เสนาฯประเดิมQ2ด้วยคอนโดต่ำกว่าล้าน

20 พ.ค. 2556

 
เสนาฯ เปิดไตรมาส 2 ด้วยคอนโดมิเนียม 2 โครงการใหม่เจาะกลุ่มตลาดล่างในราคาต่ำกว่าล้านถึงล้านต้น  ตั้งเป้าโกยรายได้ช่วงพรีเซล 190 ล้านบาท
 
ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA เปิดเผยว่าในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้ บริษัทมีกำหนดที่จะเปิดคอนโดมิเนียมใหม่เพิ่ม 2 โครงการ ได้แก่ โครงการเดอะนิชไอดี พระราม 2 และ โครงการเดอะคิทท์ ติวานนท์เฟส 1 ซึ่งมีมูลค่าโครงการรวม 395 ล้านบาท และตั้งเป้าหมายมีรายได้จากยอดพรีเซลประมาณ 190 ล้านบาท
 
โครงการ “เดอะนิชไอดี พระราม 2” เป็นคอนโดมิเนียมสูง 8 ชั้น จำนวน 7 อาคาร รวม 1,302 ยูนิต ติดถนนพระราม 2 ห่างจากทางลงทางด่วนเพียง 900 เมตร แบ่งเป็น 3 เฟส โดยเปิดขายเฟสด้านในอาคาร A ซึ่งเป็นอาคารแรก จำนวน 203 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 1.11 ล้านบาท สำหรับขนาดห้อง 30 ตารางเมตร และ 1.34 ล้านบาท สำหรับขนาดห้อง 34 ตารางเมตร  
 
ในขณะที่โครงการ “เดอะคิทท์ ติวานนท์ เฟส 1” จะประกอบไปด้วยคอนโดมิเนียมพักอาศัยสูง 7 ชั้น จำนวน 2 อาคาร (อาคาร A1 และ A2) อาคารละ79 ยูนิต  รวม 158 ยูนิต ตั้งอยู่ตรงข้ามโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นนทบุรี ริมถนนติวานนท์ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ในราคาเริ่มต้นไม่ถึง 8 แสนบาท  ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างแล้วเมื่อช่วงเดือนเมษายน 2556 ที่ผ่านมาและคาดว่าจะแล้วเสร็จบางส่วนประมาณต้นปี 2557
 
“การเปิดตัว 2 โครงการใหม่นี้เป็นไปตามแผนงานบริษัทที่มุ่งเน้นการเปิดตัวโครงการใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ควบคู่กับการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ บริการหลังการขาย เพื่อเสริมความเชื่อมั่นแก่ลูกค้า หลังจากไตรมาสแรกที่ผ่านมา ได้เปิดตัวไปแล้ว 2 โครงการ ได้แก่ โครงการ เดอะคิทท์ นวมินทร์ 163 และ SENA Fest ซึ่งได้รับความสนใจจากกลุ่มลูกค้าเป็นอย่างมาก”
 
ผศ.ดร.เกษรา กล่าวต่อว่า การเปิดตัวโครงการใหม่ถือได้ว่าสอดคล้องกับกลยุทธ์บริษัทฯ เพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) ในการวางแผนกระจายความเสี่ยง ด้วยโมเดลทางธุรกิจใหม่ รวมถึงการเพิ่มประเภทผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องความต้องการของลูกค้า จากปีที่ผ่านมาที่บริษัทมีสัดส่วนรายได้จากคอนโดมิเนียมร้อยละ 74 บ้านเดี่ยวและบ้านแฝด ร้อยละ 22 ธุรกิจเช่าและบริการ อาทิ อพาร์ทเมนท์ โกดังสินค้า คอมมูนิตี้ มอลล์ อีกร้อยละ 4 โดยในอนาคตจะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากคอนโดมิเนียมเป็นร้อยละ 80 ที่เหลือเป็นบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด ในสัดส่วนร้อยละ 10 และ ธุรกิจเช่าและบริการ ในสัดส่วนร้อยละ 10 เท่ากัน
 
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่
 
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
 
เขียนความเห็น