนที่ 7-12 คิดเงินงวดจากอัตราดอกเบี้ย 3.90% ต่อปี กรณีเงินต้นคงเหลือ 1 ล้านบาท เงินงวดจะอยู่ที่ 3,500 บาท

ทั้งนี้ หากลูกหนี้ชำระเกินที่ธนาคารจำหนดจะนำไปตัดดอกเบี้ยค้างชำระของลูกหนี้ (ถ้ามี)

สำหรับลูกหนี้ที่มีสิทธิ์เข้ามาตรการ คือ ลูกหนี้ที่มีสถานะ NPL (ค้างชำระเงินงวดติดต่อกันมากกว่า 3 เดือน) หรือ ลูกหนี้ที่ยังมีสถานะเป็น NPL ที่อยู่ระหว่างการใช้มาตรการความช่วยเหลือของธนาคาร หรืออยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างหนี้กับธนาคาร (จะพ้นสิทธิตามมาตรการเดิมเมื่อเปลี่ยนมาใช้มาตรการนี้)

โดยต้องเป็นลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากการประกอบอาชีพ/ธุรกิจ/การค้า เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยไม่สามารถผ่อนชำระเงินงวดตามสัญญาเงินกู้ หรือตามข้อตกลงปรับโครงสร้างหนี้ หรือตามคำพิพากษาได้

ลูกหนี้สามารถลงทะเบียนแจ้งความประสงค์เข้ามาตรการผ่านแอปพลิเคชัน GHB ALL ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (Call Center) โทร 0-2645-9000

 

นอกจากนี้ ธอส. ยังขยายระยะเวลาความช่วยเหลือลูกค้าเดิม ที่อยู่ระหว่างการใช้มาตรการความช่วยเหลือของธนาคาร ตาม “โครงการ ธอส. รวมไทย สร้างชาติ ปี 2564” จำนวน 7 มาตรการ ไปสิ้นสุดความช่วยเหลือในวันที่ 31 ธันวาคม 2564 (จากเดิมสิ้นสุดความช่วยเหลือ 31 กรกฎาคม 2564)

โดยเปิดให้ลูกค้าลงทะเบียนแจ้งความประสงค์เพื่อขยายระยะเวลาความช่วยเหลือผ่าน Application : GHB ALL
หรือ GHB Buddy บน Application Line ได้ตั้งแต่วันที่ 1-29 กรกฎาคม 2564 (ยกเว้นมาตรการที่ 12 ลงทะเบียนได้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน-พฤศจิกายน 2564 ที่สำนักงานใหญ่ และสาขาทั่วประเทศ) ประกอบด้วย

ธอส. ขยายระยะเวลาความช่วยเหลือ

- มาตรการที่ 9, 10, 11 และ 11 New Entry: แบ่งจ่ายเงินงวดผ่อนชำระ (ตัดต้น ตัดดอก) เหลือ 25% หรือ 50% หรือ 75% ของเงินงวดผ่อนชำระในปัจจุบัน โดยทั้ง 4 มาตรการ ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าที่อยู่ในมาตรการทั้งที่ มีสถานะบัญชีปกติ สถานะ NPL ลูกหนี้สถานะ NPL ที่อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างหนี้

- มาตรการที่ 12: ขยายระยะเวลาลดเงินงวดผ่อนชำระ และพักชำระหนี้ สำหรับลูกค้าผู้ประกอบการสินเชื่อแฟลตรายเดิมที่อยู่ในมาตรการความช่วยเหลือของธนาคาร ครอบคลุมลูกค้าผู้ประกอบการรายใหม่ที่มีสถานะบัญชีปกติ (ไม่เป็น NPL ณ วันที่ 1 มกราคม 2563) และไม่เคยเข้าร่วมมาตรการของธนาคารมาก่อน

หากเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ สามารถเลือกจ่ายเงินงวดผ่อนชำระเหลือ 25% หรือ 50% หรือ 70% ของเงินงวดผ่อนชำระในปัจจุบัน (ตัดเงินต้นและดอกเบี้ย) หรือเลือกพักชำระหนี้

หากได้รับกระทบรุนแรงที่ไม่สามารถประเมินกระแสเงินสดของกิจการ หรือไม่สามารถเปิดดำเนินกิจการได้ตามปกติ โดยสามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน-พฤศจิกายน 2564 และได้รับสิทธิ์ช่วยเหลือ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน-ธันวาคม 2564 ระยะเวลาสูงสุด 7เดือน สามารถลงทะเบียนได้ที่สำนักงานใหญ่ และสาขาทั่วประเทศ

- มาตรการที่ 13: พักชำระเงินต้น และจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยรายเดือน สำหรับลูกค้าที่มีสถานะบัญชีปกติ (ไม่เป็น NPL ไม่อยู่ขั้นตอนของกฎหมาย และไม่อยู่ระหว่างทำข้อตกลงประนอมหนี้) ที่อยู่ระหว่างใช้มาตรการความช่วยเหลือเดิมของธนาคาร

