ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจฯ ธนาคารไทยพาณิชย์ชี้จำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เพิ่มมากขึ้นส่งผลต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย ในขณะที่กรุงเทพฯ ภูเก็ต พัทยา และเชียงใหม่เป็นทำเลท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากแดนมังกร
นายวิธาน เจริญผล นักวิเคราะห์อาวุโส ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB EIC เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวและพฤติกรรมการบริโภคห้องพักโรงแรมในเมืองไทยกำลังจะเปลี่ยนแปลงไปเนื่องมาจากการขยายตัวของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เพิ่มมากขึ้น โดยในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และกลายเป็นตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติอันดับหนึ่งของไทยแทนที่ชาวมาเลเซียที่เป็นชาติอันดับหนึ่งในปี 2555
โดยรายงานดังกล่าวระบุว่าการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวชาวจีนส่งผลให้การท่องเที่ยวในไทยเปลี่ยนจากการท่องเที่ยวเป็นฤดูกาลมาเป็นท่องเที่ยวตลอดปี ซึ่งนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะส่งผลดีต่อโรงแรมราคาระดับปานกลางมากขึ้น
“นักท่องเที่ยวจีนที่ไปเที่ยวต่างประเทศจะใช้จ่ายเป็นค่าห้องพักเพียงราว 15% ของรายจ่ายที่ใช้ท่องเที่ยวทั้งหมด อีกทั้ง สัดส่วนนักท่องเที่ยวที่ใช้จ่ายต่อทริปสูงเกิน 25,000 บาทนั้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จึงค่อนข้างส่งผลดีต่อโรงแรมระดับกลางถึงล่าง โดยค่าใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวจีนที่มาเที่ยวประเทศไทยนั้นเฉลี่ยอยู่ประมาณ 5,000 บาทต่อวันต่อคน แสดงว่าจะใช้จ่ายเป็นค่าห้องพักโดยเฉลี่ยเพียงราว 750 บาทต่อคืน”
โดยจากการสำรวจของการท่องเที่ยวของจีน (China Tourism Academy) พบว่านักท่องเที่ยวจีนส่วนใหญ่มักไม่ต้องการพักในโรงแรมระดับหรูหรา แต่จะเลือกโรงแรมระดับประหยัดหรือราคาปานกลางมากกว่า เพื่อสามารถนำเงินไปจับจ่ายซื้อสินค้าแบรนด์เนมได้มากขึ้น โดยสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวหลักๆ ยังคงเป็นค่าจับจ่ายซื้อสินค้าประมาณ 34% และค่าเดินทางประมาณ 22%
สำหรับจุดหมายปลายทางยอดนิยมของไทยกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน ได้แก่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต พัทยา และเชียงใหม่
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่