แสนสิริเผยแผนธุรกิจปี 2555 วางเป้าเปิดตัว 44 โครงการใหม่ มูลค่ารวมประมาณ 46,000 ล้านบาท พร้อมเปิดตัว “Sansiri Lounge” (แสนสิริ เลานจ์) ที่สยามพารากอน ชั้น 3 และรุกตลาดเต็มรูปแบบไตรมาสแรก ด้วยการจัดงานขายครั้งใหญ่ที่สยามพารากอน เตรียมบุกตลาดต่างจังหวัดเน้นหัวเมือง “เขาใหญ่-เชียงใหม่-พัทยา” ตั้งเป้ายอดขายปี 2555 ราว 32,000 ล้านบาท
นายเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2554 ที่ผ่านมา กลุ่มบริษัทแสนสิริประสบความสำเร็จจากการขยายการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยและให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร ตอบรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าทุกระดับราคา อาทิ คอนโดมิเนียมภายใต้แนวคิด Vertical Living อาทิ โครงการคอนโดฯ ระดับพรีเมียม Quattro by Sansiri และ CEIL by Sansiri โครงการคอนโดมิเนียมระดับกลาง – ล่าง The Base แจ้งวัฒนะ รวมทั้งโครงการคอนโดมิเนียมที่ได้รับความสนใจจากลูกค้าเป็นจำนวนมากภายใต้แบรนด์ dcondo ในทำเลต่างๆ เป็นต้น
นอกจากนี้ในปีที่ผ่านมาบริษัทยังประสบความสำเร็จจากการเปิดตัวโปรดักส์ใหม่ซึ่งเป็นโครงการที่พักอาศัยเชิงพาณิชย์ในรูปแบบ Shop House แบรนด์ B-AVENUE (วัชรพล) และโฮม ออฟฟิศ รูปแบบใหม่ภายใต้แบรนด์ B-Square (พระราม 9 – เหม่งจ๋าย) อีกด้วย ขณะที่บริษัทในเครือ ได้แก่ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ที่ดำเนินธุรกิจตัวแทนซื้อ – ขาย – เช่า อสังหาริมทรัพย์และบริหารงานขายโครงการ รวมถึงบริหารจัดการ
สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2555 แสนสิริจะรุกตลาดที่อยู่อาศัยครอบคลุมในทุกเซกเมนต์อย่างต่อเนื่อง โดยจะมีการเปิดตัวโครงการใหม่ๆ มากถึง 44 โครงการครอบคลุมทุกประเภทที่อยู่อาศัยและทุกเซกเมนต์ ทั้งคอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ โฮมออฟฟิศ และช็อปเฮาส์ ฯ เป็นต้น มูลค่าโครงการรวมกว่า 46,000 ล้านบาท ตัดสินใจรุกตลาดหัวหินและภูเก็ตเต็มรูปแบบ โดยจะเปิดตัวโครงการใหม่ที่ครอบคลุมทุกประเภทที่อยู่อาศัยและระดับราคาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเปิดตัวโครงการใหม่ๆ ในทำเลหัวเมืองใหญ่ เพื่อขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น อาทิ ที่เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา, จ.เชียงใหม่ และพัทยา เป็นต้น ซึ่งเมื่อรวมกับโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาที่ต่อเนื่องจากปีก่อน กลุ่มบริษัทแสนสิริจะมีโครงการที่อยู่อาศัยรองรับการขายในปี 2555 อย่างน้อยถึง 95 โครงการ ส่วนประมาณการยอดขายรวมสำหรับปี 2555 ไว้เป็นมูลค่าสูงถึงกว่า 32,000 ล้านบาท สำหรับงบประมาณที่ตั้งไว้สำหรับการซื้อที่ดินทดแทนเพื่อทำโครงการใหม่ๆ นั้น วางไว้ที่ 6,000- 8,000 ล้านบาท รวมงบที่ใช้ในการก่อสร้างทั้งหมดก็ราวๆ 24,000 ล้านบาท
“ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ แสนสิริจะรุกธุรกิจเต็มรูปแบบ ทั้งการก้าวข้ามเหนือคู่แข่งรวมทั้งนับเป็นครั้งแรกในวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยกับการเปิดตัว “Sansiri Lounge” (แสนสิริ เลานจ์)ภายใต้พื้นที่กว่า 250 ตารางเมตรใจกลางเมือง บริเวณชั้น 3 ของสยามพารากอน เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงแสนสิริได้ง่ายขึ้น และเพื่อให้สมาชิกครอบครัวแสนสิริ (Sansiri Family) ได้สัมผัสประสบการณ์ที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์อย่างแท้จริง นอกจากนี้ในด้านการตลาด แสนสิริจะมีการจับมือกับพันธมิตรธุรกิจชั้นนำรายใหม่ๆ เพื่อร่วมสร้างประสบการณ์ใหม่แก่ลูกค้าแสนสิริ อาทิ Panpuri (ปัญญ์ปุริ) – PASAYA – No.57 และ ASAVA” นายเศรษฐา กล่าว
ในปีที่ผ่านมา แสนสิริได้ใช้งบประมาณกว่า 220 ล้านบาทช่วยเหลือเรื่องน้ำท่วม และหลังน้ำลดก็มีการบริหารจัดการเรื่องการเยียวยาลูกบ้าน จ่ายเงิดชดเชยต่างๆ รวมทั้งในปีที่ผ่านมายังได้ร่วมกับองค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือ Unicef ในเชิงนโยบายที่เกี่ยวเนื่องกับเด็กและเยาวชนโดยในวันที่ 6 กันยายน 2554 แสนสิริได้มีการจัดงานที่ชื่อว่า “Children are everyone’s business” เพื่อเป็นการประกาศการเป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการกับองค์การยูนิเซฟประเทศไทย โดยแสนสิริได้ถือโอกาสอันดีนี้ในการปรับชื่อการทำกิจกรรมเพื่อสังคม ให้เข้ากับทิศทางการทำกิจกรรมเพื่อสังคมในรูปแบบของแสนสิริจากคำว่า CSR (Corporate Social Responsibility) เป็นคำว่า Social Change อีกด้วย