- มาตรการที่ 14: พักชำระเงินต้น และจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยรายเดือน พร้อมลดดอกเบี้ยลงเหลือ 3.90% ต่อปี สำหรับลูกหนี้ที่สถานะ NPL และลูกหนี้ NPL ที่อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งจะพ้นสิทธิการปรับโครงสร้างหนี้ที่ใช้อยู่หากใช้มาตรการที่ 14 และต้องเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการประกอบอาชีพ หรือทำธุรกิจ หรือการค้า เนื่องจากโควิด-19 และไม่สามารถผ่อนชำระเงินงวดให้ธนาคารได้ตามสัญญาเงินกู้หรือข้อตกลงปรับโครงสร้างหนี้หรือตามคำพิพากษา

ทั้งนี้ สำหรับลูกค้าที่มีความประสงค์เข้ามาตรการเพื่อขยายระยะเวลาความช่วยเหลือ จะต้องอัปโหลดหลักฐานยืนยันว่าได้รับผลกระทบทางรายได้ผ่านทาง Application: GHB ALL และ GHB Buddy ให้ธนาคารพิจารณา เช่น สลิปเงินเดือน หนังสือรับรองจากหน่วยงานต้นสังกัด ภาพถ่าย หรือ Statement

ส่วนกรณีที่ลูกค้าไม่มีสมาร์ทโฟนสามารถกรอกข้อมูลเพื่อแจ้งความประสงค์ขอรับความช่วยเหลือตามมาตรการได้ที่เว็บไซต์ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และภายในเดือนตุลาคม 2564 ธนาคารจะทำการสำรวจความประสงค์ของลูกค้าอีกครั้งว่ามีความพร้อมที่จะกลับมาผ่อนชำระได้ตามปกติหรือไม่ หรือยังคงได้รับผลกระทบด้านรายได้ และต้องการรับความช่วยเหลือต่อไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (Call Center) โทร. 0-2645-9000

 

มาตรการพักชำระหนี้ 2 เดือน

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สมาคมธนาคารไทย และสมาคมธนาคารนานาชาติ ร่วมกันออกมาตรการเร่งด่วนด้วยการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยให้แก่ลูกหนี้ SMEs และรายย่อย เป็นระยะเวลา 2 เดือน

โดยให้กับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง คือ ลูกหนี้ทั้งที่เป็นนายจ้างและลูกจ้างในสถานประกอบการทั้งในพื้นที่ควบคุมฯ และนอกพื้นที่ควบคุมฯ ที่ต้องปิดกิจการจากมาตรการของทางการ เริ่มตั้งแต่งวดการชำระหนี้เดือนกรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป ทั้งนี้ เมื่อหมดระยะเวลาพักชำระหนี้แล้ว สถาบันการเงินจะไม่เรียกเก็บเงินต้นและดอกเบี้ยที่ค้างอยู่ในทันที เพื่อไม่ให้เป็นภาระหนักกับลูกหนี้

สำหรับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบโดยอ้อม คือ ลูกหนี้ที่ยังเปิดกิจการได้ แต่รายได้ลดลงจากมาตรการควบคุมการระบาดของภาครัฐ สถาบันการเงินจะพิจารณาให้ความช่วยเหลือแก่ลูกหนี้ตามความจำเป็นและสอดคล้องกับสถานการณ์ของลูกหนี้

มาตรการพักชำระหนี้ 2 เดือน

การให้ความช่วยเหลือตามแนวทางข้างต้น ลูกหนี้สามารถติดต่อกับสถาบันการเงินเจ้าหนี้เพื่อแสดงความประสงค์ขอรับความช่วยเหลือได้ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2564 ทั้งนี้ หากลูกหนี้สามารถให้ข้อมูลหลักฐานที่ชัดเจนถึงผลกระทบของกิจการหรือการจ้างงาน จะทำให้การพิจารณาให้ความช่วยเหลือโดยเจ้าหนี้สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม การพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยภายใต้มาตรการนี้ เป็นเพียงการเลื่อนการชำระออกไป ลูกหนี้ที่ยังมีศักยภาพและสามารถชำระหนี้ได้ จึงควรชำระหนี้ต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ภาระหนี้ในอนาคตเพิ่มขึ้นสูงเกินจำเป็น เช่นเดียวกับลูกหนี้ที่อยู่ระหว่างเจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับสถาบันการเงินอยู่ก่อนหน้า ที่ควรดำเนินการต่อเนื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดและยั่งยืนกว่า

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อผู้ให้บริการทางการเงินโดยตรง หรือศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) โทร 1213

 

ธ.ก.ส. เปิด 2 สินเชื่อใหม่ ให้กู้ 1 แสน

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ หรือ ธ.ก.ส. เปิดตัว 2 สินเชื่อใหม่ หนุนการสร้างอาชีพฝ่าวิกฤตโควิด-19 ดังนี้

