บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า บริเวณชานเมืองกรุงเทพมหานครยังคงเป็นบริเวณที่มีจำนวนคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ในอัตราสูงที่สุด คิดเป็นอัตราส่วนร้อยละ 65 ของจำนวนอุปทานที่เปิดขาย ณ ปีพ.ศ. 2554 บริเวณชานเมืองที่เป็นบริเวณที่มีอุปทานคอนโดมิเนียมเป็นจำนวนมากได้แก่
1) บริเวณ ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร อันได้แก่ บริเวณส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อน เริ่มเปิดให้บริการในปีที่แล้ว จากอ่อนนุชไปยังสถานีแบริ่ง โดยคอนโดมิเนียมเริ่มเปิดขายบริเวณนี้ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2550 ถึง พ.ศ. 2554 มีอยู่ราว 26,903 หน่วย
2) บริเวณทางใต้ของกรุงเทพมหานคร อันได้แก่ บริเวณตากสิน ซึ่งเป็นบริเวณที่มีส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้มที่เปิดให้บริการในปีพ.ศ. 2552 จากสะพานตากสินไปยังสถานีวงเวียนใหญ่ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าบริเวณนี้มีจำนวนคอนโดมิเนียมเริ่มเปิดขายตั้งแต่ปีพ.ศ. 2550 ถึงพ.ศ. 2554 อยู่ราว 19,611 หน่วย
3) บริเวณตอนเหนือของกรุงเทพมหานคร อันได้แก่ บริเวณถนนงามวงศ์วาน และ แจ้งวัฒนะ ซึ่งเริ่มมีการเปิดตัวช้ากว่า 2 บริเวณข้างต้น เนื่องจากรถไฟฟ้าสายสีชมพูมีกำหนดการแล้วเสร็จในปีพ.ศ. 2559 มีจำนวนคอนโดมิเนียมเปิดขาย ณ ปลายปี พ.ศ. 2554 อยู่ราว 15,185 หน่วย
นายพนม กาญจนเทียมเท่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับคอนโดมิเนียมในบริเวณแจ้งวัฒนะว่า อุปทานคอนโดมิเนียมที่พัฒนาในบริเวณนี้นับตั้งแต่ปีพ.ศ. 2551 จนถึงปลายปี 2554 มีอุปทานราว 15,185 หน่วย ซึ่งอาจดูมีจำนวนมาก หากแต่มีจำนวนหน่วยจากโครงการที่ตั้งอยู่ในบริเวณที่สะดวกจริงๆ คือ อยู่ใกล้ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ อยู่ใกล้ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล และสะดวกในการเดินทางเข้าเมือง เนื่องจากใกล้บริเวณจุดขึ้นลงทางด่วน มีเพียง 5,386 หน่วย หรือ เพียงร้อยละ 36 ของอุปทานที่เปิดขายในบริเวณนี้ และอัตราการขายคอนโดมิเนียมที่อยู่ในทำเลที่ดีก็มีอัตราการขายที่สูงกล่าวคือ ร้อยละ 75
นายพนม กล่าวเพิ่มเติมว่าอุปทานในบริเวณนี้หากเทียบกับบริเวณอื่นๆในกรุงเทพมหานคร ยังถือว่าอุปทานยังมีจำนวนไม่สูงนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุปทานที่อยู่บนถนนแจ้งวัฒนะจริงๆมีเพียง 5,386 หน่วย นอกจากนี้ในจำนวน 5,386 หน่วย ยังมีโครงการที่อยู่ห่างถนนใหญ่หรือ ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าอยู่ถึง 1,765 หน่วย หากเปรียบเทียบจริงๆ คอนโดมิเนียมที่อยู่ในทำเลดี บนนถนนแจ้งวัฒนะมีอุปทานเพียง 3,621 หน่วย
และปัจจัยสำคัญที่ผู้ลงทุนซื้อโครงการในบริเวณนี้ควรพิจารณาคือ
• สถานที่ตั้ง โครงการคอนโดมิเนียมที่น่าอยู่ คือ โครงการคอนโดมิเนียมที่มิได้ตั้งอยู่ใน
บริเวณถนนใหญ่ เนื่องจากมลภาวะทางเสียงค่อนข้างเยอะ หากแต่การตั้งอยู่ในซอยควรอยู่ในซอยที่ไม่ลึกไม่มากว่า 300 เมตร
• รูปแบบห้องพัก ห้องพักแบบสตูดิโอ หรือ ห้องพักแบบ 1 ห้องนอน ที่มีพื้นที่ใช้สอยเท่ากับ
สตูดิโอ เนื่องจากห้องพักแบบ 1 ห้องนอนจะดูมูลค่าสูงกว่าสตูดิโอ ในแง่การปล่อยเช่า
• ขนาดห้องพัก ขนาดห้องที่มีขนาดเหมาะสม ไม่ใหญ่หรือเล็กไป คือ ราว 28 – 32 ตาราง
เมตร และหากถ้าเป็นขนาด 1 ห้องนอนได้ยิ่งดี
• สิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการ
• ระดับราคา ระดับราคาขายในบริเวณนี้มักเป็นระดับราคาขายที่ไม่แพง กล่าวคือ อยู่ใน
ระดับต่ำกว่ายูนิตละ 2 ล้านบาท