วิเคราะห์ความคุ้มค่าทางการเงิน ในการก่อสร้างทัชมาฮาล

14 มี.ค. 2555

หากเอ่ยถึง “ทัชมาฮาล”  ทุกคนคงรู้ว่า คืออนุสรณ์สถานแห่งความรักอันยิ่งใหญ่ในประเทศอินเดีย และจัดเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก

ทัชมาฮาล ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำยะมุนา นครอาครา รัฐอุตตระประเทศ ประเทศอินเดีย สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2196 หรือ 359 ปีมาแล้ว โดยชาห์ญะฮาน กษัตริย์แห่งราชวงศ์โมกุล เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความรักแก่มเหสีมุมตัส มาฮาล ซึ่งสิ้นพระชนม์ไป โดยพระนางมีพระราชโอรสและพระราชธิดาถึง 14 พระองค์ การก่อสร้างทัชมาฮาลนั้น ใช้เวลานาน 22 ปี ใช้แรงงานคนประมาณ 20,000 คน ประดับตกแต่งด้วยอัญมณีจากแหล่งต่างๆ ในประเทศอินเดีย และประเทศเพื่อนบ้าน โดยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2526

ทัชมาฮาลออกแบบโดยนายอุสตาด ไอซา อาคารหลักมีขนาดกว้างยาวด้านละ 100 เมตร สูง 60 เมตร บริเวณอาคารหลักได้รับการยกสูงจากริมฝั่งแม่น้ำประมาณ 50 เมตร  นอกจากนี้ยังมีอาคารทางเข้าและอาคารโดยรอบอีกจำนวนหนึ่ง โดยรวมแล้วมีพื้นที่ 42 เอเคอร์ หรือประมาณ 106 ไร่
ต้นทุนการก่อสร้าง เมื่อคำนวณเป็นเงินเหรียญสหรัฐอเมริกาก็ตกประมาณ 500 ล้านเหรียญในปีพ.ศ. 2548 หรือประมาณ 615 ล้านเหรียญสหรัฐ ณ ปี พ.ศ.2555 ซึ่งคิดเป็นเงินไทยประมาณ 19,000 ล้านบาท

สำหรับค่าที่ดิน 106 ไร่นั้น จากการสำรวจเบื้องต้นของศูนย์ข้อมูลวิจัย และประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส พบว่าที่ดินในย่านนอกเมืองตกไร่ละ 7 ล้านบาท ส่วนในเมืองที่ดินที่สามารถใช้สร้างโรงแรมใกล้ทัชมาฮาล ตกไร่ละ 48 ล้านบาท หากไม่มีทัชมาฮาลและสมมติให้ที่ดินแปลงนี้เป็นที่ดินในเมืองทั่วไปที่ไม่มีแหล่งท่องเที่ยว ราคาคงตกเป็นเงินไร่ละ 40 ล้านบาท

ดังนั้นที่ดินทัชมาฮาลนี้จึงน่าจะมีมูลค่าราวๆ 4,240 ล้านบาท และเมื่อรวมกับค่าก่อสร้าง 19,000 ล้านบาทแล้ว จึงเป็นเงินต้นทุนค่าก่อสร้างทั้งหมดประมาณ 23,240 ล้านบาท
สำหรับรายได้จากการเข้าชมทัชมาฮาลนั้น หากเป็นคนอินเดียคือ 20 รูปีต่อหัว ส่วนชาวต่างประเทศทั่วไป 750 รูปีต่อหัว แต่ถ้าเป็นชาวเอเชียใต้ 510 รูปีต่อหัว เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ไม่เสียค่าใช้จ่าย ส่วนค่าเข้าชมในช่วงกลางคืนจะเก็บ ในอัตราใกล้เคียงกัน ( ในแต่ละเดือนจะเปิดช่วงกลางคืนอยู่ไม่กี่วันเท่านั้น โดยจะเป็นในช่วงคืนเดือนเพ็ญ)  ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวประมาณ 2-4 ล้านคน โดยเป็นขาวต่างประเทศราวๆ  200,000 คน

หากว่าเก็บค่าเข้าชมแก่ชาวต่างประเทศเฉลี่ย 700 รูปี และชาวอินเดีย 20 รูปี โดยในแต่ละปี มีนักท่องเที่ยวชาวอินเดียประมาณ 3 ล้านคน เป็นชาวต่างประเทศ 200,000 คน ก็จะสามารถเก็บเงินได้ประมาณ 200 ล้านรูปีต่อปี คิดเป็นเงินไทย 120.54 ล้านบาท เมื่อหักค่าใช้จ่าย 30%  โดยประมาณแล้ว ก็จะเป็นเงินได้สุทธิ 84.4 ล้านบาท หากแปลงรายได้เป็นมูลค่าด้วยอัตราผลตอบแทนที่ 5%  (เพราะแทบไม่ต้องลงทุนอะไรในขณะนี้ นอกจากการซ่อมแซม และการบำรุงรักษา) ก็จะเป็นเงิน 1,688 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนค่าก่อสร้างที่ประเมินไว้ 22,180 ล้านบาท

ดังนั้นหากวิเคราะห์ถึงความคุ้มค่าทางการเงินจากที่ทางศูนย์ข้อมูลวิจัย และประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส ทำการประเมินแล้ว รายได้ที่เกิดขึ้นจากการท่องเที่ยวอาจไม่คุ้มทุนกับการก่อสร้างในครั้งนี้ แต่อย่างไรก็ตามการดำรงอยู่ของทัชมาฮาล   ก็ก่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ  และถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่ยิ่งใหญ่ มีความงดงามวิจิตรตระการตา สะกดสายตาให้ผู้คนที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวได้มาสัมผัสและชื่นชมความงามของสถาปัตยกรรมแห่งนี้

…ถ้าพูดกันอย่างไม่เอาเรื่องเงินๆ ทองๆ มาคิดให้ปวดหัว  ความคุ้มค่าทางจิตใจมันเหนือกว่ากันเยอะ…จริงๆ จ้านาย

    
หมายเหตุ:  ข้อมูลบางส่วนจากวารสาร ThaiAppraisal Foundation , Vol.11, No.15, มกราคม-กุมภาพันธ์ 2555

เขียนความเห็น