ธ.ก.ส. เปิด 2 สินเชื่อใหม่ ให้กู้ 1 แสน

1. สินเชื่อสานฝันสร้างอาชีพ

วัตถุประสงค์การกู้เพื่อนำไปเป็นค่าใช้จ่ายหรือค่าลงทุนในการเริ่มต้นประกอบอาชีพ สนับสนุนการสร้างงาน สร้างอาชีพในชุมชนเมืองและภาคชนบท  ผ่านโครงการสินเชื่อสานฝันสร้างอาชีพ

- คุณสมบัติผู้กู้: ต้องเป็นเกษตรกร ทายาทเกษตรกร บุคคลในครัวเรือนเกษตรกร หรือบุคคลทั่วไป ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่มีแผนในการประกอบอาชีพเกษตรหรือ ประกอบการเกษตรตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หรืออาชีพนอกภาคการเกษตร หรืออาชีพที่มีลักษณะเป็นการลงทุนค้าขายเพื่อเลี้ยงชีพในครัวเรือนซึ่งใช้เงินลงทุนไม่มากนัก

- วงเงินกู้: ไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย

- อัตราดอกเบี้ย: กรณีกู้เป็นค่าใช้จ่ายคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 ต่อปี กำหนดระยะเวลาชำระคืนไม่เกิน 12 เดือน (พิเศษไม่เกิน 18 เดือน) นับแต่วันกู้ กรณีเป็นค่าลงทุนปีที่ 1-3 คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 4 ต่อปี ปีที่ 4-5 อัตราดอกเบี้ย MRR (ปัจจุบัน MRR เท่ากับร้อยละ 6.5 ต่อปี) กำหนดระยะเวลาชำระคืนไม่เกิน 5 ปี โดยปลอดชำระต้นเงิน 2 ปีแรก แต่ยังต้องชำระดอกเบี้ย

2. สินเชื่อนวัตกรรมดี มีเงินทุน

สนับสนุนให้เกษตรกรและบุคคลทั่วไปที่มีแนวคิดในการประกอบอาชีพการเกษตรหรือนอกภาคการเกษตรที่ใช้นวัตกรรมหรือเทคโนโลยี ในลักษณะ Smart Farmer โดยนำเอาความรู้ ความสามารถ ทักษะแนวคิดและวิธีการ เทคโนโลยีเครื่องมือ อุปกรณ์ หรือแนวทางในการปฏิบัติ ตลอดจนภูมิปัญญาชาวบ้าน มาใช้ในการประกอบอาชีพการเกษตรหรือนอกภาคการเกษตร หรือต่อยอดธุรกิจที่ดำเนินการอยู่เดิม เป็นการสร้างรายได้ หรือฟื้นฟูธุรกิจให้ดำเนินต่อไปได้

คุณสมบัติผู้กู้: ต้องเป็นเกษตรกรหรือบุคคลทั่วไป ที่มีการจัดทำแผนงานหรือแผนธุรกิจที่ชัดเจน มีทักษะและประสบการณ์ในการประกอบอาชีพนั้น ๆ รวมถึงมีแนวคิดในการใช้นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีหรือได้รับการศึกษา หรือฝึกอบรมจากส่วนงานทั้งของภาครัฐหรือเอกชน วงเงินให้กู้ตามความจำเป็นตามแผนการประกอบอาชีพหรือแผนธุรกิจ

อัตราดอกเบี้ย: กรณีกู้เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 ต่อปี กำหนดระยะเวลาชำระคืนไม่เกิน 12 เดือน (พิเศษไม่เกิน 18 เดือน) นับแต่วันกู้ กรณีเป็นค่าลงทุน ปีที่ 1-3 อัตราร้อยละ 4 ต่อปี ปีที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ย MRR (ปัจจุบัน MRR เท่ากับร้อยละ 6.5 ต่อปี) กำหนดระยะเวลาชำระคืน ไม่เกิน 10 ปี ปลอดชำระ ต้นเงิน 3 ปีแรก แต่ยังต้องชำระดอกเบี้ย

ระยะเวลาจ่ายเงินกู้ทั้ง 2 โครงการ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ถึง 31 มีนาคม 2567 และเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการขอรับบริการสินเชื่อ ผู้สนใจสามารถแจ้งความประสงค์ขอสินเชื่อได้ผ่านช่องทาง LINE Official: BAAC Family และรับนัดหมายผ่าน SMS เพื่อจัดทำสัญญาต่อไป หรือติดต่อได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อได้ที่ Call Center 02-555-0555

 

