ผู้ประกอบการท้องถิ่นชี้ตลาดโซนกรุงเทพฯ ตอนใต้เป็นทำเลทองของอสังหาฯ แนวราบ หลังดีเวลลอปเปอร์ชะลอการพัฒนาคอนโดฯ ลงหลังหวั่นว่าอาจเกิดฟองสบู่ได้
นายสุเทพ ปัญญาสาคร กรรมการบริหาร บริษัท ดี-แลนด์ กรุ๊ป จำกัด หนึ่งในผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่กรุงเทพฯ ตอนใต้ พระราม 2 และจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่าภาพรวมของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในรอบปีที่ผ่านมา สำหรับพื้นที่โซนดังกล่าวมีการเติบโตต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นหนึ่งในพื้นที่เศรษฐกิจหลักของประเทศที่เต็มไปด้วยโรงงานอุตสาหกรรมและแหล่งงานจำนวนมาก นำมาซึ่งรายได้ต่อหัวของประชากรที่ติดอันดับต้นๆ ของประเทศ รวมถึงการขยายตัวของโครงข่ายระบบคมนาคมที่มุ่งสู่ภาคใต้ ล้วนแต่เป็นปัจจัยสนับสนุนให้ผู้ประกอบการยังคงมองเห็นโอกาส และศักยภาพของพื้นที่ในการจะพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ประเภทต่างๆ ออกมารองรับความต้องการของคนในพื้นที่และรัศมีใกล้เคียง
จากข้อมูลของ บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด (AREA) ที่ระบุว่า ในรอบปี 2555 ที่ผ่านมาโซนพระราม 2 – เพชรเกษม มีอุปทานรวมสะสมทั้งหมดมี 21,865 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 9% ของอุปทานรวมทั้งหมด 236,346 หน่วย มีจำนวนหน่วยที่ขายได้ 9,843 หน่วย คิดเป็นมูลค่า 29,920 ล้านบาท โดยประเภทอสังหาริมทรัพย์ที่ขายได้ส่วนใหญ่คือทาวน์เฮ้าส์ ด้วยจำนวน 4,055 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 41% ของจำนวนหน่วยทั้งหมดที่ขายได้ มีมูลค่าการขายคิดเป็น 8,488 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นระดับราคา 1-2 ล้านบาท รองลงมาเป็นประเภทอาคารชุด ด้วยจำนวน 2,677 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 27% มีมูลค่าขาย 5,170 ล้านบาท และบ้านเดี่ยวที่ขายได้มีจำนวน 1,522 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 15% ด้วยมูลค่าขาย 9,046 ล้านบาท
ในขณะที่ธนาคารเกียรตินาคินได้รายงานปริมาณที่อยู่อาศัยคงเหลือ ณ ธันวาคม 2555 ในโซนพระราม 2- พุทธมณฑล พบว่ามีจำนวนคงเหลือรวม 18,938 หน่วย จากจำนวน 269 โครงการ มียอดขายรวมที่อยู่อาศัยในแนวราบทุกประเภทเฉลี่ย 937 หน่วยต่อเดือน สินค้าที่เหลือขายมากที่สุดคือทาวน์เฮ้าส์ ด้วยจำนวน 10,535 หน่วย และแม้ว่าจะเป็นสินค้าที่เหลือขายมากที่สุด แต่ก็เป็นสินค้าที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าเช่นกัน โดยเฉพาะทาวน์เฮ้าส์ในระดับราคา 1-2 ล้านบาท ที่มียอดขายประมาณ 35% ของจำนวนหน่วยรวมในตลาด รองลงมาจะเป็นระดับราคา 3-5 ล้านบาท มียอดขายคิดเป็นสัดส่วน 30% และระดับราคา 2-3 ล้านบาท มียอดขายสัดส่วน 17%
ทั้งนี้ นายสุเทพมองว่าภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่โซนกรุงเทพฯ ตอนใต้ พระราม 2 และจังหวัดสมุทรสาครในปีนี้จะยังมีการพัฒนาโครงการจากผู้ประกอบการทั้งในพื้นที่และผู้ประกอบการรายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการประเภทบ้านจัดสรร ทั้งบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์ เนื่องจากปัจจุบันผู้ประกอบการเริ่มมีความกังวลใจต่อภาวะปัญหาฟองสบู่ในโครงการคอนโดมิเนียมที่จะส่งผลให้ผู้ประกอบการลดการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมลง และหันมาพัฒนาโครงการบ้านจัดสรรแทน ในขณะที่ราคาที่ดินในโซนดังกล่าวยังไม่แพงมากเท่ากับพื้นที่ในใจกลางเมืองและยังมีพื้นที่ว่างอีกจำนวนมากที่สามารถนำมาพัฒนาโครงการได้
สำหรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 นั้นจะเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้มีการเคลื่อนย้ายแรงงานเข้ามาในประเทศเพิ่มมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันพื้นที่โซนพระราม 2 และจังหวัดสมุทรสาครถือว่ามีจำนวนแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานสูงเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ
“สำหรับพฤติกรรมของผู้บริโภคในการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยในพื้นที่นี้ ยังคงใกล้เคียงกับคนในเมืองหลวงเพราะมีไลฟ์สไตล์และการใช้ชีวิตที่ใกล้เคียงกัน โดยผู้ซื้อจะคำนึงถึง ชื่อเสียง ภาพลักษณ์ของผู้ประกอบการ รวมถึงคุณภาพ รูปแบบดีไชน์ และฟังก์ชั่นเป็นหลัก นอกนั้นการให้บริการหลังการขายก็เป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อ รวมถึงการบอกต่อในเรื่องของคุณภาพ และบริการของผู้ซื้อด้วยเช่นกัน” นายสุเทพ กล่าว
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com
ภาพ:
commons.wikimedia.orgอัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