วงในรับสร้างบ้านแนะทางออกปัญหามิจฉาชีพในธุรกิจ

9 ก.ค. 2556

นายก ส.ไทยรับสร้างบ้านวอนผู้ประกอบการให้ความใส่ใจผู้บริโภคมากขึ้น หลังมีมิจฉาชีพแฝงตัวเข้ามาในธุรกิจจำนวนมาก แนะประกาศให้ธุรกิจรับจ้างฯ ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานของรัฐ
 
นายสิทธิพร สุวรรณสุต นายกสมาคมไทยรับสร้างบ้าน กล่าวว่า หลังจากที่มีการแฝงตัวเข้ามาของมิจฉาชีพและนักธุรกิจที่มีเจตนาฉ้อโกงหรือเอาเปรียบผู้บริโภคโดยการโฆษณารับสร้างบ้านราคาถูกผ่านทางเว็บไซต์ ซึ่งไม่ระบุที่ตั้งสถานประกอบการเป็นหลักแหล่ง มีการโฆษณาชวนเชื่อว่ามีสาขาให้บริการหลายแห่ง และสามารถรับสร้างบ้านได้ทั่วประเทศ ทั้งที่จริงแล้วสำนักงานสาขาที่กล่าวอ้างไม่มีอยู่จริง จนทำให้มีผู้บริโภค ซัพพลายเออร์ และผู้รับเหมาช่วงถูกหลอกลวงให้หลงเชื่อและตกเป็นเหยื่อจำนวนไม่น้อย ส่งผลให้สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคหรือ สคบ. ออกโรงดำเนินการวางแนวทางแก้ไขและป้องกันปัญหาเมื่อเร็วๆ นี้ โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ประกอบกับมาตรา 3 มาตรา 4 และมาตรา 5 แห่งพระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการในการกำหนดธุรกิจที่ควบคุมสัญญาและลักษณะของสัญญา พ.ศ. 2542 คณะกรรมการว่าด้วยสัญญาออกประกาศ “ให้ธุรกิจการรับจ้างก่อสร้างอาคารเพื่อการอยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา”  
 
โดยนายสิทธิพรให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่า การยกร่างสัญญาฯ ฉบับดังกล่าว ยังมีประเด็นหรือสาระสำคัญที่ขัดกับ พรบ.วิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจก่อสร้างฉบับอื่นๆ 
 
“ทางสคบ.ควรจะมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นของผู้ประกอบการหรือผู้อยู่ในวิชาชีพที่มีส่วนได้ส่วนเสียจนแน่ใจเสียก่อนว่า ประกาศที่จะออกมาให้มีผลบังคับใช้นั้น สามารถปฏิบัติได้จริงหรือไม่ขัดแย้งกับ พรบ.วิชาชีพฉบับอื่นๆ รวมทั้งไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการน้ำดี” 
 
ทั้งนี้ นายกสมาคมฯ  แสดงความเห็นเพิ่มเติมว่า เห็นด้วยที่หน่วยงานของรัฐทั้งสคบ.หรือหน่วยงานอื่นๆ จะหาทางป้องกันมิให้ผู้บริโภคได้รับความเดือดร้อน จากผู้ประกอบการที่คดโกงหรือเอารัดเอาเปรียบ รวมถึงมิจฉาชีพที่แฝงตัวเข้ามาในธุรกิจรับสร้างบ้านนี้ แต่การ “ให้ธุรกิจรับจ้างก่อสร้างอาคารเพื่อที่อยู่อาศัยเป็นธุรกิจควบคุมสัญญา” นั้นคงไม่ช่วยป้องกันหรือแก้ปัญหาให้ผู้บริโภคได้ตรงประเด็นนัก เพราะเป็นการช่วยเหลือที่ปลายเหตุ หากมีสิทธิ์เสนอแนวทางก็เห็นว่า ควรประกาศให้ธุรกิจรับจ้างฯ นี้ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานของรัฐ โดยมีข้อกำหนดที่ผู้จะเข้ามาในธุรกิจนี้ต้องปฏิบัติอย่างชัดเจน เช่น ทุนจดทะเบียน หลักแหล่งหรือที่ตั้งสำนักงานที่ชัดเจน การขอใบอนุญาตประกอบอาชีพกับหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่เป็นตัวแทนของรัฐ ลิขสิทธิ์การค้าหรือแบบบ้านของตัวเอง ฯลฯ เป็นต้น
 
“อย่าลืมว่า ธุรกิจนี้คล้ายคลึงกับธุรกิจประกัน ที่ผู้บริโภคจ่ายเงินไปก่อนแล้ว แต่ได้แค่เพียงกระดาษหรือแบบบ้านหรือแค่ความฝันเท่านั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ประกอบการจะต้องไว้วางใจได้และมีความรับผิดชอบต่อผู้บริโภคและสังคมส่วนรวม มิใช่ใครจะเข้ามาทำธุรกิจนี้ก็เข้ามาได้โดยไม่มีข้อจำกัดใดๆ ในปัจจุบันแม้แต่อาชีพขับรถแท็กซี่หรือหมอนวดแผนโบราณก็ยังมีหน่วยงานกำกับดูแลกันเองและขึ้นทะเบียนไว้ ทั้งนี้เพื่อป้องกันมิให้มิจฉาชีพแฝงตัวเข้ามาและทำความเสียหายแก่ชื่อเสียงของภาพรวมธุรกิจนั้นๆ” นายสิทธิพรกล่าวทิ้งทาย
 
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com    
 
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่  
 
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
 
 
 
เขียนความเห็น