ธนาคารกรุงไทย

ธนาคารกรุงไทย ออก 5 มาตรการช่วยลูกหนี้ทุกกลุ่มฝ่าวิกฤตโควิด-19 ระลอกใหม่ แยกเป็นมาตรการสินเชื่อรายย่อย 3 มาตรการ ซึ่งมาตรการดังกล่าวสำหรับลูกค้าสินเชื่อบุคคลที่มีสถานการณ์ชำระหนี้เป็นปกติ หรือ ไม่ค้างชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยเกินกว่า 90 วัน ประกอบด้วย

1. สินเชื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อ Home for Cash สินเชื่อกรุงไทยบ้านให้เงิน (Home Easy Cash) วงเงินกู้แบบมีกำหนดระยะเวลา (Term Loan) พักชำระเงินต้นและชำระดอกเบี้ยบางส่วน สูงสุด 12 เดือน หรือขยายระยะเวลาโดยลดอัตราผ่อนชำระ สูงสุด 12 เดือน หรือพักชำระเงินต้น โดยชำระเฉพาะดอกเบี้ย สูงสุด 3 เดือน

2. สินเชื่อส่วนบุคคล วงเงินกู้แบบมีกำหนดระยะเวลา (Term Loan) ลดการผ่อนชำระค่างวดลง 30% นานสูงสุด 6 เดือน

3. สินเชื่อวงเงินกู้แบบหมุนเวียน (Revolving Loan) ได้แก่ สินเชื่อกรุงไทยธนวัฏ สินเชื่อกรุงไทยธนวัฏ 5 Plus ปรับเป็นวงเงินกู้แบบมีกำหนดระยะเวลา (Term Loan) ได้นาน 48 งวด หรือตามความสามารถในการชำระหนี้

นอกจากนี้ ธนาคารได้ออกมาตรการฟื้นฟูธุรกิจ 2 มาตรการ ประมาณการความช่วยเหลือรวมกว่า 3 หมื่นล้านบาท ดังนี้

1. มาตรการสินเชื่อฟื้นฟู สินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 2% ต่อปี ใน 2 ปีแรก (อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 5 ปี ไม่เกิน 5% ต่อปี) ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 10 ปี ได้รับยกเว้นดอกเบี้ย 6 เดือนแรก รวมทั้งได้รับการค้ำประกันสินเชื่อจากบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) นานสูงสุด 10 ปี

เปิดกว้างให้ลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ ลูกค้าเดิมที่มีวงเงินไม่เกิน 500 ล้านบาท ณ 28 กุมภาพันธ์ 2564 ขอกู้ได้ไม่เกิน 30% ของวงเงินเดิมที่มีอยู่กับธนาคาร สูงสุดไม่เกิน 150 ล้านบาท ลูกค้าใหม่ที่ไม่เคยมีวงเงินสินเชื่อกับธนาคารและสถาบันการเงินอื่น ณ 28 กุมภาพันธ์ 2564 ขอกู้ได้ไม่เกิน 20 ล้านบาท (นับรวมวงเงินสินเชื่อจากสถาบันการเงินทุกแห่ง)

2. มาตรการพักทรัพย์ พักหนี้ เพื่อช่วยเหลือลูกค้าธุรกิจที่มีศักยภาพและมีทรัพย์สินเป็นหลักประกันให้สามารถลดภาระทางการเงินชั่วคราว ในช่วงที่รอให้ธุรกิจฟื้นตัว ด้วยวิธีการโอนทรัพย์ชําระหนี้และได้รับสิทธิซื้อทรัพย์คืนในอนาคต ในราคาต้นทุนรับโอนบวกค่าธรรมเนียม Carrying Cost 1 % และบวกค่าใช้จ่ายในการดูแลทรัพย์ที่ธนาคารจ่ายตามจริง หักค่าเช่าที่ลูกค้าชำระมาแล้ว

มาตรการนี้ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีค่าธรรมเนียมทุกประเภทที่เกี่ยวข้องกับการรับโอนและการโอนคืนกลับให้ลูกค้า สําหรับลูกค้าที่มีความประสงค์โอนทรัพย์สินเพื่อชําระหนี้ ต้องมียอดสินเชื่อธุรกิจคงเหลือกับธนาคาร ณ 28 กุมภาพันธ์ 2564 และ ไม่เป็น NPL ณ 31 ธันวาคม 2562 รวมทั้งทรัพย์สินที่โอนต้องเป็นหลักประกันกับธนาคารก่อน 1 มีนาคม 2564

สำหรับลูกค้าบุคคลที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการได้จนถึง 31 ธันวาคม 2564 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-111-1111

 

ธนาคารกรุงเทพ

1. บัตรเครดิต

- ปรับลดอัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำมาอยู่ที่ 5% (จากเดิม 10%) จนถึง 31 ธันวาคม 2564 สำหรับผู้ถือบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพทุกประเภท และทุกรายได้รับสิทธิ์อัตโนมัติ โดยไม่ต้องลงทะเบียนขอรับสิทธิ์

