วงในยันตลาดอสังหาฯยังไร้สัญญาณฟองสบู่

23 ม.ค. 2556

 
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชี้ตลาดที่อยู่อาศัยปี 56 ส่งสัญญาณเชิงบวก คาดเศรษฐกิจปีนี้ขยายตัวที่ร้อยละ 5 ยันไร้สัญญาณฟองสบู่ในอนาคตอันใกล้ ตามรายงานบทวิจัยภาพรวมเศรษฐกิจปี 2555 และแนวโน้มปี 2556
 
นายอนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่าหลังจากที่ในปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจในภาพรวมสามารถขยายตัวได้ถึงร้อยละ 5.5 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ดี นอกจากนี้ การที่ประเทศไทยติด 20 อันดับแรกของประเทศน่าลงทุนจากการจัดอันดับของธนาคารโลกในปีที่ผ่านมายังช่วยส่งผลเชิงบวกต่อเศรษฐกิจโดยรวมในปี 2556 โดยมีปัจจัยสนับสนุนคือความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ปรับตัวสูงขึ้น
 
อย่างไรก็ตาม นายอนุกูลมองว่าอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจในปีนี้น่าจะอยู่ที่ร้อยละ 5 เนื่องจากมาตรการช่วยเหลือและกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลบางอย่างจะสิ้นสุดลง อย่างไรก็ดี จะมีการปรับตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจอีกครั้งในช่วงกลางปีนี้ 
 
“จากภาพรวมทางเศรษฐกิจดังกล่าว ผมมองว่าภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของไทยในปีนี้จะยังคงมีทิศทางเชิงบวก โดยจะกลับมาดีในช่วงครึ่งปีแรก จากปัจจัยกระตุ้นต่างๆ เช่น อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจมีสัญญาณที่ดีขึ้น ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้น อัตราดอกเบี้ยเริ่มผ่อนคลายลงเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนออกมาจับจ่ายใช้สอย โดยล่าสุด คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 2.75 ต่อปี ซึ่งจะสนับสนุนดีมานด์ในประเทศเพื่อให้เศรษฐกิจเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง”
 
นอกจากนี้ หากพิจารณาปัจจัยการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจที่สำคัญๆ อาทิ อัตราการว่างงานในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2555 ที่ผ่านมา อยู่ที่ร้อยละ 0.72 ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำมากและคาดว่าจะทรงตั้วอยู่ในระดับนี้ต่อเนื่องจนถึงปี 2556 ตามการขยายตัวในภาคอุตสาหกรรม การเกษตร และการก่อสร้าง
ด้านอัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไป ปี 2555 อยู่ที่ร้อยละ 3 ลดลงร้อยละ 0.8 จากปี 2554 ซึ่งเป็นผลมาจากปริมาณสินค้าในตลาดกลับเข้าสู่ภาวะปกติหลังเกิดการขาดแคลนในช่วงวิกฤตอุทกภัย ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ร้อยละ 2.2 ซึ่งอยู่ในกรอบเงินเฟ้อเป้าหมายของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ร้อยละ 0.5-3.0
 
สำหรับราคาวัสดุก่อสร้างในปี 2555 นั้น มีการปรับขึ้นเพียงเล็กน้อยที่ร้อยละ 1-2 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากปริมาณวัสดุก่อสร้างในปี 2555 ไม่ได้อยู่ในภาวะขาดแคลนดังเช่นวิกฤตมหาอุทกภัยปลายปี 2554 ประกอบกับภาคอสังหาริมทรัพย์มีโครงการเปิดใหม่ไม่มากเท่ากับปี 2553-2554 จึงทำให้มีการปรับราคาวัสดุเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น
 
 บทวิจัยดังกล่าวยังพบว่าดัชนีความเชื่อในการซื้อบ้านหลังใหม่ในปี 2555 โดยรวมฟื้นตัวดีขึ้น อย่างไรก็ดี ผู้บริโภคยังคงมีความกังวลว่าจะเกิดอุทกภัยซ้ำในช่วงเดือนกันยายน ทำให้ชะลอการตัดสิดใจซื้อออกไป แต่ในช่วงไตรมาส 4 ที่ผ่านมา ดัชนีมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ จึงประเมินได้ว่าธุรกิจภาคอสังหาฯ ของไทยใน 6 เดือนแรกของปี 2556 น่าจะขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง
 
 นายอนุกูล กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งที่ผู้ประกอบการจะต้องเตรียมพร้อมที่คาดว่าจะส่งผลต่อการเติบโตของภาคอสังหาฯ ในอนาคตคือวิกฤตทางด้านแรงงานขาดแคลน และต้นทุนการบริหารจัดการที่อาจจะเพิ่มขึ้น รวมถึงยังต้องระมัดระวังความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่จะผันแปรตามปัจจัยภายนอกต่างๆ อีกด้วย 
 
“ส่วนประเด็นที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตเรื่องฟองสบู่ในภาคอสังหาฯ นั้น โดยภาพรวมยังไม่พบปัจจัยที่จะก่อให้เกิดภาวะดังกล่าว รวมทั้งสถาบันการเงินต่างๆ มีมาตรการเข้มงวดและรัดกุมในการให้สินเชื่อ ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยเองได้ยืนยันว่าไม่พบสัญญาณที่น่าเป็นห่วง ทั้งด้านอุปสงค์และอุปทาน ส่วนธุรกิจบริหารจัดการด้านอสังหาฯ จะยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับการเติบโตของธุรกิจอสังหาฯ พร้อมทั้งมีมาตรฐานและการพัฒนาต่างๆ เทียบเท่าระดับสากล”
 
 
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่
 
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ  
เขียนความเห็น