DDproperty.com
ตลาดอสังหาฯ ทั่วโลกส่งสัญญาณทั้งดีและร้ายในช่วงรอบปีที่ผ่านมา ตามรายงานการสำรวจแนวโน้มราคาบ้านโดย Global Property Guide (GPG)
สัญญาณร้ายยังคงอยู่ที่ตลาดยุโรปเนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงถดถอย
ในขณะที่ตลาด 7 ใน 10 ประเทศในฝั่งเอเชียโชว์สภาวะการเติบโตที่ไม่ดีเท่าในปี 2554 ที่ผ่านมา
ในสิงคโปร์ ราคาบ้านยังคงลดลงอย่างต่อเนื่องอันเป็นผลเนื่องมาจากมาตรการควบคุมตลาดที่รัฐบาลได้ออกมา ในช่วงปีที่ผ่านมา (สิ้นสุดไตรมาส 3/2555) ราคาบ้านลดลง 2.88% หลังจากที่ได้ลดลงในช่วงไตรมาส 2 ราว 3.14% และ 1.36% ในไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ ในขณะที่ในไตรมาสปัจจุบัน ราคาบ้านตกลงมาราว 0.34% นับเป็นไตรมาสที่ 5 ติดต่อกันที่ราคาบ้านในสิงคโปร์ลดลง
ส่วนประเทศอื่นๆ ในแถบเอเชีย เมืองหลวงที่ราคาบ้านตกลงเล็กน้อยได้แก่ เซียงไฮ้ ประเทศจีน (-2.34%) โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น (-1.94%) ประเทศไทย (-0.83%) และประเทศอินโดนีเซีย (0.23%)
ในขณะที่มี 4 ประเทศในทวีปเอเชียที่ราคาบ้านค่อยๆ เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา
ในกรุงเดลี ของประเทศอินเดีย ราคาบ้านเพิ่มขึ้น 5.31% ในช่วงไตรมาสที่ 3/2555 ซึ่งเป็นเรทที่ตรงข้ามกับช่วงเวลาเดียวกันนี้ในปีที่แล้วที่ราคาพุ่งสูงถึง 22.68% อย่างไรก็ดี ในไตรมาสปัจจุบัน ราคาบ้านกลับตกลงประมาณ 0.06%
สำหรับราคาบ้านในมาเลเซียในรอบปีที่ผ่านมาก็สูงขึ้นเช่นกัน โดยอยู่ที่ 5.86% ในช่วงสิ้นสุดไตรมาส 3/2555 หลังจากที่ในไตรมาสที่ 2 สูงขึ้นถึง 9.27% และ 9.51% ในไตรมาสที่ 1 ส่วนในไตรมาสปัจจุบันราคาก็ตกลงเช่นกันที่ราว 2.11%
ส่วนในฮ่องกง ราคาบ้านกลับถีบตัวสูงขึ้นถึง 10.76% ในช่วงรอบปี (สิ้นสุดไตรมาส 3/2555) ซึ่งอัตราดังกล่าวยังคงต่ำกว่าราคาบ้านที่เพิ่มขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันนี้เมื่อปีที่แล้วที่ราคาขยับสูงราว 12.92% ในไตรมาสปัจจุบันราคาก็ยังคงสูงขึ้นราว 6.69%
ในขณะที่สภาวะราคาในฟิลิปปินส์ดูจะแตกต่างออกไป โดยในช่วงปีที่ผ่านมา ราคาที่อยู่อาศัยในย่านใจกลางเมืองมากาติสูงขึ้นราว 4.63% นับเป็นการปรับอัตราการเติบโตที่ดีขึ้นจากเมื่อช่วงเวลาเดียวกันนี้เมื่อปีที่แล้วที่ราคาสูงขึ้นเพียง 0.64% ส่วนราคาที่อยู่อาศัยในไตรมาสปัจจุบันเพิ่มขึ้นประมาณ 0.62% และเป็นที่คาดกันว่าตัวเลขทางเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์น่าจะขยายประมาณ 4.80% ภายในสิ้นปีนี้
สำหรับข่าวดีก็คือ ตลาดที่อยู่อาศัยในสหรัฐอเมริการกำลังฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยสำนักงานการเงินเคหะการแห่งสหรัฐอเมริกา (FHFA) ได้ปรับดัชนีราคาซื้อบ้านในช่วงปีที่ผ่านมาให้เพิ่มขึ้น 2.31% ซึ่งนับเป็นอัตราการเติบโตที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 2/2549
ในขณะที่ตลาดบ้านในดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ ดัชนีราคาที่อยู่อาศัยพุ่งสูงขึ้นประมาณ 14.43% ในช่วงปีที่ผ่านมา เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้วซึ่งดัชนีราคาสูงขึ้นแค่เพียง 0.96% เท่านั้น
สำหรับสภาวะตลาดที่อยู่อาศัยของประเทศในแถบภาคพื้นแปซิฟิกนั้น ก็กำลังฟื้นตัวอยู่ในขณะนี้ โดยค่าเฉลี่ยของราคาบ้านในนิวซีแลนด์เพิ่มขึ้นราว 5.19% ในช่วงปีที่ผ่านมา ในออสเตรเลีย ราคาใน 8 เมืองหลักได้ปรับลดลงเพียง 1.57% ในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นราคาที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 4/2553 เลยทีเดียว
ส่วนสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยในทวีปยุโรปนั้น ราคาบ้านในไอร์แลนด์ที่ก่อนหน้านี้ตกลงอย่างหนักก็มีแนวโน้มที่จะชะลอตัวลง โดยดัชนีราคาที่อยู่อาศัยในช่วงปีที่ผ่านมาลดลงราว 13.17% ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 1/2554 นอกจากนี้ ราคาบ้านในหลายประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย ตุรกี แลตเวีย เยอรมนี ไอซ์แลนด์ และฟินแลนด์ กลับพุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ข่าวร้ายก็คือ สถานการณ์ที่อยู่อาศัยโดยรวมของยุโรปยังดูไม่ค่อยจะดีนักและมีแนวโน้มที่สถานการณ์จะเลวร้ายลง ราคาบ้านในประเทศอย่าง กรีซ สเปน เนเธอร์แลนด์ โปรตุเกต โครเอเชีย และลิธัวเนีย กลับลดลงอย่างรวดเร็ว โดยจาก 23 ประเทศในทวีปยุโรปที่ทาง GPG ได้ทำการสำรวจ มีถึง 14 ประเทศที่ดัชนีราคาลดลง มีเพียง 9 ประเทศที่ราคาปรับสูงขึ้น
กล่าวโดยสรุปก็คือ จาก 44 ประเทศที่ได้ทำการสำรวจ มีถึง 23 ประเทศที่ราคาที่อยู่อาศัยตกลง และปรับตัวสูงขึ้นใน 21 ประเทศ
ผลการสำรวจของ GPG นั้นประเมินโดยใช้ราคาที่ปรับหลังจากคำนวณค่าเงินเฟ้อแล้ว ซึ่งจะให้ภาพที่ค่อนข้างใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์
ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
ตลาดอสังหาฯเอเชียยังคงอยู่ในภาวะอ่อนแอ
เอ.เค.พร็อพเพอร์ตี้เปิดคอนโดฯใหม่ใจกลางทองหล่อ
DDproperty.comจับมือส.อสังหาฯภูเก็ตจัดPhuket
Property Show 2013