- ปรับลดเพดานดอกเบี้ยมาอยู่ที่ 16% ต่อปี (จากเดิม 18% ต่อปี) มีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2563 สำหรับผู้ถือบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพทุกประเภท และทุกรายได้รับสิทธิ์อัตโนมัติ โดยไม่ต้องลงทะเบียนขอรับสิทธิ์

- ขยายวงเงินให้แก่ลูกค้าที่มีความจำเป็นและมีประวัติการชำระหนี้ที่ดีมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับลูกค้าที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่ำกว่า 30,000 บาท จาก 1.5 เท่า เป็น 2 เท่า เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันนี้-31 ธันวาคม 2564 (เข้าร่วมโครงการ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0-2638-4000

2. สินเชื่อเงินกู้ที่ผ่อนชำระเป็นงวด (Installment Loan)

- ลดค่างวดอย่างน้อย 30% โดยคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 22% ต่อปี

3. สินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่ออเนกประสงค์ที่ใช้ที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน

- เลื่อนชำระค่างวด (เงินต้นและดอกเบี้ย) เป็นระยะเวลา 3 เดือน หรือ

- เลื่อนชำระเงินต้น (จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย) เป็นระยะเวลา 3 เดือน และพิจารณาลดดอกเบี้ยให้ลูกค้าแต่ละรายตามความเหมาะสม หรือ

- ลดค่างวดโดยขยายเวลาการชำระหนี้

ธนาคารรัฐ-เอกชน มีมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ในช่วง Covid-19

 

ธนาคารกสิกรไทย

มาตรการช่วยเหลือลูกค้ารายย่อย ภายใต้โครงการ #รวมใจไม่ทิ้งกัน

ประเภทที่ 1 มาตรการช่วยเหลือที่ไม่ต้องลงทะเบียน (ลดอัตราดอกเบี้ยให้อัตโนมัติ โดยไม่ต้องติดต่อธนาคาร)

1. บัตรเครดิตกสิกรไทย ลดอัตราดอกเบี้ยจาก 18% เป็น 16%

2. บัตรเงินด่วน ลดอัตราดอกเบี้ยจาก 28% เป็น 25%

3. สินเชื่อเงินด่วน ลดอัตราดอกเบี้ยจาก 28% เป็น 25%

4. สินเชื่อรถ (สินเชื่อรถช่วยได้ ประเภทจำนำทะเบียนรถ) ลดอัตราดอกเบี้ยจาก 28% เป็น 24%

ประเภทที่ 2 มาตรการช่วยเหลือที่ต้องลงทะเบียน

1. บัตรเครดิตสกิกรไทย

- ทางเลือกที่ 1 พักชำระเงินต้น จ่ายแต่ดอกเบี้ย เป็นเวลา 6 รอบบัญชีนับจากเดือนที่ลงทะเบียน

- ทางเลือกที่ 2 เปลี่ยนยอดคงค้าง เป็นผ่อนชำระ 48 งวด ดอกเบี้ยพิเศษ 12% ต่อปี

2. บัตรเงินด่วน

- ทางเลือกที่ 1 พักชำระเงินต้น จ่ายแต่ดอกเบี้ย เป็นเวลา 6 รอบบัญชีนับจากเดือนที่ลงทะเบียน

- ทางเลือกที่ 2 เปลี่ยนยอดคงค้าง เป็นผ่อนชำระ 48 งวด ดอกเบี้ยพิเศษ 22% ต่อปี

3. สินเชื่อเงินด่วน

- ทางเลือกที่ 1 พักชำระเงินต้น จ่ายแต่ดอกเบี้ย เป็นเวลา 6 รอบบัญชีนับจากเดือนที่ลงทะเบียน

- ทางเลือกที่ 2 ลดค่างวด 30% ของค่างวดเดิม เป็นเวลา 6 รอบบัญชี ดอกเบี้ยพิเศษ 22% ต่อปี

4. สินเชื่อบ้านกสิกรไทย

- ทางเลือกที่ 1 จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย และลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.1% เป็นเวลา 3 เดือน

- ทางเลือกที่ 2 ลดค่างวด 50% ของค่างวดเดิม เป็นเวลา 3 เดือน

- ทางเลือกที่ 3 พักชำระเงินต้น และดอกเบี้ย เป็นเวลา 3 เดือน

 

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

มาตรการช่วยลูกหนี้ผู้ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ระยะที่ 2

1. สินเชื่อบ้าน และสินเชื่อส่วนบุคคล

- พักชำระหนี้เงินต้น สูงสุดไม่เกิน 3 เดือน

- พักชำระหนี้เงินผ่อนชำระค่างวด (เงินต้นและดอกเบี้ย) สูงสุดไม่เกิน 3 เดือน

- ปรับลดค่างวดผ่อนชำระ (Installment) อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 30% ของค่างวดเดิม (สินเชื่อส่วนบุคคล)

