แบงค์ชาติชี้ธุรกิจอสังหาฯไทยยังไร้สัญญาณฟองสบู่

13 ธ.ค. 2555

 
แบงค์ชาติประกาศขยายระยะเวลาการใช้กรอบเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่ 0.5-3.0% ต่อไปอีกหนึ่งปี แนะจับตามองการเติบโตของสินเชื่อภาคครัวเรือน  ในขณะที่ธุรกิจอสังหาฯ ยังไร้สัญญาณฟองสบู่ 
 
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)กล่าวว่า ในปี 2556 ธปท.ยังคงใช้กรอบเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่ 0.5-3.0% ตามเดิม เนื่องจากรัฐบาลยังปรับโครงสร้างราคาพลังงานไม่แล้วเสร็จ จึงขอขยายระยะเวลาการใช้กรอบเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อทั่วไปออกไปอีก 1 ปี  
 
"แม้ความเสี่ยงด้านอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจในปีหน้าจะมีมากกว่าความเสี่ยงด้านอัตราเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มชะลอลงจากปีนี้ แต่เรายังคงติดตามปัจจัยเสี่ยงจากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศที่จะส่งผลให้ต้นทุนภาคธุรกิจสูงขึ้น ซึ่งธุรกิจจะสามารถปรับตัวหรือปรับขึ้นราคาสินขึ้นหรือไม่นั้นคงต้องติดตามต่อไป รวมไปถึงแนวโน้มการอุปโภคบริโภคที่หากมีความร้อนแรงก็อาจจะส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อได้เช่นกัน ส่วนราคาพลังงานนั้นไม่น่าจะมีแรงกดดันด้านความต้องการ จนทำให้ราคาพลังงานปรับสูงขึ้น เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกกำลังอยู่ในภาวะซบเซา" นายประสารกล่าว
 
ด้านนายทรงธรรม ปิ่นโต ผู้อำนวยการ สำนักนโยบายการเงิน ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธปท. กล่าวว่ายังคงมีประเด็นที่ต้องจับตามอง ได้แก่ แนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องของสินเชื่อภาคครัวเรือน โดยเฉพาะสินเชื่อส่วนบุคคล ส่วนสินเชื่อที่อยู่อาศัยนั้นยังขยายตัวได้ดี และถึงแม้จะยังไม่พบสัญญาณการเก็งกำไรราคาของภาคที่อยู่อาศัย แต่ยังคงต้องติดตามในเรื่องของราคาที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียมที่มีแนวโน้มสูงขึ้น และสัญญาณการผิดนัดชำระหนี้ภาคที่อยู่อาศัยที่สูงขึ้นในระยะหลัง
 
โดยนายทรงธรรมยอมรับว่าราคาคอนโดฯ โดยเฉพาะในแนวเส้นรถไฟฟ้ามีการปรับตัวสูงขึ้นมาก ซึ่ง ธปท.ได้ติดตามและให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง แม้ในภาพรวมอาจไม่รุนแรงมาก แต่เริ่มเห็นสัญญาณในบางภาค เช่น คอนโดมิเนียมบางจุด บางทำเล และการเพิ่มขึ้นของราคาอสังหาฯ ในบางจังหวัด ซึ่งเป็นประเด็น 1 ใน 7 ด้านที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ให้ความสำคัญมากต่อการพิจารณาเสถียรภาพเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นการขยายตัวของสินเชื่อ ภาวะการเพิ่มขึ้นของราคาสินทรัพย์ประเภทอสังหาริมทรัพย์
 
“ขณะนี้ยังไม่เห็นสัญญาณฟองสบู่ที่ชัดเจน เพียงแต่ว่าในภาวะที่สินเชื่อขยายตัวอยู่ในระดับสูงกว่า 10% และขยายตัวต่อเนื่อง รวมทั้งมีการเพิ่มขึ้นของราคาสินทรัพย์ ดังนั้นหน้าที่ของธนาคารกลางที่ดีต้องระมัดระวัง ดูแลไม่ให้การเพิ่มและการขยายตัวร้อนแรงเกินไป เพียงแต่จุดนี้มองว่ายังอยู่ในจุดที่ต้องติดตามดูแลเท่านั้น" นายทรงธรรม กล่าวเสริม
 
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่
 
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ 
เขียนความเห็น