โอกาสทองของนักลงทุนไทยในพม่า

9 พ.ค. 2556

นักธุรกิจไทยมองการลงทุนในพม่าเป็นเรื่องท้าทาย หลังเจอปัญหาราคาที่ดินและแรงงานแพงเวอร์ จากการศึกษาล่าสุดโดยศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (CITS)
 
อย่างไรก็ดี จากการศึกษาดังกล่าวยังพบอีกว่าอัตราการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ของพม่าจะพุ่งสูงขึ้นราว 200-400% ภายในปี 2558 เมื่อประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) เริ่มต้น ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการแข่งขันอย่างดุเดือดระหว่างนักลงทุนต่างชาติที่พยายามเข้าไปลงทุน ซึ่งเป็นที่ชัดเจนว่าบริษัทที่มีเงินทุนหนาจะประสบความสำเร็จในการเข้าไปดำเนินธุรกิจในประเทศแห่งนี้
 
ทั้งนี้ ศูนย์การศึกษาฯ ได้แนะนำให้รัฐบาลไทยร่วมมือกับรัฐบาลพม่าในการช่วยเหลือนักลงทุนและธุรกิจไทยในการที่จะเข้าไปทำธุรกิจในพม่า
 
“เนื่องจากราคาที่ดินและอัตราค่าแรงที่พุ่งสูงขึ้นในพม่า ส่งผลให้ผู้ประกอบการคนไทยที่คิดจะเข้าไปลงทุนในประเทศนี้ยังมีอยู่น้อย รัฐบาลควรจะดำเนินการเจรจากับทางการพม่าเพื่อลดความยุ่งยากต่างๆ เพื่อให้นักธุรกิจไทยเข้าไปลงทุนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาบริษัทขนาดเล็กและขนาดกลาง” นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าว
 
ในปี 2555 ประเทศไทยเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่อันดับ 2 ของพม่า ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 9.56 พันล้านบาท (ราว 282.7 แสนล้านบาท)
 
นอกจากนี้ จากการศึกษาของศูนย์การศึกษาฯ พบว่าอัตราค่าแรงในกรุงย่างกุ้งเพิ่มขึ้นจากวันละ 120 บาทเป็น 150 บาท และมีแนวโน้มที่จะพุ่งสูงขึ้นถึงวันละ 250 บาทภายในปี 2558 ในขณะที่ราคาที่ดินมีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้นราว 200-300%
 
โดยผลการศึกษาดังกล่าวยังชี้ให้เห็นว่ายังมีโอกาสในธุรกิจต่างๆ อีกมากสำหรับนักลงทุนไทยในพม่า ดังนั้นนักลงทุนที่สนใจควรรีบตัดสินใจก่อนที่จะบรรยากาศการแข่งขันจากนักลงทุนต่างชาติจะเพิ่มมากขึ้นไปกว่านี้ 
 
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่
 
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
เขียนความเห็น