- เปลี่ยนจากวงเงินหมุนเวียน (Revolving) เป็นผ่อนชำระค่างวด สูงสุดไม่เกิน 48 เดือน (สินเชื่อส่วนบุคคล)

2. ลูกค้าบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลในเครือกรุงศรี คอนซูมเมอร์

มาตรการที่ 1 ลดอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำ โดยไม่ต้องลงทะเบียน หรือโทรแจ้งความจำนงกับบริษัท

- บัตรเครดิต ปรับจาก 10% เป็น 5%

- สินเชื่อส่วนบุคคล ปรับจาก 5% เป็น 3%

มาตรการที่ 2 ปรับลดดอกเบี้ยเป็นกรณีพิเศษและขยายเวลาผ่อนชำระ สำหรับลูกค้าที่มีสถานะบัญชีปกติ (โดยต้องลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการผ่านโมบายแอป UCHOOSE เท่านั้น)

- บัตรเครดิต อัตราดอกเบี้ยพิเศษ พร้อมลดภาระการชำระคืนด้วยการขยายเวลาผ่อนชำระให้นานสูงสุด 99 เดือน (ขึ้นอยู่กับยอดคงค้าง)

- สินเชื่อบุคคล อัตราดอกเบี้ยพิเศษ พร้อมลดภาระการชำระคืนด้วยการขยายเวลาผ่อนชำระให้นานสูงสุด 99 เดือน (ขึ้นอยู่กับยอดคงค้าง)

มาตรการที่ 3 ปรับลดยอดผ่อนชำระรายเดือนด้วยการขยายระยะเวลาในการผ่อนชำระนานสูงสุด 99 เดือน (ปรับโครงสร้างหนี้) พร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับผลิตภัณฑ์บัตรเครดิต และผลิตภัณฑ์สินเชื่อส่วนบุคคล สำหรับลูกค้าที่มียอดค้างชำระ โดยลูกค้าสามารถแจ้งความจำนง หรือติดต่อมายังบริษัท และจะได้รับการพิจารณาเป็นรายกรณี

3. ลูกค้าสินเชื่อยานยนต์ กรุงศรี ออโต้

- ลดค่างวดผ่อนชำระสูงสุด 30% ของค่างวดเดิม หรือ

- พักชำระค่างวด สูงสุด 3 เดือน

หมายเหตุ: เฉพาะผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ ในพื้นที่ที่รัฐบาลประกาศเป็นเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุด

- สินเชื่อเช่าซื้อ พักชำระ ค่างวดทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย

- สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ พักชำระ เฉพาะเงินต้น

 

พักชำระหนี้ ยืดระยะเวลาผ่อนชำระ มาตรการช่วยลูกหนี้ ช่วงโควิด-19

 

ธนาคารยูโอบี

1. บัตรเครดิต

ปรับลดอัตราผ่อนชำระคืนขั้นต่ำจากเดิม 10% เป็นดังนี้

- ปี 2563-2563 ชำระขั้นต่ำ 5%

- ปี 2565 ชำระขั้นต่ำ 8%

- ปี 2566 ชำระขั้นต่ำ 10% ตามเดิม

*ธนาคารปรับอัตโนมัติ โดยลูกค้าไม่ต้องติดต่อธนาคาร

2. บัตรกดเงินสดแคชพลัส

ปรับลดอัตราผ่อนชำระคืนขั้นต่ำจากเดิม 5% เป็นดังนี้

- ปี 2563-2565 ชำระขั้นต่ำ 2.5%

- ปี 2566 ชำระขั้นต่ำ 5% ตามเดิม

*ธนาคารปรับอัตโนมัติ โดยลูกค้าไม่ต้องติดต่อธนาคาร

3. บัตรเครดิต และบัตรกดเงินสดแคชพลัส

- พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 3 รอบบัญชี

- เปลี่ยนยอดหนี้คงค้างเป็นยอดผ่อนชำระรายเดือนสูงสุด 48 รอบบัญชี

4. สินเชื่อส่วนบุคคล i-Cash

- พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 3 รอบบัญชี

5. สินเชื่อบ้าน

- พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 3 รอบบัญชี

- พักชำระเงินต้น โดยชำระเฉพาะดอกเบี้ย 12 รอบบัญชี

 

ธนาคารทิสโก้

1. สินเชื่อเงินกู้ ประเภทจำนำทะเบียนรถ

- ลดค่างวด 30% ของค่างวดเดิม โดยขยายเวลาการผ่อนชำระ และอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 22% ต่อปี

2. สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์

- พักชำระค่างวด 3 งวด หรือ

- ปรับลดค่างวด โดยขยายเวลาการผ่อนชำระ

3. สินเชื่อที่อยู่อาศัย

- เลื่อนจ่ายเงินต้นและดอกเบี้ยนาน 3 เดือน หรือ

- เลื่อนการจ่ายเงินต้น 3 เดือน และพิจารณาลดดอกเบี้ยตามความเหมาะสม หรือ

- ลดค่างวดโดยขยายเวลาชำระหนี้

โดยต้องเป็นลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 และ ณ วันที่ 1 มีนาคม 2563 มีสินเชื่อกับธนาคารและไม่ค้างชำระ/ค้างชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยไม่เกินกว่า 90 วัน

