คอลลิเออร์สฯ เผยตลาดคอนโดฯ ในกรุงเทพฯ ยังมีช่องให้โตได้อีก คอนเฟิร์มแน่นยังไร้สัญญาณของการโอเวอร์ซัพพลาย ชี้ตลาดคอนโดฯ ในอนาคตจะกลายเป็นตลาดของผู้เล่นรายใหญ่
นายสุรเชษฐ กองชีพ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์ตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพมหานครช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ว่ามีอัตราการขยายตัวลดลง โดยเฉพาะในพื้นที่บริเวณชั้นนอกเนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีความกังวลในเรื่องหนี้ครัวเรือนในกลุ่มลุกค้าระดับกลางถึงล่าง จึงหันมาพัฒนาโครงการในเขตเมืองชั้นในตามแนวรถไฟฟ้าสายปัจจุบันและส่วนต่อขยายมากขึ้น
จากรายงานตลาดคอนโดฯ ฉบับล่าสุดของคอลลิเออร์สฯ พบว่าปริมาณคอนโดฯ ที่เปิดขายในไตรมาสที่ 3 มีทั้งหมดประมาณ 11,240 ยูนิต โดยที่ประมาณ 8,950 ยูนิตเป็นโครงการที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯ ชั้นในและอีกประมาณ 2,290 ยูนิตอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นนอกซึ่งถือเป็นจำนวนคอนโดฯ เปิดใหม่ที่น้อยที่สุดเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา
“พื้นที่นอกเมืองด้านทิศตะวันตกมีคอนโดฯ เปิดขายประมาณ 3,000 ยูนิต โดยที่โครงการส่วนใหญ่ตั้งอยู่รอบๆ สถานีวุฒากาศซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการในช่วงปลายปี 2556 นี้” นายสุรเชษฐกล่าว
จากสถิติการจดทะเบียนอาคารชุดของกรมที่ดิน ปัจจุบันกรุงเทพฯ มีคอนโดฯ จดทะเบียนอยู่ประมาณ 378,000 ยูนิต 58% ของคอนโดฯ ที่เปิดขายในไตรมาสที่ 3/ 2556 มีราคาเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 60,001 — 80,000 บาทต่อตารางเมตร หรือห้องขนาด 25 ตารางเมตรที่มีราคาขายอยู่ที่ประมาณ 1.5 ล้านบาท (ซึ่งต้องผ่อนชำระกับธนาคารประมาณเดือนละ 10,000 บาท นั่นหมายความว่าต้องมีรายได้ขั้นต่ำประมาณ 25,000 บาทต่อเดือน)
นายสุรเชษฐยังได้อธิบายเพิ่มเติมว่าแม้คอนโดฯ ที่เปิดขายในช่วงหลายไตรมาสที่ผ่านมาจะเน้นไปที่กลุ่มลุกค้าที่มีรายได้ปานกลางลงไปถึงรายได้ต่ำ โดยเฉพาะโครงการที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ รอบนอก แต่หลังจากที่ภาวะหนี้ครัวเรือนที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้มีรายได้ต่ำในช่วงไม่กี่ไตรมาสที่ผ่านมา ผนวกกับการที่ธนาคาต่างๆ มีความเข้มงวดในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ซื้อบางส่วนไม่ผ่านการอนุมัติสินเชื่อ ซึ่งปัญหานี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการ ทำให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่หันมาพัฒนาโครงการในพื้นที่ตามแนวรถไฟฟ้าสายปัจจุบันมากขึ้น ในระดับราคาที่สูงขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง ในขณะที่บางส่วนหันไปพัฒนาโครงการราคาไม่แพง (450,000 — 1.5 ล้านบาท) ในพื้นที่ชานเมืองหรือไม่ไกลจากกรุงเทพฯ เช่น รังสิต ซึ่งเป็นโซนที่มีอพาร์ทเมนต์หรือหอพักอยู่เป็นจำนวนมาก
“นอกจากนี้ ยังคงต้องจับตาดูต่อไปในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ว่าในภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่สู้ดีและค่าครองชีพต่างๆ ที่ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นว่าผู้ประกอบการจะยังคงพัฒนาคอนโดฯ ในช่วงราคาและรูปแบบนี้ต่อไปหรือไม่ หรือกลับมาเน้นกลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงล่างในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นนอก” นายสุรเชษฐกล่าว
“คอนโดฯ กว่า 60,000 ยูนิตมีกำหนดแล้วเสร็จภายในไตรมาสสุดท้ายของปี 2556 นี้ แต่เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ซึ่งกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภทในประเทศไทย โครงการคอนโดฯ ส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ มีการก่อสร้างที่ล่าช้ากว่ากำหนด และบางโครงการเลื่อนกำหนดแล้วเสร็จออกไปเป็นปีหน้า”
อย่างไรก็ดี นายสุรเชษฐยังคงมองว่าตลาดคอนโดฯ ในกรุงเทพฯ ยังคงมีช่องว่างในการขยายตัว และยังไม่มีสัญญานของการโอเวอร์ซัพพลาย แม้ว่าจะมีคอนโดฯ เปิดขายออกมามากในช่วงหลายไตรมาสที่ผ่านมา และบางส่วนยังคงเหลือขายอยู่ในตลาด
“คอนโดมิเนียมหลายโครงการจากผู้ประกอบการที่มีชื่อเสียงและมีความน่าเชื่อถือสามารถปิดการขายได้ในอัตราสูง โดยกว่า 80% ที่เปิดขายในช่วงไตรมาส 3 เป็นของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์และบริษัทในเครือ ในขณะที่ผู้ประกอบการรายใหม่และผู้ประกอบการรายย่อยได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก ส่งผลให้พวกเขาต้องทำการศึกษาตลาดให้มากขึ้นก่อนที่จะเปิดขายโครงการใหม่ ไม่อย่างนั้นอาจจะเปิดขายโครงการในทำเลและกลุ่มลูกค้าเดียวกันกับผู้ประกอบการรายใหญ่ ทั้งนี้ ในอนาคตตลาดคอนโดฯ จะกลายเป็นของผู้ประกอบการรายใหญ่” นายสุรเชษฐกล่าวทิ้งท้าย
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