กูรูวิเคราะห์ตลาดการลงทุนอสังหาฯเชิงพาณิชย์ทั่วโลก

9 ก.ค. 2556

ตลาดการลงทุนซื้ออาคารหรือโครงการอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ทั่วโลกในช่วงครึ่งปีแรกยังคงคึกคักด้วยยอดการซื้อขายรวมคิดเป็นมูลค่า 219,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปรับเพิ่มสูงขึ้น 11% เมื่อเทียบกับครึ่งแรกของปี 2555
 
จากรายงานการสำรวจตลาดของบริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ โจนส์ แลง ลาซาลล์ ซึ่งครอบคลุมตลาดอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ (อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า และโรงแรม) ของกว่า 130 เมืองใน 60 ประเทศทั่วโลก ระบุว่า ในไตรมาส 2 ของปีนี้ ยอดการซื้อขายทั่วโลกมีมูลค่ารวม 114,000 ล้านดอลลาร์ สูงขึ้นจากไตรมาส 1 กว่า 9% และนับเป็นไตรมาสที่ 5 ติดต่อกันที่ยอดการซื้อขายมีมูลค่าสูงกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มสูงขึ้นของนักลงทุนที่มีต่ออสังหาริมทรัพย์เชิงธุรกิจ ในขณะที่ตลาดหุ้นและพันธบัตรมีความผันผวน
 
ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีการลงทุนซื้อขายคึกคัก โดยครึ่งแรกของปีนี้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับครึ่งแรกของปี 2555 อย่างไรก็ดี เมื่อเทียบไตรมาส 2 ของปีนี้กับไตรมาส 1 หรือเมื่อเทียบไตรมาสสองของปีนี้กับไตรมาสสองของปี 2555 พบว่ามูลค่าการซื้อขายค่อนข้างคงที่
 
ในขณะที่ตลาดในภูมิภาคยุโรปและตะวันออกกลาง (EMEA) มีการลงทุนซื้อขายคึกคักเช่นกัน โดยครึ่งแรกของปีนี้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับครึ่งแรกของปี 2555 อย่างไรก็ดี เมื่อเทียบไตรมาส 2 ของปีนี้กับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมาพบว่ายอดการซื้อขายมีมูลค่าคงที่ นอกจากนี้ เมื่อเทียบไตรมาส 2 ของปีนี้กับไตรมาสแรก พบว่ายอดการซื้อขายมีมูลค่าลดลง 13% หลังจากที่การซื้อขายมีมูลค่าสูงในช่วงไตรมาส 1
 
ทางฝั่งภูมิภาคอเมริกา มูลค่าการลงทุนซื้อขายในไตรมาส 2 ของปีนี้พุ่งสูงถึง 52,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 39% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1  และเพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ของปี 2555 ยอดการลงทุนซื้อขายรวมของครึ่งปีนี้ มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 90,000 ล้าน เพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับครึ่งแรกของปี 2555 ทั้งนี้ การลงทุนซื้อขายในเม็กซิโกและแคนาดามีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นมากในไตรมาสที่ผ่านมา ไล่ตามสหรัฐฯ ที่มียอดการลงทุนซื้อขายปรับเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง  
 
สำหรับกลุ่มประเทศที่เป็นตลาดการลงทุนซื้อขายที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก ยังคงมีการลงทุนซื้อขายขยายตัวในครึ่งแรกของปีนี้ โดยญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 50% ออสเตรเลียเพิ่มขึ้น 10% สหราชอาณาจักรเพิ่มขึ้น 4% เยอรมันเพิ่มขึ้น 43% ฝรั่งเศสเพิ่มขึ้น 50% ยกเว้นจีนที่มีมูลค่าการลงทุนซื้อขายลดลง 20% ในครึ่งแรกของปีนี้ แต่คาดว่า มูลค่าจะเพิ่มสูงขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี เนื่องจากรายการซื้อขายต่างๆ กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาขณะนี้และคาดว่าจะปิดการซื้อขายได้ภายในปีนี้
 
ทั้งนี้ โจนส์ แลงฯ ประมาณการณ์แนวโน้มตลาดในช่วงครึ่งปีหลังว่า การลงทุนซื้อขายทั่วโลกจะมีมูลค่ารวมอยู่ระหว่าง 4-5 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าปีที่แล้ว เนื่องจากเฉพาะครึ่งแรกของปีนี้มีมูลค่าขยายตัวสูงขึ้นไปแล้ว 11% และโดยทั่วไป การลงทุนซื้อขายในช่วงครึ่งหลังของปีจะมีสภาพคึกคักกว่าช่วงครึ่งแรก

นายอาเธอร์ เดอ ฮาสต์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริการการลงทุนระหว่างประเทศของโจนส์ แลง ลาซาลล์กล่าวว่า “ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่าน เราได้คาดการณ์ไว้ว่าแนวโน้มที่จะมีการลงทุนซื้อขายอาคารหรือโครงการอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น ซึ่งการคาดการณ์ดังกล่าวกำลังกลายเป็นจริง มีนักลงทุนประเภทสถาบัน ทุนนอกตลาดหลักทรัพย์ และนักลงทุนประเภทบุคคลซึ่งเป็นผู้ที่มีฐานะจากทั่วโลกให้ความสนใจลงทุนซื้อโครงการอสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้ บรรดานักลงทุนได้เริ่มกระจายการลงทุน ทั้งเพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและกระจายความเสี่ยง โดยให้ความสนใจกับสินทรัพย์ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้หรือทำเลชั้นรองที่มีศักยภาพ ซึ่งแนวโน้มนี้คาดว่าจะดำเนินต่อไปในระยะสั้นถึงระยะปานกลาง”
 
ด้านนายเดวิด กรีนมอร์แกน ผู้อำนวยการระหว่างประเทศ ฝ่ายวิจัยด้านตลาดทุนของโจนส์ แลง ลาซาลล์กล่าวว่า ความผันผวนที่เห็นในตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรในไตรมาสที่ผ่านมา ทำให้การลงทุนซื้ออาคารที่มีประโยชน์การใช้ในเชิงธุรกิจได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากขึ้น 
 
“แม้การกู้เงินเพื่อซื้อโครงการอสังหาริมทรัพย์จะมีต้นทุนที่สูงขึ้น แต่ยังไม่ได้มีผลกระทบมากนักต่อปริมาณการลงทุนซื้อ โดยเราพบว่า ธุรกรรมการซื้อที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ ผู้ซื้ออาศัยเงินกู้ไม่มากเมื่อคิดเป็นสัดส่วนของมูลค่าสินทรัพย์ คาดว่า แนวโน้มนี้จะดำเนินต่อไปในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ หากไม่มีปัจจัยอื่นใดที่ทำให้ต้นทุนเงินกู้เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ” นายกรีนมอร์แกนกล่าวทิ้งท้าย
 
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่  
 
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
เขียนความเห็น