 

ธนาคารไอซีบีซี (ไทย)

สำหรับลูกค้าธุรกิจและลูกค้าบุคคลธรรมดา ลูกค้าธุรกิจวงเงินกลุ่มไม่เกิน 100 ล้านบาท และลูกค้าธุรกิจวงเงินกลุ่มไม่เกิน 500 ล้านบาท

1. ผู้ถือบัตรเครดิต

- ปรับลดอัตราผ่อนชำระคืนขั้นต่ำจาก 10% เป็น 5% สำหรับลูกค้าบัตรเครดิตทุกท่านอัตโนมัติโดยไม่ต้องแจ้งความประสงค์ ตั้งแต่วันนี้-31 ธันวาคม 2564

- ปรับลดอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตทุกประเภท จาก 18% เป็น 16% สำหรับลูกค้าบัตรเครดิตทุกท่าน อัตโนมัติ โดยไม่ต้องติดต่อธนาคาร ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2563 เป็นต้นไป

2. ลูกค้าสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ไม่จำกัดวงเงินสินเชื่อ

- ปรับลดภาระค่างวดต่อเดือน และขยายเวลาชำระค่างวด

3. ลูกค้าสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย

ลูกค้าของธนาคารฯ สามารถเลือกเข้าร่วมมาตรการใดมาตรการหนึ่งดังต่อไปนี้

- ผ่อนปรนการชำระค่างวด (เงินต้นและดอกเบี้ย) เป็นระยะเวลา 3 เดือน หรือ

- ผ่อนปรนการชำระเงินต้นเป็นระยะเวลา 3 เดือน และปรับอัตราดอกเบี้ยตามความเหมาะสม หรือ

- ปรับลดยอดผ่อนชำระค่างวด และขยายระยะเวลาชำระหนี้

 

เปิดช่องคลินิกแก้หนี้ ช่วยปลดหนี้ได้

Guide

เปิดช่องคลินิกแก้หนี้ ช่วยปลดหนี้ได้

 

แบงก์ชาติ ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ด้วยวิธีการรวมหนี้

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เห็นร่วมกันกับสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้สำหรับลูกหนี้รายย่อยด้วยวิธีการรวมหนี้ (debt consolidation)

รายละเอียดการปรับโครงสร้างหนี้ โดยวิธีการรวมหนี้

โดยให้สามารถนำสินเชื่อรายย่อยประเภทอื่นที่อยู่ภายใต้ผู้ให้บริการทางการเงิน หรือบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของผู้ให้บริการทางการเงินเดียวกัน อาทิ บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ และสินเชื่อที่เกิดจากการให้เช่าซื้อ มาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ด้วยวิธีการรวมหนี้กับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยเพื่อใช้ประโยชน์จากหลักประกัน

วิธีการรวมหนี้จะทำให้ผู้ให้บริการทางการเงินสามารถลดอัตราดอกเบี้ยในส่วนของสินเชื่อรายย่อยประเภทอื่นให้เหลือไม่เกินอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (Minimum Retail Rate: MRR) และขยายระยะเวลาการชำระหนี้ตามความสามารถของลูกหนี้

โดยที่ผู้ให้บริการทางการเงินต้องให้ข้อมูลที่ครบถ้วนเพียงพอต่อการตัดสินใจของลูกหนี้ เช่น ข้อดีข้อเสียของการเข้าร่วมมาตรการ ข้อมูลเปรียบเทียบภาระหนี้เดิมกับภาระหนี้ใหม่ และทางเลือกการปรับปรุงโครงสร้างหนี้รูปแบบอื่นที่ลูกหนี้สามารถทำได้

มาตรการดังกล่าวจะช่วยลดภาระการชำระหนี้โดยที่ลูกหนี้ไม่เสียประวัติข้อมูลเครดิต และไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าธรรมเนียม หรือค่าบริการอื่นใดโดยไม่จำเป็น และยังสามารถใช้วงเงินบัตรเครดิตหรือสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่มีลักษณะหมุนเวียนที่ยังเหลือได้ รวมทั้งไม่ต้องจ่ายเบี้ยปรับการชำระหนี้ก่อนกำหนด (prepayment fee)

ทั้งนี้ ลูกหนี้สามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการและแสดงข้อมูลว่าได้รับผลกระทบต่อผู้ให้บริการทางการเงินได้ตั้งแต่วันนี้-31 ธันวาคม 2564

 

แบงก์ชาติ ลดเพดานดอกเบี้ย-เพิ่มวงเงินสินเชื่อ

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

1. ปรับลดเพดานดอกเบี้ยเป็นการทั่วไป 2-4% ต่อปี

สำหรับบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ (มีผลตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2563)

มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย ขยายวงเงิน

1) บัตรเครดิต เพดานเดิม 18% ต่อปี ลดเหลือ 16% ต่อปี

2) สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ

- วงเงินหมุนเวียน (Revolving loan) เช่น บัตรกดเงินสด เพดานเดิม 28% ต่อปี ลดเหลือ 25% ต่อปี

- ผ่อนชำระเป็นงวด (Installment loan) เพดานเดิม 28% ต่อปี ลดเหลือ 25% ต่อปี

- จำนำทะเบียนรถ เพดานเดิม 28% ต่อปี ลดเหลือ 24% ต่อปี

 

2. เพิ่มวงเงินบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล

ภายใต้การกำกับประเภทวงเงินหมุนเวียนหรือที่ผ่อนชำระเป็นงวด สำหรับลูกหนี้ที่มีความจำเป็นต้องใช้วงเงินเพิ่มเติม และมีพฤติกรรมการชำระหนี้ที่ดีมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่ำกว่า 30,000 บาท ขยายวงเงินจากเดิม 1.5 เท่า เป็น 2 เท่าของรายได้เฉลี่ยต่อเดือน เป็นการชั่วคราวถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 (มีผลตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2563)

 

เว็บไซต์ เราไม่ทิ้งกัน-ด้านการเงิน รวมมาตรการเยียวยาด้านการเงิน

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ร่วมกับสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ จัดทำเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน-ด้านการเงิน.com เพื่อเผยแพร่มาตรการเยียวยาประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบการจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อน และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างรวดเร็วและตรงตามความต้องการ

หน้าเว็บไซต์เราไม่ทิ้งกัน-ด้านการเงิน

โดยได้วางโครงสร้างการออกแบบเว็บไซต์ เน้นความสะดวกและง่ายต่อการสืบค้นหาข้อมูลมาตรการด้านการเงินต่าง ๆ โดยสามารถเลือกค้นหาได้ทั้งตามสถาบันการเงินของรัฐแต่ละแห่ง ประกอบด้วย

1. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)

2. ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

3. ธนาคารออมสิน

4. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

5. ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.)

6. ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.)

7. ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย

8. บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย (บตท.)

9. บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)

นอกจากนี้ยังเลือกตามกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการความช่วยเหลือ ได้แก่

1. เกษตรกรและ SMEs เกษตรกร

2. ประชาชนฐานรากและบุคคลทั่วไป

3. ผู้ประกอบการ SMEs

4. ผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออก

5. Non-Bank

ตัวอย่างมาตรการเราไม่ทิ้งกัน-ด้านการเงินของ ธอส.

มาตรการช่วยลูกหนี้ต่าง ๆ ยังมีการจัดกลุ่มตามการช่วยเหลือเป็นด้าน ได้แก่ พักชำระเงินต้น/ดอกเบี้ย ลดอัตราดอกเบี้ย ขยายระยะเวลาการผ่อนชำระ หรือเติมสินเชื่อใหม่ให้เพิ่มเติมอีกด้วย โดยเงื่อนไขในแต่ละมาตรการนั้น จะขึ้นอยู่กับสถาบันการเงินแต่ละแห่งเป็นผู้พิจารณาอนุมัติตามความเดือดร้อนของผู้ที่ได้รับผลกระทบ

โดยเมื่อประชาชนหรือผู้ประกอบการสนใจเลือกใช้มาตรการใดแล้ว สามารถคลิกลิงก์เข้าไปยังเว็บไซต์ของสถาบันการเงินของรัฐที่สนใจเพื่อดูรายละเอียดมาตรการ และติดต่อเจ้าหน้าที่ได้

 

รวม Call Center ของสถาบันการเงินต่าง ๆ

Call Center จากธนาคารต่าง ๆ

รวม Call Center สถาบันการเงิน และ Non-Bank ทั้งหมด

 

สนใจรับบทความดีดี อัปเดต ข่าวอสังหาริมทรัพย์ และ อ่านคู่มือซื้อขาย พร้อม รีวิวโครงการคอนโดฯ ใหม่ บ้านใหม่ หลากหลายทำเลและราคา รวมถึง ทำความรู้จักกับทำเลฮอตทั่วกรุง เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการซื้อ-ขาย-เช่า

Read Next

Tools & Calculators
Affordability Calculator Icon
Thinking of buying a property in Thailand? Use our affordability calculator to estimate what you can comfortably spend on your new home.
Refinancing Calculator Icon
Find out how much you can save by refinancing your existing home loan with our refinancing calculator.
Repayment Calculator Icon
Use our calculator to estimate the monthly loan repayments for your dream home.
฿

Get expert advice for every question you can think of!

Explore AskGuru and gain exclusive access to thousands of answers from our expert and agent community. 💬⭐👍