โดย กาญจนา พาหา
ขุนคลังชี้ตลาดอสังหาฯ ไทยอยู่ในช่วงขาขึ้น ไร้สัญญาณฟองสบู่หรือโอเวอร์ซัพพลาย มั่นใจโครงการปรับปรุงโครงสร้างคมนาคมพื้นฐานจากเงินกู้ 2 ล้านล้านบาทส่งผลดีต่อการเติบโตของตลาดที่อยู่อาศัย
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวกับผู้สื่อข่าวภายหลังการเปิดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 28 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ว่าในช่วงไตรมาสแรกธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังเป็นภาคธุรกิจที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีแนวโน้มว่าจะเป็นไปในทิศทางขาขึ้น โดยปัจจัยบวกส่วนหนึ่งมาจากการขยายตัวของเศรษฐกิจโดยรวมภายในประเทศที่ยังมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าประชาชนผู้บริโภคมีความมั่นใจในการซื้อสินค้ามากขึ้น
ในขณะที่ปัญหาเรื่องของสัญญาณฟองสบู่ในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้น นายกิตติรัตน์กล่าวว่าได้รับการยืนยันจากหลายหน่วยงานราชการว่ายังไม่พบสัญญาณใดๆ เนื่องจากความต้องการซื้อหรือความสามารถในการผลิตอสังหาริมทรัพย์ออกมาจำหน่ายไม่ว่าจะในกรุงเทพ หรือตามเมืองต่างๆ ทั่วประเทศยังมีความสอดคล้องกันในระดับปกติ
ส่วนเรื่องอสังหาริมทรัพย์ในต่างจังหวัดที่มีคนตั้งข้อสังเกตว่าเกิดการโอเวอร์ซัพพลายนั้น รมต.คลังมองว่าจะพิจารณาจากสถิติที่ผ่านมาเพียงอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ
“ผมว่าคนคงจะมองตามสถิติว่าแต่เดิมนั้นมีอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างใหม่เป็นจำนวนเท่าไหร่ และมียอดซื้อเป็นอย่างไร แต่แท้ที่จริงแล้วในบางจังหวัดที่มีการเติบโตจากปีก่อนๆ ในลักษณะก้าวกระโดดนั้น มันไม่ได้หมายถึงการเป็นฟองสบู่แต่อย่างใด เพราะอาจจะมาจากการที่ในปีก่อนๆ ไม่มีอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกสร้างขึ้นในปริมาณที่เพียงพอกับความต้องการของเมืองต่างๆ เหล่านั้น และเมื่อผู้ประกอบการอสังหาฯ ที่มีคุณภาพเห็นในศักยภาพและกำลังซื้อของจังหวัดต่างๆ เหล่านั้นก็พากันมาดำเนินการจัดสร้างให้เพิ่มมากขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการที่มีอยู่”
ทั้งนี้ นายกิตติรัตน์ ยังได้กล่าวถึงอานิสงส์ที่ภาคธุรกิจจะได้รับจากโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท ซึ่งเน้นการก่อสร้างสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ การสร้างเส้นทางคมนาคมทั้งระบบรางและเส้นทางเชื่อมต่อสายต่างๆ เพื่อการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาคทั่วประเทศ รวมถึงโครงการขยายที่อยู่อาศัยตามหัวเมืองใหญ่ในจังหวัดต่างๆ และพื้นที่ในจังหวัดชายแดนแถบประเทศเพื่อนบ้านเพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2558
“ถ้าฟังตัวเลข 2 ล้านล้านดูเหมือนว่ามันมาก แต่ประเทศไทยมีขนาดใหญ่ การลงทุน 2 ล้านล้านในรอบ 7 ปีถือเป็นการลงทุนที่ไม่ได้มีภาระต่อประเทศมาก ในทางกลับกันจะเป็นการทำให้พื้นที่เมืองต่างๆ มีความเชื่อมโยงใกล้ชิดกันมากขึ้น จะสังเกตเห็นได้ว่าในอดีต พื้นที่ทำเลทองจะมีราคาอสังหาฯ ที่สูงมาก ในขณะที่ทำเลที่ถัดออกไปไม่ไกลนักราคากลับลดต่ำลงมากเพราะการเดินทางจากจุดที่เป็นทำเลทองไปยังจุดที่ไกลออกไป แม้ว่าจะไกลไม่มากแต่เดินทางไม่สะดวก ถ้าหากเราปรับปรุงระบบคมนาคมขนส่งก็จะทำให้การกระจายตัวของพื้นที่ต่างๆ เพียงพอ การเดินทางหรือการขนส่งไปยังพื้นที่ที่ไกลจากจุดศูนย์กลางมีความสะดวก ความจำเป็นที่จะต้องทำให้พื้นที่ทำเลทองมีราคาที่สูงมากก็จะไม่เกิดขึ้น และพื้นที่ที่ไกลออกไปก็จะไม่ใช่พื้นที่ที่ไม่มีใครเหลียวแล เพราะว่ามันสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า” นายกิตติรัตน์กล่าว
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยมอบหมายให้กรมธนารักษ์ทำการสำรวจศึกษาที่ดินในพื้นที่ส่วนต่างๆ ทั่วประเทศเพื่อนำมาสร้างประโยชน์ได้อย่างเต็มที่และคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