เซ็นจูรี่ 21 (ประเทศไทย) เผยเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐฯ ไม่ส่งผลต่อตลาดอสังหาฯ ทั้งในอเมริกาเองหรือประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ชี้นักลงทุนยังคงให้ความสนใจลงทุนด้านอสังหาฯ อย่างต่อเนื่อง โดยไทยติด 1 ใน 10 ตลาดน่าลงทุนในสายตานักลงทุนทั่วโลก
จากเกมการเมืองและปัญหางบประมาณเพดานหนี้ของรัฐบาลสหรัฐ ที่แม้ว่าจะซื้อเวลาโดยการเพิ่มเพดานหนี้ระยะสั้นๆ แต่ปัญหายังคงไม่หมดไป โดยเฉพาะในช่วงต้นปีหน้า (2557) ตั้งแต่เดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ ที่ทั่วโลกต้องจับตาในส่วนของภาคอสังหาริมทรัพย์ และที่หลาย ๆ คนได้ตั้งคำถามว่าจะส่งผลกระทบทั้งด้านบวกหรือด้านลบอย่างไรบ้าง
ถ้าลองย้อนมองดูตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศสหรัฐอเมริกาเอง พบว่า ในไตรมาสที่ผ่านมาอยู่ในทิศทางที่ดี และยังส่งผลให้ภาพรวมของเศรษฐกิจสหรัฐเองดูดีขึ้นด้วย จากข้อมูลของสมาคมอสังหาริมทรัพย์นานาชาติ (National Association of Realtors : NAR) ระบุว่า ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ยอดขายบ้านในสหรัฐอยู่ที่ 5.39 ล้านยูนิต และลดลงมา จนในช่วงเดือนกันยายนลดมาอยู่ที่ 5.29 ล้านยูนิต ซึ่งอาจเกิดจากปัจจัยของความไม่ชัดเจนด้านปัญหาเพดานหนี้และงบประมาณ ก่อนที่จะมีการประกาศ Government Shutdown ในช่วงต้นเดือนตุลาคม
แม้ว่าการซื้อขายปรับตัวลดลง แต่สถานการณ์ภาคอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐอเมริกาถือได้ว่าเกือบอยู่ในช่วงสูงสุด ในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา ราคาของที่อยู่อาศัยยังคงมีแนวโน้มที่สูงขึ้น เนื่องจากจำนวนสต็อกที่อยู่ในตลาดยังคงมีอยู่อย่างจำกัด จึงมองว่าปัญหาของรัฐบาลสหรัฐฯ เป็นเพียงปัจจัยส่วนหนึ่งในการชะลอการตัดสินใจซื้อบ้านในสหรัฐฯ เท่านั้น และยังคงมีประเด็นของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่สูงขึ้น การเพิ่มค่าประกันในโซนที่มีอุทกภัยในบางรัฐ รวมทั้งด้านภาษีที่อาจทำให้การซื้อขายมีโอกาสลดลง
นายกิติศักดิ์ จำปาทิพย์พงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นจูรี่21 (ประเทศไทย) จำกัด ได้ชี้ถึงภาพรวมของการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ในเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลก และยังพบว่า มหานครในสหรัฐอเมริกาและยุโรปยังคงเป็นแหล่งที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความสนใจเป็นอันดับต้น ๆ ไม่ว่า จะเป็น นิวยอร์ค, ลอนดอน, ซานฟรานชิสโก หรือกรุงปารีส
จากข้อมูลของ Association of Foreign Investor in Real Estate (AFIRE) พบว่าประเทศที่ยังคงสร้างโอกาสการเติบโตของเม็ดเงินที่ลงทุนดีที่สุด ก็คือประเทศสหรัฐอเมริกา รองลงมาคือ บราซิล และ อังกฤษ
อย่างไรก็ดี ในช่วงที่ผ่านมาเริ่มมีการไหลของเงินทุนเข้ามาในประเทศแถบเอเชียมากขึ้น รวมถึงการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ซึ่งนักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจ
โดยเมื่อจัดอันดับประเทศที่เป็นตลาดใหม่ที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความสนใจพบว่า ประเทศไทยเป็น 1 ใน 10 อันดับแรก ตามหลังจีน และอินเดีย (ดังภาพ)
โดยในช่วงปี 2555-2556 ที่ผ่านมาถือได้ว่าภาคอสังหาฯ ในเมืองไทยได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก ซึ่งจากข้อมูลของเว็บไซต์ด้านการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์นานาชาติ ที่มีเครือข่ายทั่วโลกอย่าง Themovechannel.com ยังพบอีกว่า จากรายการทรัพย์สินกว่า 400,000 รายการของเว็บไซต์ รายการอสังหาฯ จากประเทศไทยได้รับความสนใจจากนักลงทุนจากทั่วโลกเป็นอย่างมาก โดยในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ อสังหาฯ จากเมืองไทยติดอันดับ 1 ใน 3 จากการค้นหาอสังหาฯ ทั่วโลก ตามหลังเพียงสหรัฐอเมริกาและสเปน
โดยทำเลที่ชาวต่างชาติให้ความสนใจ ยังคงอยู่ในพื้นที่ท่องเที่ยว หรือจังหวัดชายทะเลอย่าง พัทยา ที่มาเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาคือภูเก็ต หัวหิน สมุย และกรุงเทพฯ
จากรายงานข้างต้น ชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความน่าสนใจจากชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก และในฐานะเจ้าของประเทศ หรือนักธุรกิจด้านอสังหาฯ และไม่ว่าจะเป็นผู้พัฒนาโครงการ เอเจนท์ ที่ปรึกษาโครงการ นักลงทุน ควรเร่งพัฒนาเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในระดับประเทศ และระดับองค์กรให้มากขึ้น
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