สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านตั้งเป้าปี 55 ดันมูลค่าตลาดรวมแตะ 12,000 ล้านบาท

14 มี.ค. 2555

สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านดัน 2 นโยบายหลักสำหรับปี 2555 มุ่งยกระดับมาตรฐานทางวิชาชีพ และเร่งสร้างการรับรู้ในคำว่า “รับสร้างบ้าน” ให้เป็นที่ยอมรับมากขึ้น คาดปี 55 มูลค่าตลาดรวม 12,000 ล้านบาท 
ดร.พัชรา ตัณฑยรรยง นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน กล่าวว่า นโยบายของสมาคมฯ ปี 2555-2556 ยังมุ่งเน้นความสำคัญในการยกระดับมาตรฐานของธุรกิจรับสร้างบ้านให้เป็นที่ยอมรับ โดยแบ่งนโยบายหลักออกเป็น 2 เรื่องคือ การยกระดับมาตรฐานทางวิชาชีพ และการสร้างการรับรู้ในคำว่า “รับสร้างบ้าน” โดยในส่วนของการยกระดับมาตรฐานทางวิชาชีพ สมาคมฯ จะให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของสมาชิก โดยเฉพาะเรื่องมาตรฐานและคุณภาพการให้บริการเพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความพึงพอใจสูงสุด โดยสมาคมฯ จะมีการจัดตั้งโครงการพัฒนาวิชาชีพธุรกิจรับสร้างบ้าน มุ่งเน้นการฝึกอบรม พัฒนา ให้ความรู้ในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจรับสร้างบ้านอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดโอกาสให้บริษัทรับสร้างบ้านอื่นๆ ที่ไม่ได้เป็นสมาชิก สามารถเข้าร่วมโครงการดังกล่าวได้ โดยเชื่อว่าโครงการนี้จะสามารถช่วยรองรับการแข่งขันระดับนานาชาติซึ่งจะเกิดขึ้นในอนาคตหลังการเปิดเสรีการค้าอาเซียน
นอกจากนี้สมาคมฯ ยังมีแนวทางในการพัฒนาฐานข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจรับสร้างบ้านโดยแบ่งออกเป็น 2 แนวทางคือ การเร่งพัฒนางานทางด้านวิชาการให้มีความเข้มข้นมากขึ้น โดยเฉพาะการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค และการร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกในการทำวิจัยร่วมกัน อาทิ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์        


สำหรับนโยบายหลักอีกประการคือ การสร้างการรับรู้ในคำว่า “รับสร้างบ้าน” ซึ่งเป็นเรื่องที่สมาคมฯ ดำเนินการมาตลอด และยังคงเป็นเรื่องที่ต้องมีการสานต่ออย่างต่อเนื่องผ่านการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดในรูปแบบต่าง ๆ  เช่น การจัดงานรับสร้างบ้าน Focus, การจัดงานรับสร้างบ้าน เป็นต้น นอกจากนี้สมาคมฯ จะเร่งสื่อสารกับผู้บริโภคผ่านการให้ความรู้ความเข้าใจในธุรกิจรับสร้างบ้านผ่านบทความทางวิชาการ อาทิ ความรู้เกี่ยวกับการสร้างบ้าน, วัสดุก่อสร้างประเภทต่างๆ, ความรู้ทางด้านการเงิน ฯลฯ เพิ่มมากขึ้น 
“นโยบายเรายังให้ความสำคัญกับผู้บริโภคเป็นหลัก โดยเฉพาะการสื่อสารและสร้างการรับรู้ในคำว่า “รับสร้างบ้าน” ซึ่งที่ผ่านมาเราทำได้ดีมาโดยตลอด ส่วนแบ่งการตลาดของสมาชิกแต่ละบริษัทเพิ่มขึ้น ยอดขายเติบโตขึ้น เราเห็นพัฒนาการของแต่ละบริษัทที่มีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น และเรายังมุ่งเน้นที่จะสานต่อ และเพิ่มวิธีในการนำเสนอที่หลากหลายรูปแบบมากขึ้น” ดร.พัชรา กล่าว 
ดร.พัชรา กล่าวด้วยว่า ในส่วนของภาพรวมตลาดรับสร้างบ้าน ยังถือเป็นอีกส่วนที่มีความสำคัญ โดยในปีที่ผ่านมาตลาดรับสร้างบ้านมีมูลค่ารวมที่ประมาณ 11,000 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่สมาคมฯ คาดการณ์ไว้ประมาณ 500 ล้านบาท โดยมีสาเหตุจากปัญหาอุทกภัย รวมถึงการปรับตัวสูงขึ้นของราคาพลังงาน ขณะที่ในปี 2555 คาดว่ามูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ราว 12,000 ล้านบาท เนื่องจากกลุ่มลูกค้าที่ชะลอการตัดสินใจในช่วงที่มีอุทกภัยจะกลับเข้ามาสร้างบ้านอีกครั้ง ขณะเดียวกันค่าเฉลี่ยของการสร้างบ้านแต่ละหลัง มีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้นตามพื้นฐานทางเศรษฐกิจของประเทศ 
เขียนความเห็น