ไทยรั้งอันดับ 5 ในการจัดอันดับประเทศยอดนิยมของโลกที่บริษัทข้ามชาตินิยมเข้ามาลงทุน ตามรายงานฉบับล่าสุดของ ดิ อิโคโนมิสต์ คอร์เปอเรท เน็ตเวิร์ค
จากการสำรวจแนวโน้มทางธุรกิจของเอเชียปี 2556 ผู้บริหารทั่วโลกราว 38.6% มีแผนที่จะเข้ามาลงทุนในเมืองไทยในปีนี้ ส่วนชาติอื่นๆ ในเอเชียมีเพียงจีน ประเทศในแถบมหาสมุทรอินเดีย อินโดนีเซีย และมาเลเซียเท่านั้นที่ได้รับความไว้วางใจจากนักลงทุนทั่วโลก
ผู้ตอบแบบสอบถามราว 33.9% ที่มีถิ่นฐานอยู่ในเมืองไทยแล้วแต่ยังไม่มีแผนที่จะลงทุนใดๆ ในปีนี้ ในขณะที่ 25.2% ไม่มีแผนที่จะลงทุนเลย และมีเพียง 2.4% เท่านั้นที่คาดว่าจะลดการลงทุนในเมืองไทยลง
จากการสำรวจดังกล่าวยังพบอีกว่าบรรดานักธุรกิจต่างให้ความสนใจในภูมิภาคเอเชียโดยรวม และ 47% ของผู้ตอบแบบสอบถามยังเพิ่มระดับของความคาดหวังในธุรกิจของตนในภูมิภาคนี้ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา มีเพียง 15% เท่านั้นที่รู้สึกผิดหวัง นอกจากนี้ บรรดาบริษัทข้ามชาติเหล่านี้ยังคาดการณ์ว่ายอดขายของบริษัทในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค (ยกเว้นญี่ปุ่น) ในปีนี้จะเติบโตได้เร็วกว่าในปีที่ผ่านมา
ในบรรดา 170 บริษัทข้ามชาติที่ร่วมทำแบบสอบถาม (มีบริษัทแม่อยู่นอกภูมิภาค) พบว่าสำนักงานสาขาในภูมิภาคเอเชียสามารถสร้างรายได้โดยรวมให้กับบริษัทเพิ่มขึ้น 22% ในปี 2555 จาก 19% ในปี 2554 โดยบริษัทเหล่านี้คาดว่าตัวเลขดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นถึง 32% ภายในปี 2560
อย่างไรก็ดี 44% ของผู้ตอบแบบสอบถามมองว่าบริษัทของตนยังไม่สามารถลงทุนได้ในระดับที่เหมาะสมกับศักยภาพการเติบโตของตลาดในเอเชีย ในขณะที่ บริษัทข้ามชาติหลายแห่งยังมองว่าการเติบโตของยอดขายในหลายๆ ตลาดในทวีปเอเชียยังคงต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ตามการเติบโตของเศรษฐกิจ
นายจัสติน วูด ผู้อำนวยการของดิ อิโคโนมิสต์ คอร์เปอเรท เน็ตเวิร์ค ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เราได้สังเกตเห็นการส่งสัญญาณจากบรรดาผู้นำธุรกิจข้ามชาติที่ประจำอยู่ในเอเชียที่ส่งไปยังบริษัทแม่ของตนว่าระดับการลงทุนของบริษัทเหล่านั้นยังไม่สอดคล้องกับการขยายตัวของตลาดในภูมิภาคเอเชีย แต่สำหรับปีนี้ เราคงต้องสัญญาณนั้นดูจะเข้มข้นขึ้น”
การสำรวจแนวโน้มทางธุรกิจของเอเชียปี 2556 (Asia Business Outlook Survey 2013) เป็นการสำรวจความคิดเห็นจากบรรดาผุ้บริหารจากบริษัทข้ามชาติในธุรกิจต่างๆ ทั่วทวีปเอเชียจำนวน 207 ราย โดยเป็นมุมมองของบริษัทข้ามชาติจากประเทศฟากตะวันตกที่มีสำนักงานอยู่ในทวีปเอเชีย โดยในจำนวนนี้ 35% เป็นบริษัทที่มีบริษัทแม่อยู่ในทวีปอเมริกา 41% อยู่ในทวีปยุโรป ในขณะที่ 24% ของผู้ตอบแบบสอบถามเป็นผู้บริหารที่ทำงานอยู่ในบริษัทสัญชาติเอเชีย และบางส่วนมาจากออสเตรเลียและอเมริกาใต้
แหล่งที่มา : The Economist Corporate Network
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